อาหารยังไม่ทันมาส่ง เหมือนว่าผู้คนจะทยอยเข้ามาไม่ขาดสาย ที่นั่งภายในทุกชั้นล้วนเต็มไปด้วยผู้คน
“น้องชายข้าร่วมโต๊ะด้วยได้หรือไม่”
ชายฉกรรจ์ที่มีใบหน้าคมเข้ม สวมชุดเรียบง่าย คิ้วดั่งดาบ ั์ตาดูมุ่งมั่น แม้จะมีรอยเคราจาง ๆ แต่กลับไม่ทำให้ดูซมซาน ตรงกันข้ามกลับดูองอาจและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ของบุรุษวัยฉกรรจ์ที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ยิ่งเหนือคิ้วข้างขวามีแผลเป็แนวขวางส่งเสริมความดุดันยิ่งขึ้นไปอีก
มู่ไห่เฉินไม่ได้ถือตัว เชิญคนผู้นี่นั่งร่วมโต๊ะ พอทั้งสองสบตากันตรง ๆ อีกครั้ง ก็พบว่าต่างคนต่างคุ้นหน้ากัน
“เป็เ้าเองหรือน้องมู่ มามือนี้ขอเลี้ยงเอง ตอบแทนครั้งก่อนที่ช่วยสหายข้าไว้”
ชายฉกรรจ์กล่าวด้วยความมิตร มู่ไห่เฉินแม้เกร็งใจ แต่ทีท่าฝั่งตรงข้ามมั่นคงชัดเจนจนรู้สึกยากปฎิเสธลงได้ จึงจะกล่าวขอบคุณ
“ขอบคุณท่านมือปราบ…”
ชายฉกรรจ์รีบทำจุปากก่อนจะขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อกระซิบกระซาบให้มู่ไห่เฉินฟัง
“ไม่ได้สวมชุดราชการ เรียกข้าพี่เถี่ยก็พอ”
พูดจบเขาก็ดึงตัวกลับพร้อมยกมือเรียกเสี่ยวเอ้อให้มารับออเดอร์เพิ่มอีกชุด
มือปราบเถี่ยผู้นี้แม้รูปร่างหน้าตาคมเข็มดุดัน และท่าทางที่แสดงออกมานั้นกลับดูเป็มิตรน่าคบหา ดูจริงใจ เปิดเผยจนมู่ไห่เฉินยังนับถือแม้จะได้พูดคุยเป็การส่วนตัวครั้งแรก
ทั้งสองพูดคุยอย่างถูกคอ ระหว่างรอพี่เถี่ยก็ยังสั่งเหล้ามาหนึ่งไหเพื่อร่วมดื่มกับมู่ไห่เฉิน
ไม่นานกับข้าวก็เริ่มมาจัดวางบนโต๊ะมากมายหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็เป็ดย่าง หมูตุ๋น น้ำแกงรสเผ็ดจัดจ้าน ผัดผักคลุกน้ำมันหอย ทุกอย่างล้วนน่ากินเกินบรรยาย
ทั้งสองเริ่มตักอาหารใส่จานและกินได้ไม่กี่คำ ข้างนอกร้านก็เกิดความวุ่นวายขึ้น มีคนกลุ่มหนึ่งมาโวยวายเรียกให้แม่นางจางเฉิงอี้มาพบ
ไม่นานนักก็มีสตรีกับเถ้าแก่ร้านลงมาจากชั้นบน ที่แท้แม่นางจางเฉิงอี้ก็เป็ลูกคุณหนูของตระกูลจาง พ่อค้าผู้มั่งคั่งในย่านนี้ อีกทั้งยังเป็คนเดียวกันที่ถูกรังแกในเทศกาลดอกไม้
แน่นอนว่าคนที่มาโวยวายหน้าร้านก็ไม่ใช่ใคร เป็คุณชายรองหวังคนก่อนหน้าที่มีเื่กัน
เมื่อทั้งสองเจอหน้ากันก็หนีไม่พ้นการโต้วาจากันจนผู้คนโดยรอบต่างให้ความสนใจ
คุณชายรองหวังรอบนี้พาคนมาหลายสิบคน เขามีท่าทีโมโหร้าย เริ่มพังข้าวของในร้าน เหล่าลูกค้าภายในร้านตอนนี้แตกตื่นพากันวิ่งออกจากร้านไปจนหมด
เมื่อเหตุการณ์เริ่มบานปลาย คุณชายรองหวัง้าจับตัวคุณหนูจาง แม้เสี่ยวเอ้อ เถ้าแก่ผู้ดูแลร้าน หรือคนรับใช้ ทุกคนจะร่วมพลังขัดขวาง แต่ด้วยจำนวนที่มากกว่าก็ไม่อาจจะสู้ได้
