บทที่ 19 แลกเปลี่ยน
“นังเด็กปากเสีย แกนี่มันเป็คนอย่างไรกัน?” เจียงต้าไห่คิดไม่ถึงว่าเ้าเด็กอ้วนนี่จะปากคอเราะร้ายขนาดนี้
“ก็เป็คนแบบนี้แหละค่ะ อารองเคยถามเจียงผิงไหมว่าเธอเต็มใจจะแต่งงานหรือเปล่า? เด็กผู้หญิงเป็เครื่องมือไว้แลกเปลี่ยนสินสอดของพวกคุณหรือไง?”
เจียงต้าไห่พูดเต็มปากเต็มคำ “นี่คือการหมั้นหมายที่ปู่แกกำหนดไว้ก่อนตาย เขาไม่ได้บอกว่าแต่งกับคนไหนสักหน่อย ในเมื่อคนเขาไม่ถูกใจแก แกก็ควรจะไสหัวกลับมา”
ตอนนั้นผู้เฒ่าลู่มาที่บ้านเพื่อคุยเื่การหมั้นหมาย พวกเขาล้วนไม่เต็มใจ ได้ยินมาว่าลูกชายตระกูลลู่ถูกไฟไหม้จนเข้าโรงพยาบาล ใครจะรู้เล่าว่าจะเกิดอะไรขึ้น
งานการในเมืองก็ดูเหมือนจะหลุดหายเช่นกัน
ผู้เฒ่าลู่ให้เงินสินสอดสูงที่สุดในแปดหมู่บ้าน เจียงต้าไห่ที่ครอบครัวยากลำบาก รู้สึกอิจฉาตาร้อนอยู่บ้าง เขาอยากให้เจียงผิงลูกสาวบ้านตนแต่งออกไปแทน
ต่อให้ชายคนนั้นจะโดนไฟไหม้กลายเป็คนอัปลักษณ์ วันหน้าไม่อาจพบเจอใครได้อีก ลูกสาวจะะเืขวัญจนล้มป่วยหรืออะไรก็ตาม
แต่สินสอดส่วนนั้น สามารถแก้ปัญหาหลายอย่างของเขาในตอนนี้ได้
ทว่าพี่ใหญ่อย่างเจียงต้าิถือว่าตัวเองเป็ลูกคนโต ้าดึงตัวผู้เฒ่าลู่เข้าบ้านเสียให้ได้ หนำซ้ำชายชราคนนั้นยังตาไม่มีแวว มองปราดเดียวก็ถูกใจเด็กอ้วนคนนี้เข้า
“อารองยอมแพ้ซะเถอะค่ะ ฉันจะใช้ชีวิตกับลู่ฮ่าวให้ดี ผู้ชายบนโลกใบนี้ยังไม่ตายกันหมดเสียหน่อย ทำไมคุณอาถึงจ้องแต่จะฉกชิงคนรักของหนูไม่เลิกด้วย”
เจียงต้าิพึงพอใจกับท่าทีของเจียงหนานมาก “ได้ยินแล้วใช่ไหมเ้ารอง? อย่าตัดสินใจเองสุมสี่สุมห้า หนานหน่านบอกแล้วว่าจะใช้ชีวิตกับลู่ฮ่าวให้ดี พวกแกอยากทำอะไรก็ไปทำเถอะ”
ก่อนหน้านี้เจียงต้าิยังกลัวว่าเจียงหนานจะก่อความวุ่นวายไม่ยอมอยู่บ้านตระกูลลู่
แต่ตอนนี้เขาวางใจได้แล้ว
เจียงต้าไห่เดินมือไพล่หลังออกไปด้วยความโมโห
เจียงผิงที่ถักเปียสองข้างคลอเคลียหน้าตาสะสวย สวมเสื้อเชิ้ตลายดอกไม้ เดินตามหลังเขาไป ก่อนเหลือบมองเจียงหนานแวบหนึ่งแล้วขยิบตาให้เธอ
เจียงหนานพยักหน้าหงึกหงักแล้วตามหลังไป
ตอนเธอออกมาข้างนอก เจียงผิงกำลังกำเสื้อผ้าไว้แน่น รออยู่ที่นั่นด้วยท่าทางใจจดใจจ่อ
เมื่อเห็นเธอออกมา เจียงผิงก็รีบถาม “หนานหน่าน เธอไม่เป็ไรใช่ไหม คนคนนั้นทำเธอลำบากใจหรือเปล่า?”
