“องค์หญิง องค์หญิงเพคะ”
เสียงเรียกของเหม่ยหลันทำให้ฉู่ิอวี้ลืมตาขึ้นมาในทันที นางหันไปจ้องมองเหม่ยหลันนางข้าหลวงคนสนิทที่เคยได้รับโทษโบยจนตายไปนานแล้วด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมึนงง พอได้เห็นว่าเหม่ยหลันกำลังคุกเข่าอยู่ตรงข้างเตียงของนางและยามนี้กำลังจ้องมองนางอยู่ด้วยความเป็ห่วง ฉู่ิอวี้ก็ขยับตัวลุกขึ้นมาแล้วโอบกอดนางข้าหลวงคนสนิทของตนด้วยความรักและความคิดถึงในทันที
“เหม่ยหลัน เ้ายังไม่ตายหรือ” คำถามประโยคนี้ของนางทำให้เหม่ยหลันชะงักงันไปครู่หนึ่งแล้วสุดท้ายเหม่ยหลันก็ยิ้มออกมาแล้วยื่นฝ่ามือมาตบแผ่นหลังของนางเบาๆ ด้วยความอ่อนโยน
“หม่อมฉันยังไม่ตายเพคะ แต่เมื่อครู่นี้หม่อมฉันก็เข้าใกล้ความตายไปแค่เพียงก้าวเดียวแล้ว หากองค์หญิงไม่ฟื้นขึ้นมาก่อนที่องค์ไทเฮาจะมาถึงหม่อมฉันคงจะถูกโบยตีจนตายเป็แน่” คำพูดของเหม่ยหลันทำให้ฉู่ิอวี้ได้สติ นางหันไปสำรวจรอบกายอีกครั้งแล้วก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อพบว่ายามนี้นางอยู่ในตำหนักหรูเฟิ่งหาใช่เรือนพักส่วนตัวในจวนสกุลหยาง ฉู่ิอวี้รีบตรวจจับชีพจรของตนเองในทันทีแล้วจึงได้ก้มมองหน้าท้องที่ยังแบนราบของตนเองแล้วจึงได้แต่ทอดถอนใจออกมา ไม่พบชีพจรมงคลของสตรีตั้งครรภ์อีกทั้งยังไม่มีพิษตกค้างในร่างกาย นางแน่ใจว่าตนเองไม่ได้ตรวจจับชีพจรผิดพลาด สิ่งที่ผิดพลาดไปก็คือหลายสิ่งหลายอย่างที่กำลังรอให้นางเผชิญหน้าต่างหาก
“องค์หญิงทรงลุกขึ้นมาแต่งกายไหวไหมเพคะ หากองค์ไทเฮาเสด็จมาแล้วพบว่าองค์หญิงทรงอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็ไม่แน่ว่าหม่อมฉันจะรอดพ้นจากการถูกโบยตีจนตายได้” เมื่อเหม่ยหลันเอ่ยเช่นนี้ฉู่ิอวี้จึงได้จ้องมองเหม่ยหลันและนางข้าหลวงคนอื่นๆ ที่ยืนรอให้การปรนนิบัตินางอีกครั้ง นางจำได้ดีว่าเหม่ยหลันถูกโบยตีจนตายหลังจากซุนไทเฮาเสด็จเข้ามาในตำหนักแล้วพบว่านางนอนสิ้นสติอยู่บนเตียงนอน
นางจำได้ว่าตอนนั้นเพราะ้าช่วยเหลือน้องสาวของหลัวจิ้งทำให้นางต้องพลัดตกลงไปในน้ำ แม้ว่านางจะถูกช่วยขึ้นมาได้แต่ก็หมดสติอยู่บนเตียงไปหลายวัน ยามที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่านางกำนัลคนสนิทถูกซุนไทเฮาผู้เป็พระมารดาโบยตีจนตายไปแล้ว ทำให้นางในยามนั้นเอ่ยวาจาประกาศตัดขาดแม่ลูกกับซุนไทเฮาในทันที และการกระทำในครั้งนี้ของนางก็เป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉู่ิหรงฮ่องเต้ทรงห่างเหินกับนาง
“ไทเฮาเสด็จ” เมื่อสิ้นเสียงขันทีประกาศซุนไทเฮาก็เสด็จเข้ามาในโถงกลางของตำหนักหรูเฟิ่งในทันที ฉู่ิอวี้ที่แต่งกายใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้วถวายคารวะด้วยท่วงท่าที่เต็มไปด้วยความนอบน้อมทำให้ซุนไทเฮาอดรู้สึกประหลาดพระทัยไม่ได้เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นท่าทีที่เรียบร้อยอย่างผิดปกติของนางเช่นนี้
