ตอนที่ 13 หอบุปผาผลิบาน
"ไม่เป็ไรหรอก ไปกันเถอะ"
"จริงสิ แต่ก่อนอื่นขอข้าแต่งตัวเสียก่อน"
ลู่หาน คาดเดาต่อให้มีคนมาแอบดูตนอยู่ หากตนเองออกไปเดินเล่นดีกว่ามานั่งอุดอู้อยู่ในห้องจะทำให้อีกฝ่ายคิดว่าน้องชายของตนยังคงทำตัวไร้สาระ ไร้แก่นสารไปวันๆเช่นเดิม จึงไม่มีความจำเป็ต้องจับตาดูอยู่อีกต่อไปแน่
แต่สาวใช้เหยาเหยา ก็ยังเป็ห่วง ภัยอันตรายข้างนอกรูปแบบอื่นอีกมากมาย ที่คุณหนูของตนยังไม่เคยพบเจอ จึงกลัวว่าจะมีเื่ไม่ดีอย่างอื่นเกิดขึ้นมาแทน
ลู่หาน ไม่คิดจะฟังเื่ที่สาวใช้เตือนอีก จึงตัดสินใจลากออกมาเดินเล่นด้วยกันทันที
ลู่หาน ที่คิดว่าบางทีสาวใช้คนนี้ก็กังวลเื่ของตนมากเกินไป แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะคิดเช่นนั้น เพราะภายนอกตัวตนของตนก็คือ เด็กน้อยอายุ 10 ปีเท่านั้น จึงไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะเป็ห่วงความปลอดภัยของตนเองขนาดนี้
"คุณหนูค่ะ อย่าพาข้าเดินไปนอกตระกูลเลยค่ะ"
"แต่ถ้าคุณหนูอยากออกไปเดินด้านนอกตระกูลนัก ข้าจะเป็เพื่อนเดินตามไปด้านหลังท่านดูแลห่างๆ จะคอยระวังหลังให้ไม่ให้คาดสายตา"
สาวใช้ กล่าวขึ้นมา เมื่อตอนนี้ตนเองต้องถูกลากออกมาด้วยฝีมือคุณหนูตนเอง จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องจำใจออกมาเดินเล่นด้วยกัน แต่ก็ยังมีช่องว่างระหว่างการเดินด้วยกัน โดยเดินแบบเว้นระยะห่างซึ่งกันและกัน จึงดูแปลกตาอย่างมาก
"ทำไมเ้าถึงเดินห่างเช่นนั้นละ"
"เ้ารังเกียจข้า ไม่อยากเดินใกล้ชิดข้าขนาดนั้นเชียวรึ"
ลู่หาน ที่ไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่าย ที่เดินห่างราวกับรังเกียจตนเองขนาดนั้น เหมือนกับตัวเองเป็ตัวน่าขยะแขยงอะไรสักอย่าง
"ไม่ใช่นะค่ะ ข้าไม่ได้คิดอย่างงั้นเลย"
"คุณหนูไม่ใข่ตัวน่ารังเกียจ ขยะแขยงอะไรเลย"
"แต่ข้านี้สิ"
สาวใช้ รีบอธิบายออกมา กลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด ไม่มีทางที่ตนเองจะคิดกับคุณหนูว่าเป็ตัวน่ารังเกียจแน่นอน
"มีอะไรรึ"
ลู่หาน ที่เห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไป จึงประหลาดใจเหมือนกับว่าจะพูดอะไรบางอย่างต่อออกมา
"แต่ข้ามีใบหน้าที่อัปลักษณ์ ข้าไม่อยากให้คุณหนูมาเดินเคียงข้างกับคนอัปลักษณ์เช่นข้า"
"ข้าก็เลยคิดว่า ควรเดินห่างๆกับคุณหนูเพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์คุณหนูต้องมัวหมอง"
สาวใช้เหยาเหยา ที่มีใบหน้าค่าตาที่อัปลักษณ์ จึงคิดว่าตนเองไม่มีค่าพอจะเดินเคียงข้างคุณหนูของตนเช่นนี้
"ทำไมเ้าคิดแบบนั้นกัน ข้าไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะ"
ลู่หาน ยังจดจำค่ำคืนก่อนที่จะสลบไปเพราะปลุกชีพจรลมปราณได้ดี ว่าอีกฝ่ายต้องเคยมีใบหน้าที่สวยสดงดงามแน่นอน แต่แม้จะมีใบหน้าที่อัปลักษณ์ก็หาใช่รังเกียจไหม
หากใบหน้าอัปลักษณ์ แต่มีจิตใจดี มีเมตตา ดีกว่าบางคนที่มีใบหน้างดงาม แต่มีจิตใจโหดร้าย เลวทราม ต่ำช้า คนแบบนั้นยิ่งน่ารังเกียจเสียยิ่งกว่ารูปลักษณ์ภายนอกอีก
"คุณหนูอย่าเข้ามาใกล้ข้านะค่ะ"
