เทพไม่พูดกับใครทั้งสิ้น พระศรีเสาวภาคย์จะเข้ามาขอบใจ แต่เทพบอกว่าขอตัวไปกราบพระบรมศพก่อน แล้วค่อยพูดกัน พระศรีเสาวภาคย์ จึงต้องหลีกทางให้
เทพนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าพระบรมศพ อยู่สามวันสามคืน ไม่ขยับไปไหน ทุกคนก็ได้แต่มองไม่มีใครกล้าพูดอะไร แล้วกลางดึกของคืนวันที่สาม เทพก็เริ่มน้ำตาไหลออกมา เพราะเห็นิญญาพระองค์มองมาด้วยสายตาที่เอ็นดูรักใคร่ เทพไม่มีเปลี่ยนแปลง ในขณะนั้นก็มีร่างิญญาของอีกพระองค์ปรากฏขึ้นเป็ชายผิวดำแดง ใส่เสื้อสีดำขลิบทอง หรือว่าจะเป็... เทพได้แต่คิด
“ ไอ้เทพเอ๋ย เห็นไหมข้าบอกให้เอ็งรับตำแหน่ง กษัตริย์ต่อแทนข้า เื่ราวก็ไม่เป็แบบนี้หรอก”
“ พระศรีเสาวภาคย์ไม่ได้ผิดอะไร กระหม่อมมิบังอาจฝืนกฏมณเทียรบาลแย่งบัลลังก์เยี่ยงนี้”
“ อุบ๊ะ ไอ้นี่ เอ็งไม่เข้าใจความหมายข้าอีกรึ? หากปล่อยให้พระศรีเสาวภาคย์เป็กษัตริย์ ต่อไปมันได้ถูกองค์ไล ฆ่าตายแน่ๆ เอ็งไม่เห็นหรือไง”
“ กระหม่อมจะช่วยปกป้องบัลลังก์นี้เอง”
“ เฮ้อ.. เอ็งนี่ใจอ่อนไม่เข้าเื่ เสด็จพี่ ช่วยพูดกับมันหน่อยเถอะ”
“ เ้านี่เหมือนแม่มันจริงๆ ซื่อสัตย์ ภักดี ไม่ยอมทำผิดกฏ ปล่อยมันเถอะน้องพี่ อนาคตมันจะเป็อย่างไร ก็ต้องแล้วแต่ชะตากรรมของพวกมันเอาเอง เ้าเทพ มาใกล้ๆพ่อหน่อยซิลูก”
เทพได้ยินเช่นนั้นก็ขนลุกซู่ ไม่ได้กลัว แต่ว่า ั้แ่เขาเกิดมาไม่เคยมีใครเรียกเขาว่าลูกเลยสักคน เขาคลานเข่า เข้าไปกราบที่ฝ่าพระบาทขององค์พระนเรศ แล้วเอ่ยด้วยเสียงสั่นเทาว่า
“ ถวายบังคมเสด็จพ่อ”
“ ลูกพ่อ ต่อไปชีวิตเป็ของเ้า จงทำตัวให้สมกับเป็โอรสของข้า อย่าให้ใครมาดูถูกเหยียดหยามเ้าได้อีก เ้าไม่ใช่คนที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่ ทุกๆ ปีที่หลวงตาให้เ้าไปไหว้ที่สถูปเจดีย์แห่งนั้น นั่นคือเถ้ากระดูกของข้ากับแม่เ้าซึ่งหลวงปู่ได้นำมาไว้ให้ข้าคอยปกป้องคุ้มครองเ้า บัดนี้เ้าโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว ถึงเวลาที่ข้ากับเสด็จอาของเ้า ต้องไปเสียที ลาก่อนลูกพ่อ”
“ ลาก่อนหลานรักของอา” แล้วร่างิญญาของทั้งสองพระองค์ก็ค่อยๆเลือนหายไปกลายเป็ดวงดาวเล็กๆส่องประกายระยิบระยับ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้านภาลัย เทพก้มลงกราบลาทั้งสองพระองค์เป็ครั้งสุดท้าย
แล้วจากนั้นเทพก็ยืนขึ้นมา เหล่าทหาร เสนาบดี และเชื้อพระวงศ์ทุกคนต่างเฝ้ารอให้เทพเดินออกมา เพราะสี่เสนาบดีกำลังจะเปิด พระราชโองการของสมเด็จพระเอกาทศรถ
เทพเดินออกมา แล้วประกาศต่อหน้าทุกๆ คน
