สุดท้ายเสวี่ยเฟิ่งจำต้องย่อเข่าลงแบกหลินหลานหรูขึ้นหลังเดินอย่างสะเปะสะปะ
เขาเห็นนางเจ็บต่อให้นางเย่อหยิ่งไม่ยอมบอกก็ทนเห็นนางทรมานไม่ได้ เขาเองถึงจะเหนื่อยไม่น้อยแต่ก็รับปากว่าจะพานางเดินอ้อมแล้ว...์! เหตุใดข้าต้องชอบนางด้วย
หลินหลานหรูมือขวากอดคอคุณชายเย่าอย่างแ่ามั่นคงอีกข้างถือผิงกั่ว พลางนึกไปด้วยว่า ข้าจะบอกเ้าได้อย่างไรถึงตอนนี้แผนการปลิดชีพชายหน้าไฝด้วยมือของข้ายังคงดำเนินอยู่ แค่ยังไม่ถึงเวลาที่กำหนดเท่านั้น
รอยยิ้มทั้งปากทั้งตาของนางน่าเขกศีรษะหนักๆยิ่ง
ฆาตกรต่อเนื่องลงมือฆ่าเฉยๆจะไปสนุกอะไร ต้องเล่นกับเหยื่อสักหน่อย ศึกษาพฤติกรรม ความชอบแม้แต่ชีวิตประจำวันของเหยื่อ ถึงเวลาเหมาะๆ ค่อยลงมือเพิ่มระดับความยากด้วยการกำหนดเวลาสังหาร
หากทุกอย่างเป็ไปตามแผนนั่นแสดงถึงความเก่งกาจของนางต่อให้พบสิ่งใดผิดพลาดก็จะเรียนรู้ไว้ปรับใช้ในครั้งต่อไป...สำหรับฆาตกรต่อเนื่องแล้ว นางก็แค่ศึกษางานศิลปะชิ้นหนึ่งอยู่เท่านั้น
เสวี่ยเฟิ่งเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเด็กหญิงจากนั้นก็ขมวดคิ้วเป็ปมใหญ่ พานางออกเดินต่อไปโดยสมองยังคงคิดทบทวนเื่บางอย่างอยู่ในใจคนเดียว
อีกด้านหนึ่งเสวี่ยเฟิ่งกับหลินหลานหรูไม่รู้ว่าตลอดทางที่พวกเขาเดินมาไร้ซึ่งศัตรูไร้ชายฉกรรจ์ ไร้ชายหน้าไฝ เป็เพราะคนเ่าั้ศีรษะหลุดจากบ่าตายหมดแล้ว
ที่เดินตามพวกเขาบนหลังคาเวลานี้คือบุรุษชุดเทามือจับกระบี่ขาวเปื้อนเื ที่เห็นหยดติ๋งๆ คือเืมนุษย์สดๆด้วยว่าเมื่อครู่เพิ่งสังหารคนไป เลยไม่อยากขัดจังหวะความทรมานของคุณชายเย่า
เฉิงอิ้นะโลงจากหลังคาของอาคารไม้สองชั้นตวัดกระบี่ไป๋เหอฟันฉับคอชายฉกรรจ์ผู้หนึ่ง ที่กำลังอ้าปากจะร้องเรียกพรรคพวกเมื่อเจอเป้าหมายเดินเล่นอยู่บนถนนจึงได้แต่อ้าปากค้างหลังศีรษะหลุดกระเด็นจากไหล่ลงไปกองบนพื้น
เขาตามไปเก็บกวาดชายฉกรรจ์ที่เหลือจนราบเป็หน้ากลองน่าเสียดายที่ปล่อยให้ชายหน้าไฝหลุดรอดไปได้ ป่านนี้คงหาที่ซ่อนเตรียมหลบหนีออกจากเมืองแล้วกระมัง
จอมยุทธ์ชุดเขียวเดินโซเซเมามายมาตามตรอกเมื่อเห็นศีรษะคนบนพื้นส่งยิ้มให้ก็สะดุ้งโหยง สร่างเมาในพริบตา ะโหลบหาที่ซ่อนทันทีทันใด เห็นเงาดำทะมึนของชายตาบอด รูปร่างสูงโปร่งคุ้นตายิ่งในมือถือกระบี่สังหารแผ่กลิ่นอายความตายคละคลุ้ง ก่อนเดินหายไปในความมืด
