ตอนที่4 การทดสอบของตระกูลที่กำลังจะเกิดขึ้น
ณห้องของเจิ้งฟู่....
"เราจะทำยังไงดีระดับพลังของเราที่ไม่ขยับไปไหนเลยถึงแม้ว่าเราจะมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นแล้วก็เถอะ แต่ทำไมพลังชีของเราถึงไม่เพิ่มขึ้นเลยนะ?" เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับทำหน้าเศร้า.....
ที่บอกว่าฝึกนั้นเขาไม่ได้ฝึกโดยมีใครสอนแต่เป็การฝึกด้วยความคิดของเขาเองที่คิดว่ามันน่าจะทำให้ตัวเขาแข็งแกร่งขึ้นมาได้ดังนั้นพลังซีของเขาจึงไม่ก้าวหน้าใดๆ ที่เขาต้องฝึกเองเพราะไม่อยากให้ใครรู้เื่นี้โดยเฉพาะพ่อกับแม่ของเขา......
"ลูกเจิ้ง พ่อได้ติดต่อไปทางสถาบันศึกษานภาแล้วนะลูกตอนนี้ที่สถาบันกำลังเปิดรับสมัครนักเรียนอยู่พ่อว่าจะส่งเ้าไปเรียนที่นั่นเ้าคิดว่ายังไง? " ทันใดนั้นเองเสียงของคงซือก็ได้ดังขึ้นจากนอกประตูห้องของเขา.....
"ท่านพ่อ....ข้ายังไม่พร้อมที่จะไปขอรับข้าอยากจะศึกษาและทบทวนบทเรียนที่ท่านอาจารย์สอนข้ามาให้เข้าใจมากกว่านี้เสียก่อนหวังว่าท่านพ่อจะเข้าใจข้า" เจิ้งฟู่รีบตอบกลับไปทันทีซึ่งตัวเขาเองยังไม่พร้อมและยังไม่อยากที่จะไปศึกษาต่อในตอนนี้ ดังนั้นเขาจึงอ้างว่า้าทบทวนบทเรียนที่ได้เรียนมากับอาจารย์ของเขา.....
ศึกษาเพิ่มเติม!!?
"แล้วลูกต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กัน? นี้ก็ใกล้ถึงวันทดสอบของตระกูลแล้วนะถ้าลูกยังอยู่ที่นี่ต่อไปละก็.....ลูกก็จะต้องเข้ารับการทดสอบนะ!!แต่ถ้าลูกไปเข้าเรียนที่สถาบันนภา ลูกก็จะได้รับการยกเว้นในเื่นี้"คงซือรีบพูดต่อไปในทันทีที่เขาอยากให้เจิ้งฟู่เข้าสถาบันนภาก็เพราะว่าเขาไม่อยากให้ลูกชายของเขาต้องเข้าร่วมการทดสอบของตระกูลเพราะการทดสอบนั้นมันโหดร้ายมากสำหรับเจิ้งฟู่ที่มีร่างกายอ่อนแอและไร้พลัง....
การทดสอบของตระกูล!!?
"ใช่แล้ว... เด็กทุกคนที่อายุครบแปดขวบต้องได้รับการทดสอบของตระกูลและเด็กคนไหนที่ไม่ผ่านการทดสอบ เด็กคนนั้นก็จะไม่ได้ทรัพยากรในการบ่มเพาะพลังซึ่งมันถือเป็เื่ที่เลวร้ายมากถ้าไม่ได้รับทรัพยากรเ่าั้เพราะมันจะทำให้ระดับพลังของพวกเขาก้าวหน้าได้ช้ามาก" คงซือรีบอธิบายให้เจิ้งฟู่ฟังซึ่งเขาพยายามเน้นย้ำถึงผลลัพธ์ของคนที่ทดสอบไม่ผ่านเพื่อหวังว่าเจิ้งฟู่จะยอมตัดใจและล้มเลิกที่จะอยู่ในตระกูลต่อ........