สาวใช้เหยาเหยา ที่รู้สึกดีเมื่อคุณหนูของตนไม่คิดจะรังเกียจตนเอง แม้ตอนนี้ความจำเสื่อม แต่นิสัยก็ยังไม่เคยเปลี่ยนไปเลย แต่ยังไงเหยาเหยาที่ยังคงไม่อาจทำใจรับได้กับเื่ใบหน้าของตน แล้วชื่อเสียง หน้าตาของคุณหนูที่ไม่อยากให้แปดเปื้อนคนอื่นดูถูก จึง้าที่จะเดินเว้นระยะห่างกันอยู่ดี
"เลิกเื่มากได้แล้ว ข้าอยากเดินเล่นมากแล้ว ไปเถอะ"
ลู่หาน ไม่อยากเสียเวลามาเถียงเื่พวกนี้กับสาวใช้คนนี้อีก จึงตัดสินใจจูงมือลากเดินเข้ามาในเมืองทันที
นครการะเวก เป็เมืองที่มีเสน่ห์เมืองนึงเลย โดยเป็เมืองที่มีผู้คนมากมายมาตั้งรกราก ตั้งถิ่นฐานที่นี้กันเยอะมาก จึงทำให้มีการเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มีตระกูล สำนัก นิกาย พรรค ตั้งกระจัดกระจายกันไป
ซึ่งตำหนักเก้ายอด ก็เป็สถานที่มีชื่อเสียง โด่งดังของนครแห่งนี้ มีลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมาก แล้วเป็เหมือนกับสถานที่สำคัญแห่งนึงในนครการะเวกแห่งนี้เลย
"นั้นมัน สาวใข้เหยาเหยา ไม่น่าเชื่อจะกล้าออกมาเดินในที่แบบนี้โดยไม่ปกปิดใบหน้าเช่นนี้"
"วันนี้ไม่คิดจะเอาที่ปิดหน้ามาบดบังใบหน้าอัปลักษณ์นั้นด้วยรึไง"
"รึว่าจะทำใจกับเื่ใบหน้าอัปลักษณ์ของตนเองได้แล้วรึ"
กลุ่มหญิงสาว ที่ออกมาเดินจับจ่ายสินค้า ต่างมองเห็นสาวใช้เหยาเหยากำลังเดินตรงมาที่เดินสำรวจร้านค้าต่างๆอยู่ จึงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปทักทายเยาะเย้ยออกมาทันที
สาวใช้ เหยาเหยา ที่ได้ยินเสียงทักทายเยาะเย้ยถากถางตนเองออกมา จึงหันไปดูแล้วจดจำคนเหล่านี้ได้ทันที จึงพยายามจะจูงมือคุณหนูของตนรีบเดินจากไป
"เ้าพวกนี้เป็ใครกัน"
ลู่หาน ที่ไม่รู้จักกลุ่มหญิงสาวพวกนี้ จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อตนเองเห็นสาวใช้ พยายามจะลากตนเดินจากไปทันทีที่หญิงสาวพวกนี้เอ่ยเยาะเย้ยถากถางใส่สาวใช้เหยาเหยา
"คนเหล่านี้ พวกนางมาจาก หอบุปผาผลิบาน น่ะค่ะ"
สาวใช้เหยาเหยา ที่ลังเลจะกล่าวออกมา แต่เมื่อคิดว่าคุณหนูของตนยังเด็กอยู่จึงไม่น่าจะเข้าใจสถานที่แบบนี้ดีนัก จึงเอ่ยตอบออกมา
"อ๋อ ที่แท้ก็นางบำเริง นี้เอง"
"ข้านึกว่าพวกนางจะมีฐานะสูงศักดิ์ หรือคุณหนูลูกผู้ดีมามาจากไหน ที่แท้ก็แค่นางบำเริง ทาสกามอารมณ์ให้แก่เหล่าชายหนุ่มนั้นเอง"
"ไหนๆ พี่สาวคนไหนเอ่ย ที่เป็นางหออันดับหนึ่งของหอกัน ช่วยแสดงตัวหน่อย"
ลู่หาน ที่ตอบแบบไม่เกรงใจใคร กล่าวออกมาอย่างเสียงดัง จนทำให้เหล่าหญิงสาวหน้าแดงปรื๊ดออกมา ทั้งอับอายขายหน้า ทั้งโกรธเคือง กับลู่หาน ที่เป็เพียงแค่เด็กน้อยไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม กับกล่าววาจาดูถูกพวกตนเสียงดังเช่นนี้ ราวกับ้าประจานพวกนางเลยทีเดียว
"คุณหนูค่ะ พูดเช่นนั้นมันออกจะ แถมยังดังขนาดนั้นอีกด้วย"
สาวใช้เหยาเหยา ที่ไม่คาดคิดว่าคุณหนูของตนเองจะรู้จักสถานที่เช่นนั้นด้วย แล้วยังรู้ด้วยว่าเป็สถานที่แบบไหนกันแน่ แถมยังรู้จักอาชีพ ลักษณะงานของพวกนางเสียอีก
สาวใช้เหยาเหยา ที่อยู่ใกล้ชิดกับคุณหนูของตนแทบตลอดเวลา คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่เคยเห็นคุณหนูของตัวเองออกมาเที่ยวสถานที่แบบนั้นเลย แล้วคุณหนูไปรู้เื่พวกนี้มาจากไหนกัน แถมยังรู้รายละเอียดดีมากจนเหมือนกับว่าตนเองเคยไปลองใช้บริการมาแล้วยังไงยังงั้น