บทที่ 106 เอาชีวิตรอด (7)
“มาเริ่มกันเลยดีกว่า” สายฝนกล่าวพลางตั้งท่าเตรียมฟันดาบตามสาวน้อยในความคิด เขาหลับตาทั้งข้าง พยายามนึกถึงท่วงท่าการตวัดแกว่งแกว่งดาบของเด็กสาวคนนั้น ท่วงท่าการโจมตีด้วยดาบที่ทั้งงดงามทั้งรวดเร็วทั้งรุนแรง นึกไม่นานนักเขาก็ลืมตาขึ้น
คล้ายกับว่าโครงกระดูกทองคำสามารถเข้าใจคำพูดสายฝนได้ มันเร่งความเร็วตนเองให้ถึงขีดสุด ร่างมันพลันหายไปปรากฏอยู่ตรงหน้าสายฝน ดาบโครงกระดูกทองคำปลดปล่อยความกระหายเลือดออกมา ความเร็วการโจมตีของโครงกระดูกทองคำดูเหมือนช้า ทว่าแท้จริงแล้วไม่เป็นอย่างงั้น ในความจริงมันเร็วมากๆ
ฟึบ! สายฝนเกือบหลบไม่ทัน ในสายตาสายฝนดาบโครงกระดูกทองคำยังเหลืออีกครึ่งทางกว่าจะถึงตัวเขา แต่จริงๆมันไม่ได้เหลืออีกครึ่งทาง มันถึงตัวเขาเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณร้องเตือน สายฝนคงโดนดาบศัตรูฟันไปแล้ว
‘ฉันเกือบตายแล้ว!’ อย่างที่รู้สิ่งที่สายฝนกลัวที่สุดคือความตาย เขาไม่ต้องการตาย นึกถึงเมื่อครู่ หัวใจสายฝนพลันเต้นรัว ไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกกลัวเกิดขึ้นในจิตใจเขา เมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะตาย กำลังจะหายไปตลอดกาล จะไม่มีตัวตนอยู่อีกต่อไป สายฝนก็แทบจะเป็นบ้า น่ากลัว น่ากลัวเกินไป!
สภาวะสงบนิ่งหายไป สายฝนมองโครงกระดูกทองคำด้วยสายตาเคียดแค้นพร้อมปลดปล่อยจิตสังหารอันน่ากลัวออกมา โครงกระดูกทองคำเกือบทำให้ชีวิตเขาหายไปตลอดกาล ถ้าสายฝนไม่เคียดแค้นมัน เขาก็คงไม่ใช่สายฝน
“แกตาย!” สายฝนคำราม ดาบเพลิงโลกันตร์โจมตีใส่โครงกระดูกทองคำอย่างรวดเร็ว อาจเป็นเพราะพลังสายเลือดถูกกระตุ้น สายฝนจึงสามารถตวัดกวัดแกว่งดสบตามสาวน้อยในความคิดได้โดยบังเอิญ เพลงดาบผีเสื้อรัตติกาลเป็นเพลงดาบระดับสูง แม้แต่โครงกระดูกทองคำที่เป็นอดีตยอดนักดาบยังต้องลำบากเมื่อเผชิญหน้ากับมัน หากไม่มีเพลงดาบนี้ต่อให้สายฝนจะได้รับพลังมหาศาลจากสายเลือดเขาก็จะไม่มีทางสร้างความลำบากให้กับโครงกระดูกทองคำได้
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! สายฝนโจมตีใส่ศัตรูไม่ยอมหยุด ทว่าก็ไม่อาจสร้างความเสียหายให้ฝ่ายตรงข้ามได้ ส่วนโครงกระดูกก็ได้แต่ป้องกัน ไม่สามารถหาจังหวะโจมตีสวนกลับได้ ทั้งสองต่อสู้แบบนี้กันสองสามนาที ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ทั้งสองฝ่ายไม่ได้รับความเสียหาย
เนื่องจากโครงกระดูกทองคำเป็นอันเดธ มันไม่มีความเหนื่อยล้า มันเลยสามารถป้องกันการโจมตีสายฝนได้เรื่อยๆโดยไม่ต้องหยุดพัก แล้วสายฝนล่ะ? พลังสายเลือดเขาทำงานอยู่ ตราบใดที่มันยังไม่หยุดทำงาน สายฝนก็ไม่มีวันเหนื่อย เขาจะมีพลังและเรี่ยวแรงมหาศาลตลอดเวลา นี่คือหนึ่งในความสามารถทั้งหมดของสายเลือดระดับเทพเจ้า ความสามารถของสายเลือดเทพปีศาจ!
