วิถีบรรลุสุญตา

    ตอนที่ 15 การวางแผนในการพัฒนาความสามารถ

    ตอนที่ 15 การวางแผนในการพัฒนาความสามารถ


            ทั้งสองเริ่มฝึกการต่อสู้จำลองกัน เหว่ยหลิงใช้กระแสลมในการโจมตีและป้องกัน ขณะที่ซ่งหลินใช้เส้นใยไหมทองในการจับและควบคุมการเคลื่อนไหวของเหว่ยหลิง การฝึกฝนเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความท้าทาย


            “ข้าคิดว่าเราควรฝึกการทำงานร่วมกัน เราจะได้สามารถช่วยเหลือกันในการเผชิญหน้าอุปสรรค” เหว่ยหลิงเสนอ


            “ข้าตกลง ข้าคิดว่าเราสามารถพัฒนาความสามารถของเราได้ดีขึ้นถ้าเราฝึกฝนร่วมกัน” ซ่งหลินตอบ


            การฝึกฝนร่วมกันของเหว่ยหลิงและซ่งหลินไม่เพียงแค่ทำให้พวกเขาได้รับการพัฒนาความสามารถ แต่ยังเสริมสร้างมิตรภาพและความเข้าใจในกันและกัน ทั้งสองสามารถเรียนรู้จากกันและกัน และใช้ความสามารถของตนเองในการเสริมสร้างพลังและความมั่นใจในการเผชิญหน้ากับความท้าทายที่รออยู่ในอนาคต

             

            ยามเย็นในสวนหยกเขียว สถานที่ที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องผ่านต้นไม้สูงใหญ่ สร้างลำแสงสีทองที่ตกกระทบพื้นหญ้าและดอกไม้ที่บานสะพรั่ง สายลมเย็นๆ พัดผ่าน ทำให้บรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลาย เหว่ยหลิงและซ่งหลินนั่งพักผ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ หลังจากการฝึกฝนร่วมกันมาตลอดทั้งบ่าย


            “เหว่ยหลิง ข้าคิดว่าเราควรหาวิธีในการพัฒนาความสามารถของเราให้ดียิ่งขึ้น” ซ่งหลินพูดขณะที่นั่งพิงต้นไม้และมองท้องฟ้า


            “ข้าก็คิดเช่นกัน การฝึกฝนที่เราทำอยู่นี้เป็๲เพียงจุดเริ่มต้น เราต้องหาวิธีที่จะเพิ่มพลังปราณและปรับปรุงทักษะของเรา” เหว่ยหลิงตอบพร้อมกับพยักหน้า


            ซ่งหลินหยิบสมุดบันทึกออกมาและเปิดดู “ข้าจดบันทึกเกี่ยวกับวิชาปราณและเทคนิคต่างๆ ที่เราได้เรียนรู้มา ข้าคิดว่าเราควรศึกษาเพิ่มเติมจากตำราในห้องสมุด เพื่อหาเทคนิคใหม่ๆ และปรับปรุงทักษะของเรา”


            “ข้าตกลง เราควรใช้เวลาในห้องสมุดเพื่อศึกษาและหาวิธีที่จะพัฒนาความสามารถของเรา” เหว่ยหลิงตอบ


            ซ่งหลินหยุดคิดและเสนอ “นอกจากการศึกษาแล้ว ข้าคิดว่าเราควรหาครูฝึกหรืออาจารย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อขอคำแนะนำและการฝึกฝนเพิ่มเติม”


            เหว่ยหลิงพยักหน้าเห็นด้วย “ข้าเห็นด้วยกับเ๽้า การได้รับคำแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์จะช่วยให้เราพัฒนาได้เร็วขึ้น ข้าคิดว่าอาจารย์หวังชางน่าจะช่วยเราได้”


            “ข้าก็คิดเช่นกัน อาจารย์หวังชางมีความรู้และประสบการณ์มาก ข้าเชื่อว่าเขาจะสามารถช่วยเราได้” ซ่งหลินกล่าว


            เหว่ยหลิงหยิบสมุดบันทึกของเขาออกมาและเริ่มจดบันทึกแผนการพัฒนาความสามารถ “เราควรเริ่มจากการศึกษาเพิ่มเติมในห้องสมุด แล้วจึงขอคำแนะนำจากอาจารย์หวังชาง หลังจากนั้นเราจะฝึกฝนตามคำแนะนำและทดสอบเทคนิคใหม่ๆ ที่เราได้เรียนรู้”


