กึนซองทำตามสัญญาที่ให้ไว้นั่นคือปิดโซนของด้านที่เป็ภัตตาคารของโรงแรมสุดหรู เพื่อให้แขกของเขาดื่มกินอย่างเต็มที่ ชายหนุ่ม และทีมงานของเขามาในชุดสบายๆเพราะคืนนี้เขาไม่ต้องแสดงอะไร แต่มาชมทีมงานของไทยเตรียมชุดรำวงย้อนยุคไปให้ชาวเกาหลีชมและสามารถร่วมสนุกได้ เพราะเป็จังหวะโจ๊ะๆง่ายๆ
โดยการคัดผู้โชคดีที่เป็ผู้หญิงสาว..สวย..หุ่นดี มาฝึกซ้อมก่อนออกเดินทางประมาณสองสัปดาห์ ซึ่งสาวๆเหล่านี้เื่แด๊นซ์แล้วขอให้บอกเถอะ จะมีก็แต่รำวง รำเซิ้ง รำม้าย่อง เท่านั้นที่ต้องซ้อมหนักหน่อยแต่ทุกอย่างก็เป็ไปได้ด้วยดี ส่วนชุดนั้นก็เช่ามาจากร้านในเมืองไทย เป็ชุดสาวภูไทย นุ่งผ้าถุง ห่มสไบ เกล้าผมติดดอกไม้ เหล่านางรำทั้งหลายที่ได้แต่งองค์ทรงเครื่องก็สวยสดงดงามน่าดูน่าชมกันเลยทีเดียว
กึนซองนั่งโต๊ะหน้าสุดใกล้ชิดเวทีซึ่งก็มีนักดนตรี นักร้องของวงลูกทุ่งที่ถนัดในเื่รำวงย้อนยุคอยู่แล้ว บริษัทจึงเหมาไปในราคาที่ไม่แพงมาก แสดงเสร็จแล้วก็ให้บินกลับเลย ไม่ต้องอยู่เที่ยวต่อเหมือนผู้ที่ชิงโชคมา
พิธีกรในรายการขึ้นกล่าวรายงานประธานในพิธี ประธานขึ้นกล่าวและมอบช่อดอกไม้พระเอกหนุ่ม และแนะนำการละเล่นในคืนนี้ให้ทีมของหนุ่มเกาหลีรับทราบว่าพวกเขาสามารถร่วมสนุกอะไรได้บ้าง สร้างความฮือฮาให้กับทีมเกาหลียิ่งนัก จะมีก็แต่มิสเตอร์คิมเท่านั้น ที่ยังคงนั่งทำหน้าเดียวอยู่
ดนตรีเริ่มแล้ว ชายไทยออกไปโค้งสาวงามร่ายรำเป็ตัวอย่างอยู่2- 3 เพลง..ทีมเกาหลีก็ไม่ยอมน้อยหน้าออกไปกันบ้าง รำควักกะปิอย่างสนุกสนานเฮฮา
ผู้จัดการคนเดิม ลุกจากเก้าอี้มาหากึนซอง เสียงดนตรีดังมากจึงต้องใช้วิธีการกระซิบที่ข้างหู ในมือของเธอถือพวงมาลัยดอกดาวเรืองติดมือมาด้วย(มาลัยแบบที่พวกหาเสียงนิยมคล้องกันในเทศกาลหาเสียง)
“มิสเตอร์คิม” ชายหนุ่มสะดุ้ง เพราะเขากำลังมองพรรคพวกของเขาที่กำลังเซิ้งกับสาวๆอย่างสนุกสนาน
“ ครับ มาดาม มีอะไรเหรอครับ?”
