“โธ่เอ้ย!”
นางร้องขึ้นอย่างผิดหวัง เริ่มเบ้ปากเหมือนจะร้องไห้ พวกสาวรับใช้รีบเข้าประกบรุมจับนางหามเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า หลินเฟยหลิงใดิ้นพราดๆ ร้องเสียงหลง
“ไม่เอาๆจะพาฉันไปไหน ปล่อยสิ”
เหล่าสาวรับใช้รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อการแต่งตัวเสร็จสิ้น เสียงเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเข้มเดินอกผึ่งผายเข้าใกล้นาง
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เขาถามพลางก้มสำรวจรอบๆ เอามือเปิดผม ดูตามใบหน้าหน้าผาก หลินเฟยหลิงใรีบปัดมือเขาออก ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อยกับอาการของนาง หลินเฟยหลิงเหลือบเห็นกระบี่ในมือเขา ละล่ำละลักพูดขอร้อง
“นายๆ เอ๊ย ท่าน ฆ่าคนได้ไหม ฆ่าข้าเถอะนะๆ” นางเข้าเขย่าแขนเขาอย่างแรง ชายหนุ่มคนนั้นมองนางอย่างสงสัยย่นคิ้วเข้าหากัน
“ทำไมข้าต้องฆ่าเ้า เ้าทำความผิดสิ่งใด”
“ข้า…ข้า…อ๋อ…เอ่อ…ข้าคิดไม่ดีกับท่าน ฆ่าข้าเลย เอาดาบนี่แทงท้องเลยนะๆ”
นางคิดไม่ทัน ไม่รู้ว่าเขาเป็ใคร รู้แต่ว่าอยากตายเพื่อจะได้กลับบ้าน
“ไร้สาระ” เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำดวงตาเริ่มแข็ง จากนั้นเขาสั่งสาวใช้ให้คอยเฝ้าดูให้ดีอย่าให้คลาดสายตา เพราะกลัวนางคิดสั้น ชายหนุ่มคิดในใจว่าเขาไม่ดีหรืออย่างไรถึงขนาดเ้าสาวที่เพิ่งแต่งงานเข้าจวนวันแรกคิดตายจาก
“นายหญิงเป็อะไรไปเ้าคะ พูดเื่ความตายไม่เป็มงคลเลย เพิ่งแต่งงานเข้าหอได้คืนเดียวแท้ๆ โธ่!”
“ห้ะ! แต่งงานเข้าหอ” หลินเฟยหลิงตาค้าง อ้าปากหวอ
“แล้วเมื่อสักครู่ก็คือท่านแม่ทัพหวงฟู่เฉิน สามีที่เพิ่งแต่งงานกันนะเ้าคะ”
สาวใช้เฒ่าอธิบายเนิบช้า หลินเฟยหลิงทิ้งตัวลงบนเตียง ก้มหน้ากุมขมับ รู้สึกแขนขาอ่อนแรง
“บ้าบอจริงเชียว”
“ได้โปรดเถิดเ้าค่ะ อย่าทำอย่างนี้อีกเลย ท่านพ่อท่านแม่จะเสียใจนะเ้าคะ” สาวใช้เฒ่าคุกเข่าอ้อนวอน
“ทุกคนรักนายหญิงมาก อย่าทำอะไรแบบนี้ อย่าคิดสั้นเลยนะเ้าคะ ฮือๆ” นางเริ่มดราม่า หลินเฟยหลิงมองสาวใช้เฒ่าก็รู้สึกเห็นใจ แต่นางไมใช่คนที่นี่จะอยู่ได้อย่างไร
“ข้าจะอยู่ได้ยังไง อยากกลับบ้าน” นางเอ่ยกับสาวใช้
“ประเดี๋ยวค่อยกลับนะเ้าคะ ตอนนี้เพิ่งแต่งงาน ต้องดูแลสามีก่อนเ้าค่ะ”
นางเบือนหน้าหนีพูดไม่ออก พวกเขาพูดไม่รู้เื่หรือยังไงกัน นางเพิ่งนึกได้ว่าเขาพูดภาษาอะไรกัน แต่นางพูดกับพวกเขารู้เื่ สื่อสารกันเข้าใจ ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเรียนภาษาใหม่ให้ลำบาก นางไม่มีหัวทางนี้ด้วยสิ
“ตายไม่ทันตั้งตัว ไม่ได้สั่งลาใครสักคน แถมตอนนี้ยังกลับมาเกิดใหม่เป็เ้าสาวแม่ทัพ ใส่ชุดรุ่มร่ามเหมือนในหนังจีน มันใช่ชีวิตจริงเหรอเนี่ย?”
