เซโน่ใช้ชีวิตไปวันๆ ภายในโลกที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละนิดแห่งนี้ ไม่นาน 6 วันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตลอด 6 วันนี้ เซโน่ต้องคอยรับมือสัตว์กลายพันธุ์หลายครั้ง เนื่องจากพวกมันตามกลิ่นอาหารที่เขาทำ
เซโน่จึงสร้างอาณาเขตของตัวเขาเองโดยการนำหัวของสัตว์กลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งมาปักบริเวณโดยรอบบ้านของเขา เพื่อให้สัตว์กลายพันธุ์ที่อ่อนแอกว่าหวาดกลัว เขาจะได้ไม่ต้องรับมือกับสัตว์กลายพันธุ์ทุกตัว
และมีสิ่งหนึ่งที่เซโน่ค้นพบโดยบังเอิญ นั้นคือสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้ขยายพันธุ์เร็วมาก แถมการเจริญเติบโตของมันก็สูงมากด้วย ขอแค่มีอาหารเพียงพอไม่กี่วันพวกมันก็โตพอจะออกล่าด้วยตัวเอง
นี้เป็สิ่งแปลกประหลาดเป็อย่างมากที่เขาพบเจอ
ถ้ายังเป็แบบนี้ต่อไปพวกสัตว์กลายพันธุ์จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจกลายเป็ปัญหาได้
แต่สำหรับเซโน่เขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเื่นี้มากนัก กลับกันเขาแอบหวังลึกๆ ว่าสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้จะแข็งแกร่งมากพอ เขาจะได้เก็บเลเวลกับพวกมันแทน เพราะถ้ามั่วแต่รอระบบดึงตัวคงเป็การเสียเวลาไปเปล่าๆ
“เฮ้อ แล้วเมื่อไหร่เกมที่สองจะเริ่มสักทีเนี่ย” เซโน่พ่นพลางถอนหายใจ
เขาตั้งตารอให้ระบบดึงตัวเขาไป แต่ตอนนี้มันก็ 10 โมงเช้าแล้ว ระบบยังคงไม่ดึงเขาไปสักที
“นี้กะจะรอให้ถึงเที่ยงทุกครั้งเลยหรือไงกัน?” ทุกครั้งระบบจะดึงพวกเขาไปใน่เวลา 12-13 นาฬิกาตลอด
ระหว่างรอระบบดึงตัวเขาไปเซโน่จึงต้องหาอะไรทำแก้เบื่อ กระทั่งสายตาเขาเหลือบไปเห็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ด้อมๆ มองๆ อยู่ตรงประตูหน้าบ้านของเขา “ลูกจิ้งจอก? ทำไมถึงมีจิ้งจอกอยู่แถวนี้ได้ แถมขนยังเป็สีขาวอีก หรือว่าหลุดออกมาจากสวนสัตว์ใกล้นี้?” ห่างไปราว 80-100 กิโลเมตรมีสวนสัตว์อยู่
ซึ่งสัตว์กลายพันธุ์หลายตัวที่เซโน่พบก็เป็สัตว์ป่าทั้งนั้น เห็นได้ชัดว่าสัตว์ป่ากลายพันธุ์พวกนั้นหลุดมาจากสวนสัตว์ จิ้งจอกตัวนี้น่าจะเหมือนกัน
เซโน่มองดูจิ้งจอกตัวน้อยด้วยสายตาครุ่นคิด จิ้งจอกตัวนี้ค่อนข้างแปลกประหลาด ขนทั้งตัวเป็สีขาวบริสุทธิ์ แถมยังไม่กลัวอาณาเขตที่เขาสร้างเอาไว้อีก “น่าสนใจ” เซโน่พยักหน้า จิ้งจอกน้อยตัวนี้น่าสนใจจริงๆ
มันน่าจะเป็สัตว์กลายพันธุ์แบบพิเศษก็ได้ คิดได้อย่างนั้นเซโน่ก็ะโลงจากชั้นสอง
“พุบ” เซโน่ร่อนตัวลงตรงหน้าจิ้งจอกอย่างเชื่องช้า
จิ้งจอกตัวน้อยใที่อยู่ก็มีมนุษย์ะโมาตรงหน้าของมัน ขนทั้งตัวของมันชี้ขึ้นพลางส่งเสียงขู่ในลำคอ