“ในนั้น ในกลุ่มนางรำมีคุณหมอมนต์ตราปะปนอยู่ด้วย ถ้าคุณแน่จริงว่าคุณจำเธอได้ ก็เอาพวงมาลัยไปคล้องให้เธอสิคะ ” พูดพร้อมขยิบตาให้ หัวใจอันแห้งเหี่ยวของชายหนุ่มถึงกับลิงโลดเต้นโครมๆมือไม้สั่น
“จริงเหรอครับ ”
“จริงสิคะ ฉันจะโกหกคุณทำไม ”
“ แล้ว..แล้ว..ผมต้องทำยังไง ”
“คุณก็มองหาเธอก่อนสิ แน่ใจว่าใช่ก็ค่อยเดินออกไป คล้องให้ถูกคนนะ ถ้าผิดคนคุณจะถูกพวกเราทำโทษ ”
“ ห๊า..มียังงี้ด้วยเหรอ ”
“มันเป็เกมส์ที่เราทำมาเซอร์ไพรส์คุณน่ะ ”
“มาด..า..ม…ม..า..ด..า…ม เข้าใจเล่นนะ”
หญิงสูงวัยกว่าหัวเราะก๊ากชอบใจ แต่กึนซองเครียด เริ่มเครียดมากขึ้นก็แต่งตัวเหมือนกันหมดเลย เต้นก็เหมือนกัน แล้วเราก็ไม่ได้สังเกตมาั้แ่แรก ยิ่งตอนนี้ไฟเทคก็หมุนติ้ว ติ้ว แสงสีคลุมเครือไปหมด เดี๋ยวให้จบรอบก่อนก็จะเป็ไฟธรรมดา คราวนี้ล่ะ...ยัยคนน้อย เธอเสร็จฉันแน่ เขาคำรามฮึ่มฮั่ม…อยู่ในลำคอ
เสียงโฆษกงานรำวงขึ้นกล่าว รอบนี้รำวง รอบหน้าม้าย่อง เอ้า!ซื้อบัตรซื้อตัวกันเข้ามา...ล่ามชาวเกาหลีแปลให้อีกที สรุปบนเวทีมีโฆษก2คน
แปลกันไป แปลกันมา สนุกสนาน
หมดรอบแล้ว นางรำพากันกลับเข้าที่ คือ เก้าอี้เรียงเป็แถว2แถวๆละ25 คนรวมมีนางรำมากถึง 50 คน แต่คนรำมีมากกว่า บางคู่ต้องรำกันเองซึ่งก็เรียกเสียงหัวเราะได้มากมายเลยทีเดียวกับท่าเต้นท่ารำที่คิดสรรกันขึ้นมาเองอย่างสุดสวิงริงโก้
ไฟสว่างแล้ว กึนซองมองเรียงไปทีละคน ทีละคน สวยๆทั้งนั้น ลายตาไปหมด คนไทยนี่แผนเยอะจัง นางรำกำลังนั่งพักโฆษกบนเวที2คน ไทยคน เกาหลีคน กำลังเรียกเสียงฮาอยู่กับคำพูดสัปปะดี้ สัปปะดน
ไม่มีใครสนใจชายหนุ่มที่กำลังก้าวออกไปหานางรำคนหนึ่งที่เอาแต่นั่งก้มหน้า พอไปถึงก็เอาพวงมาลัยคล้องคอฉับเข้าให้ คราวนี้เสียงปรบมือดังกราวเลยทีเดียว กึนซองฉุดมืออดีตล่ามประจำตัวเขาลุกขึ้น ยกมือเธอชูขึ้นว่าเขาชนะแล้ว ดนตรีจังหวะรำวงเริ่มขึ้นทันที เสียงเชียร์รำเลยๆดังสนั่น มนต์ตรานั้นไม่อยากที่จะรำอยู่แล้ว เพราะ ในค่ำคืนนี้เธอรำมาแล้วกว่า20เพลงแต่นายเกาหลีนี่สิ ทำหน้าทำตาน่าสงสาร
“ สอนผมหน่อยสิ ” มนต์ตราจึงดึงชายหนุ่มให้ออกมาจากวงที่เขากำลังร่ายรำวนเป็วงกลมอยู่ เลยดูเหมือนคู่หนุ่มสาวคู่นี้ตกอยู่ในวงล้อม
“เป็ไข่แดงเลยฉัน” มนต์ตราบ่นเป็ภาษาไทย
“อะไรนะ พูดให้ผมเข้าใจบ้าง ”
“ ม่ะ..จะสอนให้ยกมือ จีบนิ้วไว้อย่างนี้ ยกขึ้นข้างนี้แล้วสอดสร้อย ข้างนั้น เดินทำขาอย่างนี้ เดี๋ยวฉันจะทำให้ดู ดูๆไปก่อนแล้วค่อยๆทำตามนะ ”ชายหนุ่มตามดูมนต์ตรา รำไปรอบๆวง สักพักก็เริ่มขยับมือไม้ตามไป ท่ามกลางเสียงหัวเราะขบขันของคนที่ไม่ได้ออกไป แต่ก็สนุกสนานร่วมปรบมือไปตามจังหวะเพลง
