แสงแดดยามบ่ายคล้อยสาดส่องลงบนลานบ้านตระกูลเฉินอย่างอบอุ่น หลิวเสี่ยวเหมยกำลังนั่งเย็บปักถักร้อยอยู่ใต้ร่มเงาของต้นหลิวอย่างสงบ นางเพิ่งผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความเร่าร้อนและซับซ้อนในภาคที่สองมาหมาดๆ แต่ความสัมพันธ์กับหลี่เหวินยังคงเป็นเพียงเรื่องเล่าขานที่นางเคยได้ยินมาเท่านั้น หลิวเสี่ยวเหมยแต่งงานกับเฉินกงจื่อ ผู้เป็นสามีที่ยุ่งกับงานเป็นหลัก และความเหงาของนางก็ได้รับการปลอบโยนจากเฉินต้าเหรินผู้เป็นพ่อสามีเป็นครั้งคราว นางเคยได้ยินชื่อเสียงของหลี่เหวิน สหายสนิทของสามีมานาน แต่ไม่เคยมีโอกาสได้พบหน้ากันเลย จนกระทั่งวันนี้
เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงหัวเราะดังลั่นมาจากหน้าประตู เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการกลับมาของบุคคลที่หายหน้าไปนาน
"กงจื่อ! ข้ากลับมาแล้ว!"
เฉินกงจื่อที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ข้างๆ หลิวเสี่ยวเหมยถึงกับลุกพรวดขึ้นด้วยความดีใจ ดวงตาของเขาเป็นประกายเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่กำยำของ หลี่เหวิน แม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหลวง ก้าวเข้ามาในลานบ้าน
หลี่เหวิน ในชุดขุนนางชั้นสูงที่ดูภูมิฐานและสง่างามสมตำแหน่งแม่ทัพ รูปร่างของเขาสูงใหญ่ แข็งแรง และเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แน่นกำยำ ผิวของเขาคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัดจากการทำสงครามและกิจกรรมกลางแจ้ง ใบหน้าของเขาหมดจดชวนมอง แต่รอยยิ้มกว้างที่ประดับอยู่บนใบหน้านั้นแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด
หลิวเสี่ยวเหมยเหลือบมองไปยังส่วนล่างของเขาโดยไม่ตั้งใจ และนางก็ต้องเบือนหน้าหนีอย่างรวดเร็ว อวัยวะเพศขนาดใหญ่ที่นูนออกมาจากแนวกางเกงผ้าไหมอย่างชัดเจนนั้น ทำให้นางถึงกับตะลึงจนลืมหายใจ ใหญ่กว่าที่นางเคยเห็นมาทั้งหมด นางคิดในใจอย่างเปรียบเทียบ นิ้วมือของเขาอวบหนาและแข็งแรง ซึ่งนางจินตนาการว่ามันคงจะสร้างความเร่าร้อนให้นางได้มากเพียงใด ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของเขาทำให้หลิวเสี่ยวเหมยรู้สึกเขินอายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ในจังหวะที่เฉินกงจื่อหันไปสั่งบ่าวไพร่ หลี่เหวินก็สบตากับนางอย่างรวดเร็ว แววตาของเขาลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความสนใจอย่างเปิดเผย นางรับรู้ถึงความเร่าร้อนที่ส่งผ่านสายตาคู่นั้น และตอบกลับด้วยการเม้มปากอย่างตื่นเต้น โดยที่สามีของนางไม่ทันสังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย
"ท่านแม่ทัพหลี่เหวิน! ท่านกลับมาแล้ว! การทำสงครามเป็นอย่างไรบ้าง" เฉินกงจื่อรีบเดินเข้าไปโค้งคำนับเล็กน้อยก่อนจะตบไหล่เพื่อนอย่างเกรงใจและยินดี เขารู้ดีว่าหลี่เหวินมีตำแหน่งสูงกว่าตนมาก และยังเคยช่วยชีวิตเขาไว้เมื่อครั้งที่เขาเกือบถูกใส่ร้ายในคดีฉ้อโกงภาษี ทำให้เฉินกงจื่อมีความเกรงใจและนับถือเพื่อนผู้นี้เป็นอย่างมาก และไม่กล้าขัดคำขอของเพื่อนโดยง่าย