คุณหนูจางแม้จะพอเป็วรยุทธ์อยู่ แต่ก็นั้นก็ไม่พอที่จะต่อกรกับเหล่าคนมากมายในตอนนี้
คุณหนูจางถูกจับตัวได้โดยใช้เวลาไม่นาน แต่เวลาเดียวกันนั้นเองก็มีเก้าอี้ตัวหนึ่งลอยเข้ามากระแทกคนที่จับตัวคุณหนูจางไว้ และนั้นก็ทำให้คนผู้นั้นกระเด็นออกไปความเ็ป
คนที่ทำก็มิใช่ใครแต่เป็มือปราบเถี่ยที่ทนดูละครฉากนี้จนเืขึ้นหัว
คนติดตามคุณชายรองหวังต่างก็พุ่งตัวเข้าใส่มือปราบเถี่ย มู่ไห่เฉินเห็นเช่นนั้นก็ลุกขึ้นไปร่วมรับมือกลุ่มคนพวกนี้
แน่นอนคนพวกนี้ฝีมือไม่ขณามือมู่ไห่เฉินกับมือปราบเถี่ย ทั้งสองคนใช้เวลาไม่นานคนเหล่านี้ต่างก็ล้มนอนระเนระนาด
มือปราบเถี่ยเดินไปดึงคอเสื้อคุณชายหวังด้วยความโมโห
“เ้า เ้า! ไม่รู้หรือว่าพ่อข้าเป็ใคร”
แม้ยามสถานการณ์เช่นนี้คุณชายรองหวังยังคงยกเอาบิดามาอ้าง
“แล้วเ้าไม่รู้หรือว่าข้านั้นเป็ใคร”
คุณชายรองหวังที่พึงย้ายมาจากเมืองหลวง แน่นอนว่าไม่เคยพบหน้ามือปราบเถี่ยมาก่อน
ไม่นานนักก็มีมือปราบจำนวนหนึ่งวิ่งเข้ามา คนพวกนั้นเมื่อเห็นหัวหน้ามือปราบอยู่ตรงหน้าก็ต่างทำความเคารพอย่างพร้อมเพียง
มือปราบเถี่ยโยนคุณชายรองหวังไปนอนกองกับพื้น ก่อนจะสั่งให้จับกุมคนพวกนี้ไปที่ว่าการอำเภอให้หมด
เหล่ามือปราบต่างนอบรับคำสั่งและเริ่มนำคนเหล่านี้ไป
“เดี๋ยวพ่อข้าจะต้องมาเอาเื่พวกเ้าแน่!”
เื่ร้องโวยวายของคุณชายรองหวังยังคงดังลั่นกลางถนนขณะที่ถูกพาตัวไปกุมขัง
“ขอบคุณมือปราบเถี่ยและคุณชายที่ช่วยเหลือ”
จางเฉิงอี้ย่อคำนับอย่างมีมารยาท ทางมือปราบเถี่ยเพียงโบกมือ ไม่เป็ไร ๆ เื่เล็กน้อยก่อนจะเบือนหน้าหนี ส่วนทางมู่ไห่เฉินก็โค้งรับอย่างถ่อมตน
มือปราบเถี่ยที่กำลังจะติดตามเหล่ามือปราบเมื่อสักครู่ไป แต่ก็ไม่ลืมหันกลับมานัดหมายมู่ไห่เฉินอีกครั้ง
“น้องมู่ข้าติดเลี้ยงข้าวเ้ามื้อหนึ่ง คืนนี้ไปพบกันที่หอจุ้ยเยว่ มาให้ได้ล่ะ”
มือปราบเถี่ยพูดเสร็จก็เดินจากไปโดยไม่ฟังคำมู่ไห่เฉิน เห็นทีก็คงต้องไปตามนัด
มู่ไห่เฉินหันกลับไปมองภายในร้าน สภาพตอนนี้ของข้าวพังกระจัดกระจายเพราะการต่อสู้เมื่อสักครู่
คุณหนูจางเห็นท่าทีมู่ไห่เฉินดูเป็กังวล
“คุณชายไม่ต้องกังวลไป ขอเวลาทางร้านเก็บกวาดเสียก่อน เอาเช่นนี้รับจี้หยกข้าไป คราวหลังท่านก็กลับมาทานที่นี่อีก ข้าจะดูแลค่าอาหารให้”
กล่าวเสร็จคุณหนูจางก็มอบจี้หยกห้อยคอให้มู่ไห่เฉินไว้ มู่ไห่เฉินแม้จะมีท่าทีปฏิเสธแต่สุดท้ายแล้วก็ต้องรับน้ำใจนี้ไว้
“ขอทราบชื่อคุณชายได้หรือไม่”
“ข้ามู่ไห่เฉิน”
“ข้าจางเฉิงอี้ ต้องขอบคุณคุณชายมู่ครั้ง”