เจียงหนานส่ายหัว “เปล่าเลย ฉันสบายดี”
“แล้วหน้าของเขา…” เจียงผิงถามด้วยความเป็ห่วง
“เสียโฉมน่ะ น่าสงสารมาก ถ้าฉันใจเสาะกว่านี้อีกนิด คงกลัวเขาตายเลย”
เจียงผิงผู้ขี้ขลาดได้ฟังเช่นนั้นสีหน้าก็เครียดขึง
เจียงหนานเห็นเจียงผิงเผยสีหน้าน่าพรั่นพรึงถอดสีเลยพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายว่า “เธออย่ากลัวเลย มีฉันอยู่ ยังไม่ถึงตาเธอะโลงกองเพลิง*[1] หรอก”
ชีวิตนี้เธอจะไม่มีวันยกลู่ฮ่าวให้ใครเด็ดขาด
เจียงผิงมองสาวอ้วนที่เคยขี้อายและเก็บตัวเหมือนกับเธอ บัดนี้ใบหน้าสดใสเปล่งปลั่ง รู้สึกเหมือนไม่รู้จักคนตรงหน้าขึ้นมา
ในเวลาสั้น ๆ เพียงสามวัน ั์ตาไร้ชีวิตชีวาคู่นั้นของเจียงหนานคล้ายว่ามีแสงสว่าง
หรือเป็เพราะหล่อนหนีจากสภาพแวดล้อมอันอึดอัดพ้นแล้ว?
ทั้งสองเดินไปยังข้างทางแล้วนั่งลง เจียงหนานดึงดอกหล่าปา*[2] เล็ก ๆ ดอกหนึ่งมาเล่นในมือ พูดกับเจียงผิงว่า
“ผิงผิง ฉันแต่งงานแล้ว เธอก็ต้องวางแผนสำหรับอนาคตเพื่อตัวเธอเองด้วยนะ ั้แ่เล็กจนโต เราสองคนรู้ไม่เท่าทันพวกเจียงเหมยกับเจียงเสวี่ยเลย ตอนนี้ชะตาชีวิตของฉันถูกกำหนดไว้แล้ว ฉันกลัวว่าพวกเขาจะไม่ปล่อยเธอไป”
“แล้วฉันควรทำอย่างไร?” เจียงผิงรวบจับมือเธอ มองมาอย่างทำอะไรไม่ถูก
หากปราศจากพี่น้องที่พึ่งพาอาศัยกัน เจียงผิงคงเหมือนเงาอันอ้างว้าง
“เธอเชื่อฉันไหม?” เจียงหนานมองญาติผู้น้องพลางเอ่ยถาม
“เชื่อสิ”
“เชื่ออย่างไม่มีเงื่อนไขได้หรือเปล่า?”
“ได้”
เจียงหนานมองรอบด้านอย่างระแวดระวัง พูดเสียงต่ำว่า “ฉันจะบอกอะไรให้ เกรงว่าเจียงต้าิคงเจรจาทำข้อตกลงกับพ่อเธอ ให้เธอแต่งเป็ภรรยาของพี่ใหญ่ฉัน”
ได้ยินเช่นนั้น เจียงผิงก็เบิกตากว้างด้วยความใ “อะไรนะ?”
“ให้ฉันแต่งเป็ภรรยา?” เธออุทานอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ทำไมต้องให้ฉันแต่งเป็ภรรยาด้วย พี่จื้อกังเป็แค่ลูกพี่ลูกน้อง อีกอย่างครอบครัวเธอยังมีเจียงเหมยนี่นา”
เจียงหนานแค่นเสียงเย็น “เจียงเหมย?”