เซโน่เห็นอย่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “นี้ขู่ฉันงั้นเหรอ?” ยกเคียวมรณะและชี้ตรงไปยังหน้าขอจิ้งจอก
เขาไม่ได้กลัวจิ้งจอกตัวนี้เลย
เห็นได้ชัดว่ามันค่อนข้างอ่อนแอ แม้เขาจะไม่รู้เลเวลของมันก็ตาม
แต่จิ้งจอกขาวตัวน้อยยังคงส่งเสียงขู่เซโน่อย่างไม่ยอมแพ้ ไม่มีท่าทีของความกลัวอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
“ไม่กลัวงั้นเหรอ?” ก่อนหน้านี้เซโน่คอยเจอกับสัตว์กลายพันธุ์บางตัว ถ้าเขาเรียกเคียวและปลดปล่อยพลังออกมา สัตว์กลายพันธุ์พวกนั้นจะหนีไปทันที ราวกับว่าพวกมันรับรู้ถึงพลังของเขา
แต่จิ้งจอกสีขาวตัวนี้ไม่ได้กลัวเลย แม้จะถูกชี้เคียวเข้าใส่หน้ามันก็ตามที
“เห็นแก่ความกล้าของแก ฉันจะไว้ชีวิตก็ได้ ไปไหนก็ไปเถอะ” เซโน่ถอนเคียวกลับมาและพูด
จิ้งจอกราวกับเข้าใจในคำพูดของเขา มันหยุดขู่เขาและนั่งลง จ้องมองเขาไม่วางตา
“อะไร? รีบไปเถอะก่อนฉันจะเปลี่ยนใจ” เซโน่พูดขึ้นมาอีกครั้ง
จิ้งจอกยังคงนั่งอยู่กับที ครั้งนี้มันทำใบหน้าน่ารักขึ้นซะอย่างงั้น
“นะ-นี้แกกำลังอ้อนฉันงั้นเหรอ? บอกไว้ก่อนนะฉันไม่ถูกกับสัตว์ เพราะรีบไปซะ”
แต่จิ้งจอกขาวตัวน้อยยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม พร้อมกับทำหน้าตาออดอ้อนยิ่งกว่าเดิม
ขนสีขาวอันแสนบริสุทธิ์ชวนให้น่าลูบ ใบหน้าบอบบางหน้ารักน่าฟัดสุดๆ
“อึก นะ-น่ารักซะมัด…เดี๋ยว! ไม่สิ ฉันเป็อะไรไปเนี่ย!” เซโน่รีบสายหัวตั้งสติทันที
เมื่อกี้เขาเหมือนกับถูกมนต์สะกดยังไงอย่างงั้น
“เมื่อกี้แก สะกดจิตฉันใช่ไหม? สกิลงั้นเหรอ? หรือว่าอะไรคล้ายๆ กัน?” เมื่อตั้งสติได้เขาก็มองจิ้งจอกตรงหน้าอย่างแปลกใจ แววตาของเขาเป็ประกายด้วยความสนใจและถามจิ้งจอกตรงหน้าไม่หยุด
ครั้งนี้เซโน่เริ่มสนใจขึ้นมาจริงๆ แล้ว มอนสเตอร์ที่มีสกิลหรืออะไรพวกนี้ นั้นหายากมาก
ซึ่งปกติจะพบได้ในเฉพาะพวกบอสเท่านั้น แต่จิ้งจอกขาวน้อยตัวนี้อ่อนแอเกินกว่าจะเป็บอสได้
ที่สำคัญมันทำให้เขาตกอยู่ในมนต์สะกดของมันได้เพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น
แสดงว่าจิ้งจอกตัวนี้ไม่ได้แข็งแกร่งแน่นอน อ่อนแอมากด้วยซ้ำ
จิ้งจอกขาวน้อยผงะเมื่อเห็นว่ามนุษย์ตรงหน้าของมันไม่ตกมนต์สะกดของมัน
โดยไม่ลังเล มันหันกายและรีบวิ่งหนีทันที ตอนนี้มันรู้แล้วว่ามนุษย์ตรงหน้าไม่ใช่อะไรที่ควรยุ่งด้วยเลย
ก่อนหน้านี้มันมั่นใจเพราะคิดว่ามนุษย์ตรงหน้าจะตกอยู่ในมนต์สะกดของมันแน่ๆ
แต่ตอนนี้มันผิดแผนไปหมด มนุษย์ตกอยู่ในมนต์สะกดเพียงไม่กี่วินาทีก่อนจะหายเป็ปกติ
แล้วแบบนี้ตัวมันจะอยู่เพื่ออะไร? หนี ต้องหนีเท่านั้น!