หลินเฟยหลิงครุ่นคิดวนเวียน ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่เข้าใจอยู่ดีและไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร
ถึงเวลาอาหาร สาวรับใช้นำอาหารมาวางเต็มโต๊ะ นางต้องร่วมรับประทานกับสามีหมาดๆ เขาจ้องมองตาไม่กระพริบ เหมือนค้นหาว่าเพราะเหตุใดนางถึงเปลี่ยนไปมากมาย หลินเฟยหลิงสูดกลิ่นอาหารเข้าเต็มที่ ลงมือกินไม่ยั้ง นางหิวโหยจนลืมกิริยาว่ามีชายหนุ่มหล่อนั่งอยู่ด้วย จัดการกวาดอาหารเข้าปากพรืด เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย แม่ทัพหวงได้แต่นั่งมองดูคนตะกละ เขานั่งนิ่งเก็บอาการไม่ได้กล่าวอะไรกับนาง หรือว่าเป็นิสัยที่เพิ่งแสดงออกงั้นรึ เขารู้สึกผิดหวังหน่อยๆที่ได้เมียประสาทเข้ามาแทนที่สาวสวยนิสัยเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าอาจเป็อาการกระทบกระเทือนทางสมอง รักษาต่อเนื่องซักพักก็คงจะดีขึ้น เขาคีบอาหารกินช้าๆอย่างลำบากใจ ยังไม่รู้วาหญิงสาวจะแสดงอาการประสาทเช่นใดออกมาอีก ชายหนุ่มยังไม่ทันได้กินเสร็จก็ต้องเบิกตาโตกับเสียงที่ได้ยิน
“เอิ้กกกกก” เสียงเรอดังลั่นพร้อมกับท่าทางลูบท้องอิ่มหนำ
‘ช่างไม่มีความเอียงอายใดๆเอาซะเลย’ เขากลืนอาหารลงคออย่างยากเย็น ลุกขึ้นจากโต๊ะ
“ข้าต้องออกไปทำธุระ เย็นๆจะกลับมา เ้ากินข้าวเย็นก่อนได้เลย”
เขาพูดเสียงขรึม รีบสาวเท้าออกไปรวดเร็ว
“ยังจะกลับมาอีกเหรอ” หลินเฟยหลิงย่นจมูก สีหน้าวิตกขึ้นมาทันที
นางออกมาเดินสูดอากาศนอกจวน มองหาแหล่งที่จะทำให้ตายไปเรื่อยๆ จวนแม่ทัพหวงฟู่เฉินมีอาณาบริเวณกว้างขวางโอ่โถง มีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านดูร่มรื่น
“อ้ะ ต้นไม้ใหญ่ ผูกคอตาย ใช่แล้ว” นางนึกออกดีใจลิงโลด รีบวิ่งไปหาเชือกมาแขวนคอ
“ข้าจะได้กลับบ้านแล้ว เย้ๆ” นางวิ่งไปพูดไป หลินเฟยหลิงเปิดประตูเข้าไป เจอห้องทำงานขนาดใหญ่ ดูเป็ระเบียบเรียบร้อยสะอาดสะอ้าน
“ว้าว ใหญ่กว่าห้องนอนเราอีก”
นางตื่นตาตื่นใจกับความโอ่อ่าจนเกือบลืมไปว่ามาหาเชือกแขวนคอ หญิงสาวสะบัดหัวตั้งสติ
“หายากหาเย็นจริงแค่เชือกเนี่ย”
“เข้ามาทำอะไรในนี้ เชือกอันใดกัน” เสียงทุ้มนั้นถามขึ้นจากด้านหลัง
“อ้ะ..อ๋า! ” นางหมุนตัวกลับไปเจอแม่ทัพหวงยืนมือไพล่หลัง จ้องมองเขม็ง
“ว่าอย่างไร” เขาย้ำคำถาม นางไม่รู้จะทำอย่างไร เดินเข้าไปหาเขา ยกมือขึ้นตบบ่าชายหนุ่มเบาๆแก้เก้อ
“ฮ่าๆๆไม่มีอะไรพี่ชาย ข้าแค่..”