“ ท่านเสนาบดี ไม่ต้องประกาศแล้ว บัลลังก์นี้ เป็ของ พระศรีเสาวภาคย์ เป็ไปตามกฏมณเทียรบาล หากใครคิดขวาง มันผู้นั้นจะเป็ขบถทันที”
“ แต่ว่า...” เสนาบดีกลาโหมรู้ดีว่า เนื้อหาพระราชโองการทรงแต่งตั้งเทพเป็กษัตริย์องค์ต่อไป แต่ว่า เทพได้แต่โบกมือห้ามเอาไว้ พวกขององค์ไล นั้นล่วงรู้อยู่แล้ว ว่าพระราชโองการนั้นเขียนมอบให้ใคร ทกคนก็ไม่มีใครพูดถึง
เทพเดินมายืนด้านหน้า พระพิมลธรรม กับ องค์ไล
“ ศิษย์พี่ ท่านอย่าได้ฝืนดวงชะตาเลย สิ่งใดถ้าเป็ของท่าน มันก็จะเป็ แต่ถ้ายังไม่ใช่มันก็ยังไม่ใช่ ยังไปดึงดันเลย”
“ พระยาเทพากล่าวหนักไปแล้ว อาตมาเป็เพียงพระสงฆ์ จะไปคิดเป็เ้าข้าวเ้าของสิ่งใดกันเล่า” พระพิมลธรรมยิ้มให้กับเทพแบบมีความหมาย
เทพเข้าใจ แต่ไม่พูดอะไรแล้วหันไปเตือนองค์ไลว่า
“ ศิษย์น้อง เ้ายังเด็ก อย่าหุนหันพลันแล่นไป ภายในสามปีนี้ หากข้ารู้ว่าเ้าคิดลอบสังหาร หรือลอบปลงพระชนม์ พระศรีเสวภาคย์ ก็ระวังหัวของเ้าไว้ให้ดีด้วย”
เทพขู่เสร็จ ก็เดินจากไป สร้างความโกรธแค้นให้กับองค์ไลยิ่งนัก
หลังจากจัดการความไม่สงบในเมืองหลวงเรียบร้อย องค์รักษ์วายุก็เข้ามาหาบอกว่าอยากติดตาม เทพไปที่เมืองเหนือด้วย
“ ถ้าเช่นนั้น ก็ตามข้าไปเลย” เทพขี่ม้าธรรมดา ส่วนม้าบินปล่อยเอาไว้ในแผ่นหนังมิติ ทั้งสองเดินทางเลาะแม่น้ำขึ้นแดนเหนือ โดยที่ไม่ได้รีบร้อนใดๆ
พอมาถึงวัดแห่งหนึ่ง ที่เมืองสิงห์บุรี ก็มีเสียงเตือนจากพี่นางฟ้า
“ เ้าหนู ข้ารู้สึกแปลกๆ พลังจิตของข้ารู้ได้ว่าเวลานี้ มีผู้มีคาถาอาคมกล้าแข็ง ปล่อยของบางอย่างลอยออกมาในบริเวณนี้ ตัวข้าเองไม่สามารถออกจากตระกรุดนี้ได้เลย เ้าต้องระวังตัวไว้ด้วย”
เทพตื่นเต้นทันที ตัวตนระดับพี่นางฟ้า ถึงกับเอ่ยคำนี้ออกมา แสดงว่า ผู้มีอาคมท่านนี้ ไม่ใช่คนธรรมดา ในขณะที่เทพกำลังนั่งพักดื่มน้ำอย่างกระหาย ส่วนองครักษ์วายุก็พาม้าทั้งสองตัว ไปกินน้ำที่ริมลำธาร ก็รู้สึกมึนหัวอย่างประหลาดแล้วในที่สุด สติสัมปชัญญะก็ดับวูบไปในทันที ที่แท้น้ำที่เข้ากินไปนั้นมียาสลบใส่เอาไว้นี่เอง
จากนั้นไม่นาน ดวงตาของเทพก็ค่อยเผยอตื่นขึ้นมา ร่างกายของเขาในเวลานี้กลับเปล่าเปลือย มือและแขนทั้งสองข้าง ถูกขึงตรึงเอาไว้ กับไม้กางเขน ด้วยตะปูเหล็กสีดำ ฝ่ามือทั้งสองข้างเืไหลอาบนองลงมาพื้นดิน เท้าทั้งสองข้างก็ถูกตะปูเหล็กสีดำตอกเอาไว้เช่นกัน ลำคอถูกล็อคด้วยตรวนคล้องเอาไว้ขยับไม่ได้ ร่างของเขาซีดขาวเืไหลออกทั่วร่าง ร่างกายที่อยู่ยงคงกระพันของเขากลับไม่สามารถทนทาน กับตะปูเหล็กสีดำนี้ได้
