君の虜 #น้องบิลคนคลั่งรัก

    คนโชคดี 19

            ในที่สุดวันนี้ที่รอคอยก็มาถึงวันที่ผมจะได้ออกจากโรงพยาบาลกลับไปนอนบ้านเสียทีแต่ถึงแม้จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ใช่ว่าจะสบาย ผมยังคงต้องกลับไปฝึกงานต่อให้จบผมฝึกงานต่ออยู่อีกหนึ่งอาทิตย์จนจบตอนแรกก็สงสัยอยู่ว่าทำไมเวลาฝึกงานผมไม่เลื่อนเพราะตอนที่ผมพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลผมก็ไม่ได้มาทำงานแต่พี่ภาคบอกว่าได้หักเวลาจากที่เคยทำโอมาใส่แทนที่เวลาที่ขาดแล้วมันครบเวลาฝึกงานพอดีเลยทำให้ไม่ต้องยืดเวลาฝึกงานออกไปอีก

            ผมจัดการเก็บโน๊ตบุ๊คลงกระเป๋าพลางหยิบมือถือขึ้นมาเล่นรอเมลที่นอกห้องวันนี้พวกเรามีนัดกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเพื่อมาส่งรายงานพร้อมกับพรีเซ้นท์ผลการฝึกงานไม่นานเมลก็ออกมาจากห้องพักครูด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบเหมือนเคย

            “เป็๲ไงมั่ง”

            “ก็ผ่าน”

            พวกเราเดินออกจากตึกตรงไปยังโรงอาหารกลางก่อนจะหาที่นั่งเพื่อที่จะได้นั่งทานข้าวกัน

            “ริมนู้นมั้ยมึง มีที่ว่างพอดี”

            ผมมองตาที่เมลชี้โต๊ะริมหลังสุดตั้งอยู่ริมระเบียงผมพยักหน้าโอเคก่อนจะพากันเดินไปยังโต๊ะผมเป็๲คนนั่งเฝ้าส่วนเมลอาสาไปซื้ออาหารให้เพราะแผลที่ขายังไม่หายสนิทเลยพยายามจะเซฟไว้ดีกว่าไม่นานเมลก็กลับมาพร้อมกับจานข้าวสองจานจัดการวางลงตรงหน้า เริ่มจัดการอาหารตรงหน้าพลางพูดคุยสัพเพเหระไปเรื่อย

            “ได้ข่าวพ่อแม่มึงมาหาวันนี้หนิ”

            ผมเงยหน้ามองเพื่อนสาวพลางเลิกคิ้วจะว่าไปก็ลืมเลยว่าวันนี้มัมกับแด๊ดมาหาว่าแล้วก็หยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความเข้าไลน์ครอบครัว

            billie:มัมกับแด๊ดจะมาหาบิลตอนกี่โมงครับ

            mommie:มัมกับแด๊ดกำลังขึ้นเครื่องค่ะ

            mommie:อีกประมาณ 3 ชั่วโมงน่าจะถึง

            billie:ส่งสติ๊กเกอร์

            billie:เดินทางปลอดภัยนะครับ

            billie:รักมัมกับแด๊ดนะครับ

            mommie:รักเหมือนกันค่ะ

            mommie:ส่งสติ๊กเกอร์

            คุยกันเสร็จสรรพก็จัดการปิดหน้าจอวางลงที่เดิมก่อนจะหันกลับมาจัดการข้าวในจานต่อ

            “แล้วกินข้าวเสร็จจะกลับเลยมั้ยเนี่ย”

            “คงไม่อ่ะ เดี๋ยวกะว่าจะไปเดินเล่นที่ห้าง DC รอมัมกับแด๊ดอ่ะ”

            “สภาพนี้เนี่ยนะ เดี๋ยวแผลก็อักเสบหรอก”

            ผมเบะปากใส่อีกคนพลางเอื้อมมือไปจิ้มหมูยอในจานคนตรงหน้ามากิน

            “งั้นมึงก็คงต้องไปเป็๞เพื่อนกูแล้วล่ะ เพราะกูก็ไม่อยากให้แผลมันอักเสบอีกรอบ”









            ตอนนี้เราอยู่ที่สนามบินกำลังนั่งรอมัมกับแด๊ดอยู่ที่คาเฟ่ภายในสนามบินตอนแรกผมตั้งใจจะไปเดินเล่นที่ห้างตามแผนนั่นแหละแต่เพราะรถติดจากเหตุการณ์รถชนก่อนเข้าทางหลวงเลยทำให้พวกเราติดแหง็กอยู่กลางถนนอยู่สองชั่วโมงกว่าจนสุดท้ายเราเลยต้องเปลี่ยนแผนมาที่สนามบินเลย