หลี่เหวินหัวเราะเสียงทุ้มต่ำ "ก็เป็นไปตามที่คาดไว้ ภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือสิ่งที่ข้าต้องเผชิญเมื่อกลับถึงเมืองหลวงต่างหาก" เขาเหลือบมองมาที่หลิวเสี่ยวเหมยที่กำลังลุกขึ้นโค้งคำนับอย่างสง่างาม และส่งรอยยิ้มที่แฝงความหมายบางอย่างให้นาง ซึ่งนางก็ตอบกลับด้วยการโค้งคำนับที่เนิ่นนานกว่าปกติเล็กน้อย ในขณะเดียวกัน เฉินเหมยลี่ น้องสาวของเฉินกงจื่อก็เดินออกมาจากเรือนด้านใน นางหยุดชะงักเมื่อเห็นหลี่เหวิน และแอบมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของนางนั้นแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ไม่แพ้หลี่เหวิน นางเป็นสตรีที่กล้าหาญและไม่เคยปิดบังความต้องการของตนเอง ซึ่งเป็นที่รู้กันดีในตระกูลเฉิน
"คารวะท่านแม่ทัพหลี่เหวิน" หลิวเสี่ยวเหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ในใจของนางกลับเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ นี่คือบุรุษที่นางเคยได้ยินชื่อเสียงมานาน และการได้พบเขาเป็นครั้งแรกก็ทำให้นางรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่อันตราย
หลี่เหวินรับคำนับด้วยรอยยิ้มที่ลึกซึ้งกว่าเดิม "ไม่ต้องมากพิธีหรอกเสี่ยวเหมย เจ้ายังคงงดงามและน่ามองเช่นเดิม... หรืออาจจะงดงามขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ" คำพูดของเขาไม่ได้ดังเกินไป แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้แก้มของหลิวเสี่ยวเหมยขึ้นสีเรื่อ
เฉินกงจื่อไม่ทันสังเกตความผิดปกติใดๆ เขารีบพาเพื่อนรักไปนั่งที่โต๊ะน้ำชา "มาๆ นั่งลงก่อน ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้ามากมาย"
"เหวิน! เจ้าเพิ่งกลับมาถึงก็เย็นย่ำแล้ว คืนนี้เจ้าพักค้างที่นี่เถิด พรุ่งนี้เช้าค่อยเดินทางต่อ" เฉินกงจื่อกล่าวอย่างกระตือรือร้น "ข้าจะให้บ่าวไพร่เตรียมห้องรับรองที่ดีที่สุดให้เจ้า คืนนี้เรามาดื่มฉลองการกลับมาของเจ้ากัน! ถือเป็นการฉลองก่อนที่ข้าจะต้องเดินทางไปเมืองหลวงด้วย"
หลี่เหวินยิ้มรับ "เป็นความคิดที่ดี กงจื่อ ข้าก็อยากจะดื่มกับเจ้าให้หายคิดถึงเหมือนกัน" เขาเหลือบมองหลิวเสี่ยวเหมยอีกครั้งขณะที่นางกำลังเดินไปสั่งบ่าวไพร่เตรียมอาหารเย็น "ข้าคงต้องรบกวนเสี่ยวเหมยเตรียมอาหารอร่อยๆ ให้พวกเราด้วยแล้ว"
หลิวเสี่ยวเหมยที่ได้ยินก็หันมายิ้มอย่างอ่อนโยน "เป็นเกียรติอย่างยิ่งเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพหลี่เหวิน" นางรู้ดีว่าการพักค้างคืนนี้จะนำมาซึ่งความตื่นเต้นที่อันตราย
"กงจื่อ! เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าที่เมืองหลวงนั้นมีเทคนิคใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมาย" หลี่เหวินลดเสียงลงเล็กน้อย "ข้าได้ไปพบกับอาจารย์ท่านหนึ่งที่เชี่ยวชาญด้านการบำรุง 'แก่นกาย' ให้แข็งแกร่งและเร้าใจยิ่งขึ้น"
เฉินกงจื่อทำตาโตด้วยความสนใจ "โอ้! เรื่องอะไรกันเล่ามาสิ!"