เพลงรำวงจบไปแล้ว1เพลง ต่อไปเป็จังหวะม้าย่อง ซึ่งรู้สึกว่าหลายๆคนจะชอบจังหวะนี้จึงออกมาเต้นเต็มฟลอร์ไปหมด
กึนซองดูตัวอย่างจากหญิงสาวแป๊ปเดียวเขาก็จับจังหวะได้เต้นไปกับเธออย่างสนุกสนาน
“เดี๋ยวคุณไปนั่งพักก่อนนะ ฉันขอเวลาเข้าห้องน้ำแป๊ปนึง ”
“ อ๋อ..ได้สิ ” เคป๊อปตัวพ่อเดินเหงื่อโทรมกลับเข้ามานั่งที่ของตัวเอง หอบแฮ่กๆ
“ โอย!...เหนื่อยเหมือนกันนิ ”
“เป็ไงมิสเตอร์คิมเก่งมากที่หาจนเจอ ”
“มันแน่อยู่แล้ว” เขาตอบ “ขอให้เธอมาเถอะพลิกแผ่นดินผมก็จะหา ” เขาตอบผู้จัดการสาวใหญ่ที่เข้าใจถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อมนต์ตราอย่างไม่ปิดบัง
“เมื่อเกมส์นี้คุณชนะ เราก็มีรางวัลให้คุณ เป็รางวัลที่คุณไม่มีสิทธิ์เลือก ”
“ยังงี้ก็มีด้วย ”
“ ใช่ เดี๋ยวคอยดู ”
ทำไมมนต์ตราไปห้องน้ำนานจัง เพลงนี้จังหวะดี ถึงจะฟังคำร้องไม่เข้าใจแต่ก็รู้ว่าไพเราะ ชายหนุ่มรำพึงในใจ ผู้จัดการสาวใหญ่ นั่งอยู่ข้างๆเขา แปลเนื้อเพลงให้ฟังว่าผู้ชายคนนี้จีบผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วกล่าวว่าเป็ต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีหนามแหลมคม เข้าใกล้เป็อันต้องเจ็บตัว ก็เลยสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานเก็บเงินแล้วมาสู่ขอเธอตามประเพณี ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกๆ ว่าเข้าใจแต่ไม่ละสายตาไปจากเวทีที่นักร้องกำลังร้องเพลงนี้อยู่
เพลงของนักร้องชายจบลงแล้ว อินโทรขึ้นใหม่ในจังหวะเดียวกัน
“เป็เพลงร้องแก้กัน คราวนี้ผู้หญิงร้อง”ผู้จัดการสาวบอก
“โอ้พ่อเตยต่ำเตี้ยพี่มีเมียมาแล้วกี่คน อย่ามาหลอกเล่นกลชายหน้ามลล่อลวงหญิงเลย เฝ้าแต่มัวติดตามพ่อโฉมงามเห็นจะไม่ได้เชย ชีกอจริงนะพ่อดอกเตย พูดย้ำพร่ำเอ่ยเหมือนลุงเชยบ้านหมี่” สาวใหญ่แปลให้ฟัง“ทำไมนักร้องหญิงยังไม่ออกมาอีกล่ะมาดาม” เขาถามตามองที่เวทีตลอด ที่ฟลอร์ข้างล่างคนก็รำกันไป เพราะเป็จังหวะที่สนุกสนาน
“แสนจะเจ็บใจ น้องเคยอับอาย ” แล้วนักร้องสาวคนนั้นก็ค่อยๆโผล่ออกมาจากพื้นเวทีด้วยเทคนิคอันทันสมัยจนกระทั่งเห็นเต็มตัว หญิงสาวค่อยๆเดินร้องเพลงมาที่หน้าเวที วาดลวดลายลีลาตามที่ผู้จัดการสาวใหญ่ส่งคนมาฝึกร้องฝึกเต้นและชะมดชะม้อยชายตาให้แลดู น่ารัก น่าหยิกเหลือเกินในสายตาของชายหนุ่ม
“เมื่อคราวเสียท่าคุณพี่ ” มนต์ตราก็แกล้งชี้นิ้วมาที่เขา
