3 สัปดาห์ต่อมา..
กีรติมาหาจีรภัทร์ที่คอนโดฯใน่เย็น เพราะเขาได้บอกกับเพื่อนไว้ล่วงหน้าั้แ่เมื่อวานแล้วว่าวันนี้จะเข้ามาคุยธุระด้วย
“มึงมีอะไรจะคุยกับกูด่วนงั้นหรอ? ถึงได้ถ่อมาหาถึงที่นี่..”
จีรภัทร์ถามกีรติขึ้น ขณะที่กำลังนั่งลงโซฟาอีกตัวที่อยู่ตรงข้ามกับกีรติตรงมุมห้องนั่งเล่น ในสภาพที่เขานั้นเปลือยท่อนบนสวมใส่แค่กางเกงยีนส์ขายาวโชว์ขอบหัวของกางเกงบ็อกเซอร์ข้างในอีกตัว
“กูอยากได้บ้านเดี่ยวเล็กๆแบบพอดีอยู่อ่ะ.. มึงขายให้กูสักหลังหน่อยสิ ลดราคาให้หน่อยนะ ของบไม่เกินห้าล้าน กูจะซื้อไว้ให้น้องมาเบลล์กับน้องมินนี่อยู่”
กีรติไม่อยากพาสองพี่น้องที่เขากำลังดูแลไปอยู่ที่คอนโดฯตัวเอง เพราะมันไม่ได้กว้างขวางอะไรมากมาย อีกอย่างเขากลัวมนธิชาที่กำลังโตเป็สาวจะรู้สึกอึดอัดเอา เลยคิดว่ามองหาบ้านสักหลังให้คนทั้งคู่อยู่กันแบบเป็สัดเป็ส่วนมีโซนส่วนตัวชัดเจนแทนดีกว่า
“มึงรักเขาขนาดนั้น?”
จีรภัทร์ขมวดคิ้วพร้อมกับหรี่ตามองกีรติด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ เพราะปกติกีรติจะเป็ประเภทไม่ชอบลงทุนกับผู้หญิง มันไม่ได้ขี้งกอะไรขนาดนั้นหรอก แต่ถ้ามันไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้นมันก็จะไม่ยอมเสียเงินให้เธอเลยสักบาทเดียว
“กูทั้งรักทั้งหลงเขาหัวปักหัวปำเลยแหละ มึงก็ช่วยลดราคาให้กูเยอะๆด้วย เพราะกูไม่ได้ให้น้องมาเบลล์ไปทำงานที่ผับของพี่ชายแล้ว พอดีกูกำลังจะส่งน้องเรียนมหา’ลัยอีก เลยมีเื่จำเป็ต้องใช้เงินก้อนไว้เลี้ยงดูแฟนอีกเยอะ”
จีรภัทร์ยกยิ้มมุมปากมองกีรติที่มันพยายามอธิบายเหตุผล เพื่อต่อรองราคาบ้านกับเขาซะยาวเหยียด นี่มันหลงรักสาวสวยหน้าหวานคนนั้นมากถึงขนาดนี้เชียวหรือ ปกติมันรำคานผู้หญิงจะตาย ที่ผ่านมาจึงเน้นใช้ชีวิตทำงาน กินเหล้า และเที่ยวสนุกกับชีวิตโสดที่มีอิสระเสียมากกว่า
“งบห้าล้านกูมี.. ลดให้แล้วจากแปดล้าน แต่มันไม่ค่อยอำนวยความสะดวกเท่าไหร่ มึงไม่ต้องซื้อหรอก เดี๋ยวมึงพาน้องย้ายไปอยู่บ้านเดี่ยวที่กูอยู่เองตอนนี้ก่อนได้ มึงจะได้เก็บตังค์ไว้เปย์สาวเต็มที่.. และตรงนั้นมันปลอดภัยดี ใกล้โรงเรียน ใกล้มหา’ลัย ใกล้โรงพยาบาล ใกล้ห้างฯ เดินทางก็สะดวกสบาย เข้าสู่ใจกลางเมืองได้ง่ายอีก..”
“พรีเซนต์ซะคล่องเชียวนะมึง”
“ก็นี่มันอาชีพกู”
“เมื่อกี้กูเกือบจะซื้อบ้านหลังนั้นกับมึงแทนแล้วไงขายเก่งฉิบหาย! แล้วยังไง? กูต้องเช่าบ้านมึงเดือนละกี่บาทว่ะ?”