"มีเื่แบบนั้นด้วยเหรอท่านพ่อ!? " เจิ้งฟู่ตอบกลับบิดาของเขาด้วยน้ำเสียงที่ดูสงสัยก่อนที่จะเปิดประตูห้องของเขาออกแล้วพูดต่อไปว่า“อย่างนั้น.......ถ้าสามารถผ่านการทดสอบได้คนๆนั้นก็จะได้ทรัพยากรที่ช่วยในการเพิ่มพลังใช่หรือไม่ขอรับท่านพ่อ?" เจิ้งฟู่ดูจะตื่นเต้นมากในตอนนี้ที่เขาได้ยินเื่นี้เพราะนั่นมันทำให้ตัวเขามีความหวังที่จะพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น......
"อ้า!! ถูกต้องแล้วลูก แต่ว่านะ........"
ในขณะนั้นเองคงซือก็สังเกตเห็นร่างกายของลูกชายที่ดูเปลี่ยนไปจากเดิมทั้งกล้ามเนื้อที่ดูเป็รูปเป็ร่างมากขึ้น ความสูงที่เพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนอีกทั้งลมหายใจที่ดูคงที่และสม่ำเสมอราวกับว่าร่างกายของเจิ้งฟู่หายจากอาการเส้นชีพจรอ่อนแอแล้วอย่างนั้นแหละ......
หมับ!!
และเพื่อที่จะยืนยันบางอย่างคงซือจึงยื่นมือออกไปจับที่หัวไหล่ของเจิ้งฟู่ โดยที่เขาไม่รู้ตัว.......
อ๊ะ!
"ท่านพ่อ! ท่านจะทำอะไรข้าน่ะ!! ข้าแค่ถามท่านเฉยๆข้าไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ" เจิ้งฟู่ถึงกับสะดุ้งใและร้องเสียงหลงเลยเมื่อเห็นท่าทางของบิดาเพราะเขาไม่เข้าใจว่าบิดาของเขา้าที่จะทำอะไร ทั้งๆที่ตัวเขายังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด....
"ไม่เลยลูกพ่อ! ลูกไม่ได้ผิดอะไรสักนิดเพียงแต่......พ่อััได้ว่าร่างกายของเ้านั้นดูเปลี่ยนไปจากเดิมก็เท่านั้นมันดูแข็งแรงขึ้นผิดกับเมื่อก่อนมากแถมลมหายใจของเ้าก็ยังดูคงที่และสม่ำเสมออีกด้วย มันเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?ทำไมลูกถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ไม่ใช่ว่าเ้าใช้เวลาไปกับการศึกษาตำรากับอาจารย์หวงอย่างนั้นหรือ? "
คงซือถามเจิ้งฟู่ด้วยความสงสัยและอยากรู้เพราะเขามั่นใจว่าอาจารย์หวงไม่ได้เป็คนสอนการฝึกฝนอย่างแน่นอนเพราะอาจารย์หวงเป็นักปรัชญา ไม่ใช่จอมยุทธ์ดังนั้นเขาจึงอยากรู้ว่าเจิ้งฟู่ไปทำอะไรมาใน่เวลานั้น......
คือว่า....คือ.......
"ท่านพ่อ......ถ้าข้าพูดออกไปแล้วท่านอย่าได้โกรธข้านะแล้วก็อย่าได้บอกท่านแม่ด้วย!! "เจิ้งฟู่รู้สึกลังเลและเป็กังวลมากที่จะพูดออกไปเพราะเขากลัวว่าบิดาของเขาจะไม่พอใจดังนั้นเขาจึงได้กล่าวนำออกมาก่อนพร้อมทั้งทำหน้าให้ดูเศร้าเข้าไว้....
อ้า!
"ได้สิ! พ่อสัญญาเลย เ้าพูดมาเถอะ"คงซือรีบพยักหน้าและตอบตกลงลูกชายของตนในทันทีเขาอยากรู้มากว่าทำไมเจิ้งฟู่ถึงได้เปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้อีกอย่างเื่นี้มันก็เป็เื่ที่น่ายินดีเสียมากกว่าต้องมาโกรธอีกเพราะเขาพยายามอย่างมากเพื่อให้ลูกชายแข็งแกร่งขึ้น แล้วเหตุใดเล่าเขาจะไม่พอใจ......