หลี่เหวินหัวเราะอย่างภูมิใจ "ข้าได้ให้เขา ฝังมุก เข้าไปในแก่นกายของข้า! มันจะช่วยกระตุ้นความรู้สึกของสตรีได้ดียิ่งกว่าเดิมหลายเท่า! ข้าลองใช้กับสาวงามที่โรงน้ำชามาแล้ว นางถึงกับสลบไสลไปเลยทีเดียว" เขาพูดพร้อมกับยักคิ้วอย่างมีชัย
หลิวเสี่ยวเหมยที่กำลังรินชาอยู่ใกล้ๆ ถึงกับมือสั่น นางไม่เคยสัมผัสความสามารถของเขามาก่อน แต่การได้ยินเรื่องราวการ 'ฝังมุก' และการเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของเขา ยิ่งทำให้นางรู้สึกหวาดหวั่นและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน นางเงยหน้าขึ้นมองหลี่เหวินอย่างรวดเร็ว และเห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในดวงตาของเขา ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่สื่อสารกับนางเพียงคนเดียว
บรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อหลี่เหวินหยิบถุงผ้าเล็กๆ ที่ดูเก่าแก่ออกมาวางบนโต๊ะ
"กงจื่อ ข้ามีเรื่องสนุกๆ จะชวนเจ้าเล่น" หลี่เหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
"เรื่องสนุกอะไรของเจ้าอีก? เจ้าไม่เคยชวนข้าเล่นอะไรที่ธรรมดาเลยนี่นา" เฉินกงจื่อหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
"ข้าได้ยินมาว่าเจ้ากำลังจะเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อรายงานเรื่องการเก็บภาษีที่ดินใช่หรือไม่"
"ใช่ ข้าต้องไปภายในสัปดาห์หน้า"
"ดีเลย! ข้าขอเสนอเดิมพัน" หลี่เหวินเลื่อนถุงผ้าไปข้างหน้า "ในถุงนี้มีหยกโบราณที่ข้าได้มาจากพ่อค้าเร่ มันมีมูลค่ามหาศาล แต่ข้าไม่ต้องการเงินทอง"
เฉินกงจื่อเลิกคิ้ว "แล้วเจ้าต้องการอะไร"
หลี่เหวินหันไปมองหลิวเสี่ยวเหมยที่กำลังยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะกลับมาสบตาเฉินกงจื่อด้วยสายตาที่จริงจัง "ข้าต้องการให้เจ้าเล่นการพนันกับข้าหนึ่งตา หากข้าชนะ... ข้าต้องการยืมภรรยาของเจ้าไปเป็นภรรยาของข้า... ในนาม... เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์" หลี่เหวินกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "ข้าต้องเดินทางกลับไปเมืองหลวง และบิดามารดาของข้าก็เร่งรัดให้ข้ามีครอบครัวโดยเร็ว การที่ข้ามี 'ภรรยาในนาม' ไปด้วย จะช่วยให้ข้าหลีกเลี่ยงการถูกจับคลุมถุงชนได้ชั่วคราว"
หลิวเสี่ยวเหมยถึงกับตัวแข็งทื่อ หัวใจของนางหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม นางรู้ดีว่าหลี่เหวินไม่ได้ต้องการเพียงแค่ 'ในนาม'
เฉินกงจื่อหัวเราะลั่น "ฮ่าๆๆ! เจ้าบ้าไปแล้วหรือเหวิน! เสี่ยวเหมยเป็นภรรยาของข้า! เดิมพันอะไรที่ไร้สาระเช่นนี้"
"อย่าเพิ่งปฏิเสธ" หลี่เหวินกล่าวอย่างเยือกเย็น "หากเจ้าชนะ... ข้าจะยกหยกโบราณนี้ให้เจ้า และข้าจะช่วยเจ้าจัดการเรื่องธุระราชการที่เมืองหลวงให้เสร็จสิ้นภายในสามวัน โดยที่เจ้าไม่ต้องเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย"
ข้อเสนอที่สองทำให้เฉินกงจื่อเริ่มลังเล การจัดการธุระราชการที่เมืองหลวงเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวและใช้เวลานานมาก หากทำได้ภายในสามวันจริง เขาจะมีเวลาเหลือเฟือที่จะพาหลิวเสี่ยวเหมยไปเที่ยวชมเมืองหลวงได้อย่างสบายใจ
"แล้วถ้าข้าแพ้... เสี่ยวเหมยต้องเป็นภรรยาของเจ้าในนามหนึ่งสัปดาห์... แล้วจะเกิดอะไรขึ้น"
"เราจะเดินทางไปเมืองหลวงด้วยกัน เจ้า เสี่ยวเหมย และข้า ในฐานะสามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ" หลี่เหวินอธิบาย "แต่เพื่อความสบายใจของเจ้า ข้าจะขอเชิญเจ้าและน้องสาวของเจ้า เฉินเหมยลี่ ร่วมเดินทางไปกับเราด้วย เจ้าจะได้ดูแลภรรยาของเจ้าอย่างใกล้ชิด และเสี่ยวเหมยก็จะได้มีเพื่อนเดินทาง"