นั่น…นั่นไม่ใช่กระบี่ในตำนานหรือ
พอถึงพรุ่งนี้เช้าคงมีเื่โจษจันในยุทธภพว่ากระบี่ขาวนามไป๋เหอที่หายไปนานหลายปี เมื่อคืนได้ปรากฏอีกครั้งในเมืองหนานจิงเมืองที่เล่าลือถึงที่ซ่อนของบทเพลงต้องห้ามแม้แต่เ้าของกระบี่อันเลื่องชื่อยังมาเยือนถึงที่
เป้าหมายจะใช่บทเพลงต้องห้ามหรือไม่กระบี่ไป๋เหอก็ได้ดื่มเืสังเวยด้วยเหล่าชายฉกรรจ์นับสิบดับความพิโรธแล้ว...
คุณหนูหลินหลับปุ๋ยลมหายใจเข้าออกผ่อนยาวสม่ำเสมอ นางหลับสบายไปแล้ว! ตลอดทางเอาแต่งึมงำว่า 'กู่ฉินของข้า กู่ฉินของข้า' กู่ฉินอะไรของนาง
เวลานี้ยังนึกอยากเล่นกู่ฉินอีกหรือนางสบาย ส่วนคนที่ทรมานคือเขา อยากบอกนางเสียจริงว่า กู่ฉินของเ้านอนรออยู่ที่เรือนแล้วกระมัง
กว่าจะถึงจวนสกุลหลินทั้งยังต้องแอบเข้าทางกำแพงหลังจวนเดินหลบเลี่ยงบ่าวรับใช้จนมาถึงเรือนแยกของนางอย่างราบรื่น ไม่ผิด!ช่างราบรื่นจนหน้าหงุดหงิด เหมือนมีคนจงใจให้เขาเจอความลำบากนี้
เฉิงอิ้นเปิดประตูเรือนรอแล้วรับ่ต่อจากคุณชายเย่าพาคุณหนูเข้าเรือนไป จากนั้นสั่งเสี่ยวจิงให้เตรียมผ้าสะอาดและอ่างน้ำอุ่นยกเข้ามาพร้อมให้นางเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณหนูด้วย
นอกจากนี้เฉิงอิ้นยังแอบเชิญท่านหมอมาอย่างเงียบๆเพื่อรอดูอาการและแผลบนข้อเท้าให้หลินหลานหรูเรียบร้อยแล้ว
ส่วนเสวี่ยเฟิ่งส่งคุณหนูหลินให้ผู้ติดตามนางได้ก็ทรุดนั่งกับพื้นแทบจะหลับไปตรงนั้น หากไม่เพราะฉางิโผล่หน้ามาก่อน
"คุณชาย ขออภัยขอรับข้าละเลยหน้าที่คุ้มครองท่าน" ฉางิคุกเข่ารอรับการลงโทษได้ยินเสียงคุณชายงึมงำพูดบางอย่าง จากนั้นก็เหมือนจะหลับไป
เฉิงอิ้นเดินออกมาเห็นสองนายบ่าวยังอยู่จึงกล่าวไปว่า"รีบพานายเ้ากลับจวนไปพักเถิดหากเขาถามเื่ของคุณชายใหญ่สกุลหลินก็ให้บอกไปว่าตอนนี้คุณชายหลินกำลังนั่งคัดอักษรอยู่ในเรือน ไม่าเ็อะไรมาก"...นอกจากไหล่หลุด แล้วหาข้ออ้างกล่าวว่าจับพู่กันเขียนอักษรไม่ได้ ฉลาดนักหากบิดารู้เข้าคงร้องเจ็บไม่ออกกระมัง