            ซ่งหลินยิ้มและพยักหน้า “ข้าชอบแผนนี้ ข้ารู้สึกว่ามันจะช่วยให้เราพัฒนาได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”


            เหว่ยหลิงและซ่งหลินนั่งพูดคุยและวางแผนการพัฒนาความสามารถของพวกเขาในสวนหยกเขียว บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบและเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์ยามเย็น ความมุ่งมั่นและความตั้งใจของพวกเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่พวกเขาวางแผนการฝึกฝนและการพัฒนาตนเอง


            “ข้ารู้สึกว่าพวกเราจะสามารถทำได้ดีในการฝึกฝนและพัฒนาตนเอง ข้าตั้งตารอที่จะได้เห็นผลลัพธ์ของความพยายามของเรา” เหว่ยหลิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง


            “ข้าก็รู้สึกเช่นกัน ข้าดีใจที่มีเพื่อนที่มุ่งมั่นและมีความตั้งใจเช่นเ๽้าเหว่ยหลิง เราจะสามารถผ่านทุกอุปสรรคไปได้ด้วยกัน” ซ่งหลินตอบพร้อมกับรอยยิ้ม


            การวางแผนในการพัฒนาความสามารถไม่เพียงแต่ทำให้เหว่ยหลิงและซ่งหลินมีความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจในการฝึกฝน แต่ยังเสริมสร้างมิตรภาพและความเข้าใจในกันและกัน ทั้งสองคนรู้ว่าการพัฒนาตนเองเป็๲สิ่งที่ต้องใช้ความพยายามและความตั้งใจ และพวกเขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า

              

            การศึกษาวิชาใหม่ในห้องสมุด

            ยามบ่ายที่เงียบสงบในห้องสมุดของสถาบันหลงหยวน แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านหน้าต่างกระจกสีสร้างลวดลายสีสันสดใสบนพื้นหินขัด บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบและเงียบงัน มีเสียงเพียงการพลิกหน้าหนังสือและเสียงเขียนของปากกาบนกระดาษเท่านั้น


            เหว่ยหลิงและซ่งหลินนั่งอยู่ที่โต๊ะยาวในมุมหนึ่งของห้องสมุด รอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยตำราวิชาปราณที่วางเรียงรายบนโต๊ะ ทั้งสองกำลังตั้งใจศึกษาเทคนิคและวิชาปราณใหม่ๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาความสามารถของตน


            “เหว่ยหลิง ดูนี่สิ ข้าพบวิชาที่น่าสนใจ มันเรียกว่า ‘ปราณสายฟ้าผ่าฟ้า’” ซ่งหลินพูดพร้อมกับยื่นหนังสือให้เหว่ยหลิงดู


            “ขอบใจเ๯้าซ่งหลิน ข้าจะศึกษาและลองฝึกวิชานี้” เหว่ยหลิงตอบพร้อมกับรอยยิ้ม


            ขณะที่เหว่ยหลิงเปิดหนังสือและเริ่มอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับวิชาปราณสายฟ้าผ่าฟ้า เขารู้สึกถึงความเย็นเฉียบที่ไหลผ่านร่างกายของเขา ความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากบรรยากาศในห้องสมุด แต่เป็๞ความรู้สึกที่มาจากภายในจิตใจของเขา


            ทันใดนั้น เหว่ยหลิงก็เห็นภาพในจิตใจของเขา ภาพของสถานที่ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง สายลมที่พัดผ่านสร้างเสียงหอนและความเย็นที่ทำให้เขารู้สึกหนาวเหน็บ


            “นี่มัน...คือที่ไหน?” เหว่ยหลิงคิดในใจขณะมองภาพในจิตใจของเขา


            ในภาพนั้น เหว่ยหลิงเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับเขา แต่มีความสง่างามและแข็งแกร่งมากกว่า ชายหนุ่มคนนั้นกำลังฝึกฝนวิชาปราณที่เรียกว่า ‘วายุเหมันต์’ 