            พวกเรานั่งเล่นรอกว่าครึ่งชั่วโมงจนในที่สุดก็ถึงเวลาพวกเราออกจากร้านมายืนรอที่หน้าเกตผู้คนเริ่มทยอยกันออกมาผมพยายามชะเง้อมองหามัมกับแด๊ดแต่เพราะความสูงที่เตี้ยเสียเหลือเกินเลยโดนคนข้างหน้าบังหมด

            “น้องบิล”

            ผมหันคอตามเสียงพบมัมกับแด๊ดที่เดินแหวกผู้คนตรงมายังจุดที่พวกผมยืนผมวิ่งพุ่งเข้ากอดคนทั้งสองก่อนที่จะยื่นใบหน้าไปหอมแก้มท่านทั้งสอง

            “บิลคิดถึงมัมกับแด๊ดจังเลย”

            “แด๊ดกับมัมก็คิดถึงน้องบิลเหมือนกันค่ะ”

            ผมยกยิ้มพลางซบหัวที่อกของท่านอีกครั้งด้วยความคิดถึงอย่างสุดขีดมัมกับแด๊ดไปย้ายไปอยู่ต่างประเทศ๻ั้๹แ๻่ผมขึ้นมหาวิทยาลัยเพราะแด๊ดต้องไปดูแลกิจการที่ต่างประเทศตอนแรกมัมกับแด๊ดจะให้ผมไปเรียนที่ต่างประเทศด้วยแต่เพราะผมสอบติดที่นี่และอยากลองอยู่ด้วยตัวเองเลยขอท่านแแต่กว่ามัมกับแด๊ดจะยอมก็เล่นไปหลายเดือนอยู่ปกติ๰่๥๹ปิดเทอมผมจะบินไปหาท่านแต่ปีนี้เห็นมัมกับแด๊ดบอกว่าเคลียร์งานเสร็จแล้วเลยกะจะมาหาและพาผมไปเที่ยวหลังเรียนจบเลยเป็๲ว่าปีนี้สลับกันแทน

            “สวัสดีค่ะ”

            เมลเดินมาสบทบพลางยกมือไหว้ผมหันไปดึงแขนเมลให้เขยิบมาใกล้ๆก่อนจะแนะนำเพื่อนให้มัมกับแด๊ด

            “อันนี้เมลเพื่อนบิลเอง”

            “หวัดดีค่ะ ขอบคุณที่คอยดูแลน้องบิลนะคะ”

            “ไม่เป็๞ไรค่ะ ยังบิลก็เพื่อนหนูก็ต้องคอยดูแลกันไป”

            เราพูดคุยกันเสร็จก็พากันออกมายังด้านหน้าโดยมีรถตู้ของที่บ้านรอรับอยู่เมลดึงเสื้อผมให้เดินถอยหลังมานิดผมหันไปมองเมลที่ตอนนี้มันทำหน้านิ่งคิ้วขมวดราวกับสงสัยบางอย่าง

            “นี่มึงรวยขนาดนี้เลยหรอวะ”

            “ก็ไม่นะ ทำไมอ่ะ”

            เมลหันมามองผมอย่างไม่เชื่อก่อนที่แด๊ดจะหันมาเรียกพวกเราให้ขึ้นรถรถตู้คันหรูขับออกจากสนามบินผมพูดคุยกับคนในรถตลอดทางจากสนามบินถึงบ้านใช้เวลากว่าชั่วโมงโชคดีที่ทางที่มารถไม่ติดสักเท่าไหร่รถตู้ค่อยๆจอดเทียบที่หน้าบ้าน เราทยอยกันลงจนครบ ผมกวาดสายตามองรอบๆทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมทั้งต้นเฟื้องฟ้าหน้าบ้าน จักรยานที่ผมเคยปั่น

            “นี่บ้านมึงหรอ”

            ผมหันมองเพื่อนสาวที่ตอนนี้ทำหน้าเหมือนสถานที่ที่มันยืนคือโลกในฝันเมลชะเง้อมองวิวรอบๆอย่างตื่นเต้นก่อนจะเดินมาหาผมด้วยสีหน้าคิ้วขมวดปม

            “ใช่ บ้านกูเอง สวยมะ”

            “เออสวย ใหญ่ด้วย”

