หลังจากที่ภรรยาของตนเองนอนหลับไปแล้ว จึงไปคุยกับผกายฤกษ์ที่ห้องพักส่วนตัวของหมอชัยทศน์ เพราะเื่นี้ค่อนข้างเป็ความลับ จะเปิดเผยให้ใครรู้ไม่ได้
“เธอเป็น้องสาวของฉันชื่อรัชนีกร ทำไมคุณถึงศัลยกรรมใบหน้าของเธอให้เหมือนกับภรรยาของคุณล่ะคะ อีกอย่างคุณใช้ประโยชน์จากที่เธอความจำเสื่อม ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่เป็ภรรยาของคุณด้วยความจำยอม” ผกายฤกษ์พูดอย่างเอาเื่
“ผมขอโทษจริงๆ ครับ งั้นผมขอเล่าที่มาที่ไปให้คุณฟังก่อน แล้วคุณค่อยตัดสินผมอีกทีนะครับ” หมอชัยทศน์เล่า
“เื่มีอยู่ว่า ลูกสาวมาเฟียชื่อนาลันทาเกิดถูกใจผมเข้า เธอจึงบอกให้พ่อของเธอบังคับให้ผมแต่งงานด้วย โดยเอาครอบครัวของผมมาขู่ หากผมไม่ยินยอม เขาก็จะทำร้ายพ่อกับแม่ของผม หลังจากที่ผมแต่งงาน ผมต้องเขียนหนังสือสัญญาว่าจะปกป้องดูแลนาลันทาอย่างดี ไม่ให้เกิดอันตรายกับเธออย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นครอบครัวของผมก็ต้องตายตกตามกัน ผมใช้ชีวิตอยู่กับนาลันทาด้วยความอดทน เพราะเธอมีนิสัยเอาแต่ใจตนเอง ชอบสั่งให้ผมทำโน่นทำนี่ แต่เพราะผมต้องทำงานรักษาคนไข้จึงไม่ค่อยมีเวลาให้เธอ จนกระทั่งวันหนึ่งนาลันทาเกิดน้อยใจผมขึ้นมา เธอขับรถเร็วมากจนกระทั่งขับรถตกเหว รถเกิดะเิจึงไม่อาจช่วยชีวิตของเธอได้ ผมตระหนักถึงชีวิตของพ่อกับแม่ของผม เพราะตามสัญญานั่น พวกมาเฟียต้องไม่ปล่อยครอบครัวผมไว้แน่ แต่เป็การบังเอิญที่มีผู้หญิงนิรนามคนหนึ่ง เธอถูกลอบสังหาร โดยวางะเิที่รถของเธอ เมื่อเกิดการะเิทำให้เธอถูกไฟคลอก แต่โชคดีที่แถวนั้นมีหนองน้ำ เธอจึงวิ่งไปหนองน้ำนั้น ทำให้เธอมีชีวิตรอดมาได้ แต่ระหว่างที่เกิดการะเิศีรษะของเธอกระแทกกับเสาไฟฟ้า ทำให้สมองได้รับการกระทบกระเทือน ทำให้เธอความจำเสื่อม ผมเลยถือโอกาสนี้รีบสับเปลี่ยนร่าง ผมรีบยอมรับว่าเธอคือภรรยาของผม และทำการศัลยกรรมเธอให้เหมือนนาลันทา เพื่อรักษาชีวิตครอบครัวของผมไว้ ประกอบกับที่ผู้หญิงคนนั้นก็ถูกตามฆ่าอยู่แล้ว นี่อาจเป็การป้องกันไม่ให้เธอถูกตามฆ่าภายหลังได้ เื่ก็มีอยู่เพียงเท่านี้ล่ะครับ”
“ดิฉันเข้าใจคุณนะคะ แต่นั่นก็เป็การโกหกอยู่ดี อีกอย่างตอนนี้ ความทรงจำของเธอก็ฟื้นกลับมาแล้ว ดิฉันคิดว่าเธออาจไม่ยินยอมอยู่กับคุณค่ะ” ผกายฤกษ์คาดการณ์
