ตอนที่ 2
ทางด้านบ้านของลูกหนี้
“นังลิน...ฉันหาชุดไม่เจอแกช่วยมาหาให้ฉันหน่อยสิ”เสียงจันทร์ชนกร้องะโเรียก มุจลินท์ผู้ที่มีศักดิ์เป็น้องสาวเธอสองคนเป็ลูกพี่ลูกน้องกันแต่จันทร์ชนกกลับไม่ได้เห็นมุจลินท์เป็น้องด้วยเลยสักนิดแต่เห็นมุจลินท์เป็เพียงผู้ที่คอยรับใช้และสนองความ้าของเธอเท่านั้น
“ค่า...ค่า...ลินมาแล้วค่าพี่จันทร์หาชุดไหนไม่เจอหรือคะ” มุจลินท์รีบกุรีกุจอเข้ามาในห้องของผู้เป็พี่สาวเพราะพ่อของจันทร์ชนกมีศักดิ์เป็ลุงแท้ๆของมุจลินท์มุจลินท์ถูกครอบครัวนี้เลี้ยงมาั้แ่เล็กๆเพราะพ่อแม่ของเธอไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว
แล้วในบ้านหลังนี้ก็ยังมีผู้ที่เป็ป้าสะใภ้ของเธอคอยจิกหัวใช้งานยามที่ผู้เป็สามีไม่อยู่บ้านอีกด้วยเพราะถ้าคุณพัฒนาอยู่บ้านทุกคนก็จะทำดีกับมุจลินท์สำหรับเื่นี้ไม่ใช่ว่าคุณพัฒนาไม่รู้เื่นี้ ท่านรู้แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้เพราะนั่นก็เมียกับลูก ท่านก็ได้แต่ปรามๆแล้วก็บอกกับทุกคนในบ้านว่ามุจลินท์คือหลาน แต่สองแม่ลูกก็ไม่เคยสนใจ
“ชุดสีแดงที่ฉันพึ่งซื้อมาเมื่อวันก่อนแกเห็นไหม” ตลอดเวลาที่มุจลินท์อยู่ที่บ้านหลังนี้ั้แ่เด็กจนโตมุจลินท์ก็อยู่ในสถานะคนใช้มาโดยตลอด แต่มุจลินท์ก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำไปถึงในใจจะน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองเหลือเกิน เพราะเธอไม่เคยมีความสุขเหมือนกับคนทั่วๆไปเลยยังดีที่เธอยังมีคุณลุงที่คอยส่งเสียเล่าเรียน จนเธอเรียนจบปริญญาตรีแล้วเธอก็ซาบซึ้งในบุญคุณของคุณลุงในเื่นี้มากๆ
“ชุดสีแดงลินพึ่งเอาไปซักให้ค่ะ รอแป๊บนะคะเดี๋ยวลินไปเอามาให้” มุจลินท์ทำงานทุกอย่างั้แ่หุงข้าง ทำกับข้าว ซักผ้าหรือแม้นแต่ทำความสะอาดห้องนอนของทุกคนในบ้านหลังนี้
หลังจากที่มุจลินท์เรียนจบมาเธอก็อยากออกหางานทำ เพราะเธอไม่อยากอยู่บ้าน แต่ก็ถูกผู้เป็ป้าสะใภ้เบรกไว้ก่อนเพราะว่าถ้ามุจลินท์ไปทำงานแล้วใครจะทำงานบ้าน แล้วถ้าจะให้ท่านทำเองเห็นทีก็คงจะไม่ไหว นั่นก็เลยทำให้มุจลินท์ไม่ได้ออกไปทำงานนอกบ้านถึงแม้ว่าเธอจะเรียนจบแล้วก็ตาม
เื่ทำงานบ้านมุจลินท์ไม่เคยว่าเธอยอมตั้งหน้าตั้งตารับใช้ แต่เื่คำพูดที่ด่าว่าเธอแบบเสียๆหายๆเธอรับไม่ค่อยได้ บางครั้งเธอก็ถูกผู้เป็ป้าสะใภ้ไล่ออกจากบ้านอย่างกับหมูกับหมายามที่ผู้เป็ลุงออกไปทำงานไม่อยู่บ้าน แต่เธอก็ไม่รู้จะไปไหนเธอก็เลยก้มหน้าก้มตาทำงาน แล้วก็ให้เขาด่าต่อไป