“อะ เดี๋ยวสิ อย่างพึ่งไป เดี๋ยว!” เซโน่วิ่งไล่ตามมันทันที ด้วยสเตตัสของเซโน่ตอนนี้การตามจิ้งจอกขาวน้อยมันไม่ใช่เื่ยากเลย
ไม่นานเขาก็จับมันได้ เซโน่จับหลังของมันยกขึ้นมาตรงหน้าของเขาพลางมองมันอย่างระเอียด
จิ้งจอกขาวตัวน้อยมีน้ำตาคลอเบ้า ร้องไห้ออกมา
ถ้าเซโน่ไม่เห็นกับตาเขาคงไม่เชื่อว่าจิ้งจอกจะร้องไห้แบบมนุษย์ได้แบบนี้ นั้นทำให้เขาสนใจมันขึ้นไปอีก
“หืม? ตัวเมียงั้นเหรอ?” เซโน่สังเกตว่ามันไม่มีช้างน้อย
จิ้งจอกเหมือนเข้าใจคำพูดของเขาอีกครั้ง มันรีบหุบขาของมันทันที พร้อมกับร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม
เห็นอย่างนั้นเซโน่ก็ทำอะไรไม่ถูก เขายังไม่ได้ทำอะไรมันเลย แค่ยกตัวมันขึ้นเท่านั้นเอง
แต่เดิมเซโน่ก็ไม่ถูกกับพวกสัตว์หรือเด็กอยู่แล้ว การเห็นจิ้งจอกร้องไห้ตรงหน้าทำให้เขาไม่รู้จะทำยังไง
“เอ่อ หยุดร้องสิ ฉันไม่ทำอะไรแกหรอก” เซโน่พยายามยิ้มออกมาเพื่อให้มันผ่อนคลาย
แต่ที่ไหนได้ ในสายตาจิ้งจอกขาวน้อย รอยยิ้มของเซโน่ไม่ต่างจากรอยยิ้มของปีศาจ
ทำให้มันร้องไห้และดิ้นไปมาหนักกว่าเดิมซะอีก
เซโน่ได้แต่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้น เขาจนปัญญาจริงๆ
‘จริงด้วยก่อนหน้านี้มันมาด้อมๆ มองหน้าบ้านฉันเพราะอะไรกัน?’ เขาพยายามคิด
ในตอนนั้นเองกลับมีเสียงบางอย่างดังขึ้น “โครก คราก” ได้ยินดังนั้นเซโน่ก็มองจิ้งจอกขาวน้อยในมือทันที
ด้านจิ้งจอกขาวน้อยเองก็หยุดดิ้น แต่ยังมีน้ำตาไหลออกจากดวงตาเล็กน้อย
ทั้งสองจ้องมองกัน สถานที่แห่งรี้ตกอยู่ในความเงียบ ก่อนจะมีเสียงดังขึ้นอีกครั้ง “โครก คราก”
“แก...หิวใช่ไหม?” คราวนี้เขารู้แล้วว่าทำไมมันถึงมาด้อมๆ มองๆ หน้าบ้านเขา
เป็เพราะจิ้งจอกขาวตัวนี้ตามกลิ่นอาหารมานั้นเอง!
จิ้งจอกขาวน้อยก้มหน้า ดูเหมือนมันจะอับอายมาก ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ ของมัน
‘เข้าใจภาษามนุษย์จริงๆ สินะ’ เซโน่แอบใเล็กน้อย
ตอนนี้เขาพบกับสิ่งหายากเข้าจริงๆ แล้ว
“หยุดร้อง เดี๋ยวฉันจะหาอะไรให้กิน” เซโน่ยื่นข้อเสนอให้มัน
ครั้งนี้จิ้งจอกขาวจ้องมองเซโน่ด้วยความแปลกใจ ภายในใจเอาแต่คิด ‘มนุษย์คนนี้ไม่ได้จะกินฉันงั้นเหรอ?’
ถ้าเซโน่ได้ยินความคิดของจิ้งจอกขาวน้อยละก็เขาคงจะรีบตอบทันที “จะบ้าหรือไง! ฉันเหมือนคนที่ชอบกินของแปลกหรือไงกัน!”