ท่านพ่อสัญญาแล้วนะ!
เมื่อเจิ้งฟู่เห็นบิดาตอบตกลงแล้วเขาก็ยังไม่ได้พูดออกมาในทันทีเพียงแต่ชะโงกหัวออกไปนอกห้องแล้วก็หันมองซ้ายมองขวาดูว่ามีคนอยู่ข้างนอกไหมก่อนจะหันกลับมามองที่บิดาและพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่จริงจังว่า"ที่ลูกดูแข็งแรงขึ้นนั้น ก็เพราะว่าลูกใช้เวลาหลังจากที่ศึกษาตำรากับท่านอาจารย์หวงแอบมาฝึกร่างกายอย่างหนักด้วยวิธีการของลูกเองขอรับท่านพ่อ"เมื่อกล่าวจบเจิ้งฟู่ก็ยิ้มให้กับบิดาพร้อมกับทำตาใสซื่อ.......
"เอ๋....!! แค่นั้นน่ะเหรอ!!? "
เมื่อคงซือได้ยินแบบนั้นเขาก็ใและร้องเสียงหลงออกมาไมได้เพราะว่าคำตอบที่ได้รับจากเจิ้งฟู่นั้นดูแสนจะธรรมดาอย่างมากมันไม่ได้มีอะไรเป็พิเศษเลยสักนิดเขาอุส่าคิดว่าบุตรชายของตัวเองจะได้รับของวิเศษหรือโชคชะตาฟ้าลิขิตเสียอีก.....
"ใช่แล้วท่านพ่อ... แค่นั้นแหละข้าฝึกอย่างหนักและเป็ประจำตลอดห้าปีที่ผ่านมานี้และนั่นก็คือสาเหตุที่ทำให้ร่างกายของลูกแข็งแกร่งขึ้นอย่างที่เห็นนอกจากร่างกายแล้ว ระบบต่างๆ ในร่างกายก็ดีขึ้นด้วยขอรับแต่ติดเพียงแค่ระดับพลังของลูกนั้นมันไม่อาจที่จะก้าวผ่านระดับพื้นฐานขั้นที่สามไปได้เลยราวกับว่าสิ่งที่ลูกทำมาทั้งหมดมันสูญเปล่าอย่างนั้นแหละ"
เจิ้งฟู่อธิบายให้บิดาของเขาฟังทั้งหมดทั้งผลดีที่ได้รับและปัญหาที่เขาไม่อาจก้าวผ่านได้ซึ่งในตอนที่เขาพูดถึงระดับพลังนั้นเขาได้ถอนหายใจยาวออกมาด้วยความเศร้าใจและผิดหวังมาก....
ระดับพื้นฐานขั้นที่สาม!!!
"นี่ลูกอยู่ขั้นที่สามในระดับพื้นฐานแล้วอย่างนั้นเหรอ?! เมื่อไหร่! เมื่อไหร่กัน?" คงซือดูตื่นเต้นอีกครั้งเมื่อได้ยินว่าลูกชายตนเองสามารถก้าวมาสู้ขั้นที่สามของระดับพื้นฐานได้แล้วเพราะว่าก่อนนี้หน้าตัวเขาเองก็พอจะััพลังของลูกชายได้บ้างเล็กน้อยแต่เพราะเห็นว่าลูกชายอ่อนแอและไม่อาจที่จะเป็ผู้ฝึกตนได้เขาจึงคิดว่าตนนั้นคิดไปเอง......
"ั้แ่หนึ่งปีก่อนแล้วเห็นจะได้ที่ข้าเลื่อนระดับสู่ระดับเริ่มต้นขั้นที่สามแต่หลังจากนั้นมันก็ติดอยู่อย่างนั้นมาตลอดเลยไม่ว่าจะฝึกฝนร่างกายให้หนักมากขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่มันก็ไม่อาจทะลวงไปสู้ขั้นที่สี่ได้สักทีขอรับ"เจิ้งฟู่ทำท่านึกคิด ก่อนที่จะตอบกลับบิดาไป........