ฉางิพยักหน้ารับรู้ประสานมือยกให้กับพี่ชายตาบอดอย่างนับถือ กล่าวลาแล้วพาคุณชายจากไป
ทว่าเพิ่งหันหลังให้เฉิงอิ้นเสวี่ยเฟิ่งที่เหมือนจะหลับไปแล้ว ดันกล่าวบางอย่างออกมากับคนข้างหลังพอกล่าวจบก็จากไปทันที
สีหน้าเฉิงอิ้นยังคงราบเรียบไม่เปลี่ยนและไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดสองมือกอดอกมองตามสองนายบ่าวที่ชอบมาป้วนเปี้ยนแถวเรือนคุณหนูจนหายลับข้ามกำแพงยิ่งเห็นผู้ติดตามของคุณชายเย่ายิ่งทำให้เขาคิดไปถึงน้องชายที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อนจนถึงตอนนี้คงจะอายุเท่ากันกับฉางิ
พอะโข้ามกำแพงมาแล้วคุณชายถึงกระซิบข้างหูฉางิด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่า"เรียกทหารทุกนายกลับมา แล้วเพิ่มเวรยามคุ้มกันข้าั้แ่คืนนี้"
ฉางิฉงนยิ่งแต่ก็ตอบรับตามคำสั่งของคุณชาย...
ทางด้านเสี่ยวจิงนางใช้เวลาไปครู่ใหญ่ก็เดินออกมาจากเรือนพร้อมรายงานว่า"ข้าเปลี่ยนชุดให้คุณหนูเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ ท่านหมอก็ดูอาการคุณหนูเสร็จแล้วจะให้พาท่านหมอกลับไปเลยหรือไม่ หรือจะรอดู่ดึกอีกหน่อย"
"ให้คนส่งกลับไป"เฉิงอิ้นกล่าวกับเสี่ยวจิง และยังถามต่ออีกว่า"คุณหนูเอ่ยสิ่งใดหรือไม่"
"คุณหนูบอกให้ท่านออกจากจวนไปเ้าค่ะก่อนยามอิ๋น[1] ห้ามกลับเข้ามา"
เฉิงอิ้นไม่ถามเหตุผลต่อเพียงนึกถึงคำพูดของคุณชายเย่าเมื่อครู่ คิ้วก็เริ่มขมวดจากนั้นก็เดินออกไปจากเรือน
คืนนี้เสี่ยวจิงนอนเป็เพื่อนคุณหนูจึงให้เสี่ยวจูที่อ่อนกว่านางสามปีไปนอนก่อนส่วนนางนั่งเฝ้าจนดึกดื่นกระทั่งได้ยินเสียงเคาะโมงยาม นางทนไม่ไหวจึงหลับไปข้างๆปลายเตียงคุณหนูในที่สุด
...หลังเสียงเคาะโมงยามบอกเวลาผ่านไปไม่นานที่ด้านนอกเรือนมีเงาดำสายหนึ่งเคลื่อนผ่านหน้าต่างกรุกระดาษอย่างรวดเร็วด้านนอกเรือนยังจุดโคมสว่าง เงาจึงสะท้อนเข้ามาปัดผ่านเปลือกตาเสี่ยวจิงจนนางสะดุ้งตื่น
และยิ่งใสุดขีดเมื่อพบชายหน้าตาเหวอะหวะผู้หนึ่งยกมีดค้างเตรียมแทงเหนือหน้าอกคุณหนู
เสี่ยวจิงกรีดร้องสุดเสียง พร้อมๆกับเห็นมีดเล่มนั้นจ้วงลงมา
"อ๊ากกก!"
"นะ...นะ" เสี่ยวจิงผงะขยับเท้าถอยร่นจนชิดติดผนัง นะ...น่ากลัว!
ผู้บุกรุกยามวิกาล!