จิ้งจอกขาวตัวน้อยพยักหน้าอีกครั้ง เห็นดังนั้นเซโน่ก่อนพามันเข้าไปในบ้าน แน่นอนเขายังไม่ยอมปล่อยมันจากมือเขา เพราะกลัวว่ามันจะเล่นตุกติกและวิ่งหนีไปอีกครั้ง
เซโน่พาจิ้งจอกขาวน้อยไปยังห้องอาหารและปล่อยมันลง ก่อนจะหยิบเนื้อของสัตว์กลายพันธุ์ในช่องเก็บของออกมาวางตรงหน้าของจิ้งจอกขาว “กินซะสิ” เนื้อนี้เป็เนื้อของกวางกลายพันธุ์ เซโน่เก็บเอาไว้ทานเพราะเนื้อของมันอร่อยมาก!
จิ้งจอกขาวดมกลิ่นเนื้อด้วยแววตาเป็ประกาย ก่อนจะอ้าปากกัดคำโตทันที
มันไม่ห่วงว่ามนุษย์จะวางยาพิษเลย เพราะมนุษย์ตรงหน้าของมันแข็งแกร่งมากพอจนไม่ต้องทำอะไรแบบนั้น
เมื่อกัดคำแรกก็มีคำสองและสาม จิ้งจอกขาวกินอย่างตระกะตระกาม ราวกับมันไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน
กระทั่งเนื้อกวางกลายพันธุ์กว่า 3 กิโลหมดภายในไม่กี่นาที เซโน่ได้แต่จ้องมองมันด้วยความใ
เนื้อ 3 กิโลนี้มีน้ำหนักพอๆ กับตัวของจิ้งจอกขาวตัวนี้ด้วยซ้ำไป ‘แล้วมันเอาอาหารทั้งหมดไปยัดไว้ตรงไหนกัน’ เมื่อมองดูร่างเล็กบอบบางของมันแล้วเซโน่ยิ่งไม่เข้าใจ
‘อืม ยังไงมันก็กลายพันธุ์ไปแล้ว อาจเป็ความสามารถพิเศษของสัตว์กลายพันธุ์ก็ได้’
“กินพอใจหรือยัง” เซโน่ถามจิ้งจอกขาวน้อยที่นอนพุงกางตรงหน้า
จิ้งจอกจ้องมองเขากลับก่อนจะส่ายหน้าทันที
“ห่า! ยังไม่พออีกงั้นเหรอ? นั้นมัน 3 กิโลเชียวนะ” เซโน่พูดออกมาด้วยความไม่เชื่อ
ทั้งที่ตัวเองก็กินได้เป็ 10 กิโลในมื้อเดียวไม่ต่างกันแท้ๆ
จิ้งจอกส่ายหัวอย่างจริงจัง และเสียงท้องของจิ้งจอกขาวน้อยก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ทำให้เซโน่พูดไม่ออกทันที จิ้งจอกขาวน้อยไม่ได้โกหก มันไม่อิ่มจริงๆ
เห็นอย่างนี้เขาก็ถอนหายใจและดึงเนื้อกวางออกมาอีก 5 กิโล
โชคดีที่ก่อนหน้านี้เขาล่ากวางกลายพันธุ์ได้หลายตัว เขาจึงมีเนื้อเหลืออีกเป็ 100 กิโลภายในช่องเก็บของ
จิ้งจอกน้อยเห็นเนื้อปรากฎขึ้นมาอีกมันก็รีบกระโจนเข้าหาและกินทันที
ใช้เวลาไม่นานเนื้อทั้ง 5 กิโลก็หมดอีกครั้ง
“อิ่มหรือยัง” เซโน่ถามอย่างอดทน
เขาไม่ได้ข่มขู่มันเพราะเขาไม่อยากรุนแรงกับมัน ถ้ามันไม่ให้ความร่วมมือในการตอบคำถามเขาก็ไม่รู้จะทำยังไง
ครั้งนี้จิ้งจอกขาวน้อยพยักหน้าเล็กๆ ของมันขึ้นลง แสดงให้เห็นว่ามันตอบว่า ใช่
“ถ้ากินอิ่มแล้ว งั้นตอบคำถามของฉันหน่อย”
จิ้งจอกขาวน้อยทำหน้าครุ่นคิดราวกับอยากจะลอกแกล้งส่ายหน้า แต่เมื่อมันคิดถึงเื่ก่อนหน้านี้แล้ว มันก็รีบปัดความคิดนี้ทิ้งทันที
