บทที่ 5 คืนแรกในกระท่อมเก่าซอมซ่อ
หลังจากมื้อค่ำที่เรียบง่ายที่สุดในชีวิตผ่านพ้นไปซุปผักกาดขาวใสๆ กับแผ่นแป้งข้าวโพดเนื้อหยาบที่ฝาดคอ หลินชิงเหอก็ได้เห็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของเด็กน้อยทั้งสองต้าเป่าและเสี่ยวเป่ากินจนหยดสุดท้ายก่อนจะช่วยกันเช็ดถูถ้วยดินเผาอย่างทะนุถนอมราวกับว่ามันเป็ภาชนะล้ำค่า
"แม่ครับ...วันนี้ซุปอร่อยที่สุดเลย"เสี่ยวเป่าพึมพำขณะที่หนังตาเริ่มหย่อนคล้อยเพราะความอิ่มและความเหนื่อยล้า
ชิงเหออุ้มเด็กชายตัวเล็กขึ้นมาแนบอกร่างกายของเขาเบาหวิวราวกับปุยเมฆจนเธอรู้สึกสะท้อนใจ เธอนำเด็กทั้งสองไปนอนบน 'คัง' หรือเตียงเตาที่เริ่มมีความอุ่นจางๆจากฟืนที่ต้าเป่าไปหามา เธอจัดแจงห่มผ้าห่มผืนบางที่มีรอยปะชุนนับไม่ถ้วนให้พวกเขา
"นอนซะนะพรุ่งนี้แม่จะพาไปหาของอร่อยกว่านี้" เธอประทับจูบเบาๆบนหน้าผากของเด็กทั้งสอง ซึ่งเป็ท่าทางที่เธอไม่เคยทำกับใครมาก่อนในโลกอนาคต
เมื่อเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอดังขึ้นในความเงียบชิงเหอก็ทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง ความเงียบของหมู่บ้านในชนบทปี 1983 นั้นช่างน่าประหลาดใจ มันไม่มีเสียงรถยนต์ไม่มีเสียงแอร์ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนและเสียงลมที่พัดผ่านรอยแตกของฝาผนัง
เธอยกมือขึ้นกุมขมับความทรงจำของเ้าของร่างเดิมยังคงทำหน้าที่เหมือนฐานข้อมูลที่ค่อยๆอัปโหลดเข้าสู่สมองของเธอ และนั่นทำให้เธอต้องชะงักเมื่อพบความจริงบางอย่าง
"หลินชิงเหอ"เธอกระซิบชื่อนั้นออกมา
น่าอัศจรรย์เหลือเกินที่เ้าของร่างนี้มีชื่อและนามสกุลเหมือนกับเธอทุกประการ'หลินชิงเหอ' นักธุรกิจสาวผู้ร่ำรวยในศตวรรษที่ 21 กับ 'หลินชิงเหอ' หญิงม่ายผู้อาภัพในยุค 80 ชื่อเดียวกัน แต่โชคชะตากลับต่างกันราวฟ้ากับเหวคนหนึ่งนอนบนฟูกขนเป็ดราคาหลักแสน อีกคนนอนบนดินแข็งๆในกระท่อมที่พร้อมจะพังแหล่ไม่พังแหล่
"นี่คือเื่ตลกของพระเ้าหรือไง? ส่งฉันมาอยู่ในร่างของตัวเองในอีกมิติทั่วไปที่ล้มเหลวที่สุดงั้นเหรอ?"
ชิงเหอแค่นยิ้มเ็าเธอไม่ใช่คนที่จะมานั่งคร่ำครวญกับโชคชะตา ในฐานะประธานบริษัทบริหารสินทรัพย์สิ่งแรกที่เธอต้องทำเมื่อเข้าควบคุมกิจการที่ใกล้ล้มละลายคือ 'การตรวจสอบทรัพย์สินและทำความสะอาด'
เธอเริ่มลุกขึ้นจัดการกับความรกเรื้อภายในบ้านแม้จะเหนื่อยล้าเพียงใดแต่จิติญญาของคนรักความเพอร์เฟกต์ก็ทนเห็นความสกปรกไม่ได้ เธอเก็บกวาดเศษขยะจัดวางเครื่องใช้อันน้อยนิดให้เป็ระเบียบท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ ลอดเข้ามา
เมื่อขยับมาถึงห้องครัวความหวังเล็กๆ ที่ว่าอาจจะมีเสบียงซ่อนอยู่บ้างก็มลายหายไปทันทีที่เปิดถังไม้ใบเก่าออกดู เธอพบเพียงความว่างเปล่าและคราบแป้งแห้งๆ ที่ก้นถังขวดโหลใส่เกลือเหลือเพียงเศษเล็กน้อยที่ติดอยู่ตามซอกส่วนโหลน้ำมันนั้นแห้งขอดจนมดเกือบจะเดินไม่ได้
"สถานะทางการเงิน:ติดลบอย่างรุนแรง" เธอสรุปในใจ