หลี่เหวินกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ตลอดเจ็ดวันนั้น เสี่ยวเหมยจะต้องทำทุกอย่างที่ภรรยาควรทำกับสามี... ต่อหน้าเจ้า... โดยที่เจ้าไม่สามารถขัดขวางได้... และข้าจะใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์นี้ค่อยๆ กระตุ้นให้นางรู้สึกติดใจในตัวข้า จนกระทั่งนางเลือกข้าเองในที่สุด" หลี่เหวินคิดในใจอย่างเจ้าเล่ห์ แต่คำพูดที่ออกมาคือ "และเมื่อครบกำหนดหนึ่งสัปดาห์ ข้าจะคืนเสี่ยวเหมยให้เจ้าอย่างสมบูรณ์ พร้อมกับหยกโบราณและธุระราชการที่เสร็จสิ้น"
เฉินกงจื่อมองหน้าหลิวเสี่ยวเหมยที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ก่อนจะหันกลับมามองเพื่อนด้วยความมั่นใจ "เดิมพันบ้าๆ! ข้าไม่มีทางแพ้เจ้าหรอก! เจ้าจะเล่นอะไร"
"ง่ายๆ เลย... ทายว่าในถุงนี้มีเมล็ดถั่วแดงกี่เม็ด"
เฉินกงจื่อหัวเราะเยาะ "เจ้าคิดว่าข้าจะยอมเสี่ยงภรรยาของข้ากับเรื่องไร้สาระเช่นนี้หรือ"
"เจ้าไม่จำเป็นต้องเสี่ยง" หลี่เหวินกล่าวพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย "ข้าได้ยินมาว่าเสี่ยวเหมยมีความสามารถพิเศษในการเดาใจคน... ให้เสี่ยวเหมยเป็นคนทายสิ"
คำพูดนี้ทำให้เฉินกงจื่อชะงัก เขารู้ดีว่าหลิวเสี่ยวเหมยมีความฉลาดและไหวพริบเป็นเลิศ และเขาก็เชื่อมั่นในตัวนาง
"เสี่ยวเหมย เจ้าว่าอย่างไร" เฉินกงจื่อหันไปถามภรรยา
หลิวเสี่ยวเหมยเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความท้าทายและเร่าร้อนของหลี่เหวิน นางรู้ว่านี่คือเกมที่เขาตั้งใจจะเล่นกับนางโดยเฉพาะ และนางก็รู้ว่านางไม่สามารถปฏิเสธได้
"ข้า... ข้าจะลองดูเจ้าค่ะ" นางตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่หนักแน่น
หลิวเสี่ยวเหมยเดินเข้าไปใกล้ถุงผ้า นางใช้ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ที่เนื้อผ้าที่ห่อหุ้มเมล็ดถั่วแดงไว้ นางไม่ได้ใช้เพียงแค่การเดา แต่ใช้สัญชาตญาณและความรู้สึกที่เกิดขึ้นทันทีที่ได้พบกับหลี่เหวินอย่างลึกซึ้ง
เขาต้องการอะไรกันแน่? นางคิดในใจ เขาไม่ได้ต้องการหยกโบราณ... เขาต้องการข้า
นางหลับตาลง พยายามรวบรวมสมาธิ และจินตนาการถึงจำนวนเมล็ดถั่วแดงที่อยู่ในถุงนั้น
"ข้าทายว่า... หนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดเม็ดเจ้าค่ะ" หลิวเสี่ยวเหมยกล่าวออกมาอย่างชัดเจน
หลี่เหวินยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ "เปิดดูสิ กงจื่อ"
เฉินกงจื่อเปิดถุงผ้าออกและเทเมล็ดถั่วแดงลงบนโต๊ะ เขาเริ่มนับอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นเต้น
หนึ่ง... สอง... สาม...
เมื่อนับถึงเม็ดสุดท้าย เฉินกงจื่อถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
"หนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดเม็ด... เป็นไปได้อย่างไร!"
หลี่เหวินหัวเราะอย่างผู้ชนะ "ข้าบอกแล้วว่าเสี่ยวเหมยมีความสามารถพิเศษ" เขาหันไปมองหลิวเสี่ยวเหมยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมาย "ยินดีด้วยนะเสี่ยวเหมย... เจ้าทำให้ข้าชนะเดิมพัน"
เฉินกงจื่อหน้าซีดเผือด เขาเพิ่งตระหนักถึงความหมายของเดิมพันนี้ "เหวิน... เจ้า... เจ้าไม่ได้จริงจังใช่ไหม"
"ข้าจริงจังเสมอในเรื่องของเดิมพัน กงจื่อ" หลี่เหวินกล่าวอย่างหนักแน่น "เตรียมตัวให้พร้อมเถิด พรุ่งนี้เช้าเราจะออกเดินทางไปเมืองหลวง และเสี่ยวเหมย... เจ้าจะต้องทำหน้าที่ภรรยาของข้าอย่างสมบูรณ์แบบตลอดเจ็ดวัน"
หลิวเสี่ยวเหมยยืนนิ่ง นางรู้ว่าชะตากรรมของนางถูกกำหนดแล้ว และความเร่าร้อนครั้งใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมกำลังจะเริ่มต้นขึ้น