" ได้สิ......กองทัพของข้ากำลังเบื่อหน่ายที่ต้องอยู่ในขุมนรกอันมืดมิดแสนยาวนานอยู่พอดี..."
ดวงตาสีโลหิตจับจ้องาาออร์คด้วยแววตาแสนเยือกเย็น เขาไม่สามารถรับประกันความเสียหายที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ได้ เพราะอย่างไรเสียกองทัพิญญาก็คือิญญาชั่วร้ายที่เต็มไปด้วยความกระหายอันแสนป่าเถื่อนไม่มีจุดสิ้นสุด
การเรียกพวกมันออกมาอาจส่งผลให้ดันเจี้ยนชั้นที่ 29 พินาศย่อยยับ แต่อย่างไรก็ตามกองทัพิญญากลุ่มนี้ก็เป็บริวารที่ซื่อสัตย์รับใช้เดธมามากกว่า 500 ปีในขุมนรกอันมืดมิดไร้แสงตะวันและร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ในศึกสุดท้ายปะทะกับกองทัพของาาิญญาจนได้รับชัยชนะ
' ถือซะว่านี่เป็รางวัลสำหรับเ้าพวกนั้นก็แล้วกัน จะอนุญาตให้ออกมาจากขุมนรก 1 วัน... '
ตู้ม!
ด้ามเคียวกระแทกเข้ากับพื้นดินจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวมีรอยแตกร้ายลากยาวไปมากกว่าครึ่งห้อง ก่อนที่ยมทูตในร่างมนุษย์จะปลุกกองทัพิญญาให้ตื่นขึ้น...
[ จงตื่น......จากการหลับใหล..]
ทันทีที่สิ้นสุดเสียงของยมทูต บรรยากาศรอบๆ ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงกลายเป็เยือกเย็นเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความกระหายเืและความบ้าคลั่งแสนป่าเถื่อน
พื้นที่ภายในดันเจี้ยนชั้น 29 เริ่มถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาสีดำโดยมีเดธเป็จุดศูนย์กลางขยายเป็วงกว้างหลายร้อยเมตร เวลาผ่านไปไม่นานนักหมอกนั่นหลอมรวมกันเป็กลุ่มก้อนแปรเปลี่ยนกลายเป็สิ่งมีชีวิตสีดำนับไม่ถ้วน
" าาของข้า..."
ิญญาร้ายตนหนึ่งเดินเข้ามาหาเดธก่อนจะคุกเข่าท่าอัศวิน มันคืออีกาดำที่เคยใช้ภาพมายาจนทำให้ไอรีนผู้เป็หนึ่งในสมาชิกสภานักเรียนถึงกับเกิดอาการหวาดผวา
ชื่อของิญญาร้ายตนนี้คือกริมมัว เป็ิญญาตนแรกที่ยอมก้มหัวรับใช้เดธและฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกันนับไม่ถ้วน
[ กริมมัวร์ ] แม่ทัพิญญา
ค่าพลังเวทย์ :0
ค่าพละกำลัง: 0
ค่าพลังิญญา: 98,999,999,999,999
ความสามารถพิเศษ: ธาตุิญญา , แม่ทัพผู้รับใช้เทพแห่งความตาย
กริมมัวร์มีค่าพลังิญญาสูงมากหลังจากผ่านศึกาต่อสู้กับกองทัพของาาิญญา
เดิมทีค่าพลังิญญาของมันมีอยู่เพียง 5,000,000 แต่พอได้ติดตามรับใช้ค่อยอยู่ข้างกายของเดธจึงจำเป็ต้องเข้าต่อสู้ทุกวันและนั่นเป็ครั้งแรกที่กริมมัวได้เห็นโลกแสนอันตรายอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน
ตอนนั้นกริมมัวร์ใมาก เมื่อิญญาร้ายที่แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนบุกโจมตีไม่หยุดหย่อนแทบตั้งรับไม่ทันปานพายุร้ายโหมกระหน่ำรุนแรง
เหล่าศัตรูต่างพุ่งเข้ามาราวคลื่นสึนามิที่กราดเกรี้ยวพร้อมจะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า จนกริมมัวร์เริ่มหวาดกลัวเพราะแทบไม่มีหนทางเอาชนะ
ทว่า....พอได้หันกลับไปมองยมทูต จู่ๆ ดวงตาของมันก็ถึงกับเบิกกว้าง จิตใจสั่นไหวอย่างรุนแรง