แม่ทัพหวงทำหน้าฉงน เริ่มไม่พอใจกับกิริยาของภรรยาสาว เขาถามขึ้นเสียงดัง
“แค่อันใด” หลินเฟยหลิงเริ่มไม่พอใจที่ถูกขึ้นเสียง ยกมือเท้าเอวเบือนหน้าถอนหายใจออกปากดังฟู่ ตามองบน หาเหตุผลไม่เจอ
“ข้ามาหาเชือกน่ะ เชือกมีไหม รู้จักหรือเปล่า” นางเริ่มเสียงแข็งไม่สบอารมณ์ที่โดนต้อน
“เ้าควรกลับห้องได้แล้ว ข้ายังทำธุระไม่เสร็จ แล้วก็ไม่ควรทำสิ่งใดที่ไร้สาระเช่นนี้”
เขาบอกน้ำเสียงเรียบเฉย ผู้หญิงอะไรเหมือนหลุดมาจากป่า
“โธ่เอ้ย เชือกก็หาไม่เจอ แถมมาปะหน้ากับอีตาแม่ทัพหน้าั์ ซวยจริงๆเลย”
หลินเฟยหลิงนั่งถ่างขา ก้มหน้าเกาหัวถี่ๆ สะบัดไปมารุนแรง ขัดใจที่ไม่เป็ดังคาด
หวงฟู่เฉินยืนแอบมองไกลๆ ส่ายหัวช้าๆ ถอนหายใจอย่างหนักใจ
ค่ำแล้ว บรรดาสาวรับใช้จับหลินเฟยหลิงอาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนเป็ชุดนอน ขั้นตอนการอาบน้ำแต่งตัวเป็ไปอย่างทุลักทุเล เพราะนางไม่ยอมให้จับต้องร่างกาย กว่าจะเสร็จก็ยื้อกันอยู่นาน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย สาวใช้ก็ออกจากห้องปิดประตูให้
หลินเฟยหลิงนอนมือประสานท้ายทอย ยกขาชันเข่าคล้ายไขว่ห้างกระดิกเท้าดุกดิกครุ่นคิดถึงวิธีการหาทางกลับบ้าน
หวงฟู่เฉินยืนมองขมวดคิ้วเข้ม เขาไม่พอใจอย่างยิ่งกับกิริยาคล้ายบุรุษ
“นอนให้มันดีๆ” เขาทำเสียงเข้มดุเป็เชิงปราม นางใรีบเก็บกิริยา สงสัยว่าเขาเข้ามาทำไมกัน นางเกาหัวแกรกๆทำหน้าเบ้
“เราต้องพูดกันยาวหน่อย” เขาเก็บอารมณ์ให้เป็ปกติที่สุด
“มีอะไรท่านก็รีบพูดมา ข้าง่วงแล้ว”
นางทำท่าหาว อ้าปากหวอกว้างอย่างเคยตัว เขาอึ้งแล้วอึ้งอีกกับความห่ามเช่นนี้
“เ้าไม่สบายหรือไม่ ข้าจะได้เรียกหมอมาตรวจอาการ ข้ารู้สึกว่าเ้าแปลกไป”
เขายังยืนพูดกับนางด้วยอาการมือไพล่หลังเช่นเดิม
หลินเฟยหลิงหมุนคอวนไปวนมา ตบท้ายทอยตัวเองเบาๆ
“ข้ามีอาการปวดหัวนิดหน่อยน่ะ แผลยังไม่หายดีเลย แหะๆ” นางไม่เคยยืนคุยกับผู้ชายสองต่อสองในห้องนอนอย่างนี้ บรรยากาศเงียบเชียบยิ่งทำให้ใจหวิว จึงแก้เก้อด้วยวิธีการของนาง เขาเห็นว่านางยังคงไม่หายดีจึงไม่อยากถือสา แต่ถ้าอาการปกติแล้วยังทำตัวอย่างนี้ เื่ยาวแน่ๆ