ตอนที่7 งานอภิเษกสมรส (1)
.
.
เมื่อเดินมายังถนนข้างหน้าตำหนักลมปราณเมืองทั้งเมืองเมื่อวันก่อนๆก็พลันเปลี่ยนไปรอบๆถนนนั้นมีดอกไม้นานาพันธุ์หลากหลายสีตกแต่งอย่างน่าตื่นตะลึงสองข้างทางมีผ้าไหมวางไว้เพื่อแสดงเขตกั้นไม่ให้ผู้คนลุกล้ำเดินเข้าส่วนบนถนนนั้นถูกปูด้วยพรมสีแดงเือย่างน่าเกรงขาม! นี่มันงานอภิเษกของจักรพรรดิองค์ใดกัน?
ท่านพ่อใช้เงินได้ฟุ่มเฟือยยิ่ง!
คิดไปพลางเร่งกายกลับไปที่จวนอย่างไม่เร่งรีบนักก่อนที่มันจะเดินเข้าไปในห้องรับประทานอาหารจึงเห็นผู้เป็บิดาที่กำลังนั่งทำสีหน้ากลั้นผายลมอย่างทุกข์ร้อน!
“หากท่านปวดหนักใยไม่ไปเข้าห้องน้ำเล่า?”
ทันทีที่เห็นบิดาทำหน้ากลั้นผายลมชายหนุ่มจึงตบมุกเข้าให้บรรยากาศรอบๆตัวของบิดาน่าอภิรมมากยิ่งขึ้น
“เฟยเอ๋อร์! เ้าไปอยู่ที่ใดมา?”
หลังจากที่ได้ยินคำกล่าวหยอกล้อของลูกชายหยุนเสี่ยวก็ไม่ได้สนใจมากนักสิ่งที่มันสนใจก็คือลูกชายของมันที่หายหน้าหายตาไปกว่าครึ่งเดือนต่างหาก!
“ข้าอยู่ที่ตำหนักลมปราณ”
ชายหนุ่มเอียงคอตอบอย่างสงสัยใยท่านพ่อจึงดูร้อนรนถึงเพียงนี้? นี่ข้าเข้าไปอยู่ในนั้นนานเดาใดกันแน่?
“เห้อ...!”
หยุนเสี่ยวได้แต่ถอนหายใจให้กับลูกชายมันพลันคิดไปว่าเพราะพลังปราณของลูกชายกลับมาจึงทำให้เด็กหนุ่มเห่อหนักถึงขั้นไม่สนใจสิ่งอื่นใดเช่นนี้มันลูบหลังลูกชายเล็กน้อยก่อนที่จะจ้องมองความเปลี่ยนไปของลูกชาย
“!!?”
แข็ง! นี่คือััแรกที่มันรับรู้ได้เมื่อไม่กี่วันก่อนมิใช่ว่าลูกชายของมันยังเป็ไอ้ขี้ก้างอยู่หรอกหรือ? แล้วเหตุไฉนร่างกายของหยุนเฟยถึงได้มีมัดกล้ามถึงเพียงนี้กัน?
“ผ่านไปเพียงครึ่งเดือนทำให้เ้าเปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้เลยหรือ?”
หยุนเสี่ยวอดที่จะกล่าวถามออกมาไม่ได้ใบหน้าของมันนั้นแสดงถึงความตะลึงยากจะหยั่งถึง และเมื่อมองไปยังลูกชายของมันก็ได้พบกับสีหน้าตะลึงไม่ต่างกัน
“นี่ข้าอยู่ในนั้นถึงครึ่งเดือนเลยรึ!?”
กล่าวไปพลางลูบแขนไปพลางเพราะมันเองก็ไม่รู้ว่ากล้ามเนื้ออันล่ำสันนั้นมาจากใดกัน? เกิดอะไรขึ้น?หรือเพราะว่ามันวิ่งบ่อยเกินไปจึงทำให้มีร่างกายเช่นนี้?
“เห้อ...!”
หยุนเสี่ยวได้แต่ถอนหายใจเมื่อมองไปยังสีหน้าใสซื่อของลูกชายซื่อบื้อได้พ่อมันเสียจริงๆ!
“ช่างเถอะเฟยเอ๋อร์! ยังไม่ต้องคิดเื่ใดให้ปวดหัววันพรุ่งมีงานสำคัญเ้ายังไม่ลืมใช่หรือไม่?”