ย้อนไปสักหน่อย…เสียงเคาะโมงยามบอกเวลายามจื่อล่วงผ่านไปได้ไม่นานกลางดึกอันมืดสนิทเช่นนี้ นอกจากเสียงหายใจเข้าออกของสาวใช้ภายในห้องยังปรากฏเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งย่องเบามาอย่างไม่ได้รับเชิญ
ชั่วเวลานั้นมุมปากคนกำลังนอนรอยกโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มเบาบางดวงหน้าเล็กหลับตาพริ้มเฝ้ารอการมาถึงของผู้บุกรุกด้วยความตื่นเต้น
รอจนม่านมุ้งสีขาวปลอดขยับพลิ้วตามแรงลมจากการเคลื่อนไหวของผู้บุกรุก...เหอะๆรนหาที่ตาย
เฮือก!!
เสียงกรีดร้องของสาวใช้ดังสุดหลอดพร้อมกับอีกเสียงที่แหกปากดังขึ้นอย่างเ็ปเช่นกัน
"อ๊าก!"มีดในมือผู้บุกรุกร่วงตกลงข้างเตียง เฉียดใบหน้าหลินหลานหรูไปนิดเดียวแววตานางยามมองนั้นกระจ่างใสเป็ประกายวาววับไม่คล้ายคนเพิ่งตื่นหลังถูกทำให้ใแต่อย่างใด
กลับกันเป็ผู้บุกรุกที่ยืนตัวงอพร้อมสมองมึนงงสับสนเต็มที่ก่อนขยับปากเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ แต่กลับพบว่าการจะเอื้อนเอ่ยแต่ละคำออกมานั้นช่างยากเย็นแสนเข็ญ"หะ...เหตุ...เหตุใด..."
ร่างกายคนพูดอ่อนแรงลงทันตาก้มมองก็เห็นมีดยาวเล่มหนึ่งเสียบค้างบนช่องท้องตัวเองเืแดงฉานซึมกระจายเป็วงกว้างย้อมเสื้อสีน้ำตาลที่สวมใส่รอจนเ้าของมีดชักมือดึงกลับ เืพลันพุ่งทะลักออกมาจนต้องใช้มือประกบปิด
เสี่ยวจิงมองตาค้างนางผวาใอยู่ข้างเตียง ทั้งหวาดกลัวจนสมองตื้อตัน สรรหาคำพูดใดเอ่ยไม่ออกสองเท้าคลานถอยห่างจนแผ่นหลังชิดติดผนัง ยกมือปิดปากหลบมุมอยู่คนเดียวเงียบๆ
ที่เสี่ยวจิงเห็นคือคุณหนูนอนถือมีดยกแทงคนในพริบตาแววตาสงบนิ่งไม่หวั่นกลัวสิ่งใด นั่นไม่ใช่คุณหนูที่นางรู้จักอย่างแน่นอนเป็ผีสางตนใดมาสิงสู่ชิงิญญาของคุณหนูไป
หลินหลานหรูขยับลุกขึ้นนั่งผ้าห่มจึงไหลลงไปกองบนตัก ตามองเืบนมีดหยดลงย้อมผ้าห่มสีขาวขุ่นเป็ดวงเล็กๆนางไม่สนใจรอยเืนี้ ใบหน้ายังคงประดับไว้ด้วยรอยยิ้มพลางหัวเราะเสียงเบา
จากนั้นค่อยช้อนตามองผู้บุกรุกตรงหน้าเห็นอีกฝ่ายเข่าทรุดลงไปข้างหนึ่งแล้วก็นิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะขยับถอยหลังหนีตามการเคลื่อนไหวของนาง
"จะ...เ้า"ชายหน้าไฝปากสั่นหน้าซีด ยกมือชี้มาทางหลินหลานหรู พร้อมขยับก้นกระเถิบถอยไปเกือบกลางห้อง
หลินหลานหรูถือมีดเดินตามลงจากเตียงท่าทางนางคุกคามไม่ใช่เล่น เท้าข้างหนึ่งพันด้วยผ้าพันแผลจนถึงข้อ มองดูเหมือนเจ็บทว่ายามนี้ในหัวของนางนอกจากเื่กำจัดผู้บุกรุกแล้ว อย่างอื่นล้วนไม่อยู่ในสมอง