ส่วนของวิเศษทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็ตระกรุด แผ่นหนัง ล้วนหายไปหมดสิ้น ด้านหน้ามีองครักษ์วายุ ยืนทำหน้านิ่งสงบ ด้านหลังมีพระสงฆ์ชราอีก 9 รูปกำลังนั่งสวดมนตร์ คล้ายกับท่องสะกดิญญา พี่นางฟ้า กับ ของวิเศษที่อยู่ในแผ่นหนังไม่ให้ออกมาได้ แล้วทันใดนั้น ก็มีคนเดินลงมาจาก รถม้า องค์ไลนั่นเอง
“ เป็ไง ท่านพระยาเทพา ความหาญกล้าของท่าน หายไปไหนหมด ดูสารรูปของท่านในตอนนี้ซิ เหมือนนักโทษรอวันปะา ท่านไม่ต้องมององครักษ์วายุเลย เขาเป็คนของข้ามานานแล้ว ข้าวางตัวเขาให้ใกล้ชิดท่าน เพื่อรอวันนี้ จอมขมังเวทย์ แม่ทัพผู้เกรียงไกร ผู้ชนะไปทั่วทิศ สุดท้ายเจอยาพิษแมงมุมดำ จากพวกญี่ปุ่นเข้าไป ก็ถูกโค่นอย่างง่ายดาย ท่านไม่ต้องห่วง คาถาอาคมของท่าน ไม่มีทางใช้ออกมาได้อีกต่อไป ข้าได้เชิญพระเถระผู้ใหญ่จากแปดทิศ พร้อมเ้าคณะสงฆ์ ผู้เรืองอาคม มาสะกดิญญาสัตว์เวทย์ แล้ว คาถาอาคมของท่าน ไม่มีทางที่ท่านจะใช้ออกได้ โดยเฉพาะ ตะปูสีดำนั่น ที่ทำมาจากสายล่อฟ้า บนยอดเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ต่อให้ท่านมีฤทธิ์เดช อยู่ยงคง กระพัน ก็ไม่มีทางรอดไปได้”
“ ศิษย์น้องที่เ้าทำนี่ ศิษย์พี่รู้เื่ด้วยหรือไม่” เทพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า
“ เฮอะ ถึงแม้ท่านจะเอ่ยออกมาไม่เห็นด้วย แต่ใครจะรู้ใจศิษย์พี่ได้ดีกว่าข้าไม่มีอีกแล้ว ในฐานะที่เราเป็ศิษย์พี่ ศิษย์น้องกัน ข้าจะให้ท่านตายอย่างสงบ อย่าได้มีเวรต่อกันและกันเลย” องค์ไลเอ่ยจบ ก็พยักหน้าให้เพชฌฆาตสองคน ใช้ดาบยันต์รุมฟันร่างของ เทพจนเขียวช้ำไปหมด แต่ก็ไม่สามารถฟันร่างของเทพให้ขาดออกมาได้ จนพระผู้ใหญ่ทั้งสิบเดินมาอยู่ต่อหน้าเทพ เลยเอ่ยออกมาว่า
“ ท่านพระยาเทพา ชะตาของท่านถึงฆาตแล้ว อย่าถึงกับให้พวกเขาเอาน้ำมันร้อนๆ มากรอกปากท่านหรือเอาไม้มาสวนทวารท่านเลย จะเป็เวรเป็กรรมติดตัวกันไปเสียเปล่าๆ ถอนอาคมทั้งหลายออกมาเถิด ตัวท่านเองจะได้ไม่ต้องทรมานอีกต่อไป”
“ ฮึ่ม เป็พระสงฆ์ไม่อยู่ในกิจของสงฆ์มายุ่งเื่ของทางโลก ไม่ต้องห่วง ข้าจะจำพวกท่านทั้งสิบเอาไว้หมดแล้ว ถึงแม้ว่าข้าจะตาย ข้าก็ไม่มีวันให้ร่างกายของข้า ต้องแปดเปื้อน ด้วยมือของพวกมันอีก”
ทันใดนั้นเอง เทพที่อดทนนิ่งเงียบมานานก็ะเิเสียงหัวเราะออกมา อย่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก แล้วร่างกายที่ทรมานมาก็เริ่มค่อยๆ ปริแตกออกมา แล้วสุดท้ายก็ะเิออกมาเป็ผุยผง เทพทำลายร่างของตนเอง คงเหลือแต่ิญญาที่หลุดลอยหายไป