ภาพที่กริมมัวร์เห็นคือจุดเริ่มต้นทำให้มันยอมเคารพนับถือเดธอย่างแท้จริง
ทั้งที่โดนิญญาร้ายในขุมนรกรุมจู่โจมทุกทิศทาง แต่ยมทูตผู้เป็เ้านายกลับไม่หวั่นเกรงถือเคียวในมืออย่างมั่นคงไล่สะบั้นดวงิญญาที่แข็งแกร่งกว่าตัวเองและกลืนกินทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา
ดวงตาสีโลหิตคู่นั้นช่างเยือกเย็นแฝงไปด้วยความเด็ดขาด ทะเยอทะยานไต่ระดับขึ้นสู่จุดสูงสุดและเข้าท้าทายาาิญญาเพื่อจะหลุดพ้นจากขุมนรกอันมืดมิดเป็นิรันดร์จนสำเร็จ
ตัดมา ณ ปัจจุบัน
" มีอะไรให้พวกเรารับใช้เหรอาาของข้า.." กริมมัวร์ยังคงคุกเข่าลงข้างหนึ่งด้วยความเคารพ
" พวกนั้นเป็ของเ้า...อยากจะทำอะไรกับพวกมันก็เชิญทำได้ตามใจชอบ "
ทันทีที่สิ้นคำพูดของเดธ เห็นได้ว่ากริมมัวร์แสดงอาการดีอกดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด เพราะอย่างไรเสียมันก็เคยเป็ิญญาร้ายตนหนึ่งย่อมมีความกระหายเืซุกซ่อนเอาไว้ภายในจิตใจอยู่ลึกๆ
" ขอบคุณสำหรับรางวัลขอรับ เคี๊ยกๆๆ "
เสียงหัวเราะและรอยยิ้มอันน่าขนลุกปรากฏบนใบหน้าของกริมมัวร์ มันจ้องมองทหารออร์คก่อนจะลุกขึ้นเดินไปอยู่ด้านหน้ากองทัพิญญาพร้ะโกนขึ้น
" าาอนุญาตแล้ว!! เ้าพวกตัวเขียวเป็ของเรา เคี๊ยกๆๆ "
โอ้ว!!!
กองทัพิญญานับหมื่นส่งเสียงคำรามอย่างฮึกเหิม ภายในกองทัพมีทั้งอัศวินดำและัขนาดใหญ่สูงกว่า 50 เมตรหรือแม้กระทั่งอสรพิษเลื้อยคลานยาว 70 เมตรหลายสิบตัว


แม้จะมีขนาดหรือรูปลักษณ์ที่แตกต่างกัน ทว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่พวกมันมีเหมือนๆ กันก็คือออร่าแห่งความตาย
' หือ! เป็กองทัพที่น่าเกรงขามไม่เลว แต่อย่างไรก็ตามข้าััถึงพลังเวทย์จากพวกมันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย คงเป็แค่ขยะไร้ค่ามีไว้ให้ข้าผู้นี้เหยียบย้ำก็เท่านั้นแหละ '
าาออร์คแสยะยิ้มหันไปพยักหน้าส่งสัญญาณให้กับออร์คจอมเวทย์เริ่มร่ายเวทมนตร์เพื่อโจมตีกองทัพสีดำอันแสนอ่อนแอให้สิ้นซาก
ออร์คจอมเวทย์กว่า 1500 ตัวร่ายเวทมนตร์ธาตุไฟผสานทักษะเข้าด้วยกันจนกลายเป็อุกกาบาตโลกันตร์มีอุณหภูมิสูงถึง 2000 องศาเซลเซียส
" ตายซะเถอะ เ้าพวกอ่อนแอ ฮึฮึฮึ"
อุกกาบาตเพลิงั์ขนาดมหึมาถูกยิงเข้าใส่กองทัพิญญาหมายจะแผดเผาให้กลายเป็เถ้าธุลีในครั้งเดียว
บรึ้มมม!!!!
เสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวจนดันเจี้ยนชั้นที่ 29 สั่นไหวอย่างรุนแรง อุกกาบาตโลกันตร์ซึ่งมีความร้อนกว่า 2000 องศาเซลเซียสได้เข้ากลืนกินกองทัพิญญาจมหายไปในเปลวเพลิงอันร้อนระอุอย่างรวดเร็ว
" ฮ่าฮาๆๆๆ เป็ไงล่ะมนุษย์เอ๋ย....กองทัพอ่อนแอของเ้าช่างเปราะบางเสียจริง เอาล่ะ....จงคุกเข่าลงซะแล้วข้าสัญญาว่าจะฆ่าเ้าโดยไม่ให้ทรมาน.." าาออร์คกล่าวอย่างหยิ่งยโสจ้องมองมนุษย์เบื้องหน้าราวกับมองมดปลวก
แสยะ!
มุมปากของเดธยกขึ้น ทันใดนั้นจู่ๆ ร่างเงาสีดำได้ปรากฏกายข้างาาออร์คประดุจภูตผีปีศาจและใช้กำปั้นอันทรงพลังชกใบหน้าของอีกฝ่ายจนร่างสูง 5 เมตรปลิวว่อนกระเด็นชนเข้ากับบัลลังก์
" เ้าไม่มีค่าพอที่จะยืนอยู่ต่อหน้าหรือสนทนากับาา...."