"อ้า.......ปีที่แล้วสินะ ลูกเจิ้ง! ลูกรักของพ่อ!พ่อรู้สึกภูมิใจในตัวเ้ายิ่งนัก ทั้งๆที่เ้าฝึกฝนมันด้วยตนเองโดยไม่มีใครสอนจนมาถึงระดับนี้ได้แถมเ้ายังไม่ยอมบอกพ่อกับแม่เพราะว่ากลัวว่าพวกเราจะด่าเ้าด้วยแต่ถ้าในครั้งหน้าเ้าควรที่จะบอกพ่อกับแม่ของเ้านะเพราะพวกเราคือครอบครัวเดียวกัน"คงซือกล่าวพร้อมกับลูบไปที่หัวของเจิ้งฟู่อย่างอบอุ่นและห่วงใยเขาไม่รู้เลยว่าลูกชายของตัวเองต้องผ่านอะไรมาบ้างตลอดระยะเวลาหลายมีมานี้ดังนั้นเขาจึงรู้สึกภูมิใจและชื่นชมในความอดทนของลูกชาย.....
"ไม่เลยท่านพ่อ ที่ข้าไม่พูดเพราะข้าไม่อยากให้พวกท่านผิดหวังก็เท่านั้นเองตัวข้านั้นอยากจะเป็ยอดจอมยุทธแบบท่านพ่อ ทุกวันนี้.....ไม่ว่าลูกจะเดินไปที่ไหนลูกก็มักจะได้ยินแต่คนพูดถึงตัวข้าและก็พาดพิงถึงท่านพ่อเสมอที่ให้กำเนิดบุตรที่ไม่ได้ความดังนั้นแล้วมันจึงทำให้ข้ารู้สึกเจ็บใจยิ่งนักที่ข้ากลายเป็คนไม่ได้เื่ตระกูลของเรานั้นเป็ตระกูลจอมยุทธไม่ใช่จอหงวนดังนั้นข้าจึงต้องฝึกฝนตัวเองให้หนักและอดทนอดกลั้นให้ได้เพื่อกู้ชื่อเสียงของท่านกลับมา!"
เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหนออกมาตัวเขาเองเป็คนที่กลับมาเกิดใหม่ด้วยความทรงจำเดิมก็จริงอยู่แต่ตัวตนของเขาในชาตินี้ก็คือเจิ้งฟู่เด็กที่เกิดมามีร่างกายอ่อนแอไม่เหมาะกับการฝึกยุทธและเป็ลูกชายของคงซือและถ่างหลิงที่เป็บิดาและมารดาของเขาในชาตินี้......
เพราะแบบนั้นตัวเขาเองจึงมีความรู้สึกของคนที่เป็ลูกอยู่และการที่ตัวเองเป็คนไม่ได้เื่จนทำให้คนอื่นมาดูถูกและพูดกล่าวถึงพ่อแม่อย่างเสียๆหายๆ นั้น มันจึงเป็ธรรมดาที่เขาจะรู้สึกไม่พอใจและโกรธแค้นแต่การที่เขาจะแก้แค้นคนเ่าั้ได้ตัวเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้มากขึ้นกว่านี้.....
อ้า!
"ลูกพ่อ เ้าเอานี่ไป.....ยังพอมีเวลาอีกสามเดือนกว่าจะถึงวันทดสอบถ้าเ้าสามารถฝึกฝนมันได้สำเร็จเ้าก็จะมีโอกาสที่จะผ่านการทดสอบของตระกูลและได้รับทรัพยากรในการบ่มเพาะและเมื่อถึงเวลานั้นแล้ว คงจะไม่มีใครกล้าดูถูกเ้าอีก"
คงซือกยื่นตำราเล่มหนึ่งให้กับเจิ้งฟู่ก่อนที่จะกล่าวให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่เป็ห่วงและรัก.....