ในมุมมืดแห่งหนึ่ง แดนยมโลก
“ ท่านสุวรรณ ท่านทำเยี่ยงนี้กับ พระยาเทพได้อย่างไร ทำแบบนี้มันผิดกฏยมโลกนะ?” ยมทูตท่านหนึ่งเอ่ยด้วยเสียงแ่เบา
“ เ้าคิดว่า ที่พระยาเทพฟ้องท่านยมบาล ว่าเราทำผิดกฏทำให้เขาต้องตายก่อนกำหนด ไหนบอกว่าจะไม่พูดเื่นี้ แล้วดูพวกเราซิ ตอนนี้เป็อย่างไร”
ท่านสุวรณต้องทำความสะอาดห้องน้ำในยมโลกเป็เวลาสิบปี เอ่ยด้วยความแค้นใจยิ่งนัก
“ แค่สิบปีเอง เดี๋ยวก็หมดโทษ แต่นี่ท่านกลับทำให้เขาตาย แล้วนำไปโลกอนาคต แล้วยังให้เขาเกิดในร่างของผู้หญิงอีก มันไม่เกินไปหน่อยรึ?” ยมทูตที่ทำผิดร่วมกันเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกละอายใจ
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ผิดหรือไม่อยู่ที่ใจคิด นี่คือบทเรียนที่บังอาจมารับปากข้าแล้วกลับคำ”
ยมทูตไม่รู้จะช่วยอย่างไร เพราะท่านสุวรรณลงเื่นี้ไว้ในสมุดบัญชีทองคำของเขาเป็ที่เรียบร้อยไปแล้ว
ปี 2563 เมืองไทย กรุงเทพ
โรงพยาบาลใจรักษ์ มีคนไข้นอนเป็เ้าหญิงนิทรามาแล้วกว่า 1 เดือน เด็กสาวคนนี้อายุ 16 ปี ชื่อว่าเจนนิสา เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน เด็กสาวคนนี้ศรีษะถูกกระแทกอย่างแรงสมองถูกทำลายไปบางส่วน ทำให้ตกอยู่ใน่ความเป็ความตาย หมอได้ช่วยชีวิตเอาไว้ได้ แต่ต้องกลายเป็เ้าหญิงนิทรา
วันนี้หมอมีจดหมาย มาให้แม่ส้ม ซึ่งเป็แม่ของเจนนิสา เป็จดหมายที่ให้เซ็นยินยอมให้มีการุณยฆาต คือจะทำการฉีดยาให้ตายไปอย่างสงบหรือแค่ถอดเครื่องช่วยหายออก เพื่อจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างทรมานเช่นนี้ แม่ส้มมองกระดาษพร้อมปากกา อยู่ข้างเตียงลูกสาว น้ำตาไหลออกมา พร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ ของเด็กชายวัย สิบขวบชื่อจอน ที่ยืนกอดกันแน่น เพราะรู้ว่าวันนี้ หมอจะมาทำการถอดเครื่องช่วยหายใจแล้ว
แม่ค่อยๆ ใช้มือที่หยาบกร้านเนื่องจากทำงานอย่างหนัก เพื่อเลี้ยงดูลูกทั้งสองคนเนื่องจากถูกสามีทิ้งไปมี ภรรยาใหม่ โดยทิ้งลูกทั้งสองให้เธอเลี้ยงมากว่าห้าปี
“ เจนลูกแม่ หลับให้สบายนะลูก หากชาติหน้ามีจริง ขอให้เรากลับมาเป็แม่ลูกกันใหม่นะ”
“ พี่เจน ไม่ต้องห่วง จอนจะดูแลแม่เอง” เด็กชายจอนจับมือพี่สาวแล้วพูดออกมาเช่นกัน
หมอกับพยาบาลมาถึงก็ได้ยืนมองแต่ไม่พูดอะไร แล้วก็ไม่กล้าเร่ง แม่เห็นหมอมาแล้วจึงจับปากกา ด้วยมือที่สั่นเทา ค่อยๆ เซ็นชื่อของตนลงไป ในใจรู้สึกผิดเป็อย่างยิ่งเหมือนกับว่า ลานเซ็นนี้ เหมือนจะเป็ลายเซ็นสั่งปะาลูกสาวที่เป็ดั่งแก้วตาดวงใจของตนเอง