“จะมาเช่าทำเหี้ยอะไร? ย้ายเข้าไปอยู่เลย อยากอยู่กี่ปีก็อยู่ ส่วนค่าน้ำค่าไฟเดี๋ยวกูจัดการเอง”
“โอ้โห~ นี่มึงแชร์บ้านสามสิบกว่าล้านให้กูง่ายๆแบบนี้เลยหรอว่ะ? ขอบคุณ ขอบใจ ขอบพระทัย แต้งกิ้ว มึงมากเลยเพื่อนรัก หน้าหล่อแล้วยังใจหล่ออีก มากูจุ๊บเหม่งให้รางวัลทีดิ้~” กีรติทำท่าจะเข้าไปจูบหน้าผากจีรภัทร์จริงๆ แต่เ้าของห้องนั้นรีบยกเท้าขึ้นมาข้างนึงเพื่อตั้งท่ารอถีบเขากระเด็นไว้เสียก่อน ท่าทางที่จีรภัทร์แสดงออกว่าขยะแขยงััจากเขา ทำให้กีรติถึงกับปล่อยก๊ากออกมาดังลั่นห้อง
“ไปไกลๆส้นตีนกูเลยไอ้ไกด์! ไอ้เหี้ย! กูขนลุก! แล้วแม่งมึงไม่ต้องมาชมกูว่าหล่อ มันดูปลอม!”
“ปลอมตรงไหน กูชมเพราะมึงหล่อจริงๆ ฮ่ะๆๆๆ~”
“ประจบเหอะมึงอ่ะ แล้วมึงมีอะไรจะคุยกับกูอีกมั้ย? สาวจะเข้ามาหากูแล้ว”
“นี่มึงนัดสาวมาฟีเจอริ่งอีกแล้วหรอ วันนี้ใครอีกว่ะ?”
“ไม่ต้องเสือก! มึงรีบกลับไปได้แล้ว หมดธุระแล้วก็ไสหัวไป!”
“แหม! ไล่ตะเพิดเพื่อนเชียวนะมึง ไหนๆ~ ขอกูดูหน้าสาวคนนั้นหน่อยสิว่ะ ใครอ่ะ? แค่บอกชื่อกูหน่อยก็ได้ไอ้เจย์”
“เกรซ” จีรภัทร์รำคานกีรติที่เซ้าซี้เขาไม่เลิก เลยยอมบอกชื่อผู้หญิงคนนั้นออกไปแบบไม่เต็มใจนัก
“ฮะ! มึงอย่าบอกนะว่า เกรซที่เป็พริตตี้อยู่มอเตอร์โชว์รถสปอร์ตหรูคนนั้นอ่ะนะ!?”
กีรติตาโตไปกับชื่อที่ได้ยิน เพราะเคยเห็นพริตตี้ตัวท็อปชื่อนี้ในงานมอเตอร์โชว์อยู่หลายครั้ง ซึ่งเธอคนนั้นทั้งสวยและเซ็กซี่ขยี้ใจเหล่าบรรดาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่และไฮโซจึงถูกใจเธอเป็จำนวนมาก
“อืม” จีรภัทร์ตอบหน้านิ่งเพราะไม่ได้รู้สึกว่าสาวสวยคนนั้นจะพิเศษอะไร ให้ต้องตื่นเต้นมากมายขนาดนั้น
“ไอ้เหี้ยมึงสอยมาได้ไงว่ะ? ระดับท็อปเชียวนะเว้ย! มึงไปทำอีท่าไหนให้เขามาหามึงถึงที่ห้องได้ว่ะ? น้องเขาออกจะฮอตคิวทองซะขนาดนั้น”
“กูไม่ได้ทำเหี้ยอะไร เค้าทักมาหากูเอง”
“คือจะบอกว่าเขามาเสิร์ฟให้มึงขย้ำเองถึงที่คอนโดว่างั้น..? หล่อฉิบหาย แม่ง! มิน่าหล่ะ.. ไอ้ธามมันถึงชอบพูดบ่อยๆว่าหมั่นไส้ความหล่อของมึง เพราะมึงเล่นสอยสาวๆสวยๆระดับท็อปมาง่ายๆ เกินหน้าเกินตาเพื่อนแบบนี้นี่เอง!”
“มึงจะแพล่มอีกนานมั้ย? มึงจะเนรเทศตัวเองออกจากห้องกูไปได้ยังครับเพื่อน? หรือมึงจะอยู่รอดูกูเอากันกับน้องเขา?”
“ดู!”กีรติแกล้งกวนประสาทจีรภัทร์ต่อ
“แดกส้นตีนกูเหอะไอ้ไกด์! ไป! กลับไปได้เเล้วไอ้เหี้ย!”