            วายุเหมันต์หนาวเหน็บเย็นเยียบฟ้า สายลมกล้าแหวกพรมแดนดินแดนใหญ่

            หิมะพร่างพรายปกคลุมทั่วหทัยน้ำแข็งใสทลายฝันตัดผ่านพลัน

            พลังลมเย็นช่างแกร่งในความสงบคลื่นลมลบศัตรูพาลราวกับฝัน

            ใจเข้มแข็งไม่ท้อถอยฝ่าภยันวายุเหมันต์ทรงพลานุภาพไร้เทียมทาน


            เขาเห็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและแม่นยำของชายหนุ่ม การใช้พลังปราณในการสร้างกระแสลมเย็นและน้ำแข็งที่สามารถตัดผ่านทุกสิ่ง


            “วิชานี้คือ...วายุเหมันต์” เหว่ยหลิงพูดเบาๆ ขณะที่ภาพในจิตใจของเขาชัดเจนขึ้น


            ในขณะเดียวกัน ซ่งหลินที่นั่งอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นว่าเหว่ยหลิงมีท่าทางแปลกๆ เขาจึงถามด้วยความเป็๲ห่วง “เหว่ยหลิง เ๽้าเป็๲อะไรหรือเปล่า?”


            เหว่ยหลิงตื่นจากภาพในจิตใจของเขาและหันมามองซ่งหลิน “ข้า...ข้าเห็นภาพในจิตใจของข้า มันเหมือนกับความทรงจำที่ถูกปลุกขึ้นมา ข้าเห็นวิชาที่เรียกว่า ‘วายุเหมันต์’”


            “วายุเหมันต์? ข้าไม่เคยได้ยินวิชานี้มาก่อน แต่มันฟังดูน่าสนใจ” ซ่งหลินพูดด้วยความตื่นเต้น


            “ข้ารู้สึกว่ามันเป็๲วิชาที่ข้าต้องฝึกฝน ข้ารู้สึกถึงพลังและความแข็งแกร่งของมัน” เหว่ยหลิงพูดขณะคิดถึงภาพในจิตใจของเขา


            ซ่งหลินยิ้มและตบไหล่เหว่ยหลิงเบาๆ “ถ้าเ๽้ารู้สึกว่ามันเป็๲วิชาที่สำคัญ ข้าคิดว่าเ๽้าควรฝึกฝนมัน ข้าจะช่วยเ๽้าในทุกๆ ทางที่ข้าทำได้”


            “ขอบใจเ๽้าซ่งหลิน ข้ารู้สึกว่าเรามีโชคชะตาที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน” เหว่ยหลิงตอบด้วยความมุ่งมั่น


            ทั้งสองนั่งศึกษาและฝึกฝนวิชาปราณต่อไปในห้องสมุด บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตั้งใจและความมุ่งมั่น เหว่ยหลิงรู้สึกถึงพลังของวายุเหมันต์ที่ประทับในจิตใจของเขา และเขามุ่งมั่นที่จะฝึกฝนวิชานี้เพื่อพัฒนาความสามารถของเขาให้ดียิ่งขึ้น


            การค้นพบวิชาวายุเหมันต์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็๲การเพิ่มพูนความรู้และทักษะของเหว่ยหลิง แต่ยังเป็๲การเชื่อมโยงเขากับอดีตและความทรงจำที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของเขา ทำให้เขามีแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองมากขึ้น

              

            การฝึกฝนวิชาใหม่

            ยามเช้าที่สนามฝึกซ้อมของสถาบันหลงหยวน แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านใบไม้ใหญ่ สร้างลำแสงสีทองที่ตกกระทบพื้นหญ้า สายลมเย็นๆ พัดผ่านสร้างบรรยากาศที่สดชื่นและเงียบสงบ นักเรียนหลายคนกำลังฝึกฝนวิชาปราณของตนเองท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น


            เหว่ยหลิงและซ่งหลินเลือกพื้นที่ในสนามฝึกซ้อมที่ห่างไกลจากเสียงรบกวนเพื่อให้สามารถมุ่งมั่นในการฝึกฝนวิชาวายุเหมันต์ได้ เหว่ยหลิงมีสมุดบันทึกที่เขาจดเทคนิคและวิธีการฝึกฝนที่ได้มาจากความทรงจำในชาติที่แล้ว