พอเขียนเสร็จแม่ส้มก็ร้องไห้โฮออกมา จนพยายาลต้องเข้ามาปลอบ
“ คุณแม่ไม่ต้องห่วง น้องเจนจะไม่ทรมานอีกต่อไปแล้วนะ” จากนั้นแม่ก็มองพยาบาลเริ่มจะฉีดยาสลบเข้าไปก่อน เพื่อให้น้องไม่ต้องทรมานกับการหายใจไม่ได้ แต่พอจะฉีดยาเข้าไป เข็มที่ฉีด กลับทิ่มแทงิัของ น้องเจนนิสาไม่เข้า ทำอย่างไรก็แทงไม่เข้า จนเข็มหักไปสามเข็ม
“ พวกคุณเคยฉีดน้ำเกลือ ให้คนไข้มาก่อนนี้แล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมครั้งนี้ถึงฉีดไม่ได้อีก?” หมอสงสัย
“ นั่นซิคะ ไม่ทราบว่าครั้งนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมิัถึงได้แข็งเช่นนี้ได้”
“ พาไปเข้าห้องผ่าตัดเล็ก แล้วบอกวิสัญญยีแพทย์ ให้มารมยาแทนก็แล้วกัน”
หมอที่คุมการครั้งนี้บอกออกไป จากนั้นก็มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น น้องเจนกลับลืมตาตื่นขึ้น แล้วกรอกตามองไปมา เหมือนคนใ และสงสัย แต่พูดอะไรไม่ได้
อัตราการเต้นของหัวใจ เต้นแรงผิดปกติถึงสองเท่า สัญญาณชีพพุ่งขึ้นร้องผิดปกติ จนเครื่องที่ตรวจจับถึงกับ ร้องตี๊ดๆ ตลอดเวลา หมอกับพยาบามาเปิดเปลือกตา ใช้มือจับชีพจร วัดหัวใจ ความดันกันอย่างละเอียดอีกครั้ง
“ ถอดเครื่องช่วยหายใจออกมา” หมอสั่งออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ เพราะรู้ว่าคนไข้ไม่ตายแล้ว เพราะกับร่างกายที่กลับมาเหมือนคนปกติ เขารู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องคุมการการุณยฆาต อีกแล้ว
“ ดีใจด้วยนะครับ คุณแม่ น้องเจนฟื้นกลับมาแล้ว”
“ จริงหรือคะ คุณหมอ” แม่ส้มยืนมองด้วยความตื่นเต้น แต่ไม่รู้ว่าลูกเป็อะไร ได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ
ขอเวลาให้พยาบาลถอดเครื่องช่วยหายใจออก แล้วเราจะทำการตรวจโดยละเอียดอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ”
สองคนแม่ลูกกอดกันดีใจอย่างสุดๆ
ส่วนเทพที่ลืมตาขึ้นมาก็ใยิ่งนัก ไม่คิดว่าตนจะกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง
แล้วยิ่งสงสัยเพิ่มขึ้นมากมาย ว่าเวลานี้มีสายบ้าอะไรไม่รู้มายัดเข้าปากของเขา จนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ มองไปก็เห็นผู้คนแต่งชุดแปลก ๆ พร้อมทั้งพูดจาก็เหมือนไม่ใช่สำเนียงที่เขาเคยพูดกัน แต่ที่ตะหนกใไปกว่านั้ เขามองเห็นมือของเขา กลายเป็มือที่เนียนนุ่ม ผอมบางคล้ายกับอิสตรี ยิ่งใช้พลังจิตตรวจสอบทั่วร่างกาย แม้จะรู้สึกไม่มีแรง แต่กลับพบเื่ที่น่าตื่นตระหนกสุดขีดสำหรับเขา
“ นี่มันร่างของสตรีนี่?”.....