ย่างเท้าก้าวมาอย่างเนิบช้ากดดันจนชายหน้าไฝต้องถอยหลังหนีอย่างระแวง รอยเืบนพื้นลากยาวจากเตียงมาเป็ทางถอยจนแผ่นหลังชนเข้ากับโต๊ะเครื่องแป้งริมหน้าต่างถึงได้หยุดด้วยหมดหนทางให้หนีแล้ว
"โฮ? เป็หนูตัวใดหลงเข้ามาในเรือนข้า" นางยิ้มสีหน้าประหนึ่งประหลาดใจอย่างที่สุด น้ำเสียงที่เอ่ยยังเย็นะเืแฝงความตระหนกหากไม่ติดที่แหบไปนิด
"จะ...เ้า"ชายหน้าไฝขึงตามองสู้เด็กหญิงเจ็ดขวบประกายความอำมหิตในตัวเด็กคนนี้ฉายชัดจนเหลือเชื่อแววตายังเปลี่ยนเป็ดำมืดขึ้นเรื่อยๆยามเผยรอยยิ้มจนเห็นฟันขาวราวกับนางกำลังสนุกที่ได้สังหารคน
ชายหน้าไฝจึงอดยกมือสั่นๆชี้หน้านางด้วยความไม่พอใจไม่ได้ทั้งไม่อยากยอมรับว่าตนเองจะพลาดท่าให้กับเด็กน้อย
ฉับ! "อ๊าก!"
หลินหลานหรูตวัดมีดคมกริบตัดนิ้วชายหน้าไฝจนเกือบขาดาแเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้คนเจ็บแหกปากร้องได้อย่างทรมานด้วยเพราะบางสิ่งถูกเคลือบเอาไว้บนปลายมีดั้แ่แรก
"บน...บนมีดมีพิษ"ชายหน้าไฝเพิ่งรู้ตัวเมื่อปลายลิ้นเริ่มชาและแข็งขึ้นเรื่อยๆมืดปัดป่ายไปบนโต๊ะเครื่องแป้ง คว้าสิ่งใดได้ก็ขว้างเข้าใส่หลินหลานหรูท่าเดียวเพียงแต่ไม่มีครั้งไหนที่ขว้างแล้วเฉียดนางสักชิ้น นั่นเพราะ...
ชายหน้าไฝมองตามสายตาหลินหลานหรูไปยังโต๊ะกลางห้องชั้นนอกกระถางกำยานถูกจุดเอาไว้บนโต๊ะเนิ่นนานแล้ว ควันขาวลอยฟุ้งเต็มอากาศเพียงเท่านั้นชายหน้าไฝก็รู้สึกจบสิ้น หัวเราะเย้ยหยันด้วยนึกสังเวชตัวเองยามนี้
"เ้าหัวเราะเร็วกว่าที่ข้าคิดไว้"หลินหลานหรูเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ จับชายเสื้อนอนสีชมพูตัวบางเช็ดมีดเปื้อนเืจนสะอาดแล้วพลิกมีดในมือมองตรวจซ้ำไปอีกหลายรอบ
ค่อยกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"คนอย่างเ้าหัวเราะให้กับสภาพน่าอนาถของตัวเองเร็วไป ไม่แค้นหรือน้องสาวเ้า? นางตายเพราะข้าเ้าควรแค้นข้ามากกว่านี้สิ เช่นนี้ไม่ง่ายไปหน่อยหรือข้ายังอยากเห็นเ้าดิ้นรนก่อนตายอยู่…เชื่อสิ"
หลังได้ยินหลินหลานหรูเอ่ยถึงน้องสาวั์ตาชายหน้าไฝก็เบิกกว้างขึ้นเท่าตัว กะจะใช้สายตาเผาเด็กตรงหน้าให้วอดวายไม่ต้องให้หลินหลานหรูรอนานก็ะโสุดเสียงด้วยความโกรธแค้นเพียงแต่ลิ้นแข็งเลยฟังไม่ค่อยชัด "เ้า! ข้าจะแล่เนื้อเถือหนังเ้า!"