“คนร้ายก็คือเจียงเหมยนั่นแหละ”
เจียงผิงตะลึงงันกับคำพูดของเจียงหนานจนปวดหัวตุบ
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องให้เธอแต่งเป็ภรรยาของเจียงจื้อกังด้วย
คล้ายว่าเธอตระหนกจนทึมทื่อ ปากขมุบขมิบอย่างเหม่อลอย คิดว่าเป็ไปไม่ได้ที่ พ่อจะให้เธอแต่งเป็ภรรยาพี่จื้อกัง
“เราสองคนเป็สิ่งกวนใจของตระกูลเจียงมาั้แ่เด็ก สำหรับพวกเขาเราเป็เพียงเครื่องมือแลกเปลี่ยนสินสอด ไม่ว่าเธอจะแต่งงานกับใคร พ่อของเธอก็ไม่สนใจหรอก พวกเขาสนใจแค่ผลประโยชน์ตรงหน้าเท่านั้น”
เจียงหนานวิเคราะห์ให้เจียงผิงฟัง “เจียงเหมยกับเจียงเสวี่ยเป็คนเฉลียวฉลาด ใจทะเยอทะยาน ตอนนี้สังคมพัฒนาแล้ว พวกหล่อนคงอยากเข้าไปในเมือง แต่เจียงจื้อกังเป็คนของตระกูลเจียง ไม่มีภรรยาก็หมดอนาคต”
ถ้อยวาจาของเจียงหนานกระทบจี้จุดของเจียงผิง
ใช่แล้ว เจียงเหมยกับเจียงเสวี่ย เมื่อก่อนก็วางแผนจะเข้าไปในเมือง
เจียงเหมยต้องไม่ยอมแต่งเป็ภรรยาให้เจียงจื้อกังแน่
ฝันร้ายนี้อาจตกอยู่กับเธอจริง ๆ
เจียงผิงตื่นกลัวมากจนสะอื้นไห้
เหตุใดชีวิตเธอช่างขมขื่นขนาดนี้
ทำไมชะตากรรมของหญิงสาวต้องถูกคนอื่นควบคุม แม้แต่เื่สำคัญในชีวิตก็ไม่อาจตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง
“อย่าร้องไห้สิ ฟังฉันก่อน”
เจียงหนานพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา “ถ้าวันนี้จู่ ๆ เจียงเหมยเป็มิตรกับเธอขึ้นมา แล้วชวนเธอไปนอนที่บ้าน เธอต้องระวัง...”
เจียงหนานอธิบายแผนการของเจียงเหมยให้เธอฟังอย่างกระชับ
เจียงผิงพยักหน้าหงึกหงัก “ถ้าหล่อนชวนฉัน ฉันต้องไม่ไป”
เจียงหนานส่ายหัว “ไม่ เธอต้องไป ในเมื่อพวกเขามีความคิดชั่วร้ายแบบนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเธอไม่ไป วันนี้ไม่ไปก็ยังมีพรุ่งนี้ พวกหล่อนคงมีวิธีแก้ปัญหา”
หลังจากฟังคำพูดของเจียงหนาน หัวใจของเธอก็จมลงสู่ก้นบึ้งอีกครั้ง
ไม่อยากเชื่อว่าเจียงเหมยจะชั่วร้ายขนาดนั้น
ทำไมผู้หญิงต้องทรมานผู้หญิงด้วยกันเองด้วย ทุกคนยังเป็พี่น้องแซ่เดียวกันแท้ ๆ
“เธอรับนี่ไว้...”
เจียงหนานยัดของสีขาวชิ้นเล็กให้เธอ แล้วพูดอะไรบางอย่างข้างหูเจียงผิง
เจียงผิงฟังจบก็ใจนหน้าซีดเผือด “หนานหน่าน ทำแบบนี้ได้หรือ? จะไม่เกิดเื่อะไรใช่ไหม?”