และจิ้งจอกขาวน้อยก็พยักหน้าอีกครั้ง
เห็นจิ้งจอกขาวน้อยทำตามเขาก็เริ่มถามทันที “ดี! งั้นเริ่มจากคำถามง่าย แกเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม”
จิ้งจอกขาวน้อยมีสีหน้าแปลกใจราวกับว่า้าพูดว่า ‘นี้มันไม่ใช่เื่ปกติงั้นเหรอ?’ แต่มันก็พยักหน้า
“งั้นคำถามที่สอง แกพยายามทำให้ฉันต้องมนต์สะกดก่อนหน้านี้ ทำได้ยังไง”
“สกิลงั้นเหรอ?” เซโน่ถามต่อ
ครั้งนี้จิ้งจอกขาวน้อยส่ายหน้า
“ไม่ใช่? แลัวมันคืออะไร? ฉายา?” จิ้งจอกขาวน้อยส่ายหน้าอีกครั้ง
“ไม่ใช่ฉายา งั้นลักษณะเฉพาะ?” คราวนี้จิ้งจอกขาวน้อยพยักหน้า
“ลักษณะเฉพาะเองงั้นเหรอ อยากรู้ชะมัดว่าเป็ลักษณะเฉพาะอะไร อืม…ว่าแต่แกมีหน้าต่างของระบบไหม”
จิ้งจอกขาวน้อยมีสีหน้าไม่เข้าใจและเอียงหัวจนดูน่ารักน่าเอ็นดู
“ไม่รู้งั้นเหรอ? แล้วรู้ได้ยังไงว่ามันเป็ลักษณะเฉพาะ?” เซโน่ไม่รีบร้อนและถามอย่างใจเย็น
จิ้งจอกขาวน้อยมองเขาอย่างกับจะบอกว่า ‘โง่หรือไงกัน!’ ก่อนที่จิ้งจอกขาวน้อยจะยกขาหน้าข้างหนึ่งชี้ไปที่หัวของมันเอง ซึ่งเซโน่พอจะเข้าใจ
“อยู่ในสมองงั้นเหรอ? หรือว่าเป็ความสามารถเฉพาะของเผ่าพันธุ์ที่สืบทอดกันมาและฝั่งรากลึงในความทรงจำและสืบทอดกันมาเรื่อยๆ ฝั่งอยู่ใน DNA สินะ” เซโน่เข้าใจอะไรมากขึ้น ถึงจะไม่มากแต่ก็รู้
“แล้วแกเข้าใจที่ฉันพูดได้ยังไงกัน?” นี้คือสิ่งที่เขาไม่เข้าใจที่สุด
ด้านจิ้งจอกขาวน้อยส่ายหน้าราวกับจะบอกว่ามันก็ไม่รู้เหมือนกัน
“งั้นเหรอ...คำถามต่อไป”
หนึ่งคนหนึ่งจิ้งจอกแลกเปลี่ยนคำถามกันอย่างนั้น จนกระทั่งจิ้งจอกขาวน้อยเริ่มเบื่อและพยักหน้าแบบขอไปที
เห็นอย่างนั้นเซโน่ก็ไม่คิดมาก กลับกันเขายิ่งอยากเข้าใจจิ้งจอกขาวน้อยนี้มากขึ้น
ทุกอย่างที่มันทำราวกับมันเป็มนุษย์คนหนึ่งยังไงอย่างนั้น
มีทั้งอารมณ์ ความรู้สึก ความรู้ ฉลาดเป็กรดไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไป
แค่ไม่สามารถสื่อสารได้ก็เท่านั้น
เซโน่ไม่กวนจิ้งจอกขาวน้อยอีกก่อนจะหยิบเนื้อกวางให้มันเพิ่ม ด้านจิ้งจอกขาวน้อยก็มีสีหน้ายินดีเมื่อเห็นมนุษย์ตรงหน้าให้เนื้อเพิ่ม ก่อนจะเริ่มกินอย่างตระกะตระกามอีกครั้ง
เซโน่นั่งดูมันกินเนื้อด้านข้าง
บอกตามตรงเขาเริ่มรู้สึกว่ามันน่ารักขึ้นมาจริงๆ แล้ว อืม…น่ารัก
นี้ไม่ใช่การต้องมนต์สะกด แต่เป็ตัวเซโน่ที่เริ่มมองว่ามันน่ารักไปจริงๆ
ทว่าในตอนนั้นเสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้งหลังจากเงียบหายไปนาน
[เกมที่สอง 2 เริ่มต้น!]