"ถูก! อย่างนั้นแหละ"หลินหลานหรูหัวเราะคิก แกว่งมีดในมือเล่นพลางมองชายหน้าไฝตะเกียกตะกายคว้าตัวนางทว่าคว้าอย่างไรก็เอื้อมไม่ถึง ฤทธิ์ยาจากกระถางจุดกำยานทำพิษกับเืในตัวของเขาต่อให้มั่นใจว่าคว้าถูกตัวนางก็เป็แค่ภาพลวงตา
หลินหลานหรูมองความพยายามที่ไร้ประโยชน์ของคนตรงหน้าจู่ๆ ก็นึกไปถึงเื่ราวในบ่อน
"เฮ้อ น่าเสียดายข้าี้เีเล่นกับเ้าแล้ว เดิมทีอยากทรมานเ้าอีกสักหน่อยแต่เสียงเ้าหนวกหูข้ายิ่ง"กล่าวจบหลินหลานหรูก็สะบัดมีดกรีดหน้าชายหน้าไฝไปอีกครั้งหนึ่ง และอีกครั้งและอีกครั้ง อีกครั้งและอีกครั้ง!
"อ๊า!" คนถูกกรีดหน้าขยับแขนขาไม่คล่องแคล่วเหมือนยามปกติจึงมีแต่เสียงที่หลุดลอดออกมาอย่างดิ้นรนสุดชีวิต
"เหตุใดเ้าร้องเสียงดังนักเล่าหากบ่าวรับใช้ในเรือนข้าตื่นไม่แย่หรอกหรือ นั่นสินะตอนเ้าชกเถ้าแก่หลิ่วแล้วยกเท้าฟาดซ้ำ รุนแรงแค่เพียงใด ถึงขั้นเถ้าแก่ไม่ทันร้องก็หมดสภาพไปยิ่งกว่านั้นกระดูกซี่โครงยังหักไปอีกหลายซี่ร่างแก่ชราอ่อนแอเช่นนั้นคงลุกจากเตียงไม่ได้อีกแล้วกระมัง
พอกับชายหน้าจืดในบ่อนพนันเ้าก็สั่งคนเชือดคอจนสิ้นลมในพริบตา ไม่ได้ต่างจากเถ้าแก่หลิ่วสักนิดนั่นก็ไม่ทันร้องไม่ใช่รึ ดังนั้นข้าทรมานเ้าอย่างนี้เ้าคงคิดตำหนิข้าในใจว่าไม่ยุติธรรมใช่หรือไม่"ท้ายประโยคสีหน้านางดูเศร้าสร้อยยิ่ง
"เพ้ย! จะ...เ้าเ้ามันก็ไม่ใช่คน! สักวันก็ต้องมีจุดจบมะ...ไม่ต่างจากข้า"เสียงชายหน้าไฝเริ่มขาดห้วงลงทุกขณะ
"ฮึ! เดิมทีข้าก็ไม่ใช่คนดีอยู่แล้วจุดจบของข้าจะเป็เช่นไรต้องให้เ้าบอกรึ ในเมื่อเ้ากับข้าก็ชั่วช้าไม่ต่างกันเช่นนั้นก็ให้ข้ากำหนดจุดจบของเ้า ส่งเ้าไปปรโลกก่อนเป็อย่างไร"
ดวงตาชายหน้าไฝพลันเบิกกว้างนิ่งอึ้งไปได้พักหนึ่งก็แค่นเสียงหัวเราะขึ้นมา "เ้าน่ะหรือเ้าฆ่าคนไม่ได้หรอก ฮ่าๆ"
หลินหลานหรูหน้าตึง ดูถูกนาง? ทว่าความไม่สบอารมณ์นี้นางไม่อาจแสดงออกมาตามคำยั่วยุของศัตรูกลับกันนางแสร้งกล่าวเห็นด้วย ปั่นประสาทชายหน้าไฝกลับ "ก็ถูกของเ้าข้าฆ่าคนไม่ได้ ก็แค่เด็กเจ็ดขวบอ่อนแอไร้เดียงสาผู้หนึ่งจะสู้หญิงอายุยี่สิบอย่างน้องสาวเ้าได้อย่างไร"