กล่าวไปพลางมองสีหน้าลูกชายอย่างคาดคั้นเ้าจักลืมมิได้!
“แน่นอนพรุ่งนี้เป็วันอภิเษกสมรสมีหรือข้าจะลืมเลือน?”
กล่าวอย่างเสียงใสให้บิดาได้ผ่อนลมหายใจลงก่อนที่หยุนเฟยจะถูกไล่ให้ไปเตรียมตัวในตำหนักพำนักนอนของตน
“ท่านพ่อคนที่ข้าจะตบแต่งด้วยคือแม่นางเย่งั้นใช่หรือไม่?”
ระหว่างเดินกลับตำหนักชายหนุ่มก็ได้กล่าวถามผู้เป็บิดาของมันอย่างมีความสงสัยอยู่ภายใน
“ใช่แล้ว! ทำไมหรือ?”
“หากข้าจำไม่ผิดนั้นด้วยฉายาขยะของเมืองเช่นข้าดูแล้วไม่อาจมีคุณสมบัติที่จะตบแต่งกับนางได้เลยมิใช่หรอกรึ? แล้วเหตุใดหัวหน้าตระกูลเย่ถึงตกลงปลงใจมอบนางให้กับชายหนุ่มไร้อนาคตเช่นข้ากัน?”
กล่าวไปพลางทำสีหน้าสงสัยไปพลางได้ยินเช่นนั้นหยุนเสี่ยวก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้งไม่รู้ว่ามันต้องถอนหายใจไปมากเท่าใดแล้วในวันนี้
“เื่มันเป็เช่นนี้เ้ารู้จักกองโจรอาชาสีชาดรึไม่?”
กล่าวเว้นวรรคเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าโง่งมของลูกชายมันจึงเล่าต่อไป
“กลุ่มจอมโจรอาชาสีชาดนั้นขึ้นชื่อในเื่เลวทรามมากมายหากพวกมันผ่านเมืองใดเมืองนั้นย่อมต้องพินาศ พวกมันฆ่ากระทั่งคนชราและเด็กทารกไม่มีแม้แต่หนึ่งชีวิตที่จะเหลือรอดไปได้หากพวกมัน้า และเมื่อหลายสิบปีก่อนเมืองของเราก็ได้ประสบเข้ากับพวกมันเข้า!”
ว่าไปพลางทำสีหน้าหงอยไปพลาง
“แล้วเกี่ยวอะไรกับการตกแต่งครานี้เล่า?”
“นั่นเพราะมารดาของเ้านางได้ลอบเข้าไปช่วยผู้คนที่ถูกจับกุมไว้ แต่กลับถูกสาวใช้ข้างกายหักหลังนั่นจึงทำให้นางได้สิ้นชีพไปแต่ถึงกระนั้นนางก็ยังคงใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของนางอุ้มทารกคนหนึ่งออกมาได้อย่างปลอดภัย”
กล่าวมาถึงตรงนี้หยุนเฟยก็พอจะรู้เื่ราวทั้งหมดมันมิได้โง่งมถึงขนาดที่จะให้บิดาเล่าต่อไป มันจะเป็การซ้ำเติมาแในใจเสียเปล่า!
“ข้า้าพักผ่อน!”
ไม่ทันให้หยุนเสี่ยวได้เล่าต่อชายหนุ่มพลันกล่าวตัดบทในทันทีพรุ่งนี้เป็วันสำคัญยิ่ง มิใช่เพียงแค่วันพิเศษของมันเพียงผู้เดียวแต่รวมไปถึงมารดาที่ล่วงลับไปด้วย!
“ท่านแม่?”
กล่าวพลางเอียงคอน้ำหนักของคำว่าแม่ในใจของหยุนเฟยนั้นถือว่าไม่มากนัก แต่กระนั้นก็ยังคงรักใคร่ แต่ไม่รู้เพราะอะไรกันแน่ที่ลางสังหรณ์ของชายหนุ่มกลับตีความของหยุนเสี่ยวกลับไปหมด
น่าสงสัย! มารดาข้าจะตายได้อย่างไรเมื่อครั้นข้าอายุ 3ขวบนางยังมาล่ำลาข้าพร้อมน้ำตาอยู่เลย!
.
.
To be continue…