“เออๆๆไปแล้ว! ฮ่ะๆๆ~ อ้อ.. ลืมบอก ถ้าถึงวันที่กูจะพาสองสาวย้ายของเข้าบ้านมึงเมื่อไหร่.. มึงไปช่วยกูขนของด้วยหน่อยนะ”
“แล้วทำไมกูต้องไป? มึงก็ไปจ้างรถมาช่วยขนเอาสิว่ะ”
“ก็มึงเป็เ้าของบ้านไง.. ช่วยพาไปสำรวจดูบ้านหน่อย ว่าให้สาวๆเค้าอยู่ห้องไหนโซนไหนกันได้บ้าง”
“มึงจะอยู่จะนอนห้องไหนก็ตามสบายเลย เดี๋ยวกูบอกเ้าที่ไว้ให้ ว่าจะมีแขกเข้าไปอยู่”
“ปากแบบนี้เ้าที่คงปกปักรักษามึงอยู่หรอกนะเจย์ ไอ้เหี้ย! กูพูดจริงนะเนี่ย! ไปย้ายของช่วยกูหน่อย อีกอย่าง.. น้องมินนี่ก็คิดถึงมึง เจอหน้ากูทีไรก็ถามหาแต่มึงอ่ะ”
คำพูดของกีรติทำเอาจีรภัทร์ถึงกับชะงักไป ก่อนเขาจะนึกถึงใบหน้าของเด็กน้อยขี้อ้อนคนนั้นที่เขาพยายามหลบเลี่ยงไม่ไปหาไม่ค่อยตอบข้อความหรือรับสายจากเธอ ทั้งๆที่เห็นอยู่ตลอดว่าเด็กน้อยคนนั้นทักและโทรเข้ามาเรื่อยๆไม่หยุด ซึ่งจีรภัทร์ไม่ได้ยุ่งงานอะไรตามที่อ้างกับเธอไม่ได้โกรธและงอนเธออยู่ ที่เมื่อสามปีที่แล้วเธอเมินและไม่ยอมโทรหากัน
แต่เพราะเขาไม่อยากรู้สึกแปลกๆกับเด็กน้อยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะนั่นไปมากกว่านี้ เพราะกลัวตัวเองจะห้ามใจไม่ไหว ยิ่งเป็คนเ้าชู้เป็ทุนเดิมอยู่ด้วย เขากลัวจะเผลอตัวจนถลำลึกทำเื่ที่ไม่ดีไม่ควรกับเด็กนั่นเข้า และกลัวจะควบคุมอารมณ์ฟุ้งซ่านของตัวเองไว้ไม่ได้ เขาจึงพยายามเว้นช่องว่างระยะห่างกันกับเธอดูแลเธออยู่ห่างๆโดยการฝากเงินให้กีรติช่วยไปจ่ายค่าสมัครเรียน ค่าสอบ ค่าขนม และค่าโทรศัพท์เครื่องใหม่ของเธอให้แทน..
“ดูก่อนนะ เผื่อกูติดธุระ”
“ไปช่วยกูหน่อยเจย์ กูขอหล่ะ.. ถ้ามึงไม่ไป น้องมินนี่ก็จะไม่ไป เเละถ้าน้องมินนี่ไม่ไป น้องมาเบลล์ก็จะไม่ยอมไปด้วย..”
“มึงนี่มัน! บังคับกูฉิบหาย!”
“นะๆๆ ไปช่วยกูหน่อยนะ ไว้เจอกันเพื่อนรัก~ กูไปแล้ว.. ขอบใจมึงมากที่ช่วยกูเื่บ้าน”
“อืม..”
พอกีรติปิดประตูออกจากห้องเขาไป คนตัวสูงก็ถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากในกระเป๋ากางเกง แล้วกดเข้าไปอ่านข้อความที่คนตัวเล็กขยันส่งมาหา เธอรายงานเขาตลอดไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร อยู่กับใคร ที่ไหน อย่างไร เป็ประจำทุกวัน และประโยคยอดฮิตที่เธอรายงานกับเขาตลอดก็คือ..
‘วันนี้มินนี่กินนมหมดสามแก้วแล้วนะค๊า หนูจะรีบตัวสูงๆขึ้นไวๆ จะได้ยืนใกล้พี่เจย์แล้วเหมาะสมกันค่า~’
‘ มินนี่ชอบพี่เจย์มากๆเลยนะคะ’
‘มินนี่คิดถึงพี่เจย์น๊า’
‘มินนี่รักพี่เจย์นะค๊า’
‘ฝันดีนะคะ พี่เจย์ของน้องมินนี่’
และตามด้วยอีโมจิน่ารักเหมือนกับเ้าตัวที่ส่งเข้ามา…
เธอส่งมาเขาก็อ่านทุกรอบ แต่ไม่ได้ตอบทุกรอบ และส่วนมากที่พิมพ์ตอบกลับไปก็เป็เพียงแค่อีโมจิยกนิ้วโป้งให้เธอเท่านั้น…
ติ๊ง~ ต่อง~