“เออ...รีบๆไป ฉันจะใส่ไปทานมื้อค่ำกับแฟนฉัน”มุจลินท์วิ่งออกจากห้องไป แล้วก็รีบวิ่งกลับเข้ามาด้วยความรีบร้อนเพราะี้เีถูกด่า เธอก็เลยต้องทำทุกอย่างไม่ให้เธอถูกด่าถามว่าเธอชินไหมที่โดนด่าแบบนี้มาั้แ่เธอย้ายเข้ามาอยู่กับครอบครัวของคุณลุงเธอบอกเลยว่าไม่ชิน แต่เธอก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะเลือกอะไรได้บุญคุณของคุณลุงที่ค้ำคอเธออยู่ตอนนี้มันก็มากพอที่เธอจะยอมก้มหน้าดูแลลูกและเมียของท่านต่อไป
“อ้าวคุณแม่มีอะไรหรือเปล่าคะ” คุณเพ็ญศรีคุณแม่ของจันทร์ชนก และมีศักดิ์เป็ป้าสะใภ้ของมุจลินท์เดินเข้ามาในห้องของผู้เป็ลูกสาวด้วยหน้าตาเซ็งๆ
“ก็คุณพ่อของลูกน่ะสิ ไม่รู้เป็อะไรสีหน้าไม่ดีเลยบอกให้แม่ขึ้นมาตามลูกนี่แหละ”
“ค่ะจันทร์แต่งตัวเสร็จพอดีเลย” จันทร์ชนกหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่ที่หน้ากระจกอีกสองสามทีแล้วสองแม่ลูกก็พากับเดินลงมาที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่างของบ้านโดยมีมุจลินท์เดินตามลงมาด้วยอย่างเงียบๆ
“คุณพ่อมีอะไรกับจันทร์หรือเปล่าคะ” จันทร์ชนกและคุณเพ็ญศรีเดินมาแล้วนั่งลงที่โซฟาแต่มุจลินท์กลับนั่งลงที่พื้นเพราะความเคยชิน แต่ก็ถูกผู้เป็ลุงดุขึ้นเสียก่อน
“ลินลุงบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าอย่านั่งที่พื้นขึ้นมานั่งด้วยกันที่โซฟาเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงของท่านออกจะเข้มๆหน่อยในครั้งนี้เพราะท่านกำลังจะพูดเื่สำคัญมากๆให้กับลูกสาวของท่านฟังแล้วมันก็ค่อนข้างหนักใจมาก
“ช่างมันเถอะค่ะคุณพ่อ มันอยากจะนั่งตรงไหนก็” จันทร์ชนกหันไปมองมุจลินท์ด้วยสายตาเหยียดหยามเพราะจันทร์ชนกถูกผู้เป็แม่สั่งสอนมาั้แ่เล็กๆว่ามุจลินท์คือกาฝากพ่อแม่ก็ไม่มีต้องมาเดือดร้อนให้ท่านเลี้ยงั้แ่เด็กๆไหนจะต้องเสียเงินเสียทองส่งเรียนอีก
“ถ้างั้นแกก็ลงไปนั่งข้างล่างกับน้องสิ” คุณพัฒนาท่านรู้หมดว่าทุกคนในบ้านของท่านใครเป็ยังไง แต่ท่านก็ไม่อยากจะพูดอะไรมากพูดไปก็จะทะเลาะกับภรรยาเปล่าๆ อะไรที่ปล่อยได้ท่านก็ปล่อยไป
“โอ้ยไม่เอาหรอกค่ะคุณพ่อ ก็ถ้ามันอยากนั่งก็ให้มันนั่งไปคนเดียวสิ”ก็ชุดของจันทร์ชนกที่สวมใส่อยู่นั้นเธอพึ่งจะซื้อมาใหม่แถมราคายังแพงมากอีกด้วย จะให้ไปนั่งข้างล่างแบบนั้นได้ยังไง