มู่ไห่เฉินน้อมรับคำขอบคุณอีกครั้งก่อนเดินจากไป แต่ก่อนจากไปก็ได้ดาวน์โหลดวรยุทธ์ของนาง เนื่องจากใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที คาดว่าไม่ทันพ้นระยะก็สามารถดาวน์โหลดเสร็จสิ้นแล้ว
หากพูดถึงการดาวน์โหลดวรยุทธ์่นี้ มู่ไห่เฉิน่นี้ออกเดินทาง เมื่อพบเจอผู้มีวรยุทธ์ก็จะดาวน์โหลดเพียงคนที่ใช้เวลาไม่นาน นี่ก็เพื่อรักษาสิทธิ์ในการเปิดแผ่นป้ายพัฒนาตัวเองในแต่ละวัน
ยิ่งดาวน์โหลดมากขึ้นระยะเวลาของผู้คนที่พบเจอก็ลดน้อยต่ำลง อาจจะเนื่องด้วยว่ามู่ไห่เฉินนั้นพบเจอแต่ผู้ที่มีวรยุทธ์ไม่สูงมากนัก และหากสูงเกินไปก็มิอาจจะยื้อเวลาให้นานพอที่จะดาวน์โหลดได้
่เวลานี้ยังพอมีเวลาให้มู่ไห่เฉินเดินเตร็ดเตร่ ยามบ่ายที่อากาศกำลังสบาย แสงตะวันสีทองอ่อนๆ ทอแสงอาบไล้ไปทั่วทั้งเมือง มู่ไห่เฉินก้าวเดินไปตามถนนสายหลักก่อนจะแยกซ้ายทีขวาที เขาเดินด้วยท่าทีเกียจคร้านเล็กน้อย สองมือไพล่หลังอย่างผู้ที่มีเวลาล้นเหลือ เสียงฝีเท้าของเขาที่กระทบแผ่นหินทางเดินดูเบาสบาย
บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่นุ่มนวล เสียงเด็กๆ วิ่งเล่นหัวเราะร่าผ่านตัวเขาไป กลิ่นใบชาหอมกรุ่นโชยมาจากโรงน้ำชาข้างทาง ผสมผสานกับกลิ่นดอกไม้ป่าที่บานรับลมฤดูใบไม้ผลิ
ชีวิตเช่นนี้ก็ดีนัก หากแม้บางครั้งจะวุ่นวายไปบ้าง แต่มู่ไห่เฉินก็พึงพอใจกับสิ่งที่ได้พบเจอ
หลังจากเดินสำรวจเมืองอยู่พักใหญ่ เขาเดินกลับที่พักหวังจะพักเอาแรงเสียหน่อย
ระหว่างเดินเข้าตรอกในหัวกลับคิดถึงเถ้าแก่ที่พักที่มีนิสัยแปลกประหลาด ไม่รู้ว่าครั้งนี้พอเปิดประตูเข้าไปจะได้พบเจอเขาอยู่ที่เดิมหรือไม่
ทันทีที่เปิดประตูออกเถ้าแก่ก็ยังคงอยู่ที่เดิม แต่ครั้งนี้เถ้าแก่ไม่แม้จะเหลือบมามองมู่ไห่เฉินเลยสักนิด ถึงอย่างไรนี่ก็ยังดูแปลกอยู่ดี เถ้าแก่คล้ายจะอยู่ตรงนี้ตลอดเวลา ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดให้ทำ เขาดูอ่านเอกสาร เขียนบัญชี คิดคำนวณ วกวนไปมาตลอดเวลา
มู่ไห่เฉินตรงเข้าไปยังเถ้าแก่ พอเข้าไปใกล้ยังไม่ทันเอ่ยวาจาเถ้าแก่ก็แบมือออกเหมือนรู้ว่ามู่ไห่เฉินจะจ่ายค่ายาที่ติดค้างเอาไว้
มู่ไห่เฉินวางเงินไว้บนฝ่ามือก่อนจะกล่าวขอบคุณ เถ้าแก่ไม่พูดไม่จาดึงลิ้นชักนำเงินใส่เข้าไปและดูเอกสารต่ออย่างไม่ได้ใยดีคนที่อยู่ตรงหน้าว่าเขาจะทำสิ่งใดต่อ
มู่ไห่เฉินเดินกลับที่พักด้วยความงุงงง เถ้าแก่ที่พักผู้นี้จะแปลกเกินไปเสียหน่อยแล้ว ผู้คนบนโลกนี้มีคนแปลกประหลาดมากมายนัก สำหรับเถ้าแก่ผู้นี่แล้ว มู่ไห่เฉินขอยกให้เป็หนึ่งในคนที่แปลกที่สุดที่เคยเจอมา