“ิอวี้ แม่ได้ยินว่าเ้าตกน้ำเป็อย่างไรบ้าง” ซุนไทเฮาทรงตรัสถามพลางเสด็จไปนั่งลงบนแท่นประทับโดยมีฉู่ิอวี้ประคับประคองไปด้วยท่าทีเอาอกเอาใจ
“หม่อมฉันไม่เป็อันใดเพคะ แค่เพียงใอยู่บ้างเพียงเท่านั้นขอเสด็จแม่อย่าได้เป็กังวลเลยเพคะ” เมื่อฉู่ิอวี้เอ่ยเช่นนี้ซุนไทเฮาที่ตั้งพระทัยเอาไว้ว่าจะมาตำหนิพระธิดาก็จำต้องเก็บงำถ้อยคำตำหนิเอาไว้ พระนางทอดพระเนตรไปยังบรรดานางข้าหลวงของฉู่ิอวี้แล้วจึงได้ตวาดออกมาในทันที
“พวกเ้าดูแลองค์หญิงเช่นไร เหตุใดจึงปล่อยให้องค์หญิงออกไปได้รับอันตรายข้างนอกเช่นนี้” เมื่อซุนไทเฮาทรงตรัสเช่นนี้ทั้งฉู่ิอวี้และคนของนางต่างก็รีบคุกเข่าลงตรงหน้าซุนไทเฮาในทันที
ฉู่ิอวี้ตั้งใจเอาไว้ั้แ่ตอนที่นางได้สติฟื้นขึ้นมาแล้วพบว่าเหม่ยหลันยังไม่ตายแล้วว่าในชาตินี้นางจะต้องช่วยเหม่ยหลันผู้เป็นางข้าหลวงคนสนิทของตนเองให้ได้ จะไม่ปล่อยให้เหม่ยหลันถูกโบยตีจนตายจากไปเพียงเพราะความขัดแย้งระหว่างนางและมารดาอย่างเด็ดขาด ดังนั้นสิ่งที่นางสามารถทำได้ในยามนี้ก็คือการโอนอ่อนผ่อนตามซุนไทเฮาว่าอย่างไรนางก็ย่อมจะทำตามได้เพียงเท่านั้น
“เสด็จแม่ หม่อมฉันผิดไปแล้ว หม่อมฉันไม่ควรจะเอาชีวิตของตนเองไปเสี่ยงโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อนเช่นนี้ ขอเสด็จแม่ได้โปรดประทานอภัยให้หม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ” เมื่อฉู่ิอวี้เอ่ยเช่นนี้ซุนไทเฮาก็ทรงทอดพระเนตรมองนางด้วยความประหลาดใจ ด้วยนิสัยของฉู่ิอวี้ไม่มีทางที่นางจะยินยอมรับผิดก่อนเช่นนี้ หากคนของนางถูกตำหนิสิ่งแรกที่ฉู่ิอวี้จะทำก็คือออกหน้าโต้เถียงแทนคนของนาง แต่การที่ฉู่ิอวี้รีบคุกเข่าลงแล้วขอยอมรับผิดก่อนเช่นนี้ทำให้ซุนไทเฮาทรงรู้สึกประหลาดพระทัยไม่น้อยเลย
“ในเมื่อรู้ตัวว่าผิดก็ดีแล้ว ิอวี้เ้าเป็องค์หญิงที่ถือกำเนิดจากข้าได้อภิสิทธิ์เหนือองค์หญิงองค์อื่นๆ มาโดยตลอด เ้าลองไตร่ตรองดูว่าบรรดาพี่สาวน้องสาวของเ้าในยามนี้ล้วนต้องแต่งออกจากวังกันไปหมดแล้ว การที่เ้ายังรั้งอยู่ในวังเช่นนี้ล้วนเป็เพราะฝ่าายังทรงมีน้ำพระทัยต่อเ้า ดังนั้นเ้าจึงควรจะรำลึกถึงน้ำพระทัยข้อนี้ของฝ่าาเอาไว้แล้วอย่าทำให้ฝ่าาต้องทรงมีโทสะเพราะเื่ของเ้าอีก” หากเป็เมื่อก่อนเมื่อซุนไทเฮาทรงตรัสเช่นนี้ฉู่ิอวี้จะต้องโต้เถียงออกมาว่า
“พี่หญิงและน้องหญิงคนอื่นๆ ต้องแต่งออกจากวังไปแล้วก็จริง แต่คนที่พวกนางแต่งด้วยล้วนแล้วแต่เป็คนที่พวกนางมีสิทธิ์เลือก แต่หม่อมฉันกลับต้องแต่งกับคนที่เสด็จพี่เลือกให้ แล้วยังจะถือว่าหม่อมฉันมีอภิสิทธิ์เหนือผู้อื่นได้อย่างไร”
แน่นอนว่าคำพูดประโยคนี้ฉู่ิอวี้มักจะได้ตอบโต้พระมารดาของตนเองเป็ประจำ แต่เมื่อได้ตายแล้วเกิดใหม่มาแล้วรอบหนึ่ง นางก็ได้เห็นแล้วว่าในบรรดาราชบุตรเขยที่องค์หญิงองค์อื่นๆ เลือกล้วนแล้วแต่มีความประพฤติที่ไม่ดีกันทั้งสิ้น แม้ว่าหยางกวงเองก็เลี้ยงสตรีอื่นในเรือนนอกเช่นเดียวกันแต่อย่างน้อยเขาก็ยังให้เกียรตินางด้วยการที่เขายังไม่ได้นำสตรีผู้นั้นเข้ามาในจวนเหมือนราชบุตรเขยคนอื่นๆ