ชายหน้าไฝกระอักเืคำใหญ่จากนั้นก็หัวเราะออกมา "เ้าสู้นางไม่ได้หรอก เหอะๆ สู้ไม่ได้จริงๆ"
หลินหลานหรูตกตะลึงพร้อมกันนั้นก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในอกแวบหนึ่งเกิดภาพซ้อนทับชายหน้าไฝเป็คนผู้หนึ่งในอดีตชาติคนผู้นั้นกระตุกยิ้มมุมปากมองนางอย่างเหยียดหยัน
ในใจหลินหลานหรูเกิดสั่นไหวอย่างรุนแรงพลันน้ำตาร่วงลงมาเผาะหนึ่งอย่างไม่เข้าใจ มือที่จับด้ามมีดก็เริ่มสั่นสะท้านต่อให้ไม่เข้าใจความรู้สึกลึกๆ ของตนเอง แต่หากเป็เช่นนี้ล้วนไม่ส่งผลดี
ท้ายที่สุดหลินหลานหรูจึงหายใจเข้ายาวลึกก่อนผ่อนออกมาหลังจากนั้นความรู้สึกสับสนเ็ปในใจทั้งหมดก็มลายหายไปสิ้นเงื้อมีดในมือขึ้นสูง คิดปิดฉากคนตรงหน้าในคมเดียวจบ
นางออกแรงทั้งหมดเท่าที่มีส่งไปยังมีดในมือเหวี่ยงลงฉับลำคอชายหน้าไฝ …ทว่าพลาด
แคร่ง! บางสิ่งขัดขวาง
เกิดรอยแผลไม่ลึกตรงบริเวณลำคอชายหน้าไฝก่อนมีดในมือจะหลุดกระเด็นไปตกบนพื้น พร้อมกันนั้นหินก้อนหนึ่งตกกลิ้งไม่ห่างกัน
นางถอนหายใจในที่สุดไหล่ที่ตึงมาตลอดก็ผ่อนลง เมื่อหันมองออกไปยังห้องชั้นนอกก็เห็นเฉิงอิ้นยืนถือกระบี่ไป๋เหอกลางห้องเป็เขาที่ดีดหินสกัดมีดในมือนางเมื่อครู่แม้นไม่พอใจเขาแต่นึกสงสัยมากกว่าว่าเหตุใดเขาถึงอยู่ที่นี่ในเวลานี้เหตุใดจึงกล้าขัดคำสั่งนาง
เฉิงอิ้นดับกำยานในกระถางบนโต๊ะและจุดเทียนไว้เล่มหนึ่งไม่เอ่ยวาจาใดกับหลินหลานหรูในทันที สีหน้าเขายังคงนิ่งขรึมเช่นที่เคยเห็นกระทั่งเดินเข้ามาใกล้แล้วยกตัวนางพาไปนั่งบนขอบเตียง
"ท่านอย่าลงมือเองให้เปื้อนเืเลยขอรับ"
ความหมายของเฉิงอิ้นที่กล่าวประโยคนี้คือ'อย่าฆ่าคนจะดีกว่า' เฉิงอิ้นยังไม่เคยเห็นหลินหลานหรูลงมือเช่นนี้กับผู้ใดมาก่อนตอนแรกที่ได้ยินคำพูดของคุณชายเย่า เขาไม่เชื่อว่าคุณหนูจะลงมือเองกระทั่งย้อนกลับเข้ามาในเรือน
ยอมรับว่าแวบแรกที่เห็นนั้นเขารู้สึกใอยู่มากแต่พอนึกถึงนิสัยของคุณหนูขึ้นมา เื่เช่นนี้ไม่ถือเป็เื่แปลก
