บทที่ : 25
“เ้าหมายความว่าอย่างไร...”
หนึ่งในลิ่วล้อตัวประกอบเอ่ยถามด้วยท่าทางที่ไม่สู้ดีนัก เท่าที่พวกเขาจำได้ ในเมืองนี้มีแค่สามตระกูลหลังกับจวนเ้าเมืองเท่านั้นที่พวกเขาไม่อาจจะล่วงเกินได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือตระกูลตู้กู่ของตู้กู่หยุนเฟิ่ง แน่นอนว่าหากเป็หนึ่งในตระกูลตู้กู่พวกเขาจะต้องรู้จักแน่นอนอยู่แล้ว
หรือต่อให้มาจากอีกสองตระกูลเองหากมีคนที่โดดเด่นขนาดนี้ อย่างน้อยพวกเขาจะต้องรู้ข่าวคราวมาบ้าง เพราะไม่มีทางเลยที่ตระกูลใหญ่จะละเลยการป่าวประกาศถึงคนที่โดดเด่นขนาดนี้...
สำหรับจวนเ้าเมืองก็ยิ่งเป็ไปไม่ได้เข้าไปใหญ่ เพราะเท่าที่พวกเขารู้ จวนเ้าเมืองนั้นทายาทสายหลักของพวกเขามีแค่ผู้ชายเท่านั้น และอายุก็เกินยี่สิบไปหมดแล้ว ไม่มีทางจะมีผู้หญิงที่เพิ่งผ่านวัยปักปิ่นโผล่มาอย่างแน่นอน
แล้วนางเป็ใครกัน...
“ก็หมายความตามนั้น” เยว่ฮวาไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติม ซึ่งก็ใช่ว่านางไม่เข้าใจความคิดของอีกฝ่าย เพราะแต่เดิมนางก็คาดหวังให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นอยู่แล้ว ซึ่งนางก็ตั้งใจที่จะเล่นเป็หมูกินเสือั้แ่แรก จึงให้ท่านองครักษ์แยกตัวออกไป
หรือต่อให้ไม่มีนางก็ยังคงสามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกกว่า เพราะสุดท้ายแล้วนอกจากพี่สาวหลิงหลินแล้ว นางก็ไม่ได้คิดที่จะไว้ใจใครที่นางไม่ได้ตรวจสอบมาก่อนอย่างเด็ดขาด
ซึ่งแน่ชัดแล้วว่าท่านองครักษ์นั้นพักดีต่อบิดามากกว่านาง...
ส่วนคนพวกนี้ที่ไม่รู้จักตัวตนของนางก็ไม่ได้แปลกอะไร อันที่จริงการที่นางมีตัวตนอยู่จนถึงตอนนี้ต่างหากที่มันแปลก เพราะั้แ่มารดาของนางเสียไปนางก็แทบจะไม่มีตัวตนอยู่ในตระกูลจางเลย การที่คนนอกจะไม่รู้ถึงการมีตัวตนของนางก็คงไม่แปลกอะไร เพราะสุดท้ายแม่เลี้ยงก็ยังคงเป็แม่เลี้ยง ที่ไม่้าให้นางมีตัวตนอยู่ั้แ่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว
ที่สำคัญก็คือบิดาของนางนั้นจัดการทุกอย่างได้เงียบเชียบมาก ทำให้ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ เื่ภายในแทบที่จะไม่เล็ดลอดออกมาเลย ตัวตนของนางก็เท่ากับเป็สิ่งแปลกปลอมที่เพิ่งจะโผล่ออกมาจากความว่าเปล่า...
“แต่ถึงอย่างไรเ้าก็ต้องขอโทษนาง เพราะจะอย่างไรเ้าก็ทำร้ายนางอยู่ดี”
“ยัง...ยังไม่จบอีก” เยว่ฮวายิ้มจางๆ กับท่าทางราวกับเด็กน้อยที่ไม่ยอมท่าเดียว นางจึงอยากจะสั่งสอนเ้าคุณชายเอาแต่ใจนี่สักหน่อย “เอาล่ะจะอย่างไรข้าก็ไม่ขอโทษหรอกนะ เพราะข้าแค่ป้องกันตัวเอง คงไม่มีใครมาว่าข้าผิดได้ แต่ถ้าพวกเ้าไม่ยอมถ้าอย่างนั้นจะลองเข้ามารุมทำร้ายเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ พร้อมๆ กันเลยก็ได้นะ ถ้ามันทำให้พวกเ้าสบายใจ”
“ไม่ต้องมาทำมาเล่นเป็หมูกินเสือ ข้าไม่คิดว่าเ้าจะมีพื้นหลังที่สูงส่งอะไร และไม่เคยมีใครกล้ามาลูบคมข้ามาก่อน!” ชายหนุ่มที่รู้สึกหงุดหงิดอย่างประหลาดมาั้แ่เมื่อกี้นี้แล้วก็ไม่คิดที่จะทนอะไรอีกต่อไปแล้ว “พวกเ้าไปจับตัวนางไว้ วันนี้ข้าจะสั่งสอนนางแทนบิดามารดานางเอง ว่าโลกนี้มีคนมากมายที่ไม่ควรจะล่วงเกิน!!”
“...”
“...”
“...”