แต่แล้วในขณะที่เธอกำลังเช็ดชั้นวางของไม้ที่สั่นคลอนสายตาของเธอก็สังเกตเห็นความผิดปกติที่มุมเสาครัว มีรอยขีดเขียนจางๆที่เ้าของร่างเดิมทำไว้เป็สัญลักษณ์ชิงเหอใช้มือกดลงไปบนแผ่นดินที่พอกอยู่ใกล้กับพื้นดิน เธอกดเบาๆจนแผ่นดินส่วนหนึ่งหลุดออกมา เผยให้เห็นโพรงเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างใน
หัวใจของนักธุรกิจสาวเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยเธอเอื้อมมือเข้าไปหยิบห่อผ้าสีครามขนาดเท่าฝ่ามือออกมา
เมื่อคลี่ผ้าออกแสงจันทร์ก็กระทบกับวัตถุชิ้นหนึ่งที่ส่องประกายสีเหลืองอร่ามท่ามกลางความมืด...มันคือ 'แหวนทองคำ' วงหนึ่งแม้จะมีลวดลายโบราณและดูหมองหม่นไปบ้างแต่น้ำหนักของมันบอกชัดเจนว่าเป็ทองแท้บริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังมีเหรียญเงินเก่าๆอีกสองสามเหรียญ
"นี่สินะ...ทรัพย์สินสภาพคล่องชิ้นสุดท้ายของเธอ"
ชิงเหอหลับตาลงภาพในความทรงจำผุดขึ้นมา มันคือแหวนที่สามีของเธอ ผู้ชายที่หายสาบสูญไปคนนั้น เขาแอบซื้อให้เธอก่อนจะไปรบบอกให้เธอเก็บไว้ใช้ในยามคับขันที่สุด เ้าของร่างเดิมหวงแหนมันมากแม้จะอดตายหรือถูกแม่สามีตบตีเพื่อรีดไถเงินเธอก็ไม่เคยปริปากบอกว่ามีแหวนวงนี้ซ่อนอยู่
"เธอปกป้องมันไว้เพื่อรอเวลา และตอนนี้เวลานั้นมาถึงแล้ว"
ชิงเหอมองแหวนในมือด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเธอไม่ได้มองมันด้วยความซาบซึ้งในความรัก แต่มองมันเป็ 'เงินทุนหมุนเวียน' สำหรับธุรกิจก้อนแรก
"ในโลกของธุรกิจเงินที่อยู่นิ่งๆ คือเงินที่ตายแล้ว แหวนวงนี้ถ้าเก็บไว้ในรูผนังมันก็แค่โลหะชิ้นหนึ่งที่ช่วยอะไรใครไม่ได้ แต่ถ้ามันถูกเปลี่ยนเป็แป้งขาวเป็น้ำมัน เป็เนื้อ และเป็แม่ไก่... มันจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมหาศาล"
เธอกำแหวนไว้แน่นแผนการในสมองเริ่มร่างออกมาเป็ฉากๆ พรุ่งนี้เป็วันตลาดนัดที่ตัวอำเภอเธอต้องเดินทางไปที่นั่นเพื่อเปลี่ยนทองคำวงนี้เป็ทรัพยากรที่จำเป็เธอต้องซื้อมันเทศ แป้งหมี่ เมล็ดพันธุ์ผัก และถ้าเป็ไปได้ เธอต้องหาสินค้าบางอย่างมาเริ่ม'เก็งกำไร'
"พรุ่งนี้เราจะเริ่มเกมกันอย่างจริงจังหลินชิงเหอ" เธอพูดกับตัวเองในกระจกเงาที่มีรอยร้าว
คืนนั้นหลินชิงเหอนอนลงข้างลูกชายทั้งสอง แม้ที่นอนจะแข็งและอากาศจะหนาวแต่ในใจของเธอกลับร้อนรุ่มด้วยไฟแห่งความทะเยอทะยาน เธอรู้ดีว่ายุค 80 คือยุคแห่งโอกาสทองผู้คนที่กล้าคิดกล้าทำจะกลายเป็มหาเศรษฐีในเวลาไม่กี่ปี และด้วยความรู้เื่หุ้นการตลาด และการบริหารจากอนาคต... หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้จะเป็เพียงจุดเริ่มต้นของอาณาจักรที่เธอกำลังจะสร้างขึ้น
เธอนอนฟังเสียงลมพัดผ่านหลังคาและสาบานกับตัวเองว่านี่จะเป็คืนสุดท้ายที่ลูกๆของเธอต้องนอนหิวและหนาวสั่นในกระท่อมหลังนี้
"ราตรีสวัสดิ์นะเ้าของร่างเดิม...ขอบคุณสำหรับต้นทุนก้อนนี้ ฉันจะใช้มันสร้างชีวิตที่เธอทำไม่สำเร็จเอง"
ก่อนที่สติจะดับวูบไปความคิดสุดท้ายของเธอคือราคาตลาดของทองคำในยุค 80 และอัตราการแลกเปลี่ยนสินค้าที่คุ้มค่าที่สุดแม้แต่ในความฝัน เธอก็ยังคงเป็ 'ราชินีแห่งการค้า' อยู่ดี