มือข้างหนึ่งของเฉิงอิ้นยกขึ้นปาดหยดน้ำตาข้างแก้มของหลินหลานหรูพลางเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ไม่เห็นต้องเสียน้ำตาเช่นนี้ให้ข้าลงมือแทนท่าน มีสิ่งใดไม่ถูกต้องกัน"
หลินหลานหรูเม้มปากแน่น ลึกๆแล้วในใจยังรู้สึกโกรธ จะมีสิ่งใดไม่ถูกเล่าที่ไม่ถูกคือเขาเหตุใดจึงย้อนกลับมาเวลานี้
กระนั้นนางก็ยังปล่อยให้เฉิงอิ้นดึงผ้าห่มมาห่อรอบตัวจนมิดลำคอท่าทางของนางตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับแมวน้อยหมดฤทธิ์ ไร้อำนาจอย่างสิ้นเชิงราวกับเด็กหญิงเดินละเมอถือมีดฆ่าคนอย่างไรอย่างนั้น
ต้องยอมรับว่าหินก้อนนั้นของเฉิงอิ้นไม่ได้แค่ปัดมีดในมือนางทิ้งแต่ปัดความรู้สึกของนางตอนคิดลงมือสังหารคนทิ้งไปด้วย
หลินหลานหรูเหยียดมุมปากเล็กน้อย เขาช่างมาได้ถูกจังหวะ
"ท่านนั่งรอตรงนี้ที่เหลือให้ข้าเป็คนจัดการ"
หลังจากนั้นเฉิงอิ้นก็เดินออกจากเรือนไปพร้อมกับเสี่ยวจิงที่ยังคงช็อกเพราะใขั้นสุดผ่านไปพักใหญ่ก็เห็นเขากลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมอ่างทองแดง และผ้าขนหนูสะอาดในมือก่อนวางทั้งหมดลงบนโต๊ะเล็กข้างหัวเตียง
หลินหลานหรูล้างมือเปื้อนเืแล้วเช็ดจนสะอาดเอ่ยถามเฉิงอิ้นไปพร้อมว่า "เหตุใดเ้าจึงย้อนกลับมาไม่ใช่ข้าบอกอาจิงชัดแล้วรึว่าก่อนยามอิ๋นห้ามกลับเข้ามาเป็เ้าลืมของหรือนางสะเพร่า"
เื่นี้ทำให้นางคล้องใจอย่างมาก อย่าคิดทำให้ข้าระแวงเ้า
เฉิงอิ้นได้ยินชัดจึงเอ่ยตอบ"นางบอกข้าแล้ว เป็ข้าย้อนกลับมาเพราะสงสัยในคำพูดของคุณชายเย่า"
"เย่าเสวี่ยเฟิ่ง? เขาเอ่ยสิ่งใดกับเ้า"หลินหลานหรูถามกลับเหมือนไม่ใส่ใจเก็บมือเข้ามาในผ้าห่มแล้วกระชับผ้าห่มให้แน่นขึ้นส่วนตาเหลือบมองชายหน้าไฝซึ่งหมดสติไปเพราะเสียเืมากเรียบร้อยแล้วทว่าคำพูดของเฉิงอิ้นในเวลาต่อมาทำให้นางไม่สนใจไม่ได้
"ไม่มากขอรับแค่อย่าให้ท่านฆ่าคนเหมือนเช่นอดีต"
_____________________
[1] ยามอิ๋น คือ ่เวลาระหว่าง 3.00 น. ถึง 5.00 น.