ต่อให้ความบริสุทธิ์สายเลือดของสายฝนจะตํ่า แต่มันก็มากพอจะทำให้เขาสามารถต่อสู้กับโครงกระดูกทองคำได้อย่างสูสี ไม่เสียเปรียบอีกฝ่าย สายฝนยังคงโจมตีต่อไปเรื่อยๆ โครงกระดูกทองคำก็ป้องกันไม่หยุด ท่าทางการเคลื่อนไหวแปลกๆของมันไม่สามารถใช้เพื่อสร้างโอกาสโจมตีสวนกลับได้ เพลงดาบผีเสื้อรัตติกาลสามารถใช้แก้ทางการเคลื่อนไหวอันแปลกประหลาดของอันเดธโครงกระดูกได้อย่างดี
‘เป็นแบบนี้ต่อไปมันจะเป็นการต่อสู้ไร้สิ้นสุด ไม่มีจุดจบ ฉันต้องหาจังหวะทำให้การต่อสู้นี้จบลง’ แม้ภายนอกสายฝนจะดูราวกับคนคลุ้มคลั่ง แต่ภายในใจเขาไม่คล้ายกับคนคลุ้มคลั่งดั่งภายนอกเลย เขามีสติครบถ้วน สามารถคิดหาทางแก้ปัญหาได้เหมือนคนปกติ บางทีอาจคิดแก้ปัญหาได้ดีกว่าตัวเขายามปกติด้วยซํ้า
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เสียงดาบของโครงกระดูกทองคำและดาบของสายฝนปะทะกันดังลั่นไปทั่วบริเวณ รอบข้างมืดมิด มีเพียงแสงสว่างสีแดงเลือดจากจันทราและแสงสว่างจากการปะทะกันของดาบ
สายฝนใช้ท่าดาบของเพลงดาบผีเสื้อรัตติกาลและท่าเท้าจากศิลปะการต่อสู้สิ้นแสงจันทราพร้อมกันทำให้เขาได้เปรียบขึ้นเล็กน้อย ความเข้าใจในท่าเหยียบจันทร์ดับแสงของสายฝนมีน้อยมาก ถ้าเขามีความเข้าใจมากกว่านี้ เกรงว่าโครงกระดูกทองคำน่าจะถูกจัดการได้อย่างง่ายๆ น่าเสียดาย พลังสายเลือดเทพปีศาจไม่ได้ช่วยให้เขาเข้าใจท่าเหยียบจันทร์ดับแสงมากขึ้นเลย
‘แม้ว่าฉันจะใช้ท่าเหยียบจันทร์ดับแสงแต่ศัตรูก็ยังไม่เผยช่องว่างออกมาเลย โครงกระดูกอดีตระดับห้าที่เป็นยอดนักดาบจัดการไม่ง่ายเลยจริงๆ’ สายฝนคิดขึ้นพลางเสริมแกร่งเท้าด้วยพลังออร่า จากนั้นก็เตะใส่โครงกระดูกทองคำ โครงกระดูกทองคำไม่คิดว่าอยู่ๆสายฝนจะใช้เท้าเตะตัวเอง มันแทบเกือบหลบไม่พ้น โชคดีตัวมันเป็นโครงกระดูก มันสามารถหลบด้วยท่าทางแปลกๆที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้
จังหวะที่โครงกระดูกทองคำเคลื่อนไหวด้วยท่าทางอันแปลกประหลาด สายฝนพลันตวัดดาบใส่มันสุดแรง ปึง!! เพราะแรงที่สายฝนใช้โจมตีนั้นเป็นแรงทั้งหมดของเขาโครงกระดูกทองคำจึงกระเด็นไปไกลหลังป้องกัน เห็นมันกระเด็นสายฝนรีบวิ่งเข้าไปโจมตีซํ้า
แกร็ก! แกร็ก! แกร็ก!