“แต่พวกเราใช้ชีวิตฉันสามีภรรยาแล้วนะครับ และตอนนี้เธอก็ท้องได้สองเดือนแล้วด้วย ยังไงลูกในท้องก็เป็ลูกของผม ผมปล่อยเธอไปไม่ได้จริงๆ ครับ” หมอชัยทศน์กล่าว
“แต่เธอไม่ใช่นาลันทานะคะ เธอไม่อาจเป็ตัวแทนคุณนาลันทาได้หรอก” ผกายฤกษ์กล่าวอย่างรู้ใจน้องสาว
“จริงๆ ผมไม่ได้รักนาลันทาครับ แต่ผมรักเธอคนนั้น ถึงเธอจะความจำเสื่อม แต่นิสัยเนื้อแท้ของเธอเป็คนมีเมตตา เธอเข้าใจในงานของผม เธอคอยห่วงใยและถนอมน้ำใจผมเสมอ ผมจึงรักเธอมาก และผมจะไม่ยอมเสียเธอไปครับ” หมอชัยทศน์กล่าวอย่างมุ่งมั่น
“เอาล่ะค่ะ คงต้องรอให้ยัยรัชฟื้นขึ้นมาเสียก่อน ค่อยว่ากันใหม่นะคะ” ผกายฤกษ์กล่าว
ตอนนี้รัชนีกรตัวจริงมีอาการดีขึ้นแล้ว แต่เพราะความทรงจำกลับคืนมาหลังได้พบพี่สาวของตัวเอง ทำให้รัชนีกรมีอาการหวาดกลัวสามีของตัวเองขึ้นมา
รัชนีกรโผเข้ากอดผกายฤกษ์ไม่ยอมปล่อย และบอกให้ผกายฤกษ์พารัชนีกรออกไปจากที่นี่ แต่เพราะผกายฤกษ์เข้าใจเื่ราวทั้งหมดแล้ว และในตอนนี้ก็มีใครก็ไม่รู้ศัลยกรรมใบหน้าจนเหมือนรัชนีกรทุกอย่าง หากเธอคนนั้นรับรู้ว่ารัชนีกรตัวจริงยังไม่ตาย เธอต้องสั่งให้นักฆ่าตามฆ่ารัชนีกรตัวจริงอย่างแน่นอน
ผกายฤกษ์จึงปลอบน้องสาวและบอกว่า “พี่ขอโทษจริงๆ ตอนนี้ที่พักของพี่ไม่สะดวกจริงๆ พวกเรากลับไปที่บ้านคุณหมอชัยทศน์เพื่อหารือกันก่อนนะ พวกเราไปคุยกันให้เข้าใจเสียก่อน”
“แต่ว่า น้องไม่อยากเห็นหน้าเขานี่คะ เขากล้าโกหกและหลอกให้น้องอยู่กินกับเขาฉันสามีภรรยาจนเอ่อ มีลูกขึ้นมา” รัชนีกรกล่าว
“ก็นั่นไง รัชไม่สงสารลูกหรอ ถ้าเขาต้องเกิดมาไม่มีพ่อ มีครั้งหนึ่งที่พวกเราต้องผ่านประสบการณ์สูญเสียพ่อมาแล้ว พวกเราพากันทำใจไม่ได้แทบเสียผู้เสียคนกันเลยทีเดียว แล้วรัชไม่สงสารลูกหรอถ้าเขาต้องกำพร้าพ่อเหมือนพวกเราน่ะ” ผกายฤกษ์กล่าว
รัชเริ่มฉุกคิด เลยยอมกลับไปที่บ้านของหมอชัยทศน์ก่อนเพื่อหารือกันอีกที
************************************************
ในรถ ตอนนี้หมอชัยทศน์รับหน้าที่ขับรถให้ ส่วนผู้หญิงทั้งสองคนก็นั่งอยู่ด้านหลังอย่างกับรถแท็กซี่ รัชนีกรกอดพี่สาวไม่ยอมปล่อยและยังไม่ยอมมองหน้าสามีตัวเองเพราะยังคงโกรธไม่หาย