อีกทั้งก่อนที่นางจะตายเขายังออกหน้าคิดจะช่วยเหลือนางด้วยความจริงใจแม้ว่าก่อนหน้านั้นนางจะเข้าใจการกระทำของเขาในทางที่ผิดอยู่บ้างแต่เมื่อคิดย้อนกลับไปแล้วนางจึงพึ่งจะคิดได้ว่าการที่เขาขอใช้กฎของสกุลหยางลงโทษนางแท้จริงแล้วอาจจะเพราะ้าที่จะช่วยเหลือนางก็ได้ โดยรวมแล้วถ้าเทียบกับบรรดาราชบุตรเขยคนอื่นๆ การกระทำของหยางกวงยังถือว่าดีกว่ามาก ฉู่ิอวี้จึงทำแค่เพียงพยักหน้าแล้วเอ่ยออกมาอย่างจริงใจว่า
“เสด็จแม่ทรงตรัสถูกต้องแล้ว หม่อมฉันควรจะต้องไตร่ตรองให้ดี ประพฤติตนอย่างระมัดระวังไม่ทำให้ฝ่าาทรงบันดาลโทสะอีก” คำพูดและท่าทีของนางทำให้ซุนไทเฮาทอดถอนพระทัยออกมาแล้วหันไปส่งสัญญาณให้ต่งหมัวมัวมาช่วยพยุงนางลุกขึ้น
“อีกไม่นานก็จะถึงกำหนดวันมงคลของเ้าแล้ว เ้าก็ออกจากวังให้น้อยลงสักหน่อยเถิด เว้นระยะห่างจากรุ่ยอ๋องบ้าง ยังมีสองพี่น้องจากสกุลหลัวนั่นอีก คนเ่าั้ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็หาความจริงใจไม่พบ แม่ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเพราะเหตุใดเ้าจึงได้ทำตัวสนิทสนมกับคนเ่าั้” เมื่อซุนไทเฮาทรงตรัสเช่นนี้ฉู่ิอวี้ก็รีบเอ่ยออกมาในทันที
“เสด็จแม่ทรงวางพระทัยได้ นับจากนี้ลูกจะเว้นระยะห่างกับเสด็จพี่รอง ส่วนน้ำใจของลูกที่มอบให้แก่สองพี่น้องสกุลหลัวก็จะมีแค่เพียงเื่การช่วยเหลือหลัวจิ่งโหรวขึ้นจากน้ำในวันนี้เพียงเท่านั้น วันหน้าลูกก็จะไม่ออกหน้าช่วยเหลือพวกเขาอีกแล้วเพคะ” คำพูดของฉู่ิอวี้ทำให้เหมยเซียงนางกำนัลข้างกายของนางอีกคนพลันเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองสีหน้าของนางในทันที แต่ฉู่ิอวี้กลับไม่ได้แสดงสีหน้าอื่นนอกจากพยายามจะออดอ้อนและพูดจาประจบเอาใจองค์ไทเฮาเพียงเท่านั้น
“เสด็จแม่เพคะ ลูกรู้ตัวดีว่าทำให้เสด็จแม่ต้องร้อนพระทัยด้วยความเป็ห่วง แต่ทรงเชื่อหม่อมฉันนะเพคะว่าหลังจากนี้หม่อมฉันจะไม่ทำเื่ที่ทำให้เสด็จแม่ต้องรู้สึกขุ่นเคืองพระทัยอีก” คำพูดและท่าทีของฉู่ิอวี้ทำให้องค์ไทเฮาทรงแย้มพระสรวลออกมาในทันที
“เ้ารู้ความเช่นนี้แม่ก็วางใจ” ซุนไทเฮาทรงตรัสออกมาด้วยพระสุรเสียงที่อ่อนลง ส่วนฉู่ิอวี้ที่ในชาติก่อนทะเลาะทุ่มเถียงกับพระมารดาของตนเองอย่างรุนแรงตั้งหลายครั้งถึงกับทอดถอนใจออกมาในทันทีพลางคิดในใจว่า ถ้าหากรู้ว่าแค่ยินยอมโอนอ่อนผ่อนตามและสงบปากสงบคำไม่เอ่ยวาจาโต้เถียงออกมาเพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้พระมารดาหยุดบ่นได้เช่นนี้นางก็คงจะสงบปากสงบคำไม่โต้เถียงนานแล้ว
ฉู่ิอวี้จ้องมองพระมารดาของตนเองด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิม ในเมื่อนางได้ย้อนกลับมาแล้วสิ่งที่นางเคยทำผิดพลาดไปย่อมจะต้องลงมือแก้ไข นางจะไม่เป็องค์หญิงเจ็ดที่โง่เขลาอีกต่อไปแล้ว แต่นางจะเป็คนใหม่ที่จะดำเนินชีวิตอย่างระมัดระวังและสิ่งที่สำคัญมากที่สุดก็คือนางจะไม่เอาชีวิตของตนเองไปคลุกคลีกับคนหน้าเนื้อใจเสือเ่าั้อีกต่อไปแล้ว