สมกับที่เป็นอดีตระดับห้าและอดีตยอดนักดาบ โครงกระดูกทองคำสามารถกลับมาต่อสู้หลังกระเด็นได้โดยใช้ระยะเวลาไม่นาน สายฝนไม่คิดอยู่แล้วว่าการโจมตีก่อนหน้านี้ของเขาจะทำให้โครงกระดูกทองคำเปิดช่องว่าง ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกผิดหวังแม้แต่น้อย
เปร้ง! เปร้ง! เปร้ง! กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกรอบ สายฝนโจมตีใส่โครงกระดูกทองคำอยู่ฝ่ายเดียว โครงกระดูกทองคำทำได้อยู่อย่างเดียวคือป้องกัน เวลาผ่านไปอีกห้านาที เป็นตอนนั้นที่สายฝนฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้
‘ใช่สิ บ้าเอ้ย! ทำไมฉันถึงลืมได้นะ อักษรลี้ลับไง!’ ใช่แล้ว! สิ่งที่สายฝนนึกถึงถืออักษรลี้ลับ“สับสน” ก่อนหน้านี้เขาต้องต่อสู้กับศัตรูเป็นกลุ่ม อักษรลี้ลับความหมายนี้จึงไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก แต่ตอนนี้เขากำลังต่อสู้กับโครงกระดูกทองคำตัวเดียว อักษรลี้ลับ“สับสน”มีประโยชน์มากในการต่อสู้นี้ หากใช้ดีๆเขาจะสามารถจบการต่อสู้นี้ได้เลย
“ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆๆ ไอ้โครงกระดูกเวรแกพลาดแล้วที่มาเจอกับฉัน ต่อจากนี้แกจะไม่มีตัวตนอยู่อีกต่อไป!” คิดหาทางชนะได้สายฝนก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แน่นอน ถึงสายฝนจะคิดหาทางชนะได้แต่เขาก็ไม่คิดประมาทคู่ต่อสู้ บางทีฝ่ายนั่นอาจจะมีไพ่ไม้ตายลับซ่อนอยู่ก็ได้ การประมาทคู่ต่อสู้ก็ไม่ต่างไปจากการสปีดรันฆ่าตัวตาย
มองรอยยิ้มชั่วร้ายของมนุษย์เพศชาย โครงกระดูกทองพลันรู้สึกไม่ดี มันตัดสินใจใข้ไพ่ลับบนมือทันที โชคร้าย มันไม่สามารถทำตามที่ตนต้องการได้ ก่อนที่มันจะได้ใช้ไพ่ตาย สายฝนก็กระตุ้นความสามารถอักษรลี้ลับ“สับสน”เรียบร้อยแล้ว
โครงกระดูกทองคำชะงัก ทุกๆอย่างของมันหยุดหมด ความคิด สัญชาตญาณ และอื่นๆ กระทั่งแสงสว่างสีแดงในส่วนลึกของเบ้าตาที่กรวงโบ๋ยังดับไป สุดท้ายแล้วอักษรลี้ลับสุดโกงอย่างอักษรลี้ลับ“สับสน”ก็ยังคงโกงเช่นเดิม อีกฝ่ายเป็นอดีตระดับห้าแล้วอย่างไร? อีกฝ่ายเป็นอดีตยอดนักดาบแล้วอย่างไร? ตอนนี้ก็เป็นแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น ขนาดเทพเจ้ายังไม่อาจต่อต้านอักษรลี้ลับ“สับสน”ได้ ระดับหนึ่งกระจอกๆแบบนี้จะไปต่อต้านได้ยังไง?
สายฝนไม่รอช้า เขากวัดแกว่งดาบโจมตีใส่ร่างโครงกระดูกทองดำ โชคร้าย โครงกระดูกทองคำมีร่างกายที่แข็งแกร่งมาก ถ้าจะแยกส่วนมันแล้วไล่กระทืบกระดูกตามพื้นคงเป็นไปไม่ได้ มันกินเวลาเดินไป สายฝนไม่มีเวลาเยอะขนาดนั้น
‘คงต้องยอมเสียดาบเพลิงโลกันตร์ไปจริงๆ’ สายฝนมองดาบเพลิงโลกันตร์เป็นครั้งสุดท้าย เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับการเสียมันไป เพื่อให้ตนเองรอดชีวิต การสูญเสียดาบแค่เล่มเดียวถือว่าคุ้มมาก แน่นอน ถ้าเป็นไปได้สายฝนก็ไม่อยากเสียมันไปโดยไม่เกิดประโยชน์
---
จบบทที่ 106 เอาชีวิตรอด (7)