หือ?
[ตำราฝึกยุทธพื้นฐาน]
“ท่านพ่อ......นี่นัน..........”
"ถูกต้องแล้วมันคือตำราฝึกยุทธพื้นฐานด้วยตำราเล่มนี้มันอาจจะช่วยให้ลูกทะลวงผ่านขั้นที่สามไปได้ตอนนี้พ่อเองก็ไม่มีเวลามากนัก ไม่อาจอยู่สอนเ้าได้แต่ถ้าเ้าติดปัญหาอะไรก็ไปถาม หวังลู่ได้เลย พ่อจะบอกเขาไว้ให้ดูแลเ้าเอง"
เมื่อคงซือเห็นลูกชายทำหน้างงและสงสัยเมื่ออ่านชื่อที่เขียนอยู่หน้าตำราเขาก็รีบพูดบอกให้เจิ้งฟู่รู้ทันทีพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข....
ขอบคุณขอรับท่านพ่อ!!
เจิ้งฟู่วิ่งเข้าไปกอดบิดาของเขาในทันทีเขารู้อยู่แล้วว่าบิดานั้นรักเขามากแค่ไหน ไม่ว่าจะเจอกับเื่อะไรบิดาของเขาจะอยู่ด้วยและคอยช่วยเหลือเสมอ.......
"เอาล่ะ พ่อไปก่อนนะ.....เ้าเองก็ตั้งใจฝึกให้ดี ไม่ว่าเ้าจะทำได้หรือไม่ยังไงเ้าก็เป็ลูกชายของพ่ออยู่ดี และนี้อีกอย่างที่พ่อจะให้เ้า"เมื่อพูดจบคงซือก็หยิบเอาบางอย่างออกมาซึ่งมีลักษณะคล้ายกับก้อนหินก้อนหนึ่งแต่กลับไม่ใช่เพราะว่ามันมีพลังงานซีอ่อนๆ อยู่ภายในก้อนหินนี้.....
หินลมปราณระดับต่ำ!!?
"ข้ารักท่านพ่อที่สุดเลย!"
หลังจากที่คงซือมอบตำราฝึกยุทธพื้นฐานกับหินลมปราณระดับต่ำให้เจิ้งฟู่แล้วเขาก็ออกไปจากห้องของเจิ้งฟู่ในทันทีทิ้งไว้เพียงเจิ้งฟู่คนเดียวให้อยู่ในห้อง......
"จากที่เราเคยศึกษามา หินลมปราณนั้นแบ่งออกได้ทั้งหมดสี่ระดับด้วยกันโดยเริ่มจาก ระดับต่ำ กลาง สูงและระดับเซียนซึ่งในหินพลังซีนั้นจะบรรจุพลังลมปราณหรือพลังซีจากธรรมชาติไว้ภายในยิ่งหินลมปราณมีระดับสูงมากเท่าไหร่ พลังงานที่อยู่ในนั้นก็จะยิ่งมากขึ้นไปด้วยหากเราได้ดูดซับพลังงานในหินลมปราณ ระดับพลังของเราคงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ดีละ!ได้เวลาที่ตัวเราจะเป็จอมยุทธ์แล้วที่ต้องทำก็คือนั่งสมาธิและดูดซับพลังจากหินลมปราณไปพร้อมๆ กันสินะ! "
เมื่อเจิ้งฟู่ทบทวนความรู้เกี่ยวกับหินลมปราณและวิธีการดูดซับพลังแล้วเขาก็ไม่รอช้าที่จะนั่งลงขัดสมาธิและเริ่มต้นดูดซับพลังงานภายในหินลมปราณที่อยู่ในมือในทันทีเพราะต่อให้หินลมปราณก้อนนี้จะเป็ระดับต่ำแต่มันก็จะช่วยให้เขาทะลวงระดับพลังไปได้มากเนื่องด้วยระดับพลังของเขายังต่ำอยู่มาก........