“ ชิ้มรสอิ่มแล้วก็หนี เมื่อพบหน้าที่กลับท้าตีด้วยไม้ เตยจ๋า พ่อเตยต่ำเตี้ยพี่มีเมียมาแล้วกี่คน อย่าคุยโวโม้ไป ว่าจะไม่เ้าชู้แน่นอน ธาตุผู้ชายกะล่อน เจอไก่อ่อนพี่ก็ตอนเสียตาย ถ้าพี่กลับตัวได้เก็บเงินไว้พอขอน้อง บางที่พี่อาจสมปอง ได้น้องคนซื่อให้เขาลือกันทั่ว ครั้นพี่เก็บเงินไว้เพื่อแต่งงาน พี่อย่าพลันใช้เงินลืมตัว ไปไหนต้องเอาผ้าคลุมหัวหาตัวเ้าบ่าวไม่เห็นเงาเดินผ่าน เตยจ๋าผู้เตยต่ำเตี้ยพี่มีเมียมาแล้วกี่คน โอ้พ่อเตยจ๋าเตย พี่หมายเชยดอกเตยงามตา ถ้าจะหมดปัญญาไขว่คว้าหากินทางฝัน จะมัวฝันอยู่ใย ช่างไม่อายเกิดเป็ชายชาญถ้ารักจริงอย่ามัวนิ่งอยู่นานจุดธูปสาบานต่อหน้าศาลเพียงตา น้องเป็หนามเตยต่างเคยชื่นชมกันมา ความหลังมันยังฝังอุราเมื่อพบหน้าพี่ปวดฤดีเจียนตาย เตยจ๋าพ่อเตยต่ำเตี้ยพี่มีเมียมาแล้วกี่คน”
เสียงปรบมือดังลั่นเมื่อเพลงจบลง มนต์ตราโค้งลงอย่างสวยงาม เดินกลับเข้าหลังม่านเวที
“เธอบอกให้คุณเก็บเงินแต่งงาน ”
“ ห๊ะ! ” ชายหนุ่มอุทานเสียงดัง
“ก็เนื้อเพลงมันบอกอย่างงั้น ”
“ โอ้!มายก็อด ”
มนต์ตรา หายไปหลังเวทีอยู่พักใหญ่ ก็กลับมาที่โต๊ะอาหารอีกครั้งคราวนี้เธอเปลี่ยนชุดแล้วเป็กางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยีนส์ดูทะมัดทะแมง ปล่อยผมยาวสยายเต็มหลัง ที่โต๊ะอาหารขณะนี้มีเพียงผู้จัดการสาวใหญ่ซึ่งนั่งเคียงข้างอยู่กับกึนซอง หญิงสาวจึงเดินมานั่งข้างๆมาดาม คนอื่นๆไปสนุกสนานอยู่ที่ฟลอร์เต้นรำกันหมด ดูเหมือนจะเต้นกันแบบ NonStop ซะด้วย
“ หมอมนต์ ร้องเพลงให้คุณเป็ของขวัญในฐานะที่คุณจำเธอได้ หมอไม่เคยร้องเป็เื่เป็ราวแบบให้ใครฟังมาก่อนเลยนะ ใช่มั้ยคะ คุณหมอ ”
“ เอ้อ! ค่ะ..ค่ะ ”
ทั้งหมดคุยกันด้วยภาษากลาง คือภาษาอังกฤษ ชายหนุ่มชะโงกหน้าไปขอบคุณ เพราะมีมาดามขั้นกลางอยู่
“เป็ของขวัญที่พิเศษมากสำหรับผม ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณจะทำแบบนี้ก็เป็ ”
“ บ้า ” หญิงสาวพูดเป็ภาษาไทย มาดามตัวดีหัวเราะเสียงดัง
“เธอว่าอะไรผม แปลเดี๋ยวนี้มาดาม ”
“เปล่าหรอก…ฉันบอกว่า..เหรอ.. น่ะ ” มนต์ตราชิงตอบซะเอง กลัวนางแปลงสารเป็อย่างอื่น
ชายหนุ่มบอกไม่ถูกว่า หัวใจของเขามันอิ่มเอิบอย่างบอกไม่ถูก ตอนแรกคิดว่าจะมาร่วมงานพอเป็พิธีแล้วจะหนีกลับเพราะความเซ็งที่ไม่พบใครบางคน แต่ตอนนี้เขาอยากให้เวลามันยืดยาวนานเหลือเกิน ขอภาวนาให้พวกที่สนุกสนานกับรำวงย้อนยุค รำกันไปจนสว่างคาตาเลย
ผู้จัดการสาวใหญ่ขยับตัวทำท่าจะลุกขึ้น
“ พี่จะไปไหน ” มนต์ตราเรียกถาม
“จะไปฉี่ จะไปด้วยมั้ยละ ”
“ อ๋อ! ค่ะ เชิญ ”
ตอนนี้ที่โต๊ะอาหารจึงมีเพียงเธอและเขาสองคนเท่านั้น ชายหนุ่มเขยิบมานั่งใกล้ๆหญิงสาว