“เอ้าเถอะๆจะดุลูกเพราะเื่ไม่เป็เื่แบบนี้เหรอคะคุณพี่แล้วไหนคุณพี่บอกว่ามีเื่จะพูดกับลูกไงคะ เื่อะไร” คุณเพ็ญศรีรีบเอ่ยขัดขึ้นมาแล้วก็พูดเข้าเื่ทันที เพราะว่าก่อนที่ท่านจะขึ้นไปตามลูกสาวท่านก็ได้ถามเื่ที่สามีของท่านจะพูดแล้ว แต่คุณพัฒนาก็ไม่ยอมบอกบอกแต่ว่าให้ลงมาคุยพร้อมกัน
“คุณพ่อมีเื่อะไรก็รีบๆ พูดมาเถอะค่ะพอดีจันทร์มีนัดกับวิธ” วิธก็คือแฟนหนุ่มของเธอ ที่พึ่งจะคบหาดูใจกันเมื่อไม่นานมานี้เองเพราะจันทร์ชนกเป็ผู้หญิงขี้เบื่อ เธอมักจะเปลี่ยนผู้ชายบ่อยเพราะความสวยและรวยมากของเธอ ทำให้เธอเป็ผู้หญิงที่อยากได้อะไรแล้วต้องได้แต่ตอนนี้สถานการณ์เริ่มพลิกผัน แต่เธอนั้นแค่ยังไม่รู้ตัวแต่กำลังจะรู้จากปากผู้เป็พ่อเดี๋ยวนี้นี่แหละ
“ตอนนี้บ้านของเราเป็หนี้อยู่สิบล้าน” คุณพัฒนาเริ่มเข้าเื่ทันทีโดยพูดออกมาตรงๆ
“ห๊ะ!! คุณพ่อ/คุณพี่” น้ำเสียงของสองแม่ลูกดังขึ้นผสานกันอยากใ
“ั้แ่เมื่อไหร่คะคุณพ่อ” ตอนนี้มีเพียงมุจลินท์ที่นั่งใกับสิ่งที่ได้ยินอยู่เงียบๆ
“สี่เดือนก่อนที่พ่อลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อน” แล้วตอนนี้เพื่อนของท่านที่ร่วมลงทุนด้วยก็หายสาบสูญไปแล้วเหลือให้ท่านต้องรับภาระใช้หนี้คนเดียวสิบล้านบาท แต่ถ้าจะให้เอาเงินเก็บไปใช้หนี้ก็ไม่พออยู่ดี
“แล้วไงคะคุณพ่อจะให้จันทร์หางานทำใช้หนี้เหรอคะ ไม่เอานะคะจันทร์ยังอยากเที่ยวอยู่”จันทร์ชนกถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจมาโดยตลอดั้แ่เด็กๆเรียนก็ไม่จบมีแค่วุฒมัธยมปลายเท่านั้นแล้วตอนนี้งานก็ไม่ได้ทำวันๆเอาแต่ออกเที่ยวมีคุณพัฒนาคนเดียวเท่านั้นที่หาเลี้ยงคนทั้งบ้าน
“เื่นี้พ่อเป็คนผิดเอง พ่อต้องขอโทษลูกด้วย แต่พ่อคงไม่มีทางเลือกเพราะทางโน้นให้เวลาเราแค่สามวันเท่านั้น” คุณพัฒนาพูดด้วยสีหน้าหนักใจน้ำเสียงเป็กังวล
“ห๊ะ! สามวันกับสิบล้านนี้นะคะคุณพี่จะบ้าเหรอใครมันจะไปหาเงินมากมายขนาดนี้ที่ไหนมาให้ทัน” คุณเพ็ญศรีเอ่ยขึ้นมาอย่างเห็นใจผู้เป็สามีแล้วทีนี้จะทำยังไงกันดีล่ะ
“ทางโน้นเขายื่นข้อเสนอมา” คุณพัฒนาพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้าผู้เป็ภรรยาหน้านิ่งแต่ในใจรู้สึกหนักใจที่จะต้องพูด แต่ก็ต้องลองพูดก่อนเพื่อว่าจะช่วยกันหาทางออก
“ข้อเสนออะไรคะคุณ”
“เขาบอกว่าถ้าภายในสามวัน ทางเราไม่สามารถหาเงินไปคืนเขาได้ เขาขอ...ลูกสาว”