บ้านตระกูลเสี้ยว
เสียงฝีเท้าเดินอย่างเร่งรีบ แทบจะเรียกว่าวิ่งก็ว่าได้
“อาการท่านแม่เป็อย่างไรบ้าง” เสี้ยวเทียนเหยา ถามอย่างร้อนอกร้อนใจ
“เอ่อ เอ่อ” พ่อบ้านหวัง ได้แต่อึกอัก
เสี้ยวเทียนเหยา ถามแต่ไม่ได้มองหรือรอฟังคำตอบจากพ่อบ้านแต่อย่างใด เขารีบเดินไปที่เรือนของผู้เป็มารดา
(เสี้ยวเทียนเหยา เดินทางไปตรวจราชการแผ่นดินตามพระบัญชาของฮ่องเต้ เมื่อกลับมาถึงเมืองหลวงเขาก็เข้าวังเพื่อถวายรายงาน หลังจากที่ถวายรายงานเสร็จ ฮ่องเต้ก็บอกให้เขากลับจวนของตระกูล ไม่ต้องอยู่รอเหล่าเสนาบดี)
เสียงประตูเปิดออกอย่างแรง ทำให้คนที่อยู่ในห้องต่างหันมาที่ประตู
“พี่ใหญ่” เสี้ยวิเอ๋อ ผู้เป็น้องสาวร้องขึ้นเมื่อเห็นพี่ชาย เสี้ยวเทียนเหยา หันมามองน้องสาวเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินตรงไปที่เตียงของมารดา และนั่งลงข้างๆ
“ท่านแม่ ท่านเป็อย่างไรบ้าง” พร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือมารดา
ลิ่วเจียง ผู้เป็มารดามองหน้าบุตรชายที่อยู่ตรงหน้า นางเอื้อมมืออีกข้างขึ้นมาลูบที่ใบหน้าของบุตรชายคนโต ที่ไม่ได้เจอหน้ากันเกือบ 1 ปี
“เ้าผอมไปนะเทียนเหยา”
เสี้ยวเทียนเหยา จับมือมารดาที่ลูบหน้าของตัวเอง “ลูกสบายดีขอรับท่านแม่ ั้แ่ท่านแม่ส่งอาหารไปบำรุงข้า ข้าก็น้ำหนักพุ่งขึ้นไม่หยุดเลย"
"แต่ท่านแม่”
“แม่ไม่ได้เป็อะไรมาก ไม่รู้ว่าทำไมพ่อ และน้องๆของเ้าถึงตื่นตระหนกใ ทำเป็เื่ใหญ่ไปได้”
เมื่อเสี้ยวเทียนเหยาได้ยินดังนั้น ก็ลุกขึ้นเดินไปหาผู้เป็บิดา ซึ่งนั่งเงียบอยู่ไม่ไกล
“ลูกคารวะท่านพ่อ”
“อืม” เสี้ยวเทียนจิน แตะไหล่บุตรคนโต
จากนั้นเสี้ยวเทียนเหยา ได้หันไปหาผู้เป็น้องสาวเสี้ยวิเอ๋อ
“พี่ใหญ่ ข้าดีใจที่ท่านกลับมา”
เสี้ยวเทียนเหยายิ้มให้น้องสาว เสร็จแล้วก็มองหาน้องชาย
เสี้ยวเทียนจิน ผู้เป็บิดาจึงพูดขึ้นว่า “อีก 2 หรือ 3 วัน เทียนซื่อ คงกลับมาถึง”
เสี้ยวเทียนเหยาพยักหน้ารับทราบ และเดินกลับไปที่เตียงของมารดา
(เสี้ยวเทียนเหยารู้ว่าผู้เป็น้องชายนั้น ชอบอิสระไม่ชอบให้ใครบังคับ บางครั้งก็ทำให้ผู้เป็บิดามารดากังวล)
ตกเย็นระหว่างรับประทานอาหาร เสี้ยวเทียนเหยาสังเกตเห็นว่าทุกคนในครอบครัวนั่งรับประทานอย่างเงียบๆ แต่ก็ยังไม่ถามอะไร รอจนกระทั่งถึงเวลาดื่มน้ำชาหลังอาหาร จึงได้เอ่ยขึ้นว่า
“ข้าอยากจะรู้ว่ายังมีเื่อะไรอีกหรือไม่ที่พวกท่านยังไม่ได้บอกข้า” เมื่อผู้เป็แม่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบเอ่ยขึ้นว่า
“ไม่มีอะไรหรอกแค่พ่อกับแม่ และน้องคิดถึงเ้าก็แค่นั้นเอง”