เมื่อชายหนุ่มมีโทสะ ผู้คนโดยรอบที่กำลังเฝ้าดูเื่ราวก็เหมือนจะพากันออกห่างไป เพราะจะอย่างไรจอมอันธพาลประจำเมืองก็ยังเป็จอมอันธพาลอยู่เช่นเดิม ซึ่งก็ใช่ว่าเื่นี้ไม่เคยเกิดขึ้น ซึ่งสุดท้ายคนที่กล้าจะทำแบบนี้ก็ไม่กล้าโผล่หน้ามาที่นี่อีก
“เอาเป็ว่าข้าได้เตือนไปแล้วก็แล้วกัน หลังจากนี้หวังว่าพวกเ้าจะสามารถยอมรับผลที่ตามมาได้ เพราะข้าคงไม่ต้องบอกหรอกนะว่าเมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น คงจะไม่มาจบลงง่ายๆ อย่างการพูดคุยดีๆ แบบนี้อีก...”
เยว่ฮวาเปลี่ยนท่าทีขึ้นมาอย่างฉับพลัน พลางส่งสายตาห้ามปรามไปยังทางหนึ่ง ซึ่งทางนั้นมีผู้คนรวมกันอยู่หลายคน และหนึ่งในนั้นก็มีคนที่นางคุ้นเคยรวมอยู่ด้วย
“...”
ซึ่งเมื่อได้เห็นท่าทางของนางอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับคำน้อยๆ แต่ก็ไม่ได้จากไปไหน เพียงแค่มองไปยังทิศทางๆ ...
“...”
ซึ่งเยว่ฮวาได้เห็นดังนั้นก็มองตามสายตาของอีกฝ่ายไป ถึงได้พบเจอกับเื่น่าสนใจเข้า...
แต่แตกต่างจากเยว่ฮวาที่กำลังรู้สึกตื่นเต้นกับเื่ราวที่ตจะเกิดขึ้น ผู้คนจำนวนไม่น้อยกำลังมองไปทางหญิงสาวด้วยความสงสารจับใจ...
‘น่าสงสารแม่หนูคนนี้จริงๆ’
นี่คือสิ่งที่ไหลเวียนอยู่ในความคิดของผู้คนที่รายล้อมที่นี่อยู่ แต่สงสารก็ส่วนสงสาร จะให้พวกเขาไปมีเื่กับตระกูลตู้กู่เพราะหญิงไม่มีหัวนอนปลายเท่าใครเลยจะกล้า
ในคราแรกพวกเขาก็คิดว่าแม่หนูผู้นี้ก็จะมีพื้นหลังที่สูงส่งไม่น้อย แต่จนแล้วจนรอดตอนนี้ก็ไม่มีใครโผล่ออกมาช่วยนางเลยสักคน นางอาจจะเป็แค่คนที่พยายามเขียนเสือให้วัวกลัวก็เท่านั้น
เฮ้อ...
เยว่ฮว่ที่ทดสอบบรรยากาศโดยรอบได้จนเป็ที่พอใจแล้ว ก็ถอนหายใจออกมา แล้วมองไปยังตัวประกอบเบอร์หนึ่งสองสามสี่ ที่กำลังย่างกรายเข้ามาด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ
‘เ้าพวกนี้มันโง่ขนาดนี้แล้วทำไมถึงสามารถกร้างแล้วยังโตมาได้จนถึงตอนนี้กัน’ ที่นางถอนหายใจไม่ใช่อะไร แต่เ้าเด็กพวกนี้ไม่รู้สึกเลยหรือไงว่ารอบๆ นี้มีคนแปลกๆ เพิ่มมากี่คนแล้ว
และที่สำคัญหนึ่งในนั้นก็มีองครักษ์ส่วนตัวของนางรวมอยู่ด้วย
แต่ก็นะในคราแรกนางเองก็ไม่รู้หรอก เพียงแต่เมื่อสังเกตเห็นท่านองครักษ์ และคนแปลกๆ หลายคนกำลังยืนคุมเชิงกันอยู่ นางจึงทอดสายตามองไปรอบๆ ทำให้นางมองเห็นคนที่ ‘ดูดี’ หลายๆ คนที่เฝ้ามองเหตุการณ์นี้จากมุมต่างๆ
‘ก็ได้ ในเมื่อพวกเ้าอยากจะตรวจสอบนักก็ดูเสียให้เต็มตา ว่าข้าคือคนที่พวกเ้าจะเล่นด้วยได้ง่ายๆ หรือไม่’
“พี่หลินหลบไปข้างหลังก่อน”
“แต่คุณหนูเ้าค่ะ...”
“เถอะน่าพี่ คนอย่างเ้าพวกนี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก พี่ไม่ต้องเป็ห่วงไป”
“เปล่าเ้าค่ะ ข้าไม่ได้ห่วงเื่นั้น”
“แล้ว...”
“...เอ่อ” หลิงหลินไม่รู้จะกล่าวอย่างไรออกไปดี เพราะนางนั้นได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณหนูตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมากับสองตานี้ ทำให้นางรู้ดีว่าตอนนี้คุณหนูของนางนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน
“อย่างไรอย่าหนักมือนะเ้าคะ ข้ากลัวพวกเขาจะเป็อะไรไปแล้วมันจะกลายเป็เื่ใหญ่เ้าค่ะ”
..............................................