ร่างเงาสีดำปริศนาคือกริมมัวร์ มันยกดาบขนาดใหญ่อาวุธคู่กายขึ้นและเหวี่ยงใส่ออร์คที่อยู่ใกล้ๆ ทำให้ศัตรูหลายร้อยตัวร่างกายขาดครึ่งตายในดาบเดียว
" บังอาจ! เ้ากล้าทำให้ข้าผู้เป็าาโกรธเกรี้ยวสมควรตายอย่างทรมาน แม้ว่าเ้าจะรอดตายจากอุกกาบาตโลกันตร์มาได้ แต่ถึงกระนั้นกองทัพของพวกเ้าก็ถูกออร์คจอมเวทย์ฆ่าตายหมดแล้ว "
าาออร์คลุกขึ้นจากซากบัลลังก์พลางใช้มือเช็ดเืที่ไหลออกมาจากมุมปากและเอ่ยด้วยน้ำเสียงอำมหิต
" ข้าขอยอมรับในความแข็งแกร่งของเ้า....อย่างไรก็ตามคิดจริงๆเหรอว่าเ้าเพียงคนเดียวจะสามารถปกป้องาาที่แสนอ่อนแอของเ้าจากทหารออร์คได้...."
" คนเดียว?......เ้ากำลังพูดถึงเื่อะไรอยู่งั้นเหรอ เคี๊ยกๆๆๆ "
คำพูดและท่าทางของกริมมัวร์ทำให้าาออร์คขมวดคิ้วหันกลับไปมองตำแหน่งที่อุกกาบาตโลกันตร์ะเิซึ่งบริเวณนั้นกำลังถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควันหนาแทบมองไม่เห็นสิ่งใด
" ปะ.....เป็ไปไม่ได้! "
เหงื่อเย็นไหลทั่วใบหน้าของาาออร์คโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากภายในกลุ่มควันเบื้องหน้ามีดวงตาสีแดงฉานจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังจดจ้องมาทางนี้ประดุจปีศาจร้ายจากขุมนรก เป็สัญญาณเตือนบ่งบอกว่าเวทมนตร์เมื่อครู่ไม่สามารถทำลายล้างศัตรูได้แม้แต่คนเดียว
" เคี๊ยกๆๆๆ ทำไมจะเป็ไปไม่ได้ล่ะ ก็ในเมื่อเปลวเพลิงของพวกเ้าไม่เห็นจะร้อนตรงไหนเลย เคี๊ยกๆๆ "
" อย่ามาดูถูกไฮออร์คให้มาก....ไปฆ่าเ้าพวกชั้นต่ำให้หมดซะ! " าาออร์คออกคำสั่งให้ทหารออร์คพุ่งเข้าโจมตีกองทัพิญญาอย่างบ้าคลั่ง
โอร่าๆๆ!
เคร้งง! เคร้งง!
โฮกก!!
สองกองทัพเคลื่อนพลปะทะกันดุเดือด ทว่ากลับมีเพียงทหารออร์คที่ล้มตายราวผักปลา พวกมันพยายามใช้อาวุธในมือฟาดฟันศัตรูหมายจะสังหารแต่ช่างน่าเสียดายที่คมดาบของเหล่าออร์คไม่อาจสร้างความเสียหายต่อกองทัพิญญาได้เพราะถ้า้าเอาชนะเหล่าิญญาจำเป็ต้องใช้เวทมนตร์ธาตุแสงเท่านั้น
อ๊ากกก!!!!
เคี๊ยกๆๆๆๆ
าาออร์คเริ่มสูญเสียความเยือกเย็นเมื่อเห็นทหารออร์คล้มตายแทบจะทันทีเมื่อปะทะกันกับศัตรู ่เวลานั้นกองทัพิญญาเหมือนปีศาจร้ายที่หลุดออกมาจากขุมนรก ร่างทมิฬของพวกมันกระโจนเข้าใส่และฉีกกระชากเหล่าออร์คเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยพลางส่งเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ
" พวกเ้าเป็ใครกันแน่.." าาเอ่ยปากถามได้เพียงไม่กี่คำก็โดนคมดาบของกริมมัวร์เสียบแทงทะลุท้องจนตัวลอยเหนือพื้น
" เ้าไม่จำเป็ต้องรู้หรอก.....ยังไงก็ต้องตายอยู่แล้ว รู้ไปก็เท่านั้น เคี๊ยกๆๆ "
.
.
ณ ภายนอกดันเจี้ยนกำลังเต็มไปด้วยความวุ่นวายมีนักเรียนชั้นปี 2-4 นับพันจับกลุ่มคุยกันยืนมองแผ่นศิลาจารึกรายชื่อผู้ที่สามารถพิชิตดันเจี้ยนสูงสุด 100 อันดับแรก
ตอนนี้ประวัติศาสตร์กำลังแปรเปลี่ยนกลุ่มสภานักเรียนซึ่งเคยเป็อันดับ 1 มาโดยตลอดได้ล่วงหล่นลงมาเป็อันดับ 2 เพราะมีใครบางคนสามารถพิชิตไปถึงชั้นที่ 30