เจียงหนานสีหน้าเย็นเยือก “ถ้าเธอไม่ทำแบบนี้ เธอนั่นแหละจะเป็เื่ ฉันแค่สอนการปกป้องตัวเองให้เธอ เธอต้องพิจารณาเอาเอง”
เจียงผิงก้มหน้าลง
เธอยังไม่อยากเชื่อว่าเจียงเหมยจะทำร้ายเธอเพราะความเห็นแก่ตัว
“ผิงผิง ฉันรู้ว่าเธอจิตใจดีมาก แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เธอจะแสดงความเมตตา ถ้าไม่ทำร้ายฉัน ฉันก็จะไม่ทำร้ายใคร หากเธออยากโดนคนอื่นฆ่าแกง งั้นฉันไม่ขอออกความเห็น เมื่อกี้ฉันวิเคราะห์ให้เธอแล้ว อนาคตเธอจะพบเจอกับอะไร ถ้ารู้สึกว่าทนรับทั้งหมดนั้นได้ ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว”
เจียงผิงปาดน้ำตา เอ่ยขึ้นว่า “หนานหน่าน ฉันรู้ว่าเธอทำเพื่อฉัน ฉันเชื่อเธออยู่แล้ว แต่ทำไมพวกเขาถึงต้องทำแบบนี้ด้วย?”
เจียงหนานยิ้มอย่างขมขื่น “เมื่อก่อนฉันก็เคยอยากรู้ว่าทำไมพวกเขาถึงทำแบบนี้”
พูดตรง ๆ ก็คือทำเพื่อผลประโยชน์
ความเห็นแก่ตัวล้วน ๆ อย่างไรล่ะ
ใช้เธอแลกกับเงินสินสอดเพื่อชำระหนี้การพนัน เจียงเหมยวางแผนให้เจียงผิงแต่งเป็ภรรยาขของเจียงจื้อกัง อนาคตหล่อนจะได้พาเจียงเสวี่ยเข้าเมือง
เจียงต้าไห่ได้รับคำสัญญาจากพี่ใหญ่ ต่อไปสามารถเข้าเมืองไปเสพสุข เพียงเพราะได้เงินมาก้อนหนึ่งถึงยอมสละเจียงผิง
ทุกอย่างล้วนเป็กลอุบายที่พวกเขาวางไว้ล่วงหน้า ต้องบอกว่าเจียงเหมยในชาติก่อนฉลาดหลักแหลมมากจริง ๆ เ้าตัวรู้เสมอว่าตัวเองต้องทำอะไรถึงจะได้สิ่งที่้ามา
การที่เธอฉลาดเฉลียวนั้นไม่ผิด อยากจะมีชีวิตที่ดีก็ไม่ผิด แต่การเหยียบย่ำศพของพวกหล่อนขึ้นสู่ที่สูงแบบนี้มันโหดร้ายเกินไป
พอนึกถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในชาติก่อน จนตอนนี้หัวใจของเธอยังคงสั่นสะท้าน
เจียงหนานกำชับว่า “จากนี้ไป เธอต้องตื่นตัวตลอดเวลา ทำจิตใจให้เข้มแข็ง อย่าใอะไรง่าย ๆ คิดถึงอนาคตของตัวเองไว้ เธอจะยอมถูกใส่ร้าย ทำลายชื่อเสียง กลายเป็ที่น่าหัวเราะยามว่างหลังอาหารของทุกคนหรือ? เธอยินดีจะอยู่กับคนเหลวแหลกอย่างอู๋เอ้อร์จู้ตลอดชีวิตไหม? เขาเป็นักพนัน ถ้าเงินหมด จะขายภรรยาเขาก็ทำ”
ทุกประโยคทุกถ้อยคำของเจียงหนาน เจียงผิงไม่อยากแม้แต่จะคิดว่าจะเกิดขึ้นจริง
ถ้าเป็จริงขึ้นมา เธอคงไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
เมื่อได้ประสานสายตาที่เต็มด้วยคำถามของเจียงหนาน เธอตัดสินใจแล้วพยักหน้าอย่างแน่วแน่ “ฉันจำไว้แล้ว”
เธอเก็บของที่เจียงหนานมอบให้ใส่ในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง
*[1] กองเพลิง เป็อุปมา หมายความว่า ประสบเคราะห์ร้ายและความยากลำบาก
*[2] ดอกหล่าปา หรือในชื่ออังกฤษว่า Ipomoea nil เป็ดอกสายพันธ์ผักบุ้ง