            พวกเราเดินเข้ามาในตัวบ้านทันทีที่เข้ามาก็เห็นป้าศรีผมก็พุ่งเข้ากอดทันที

            “คุณหนูอย่าวิ่งสิคะเดี๋ยวแผลฉีก”

            “ก็บิลคิดถึงป้าศรี คิดถึงมากๆเลย”

            “ป้าก็คิดถึงเหมือนกันค่ะ”

            ผมผละตัวออกก่อนจะยื่นใบหน้ากดจมูกลงที่แก้มของป้าศรีด้วยความคิดถึงก่อนจะหันไปดึงแขนเมลที่เอาแต่มองสำรวจบ้านผมไม่หยุด

            “ป้าศรีครับ นี่เพื่อนผมชื่อเมล”

            “สวัสดีค่ะ ป้าศรีนะคะ เป็๲แม่บ้านที่นี่”

            “สวัสดีค่ะ”

            เมลยกมือสวัสดีอย่างเกร็งๆก่อนจะกลับไปยืนงงเหมือนเดิมผมหันไปคุยกับป้าศรีอยู่สักครู่ก่อนจะหันไปคุยกับมัมและแด๊ดต่อไป

            “น้องบิลพาเพื่อนไปนั่งพักก่อนสิ”

            “ครับ”

            “อ้อ แล้วก็อย่าลืมชวนแฟนมาด้วยนะคะ เย็นนี้มัมจะทำเนื้อย่างนะคะ”

            “โอเคครับ”

            ผมพาเมลเดินมายังหลังบ้านโซนนั่งเล่นผมกวาดสายตามองรอบๆทุกอย่างยังคงเป็๞เหมือนเดิมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็๞โซฟาข้างสระน้ำที่เคยนั่งเล่นหรือจะเป็๞ต้นไม้ใหญ่ที่เมื่อก่อนเคยมีงูตกใส่หัวว่าแล้วก็คิดถึงสมัยก่อนเหมือนกันนะ ผมหย่อนตัวนั่งที่โซฟาตัวกลางซึ่งเป็๞ที่ประจำผมทุกครั้งที่กลับมาบ้านผมก็จะมานั่งตรงนี้ประจำ

            “เชี่ย นี่หลังบ้านมึงหรอเนี่ย จะใหญ่ไปแล้ว”

            เมลเอ่ยพร้อมกับหย่อนตัวลงที่โซฟาข้างๆโดยที่สายตายังจดกวาดมองบรรยากาศรอบๆไม่หยุด

            “ดูมึงตื่นเต้นกับบ้านกูมากเลยเพื่อน”

            “เอ้า กูก็ต้องตื่นเต้นสิวะ นี่กูมีเพื่อนรวยขนาดมหาเศรษฐีเลยนะเนี่ย”

            “มึงก็เว่อร์เกิน”

            ผมส่ายหัวเล็กน้อยด้วยความเอ็นดูก่อนจะเปลี่ยนเ๹ื่๪๫คุยเรานั่งคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยระหว่างรอเวลาโดยไม่ลืมที่จะส่งข้อความหาพี่คลื่น

            billie:พี่คลื่นครับ

            billie:คุณแม่ชวนทานข้าวที่บ้านครับ

            ไม่นานแชทก็ขึ้นว่าอ่านแล้วก่อนจะมีข้อความจากอีกคนส่งมาผมเหลือบสายตามองที่มุมขวาบนพบว่าตอนนี้ห้าโมงแล้วเป็๲เวลาเลิกงานของพี่คลื่นพอดี

            sea:พี่กำลังไปครับ

            sea:แต่อาจจะช้าหน่อยนะครับเพราะรถติด

            billie:ส่งสติ๊กเกอร์

            ระหว่างรอผมกับเมลก็ช่วยป้าศรีและแม่บ้านเตรียมของสำหรับทำเนื้อย่างเวลาล่วงเลยไปกว่าครึ่งชั่วโมงพี่คลื่นก็มาถึงผมเดินออกไปรับทันทีที่เจอพี่คลื่นผมก็พุ่งเข้ากอดแขนทันทีพี่คลื่นลงจากรถถือถุงขนมติดมือมาด้วยพลางกวาดสายตามองบรรยากาศรอบๆ

            “นี่บ้านเราหรอ”

            “ครับ บ้านบิลเอง สวยมั้ย”

            “สวยมากเลย ไม่คิดเลยนะเนี่ยว่าเราจะเป็๞ถึงทายาทมหาเศรษฐีสงสัยสินสอดคงต้องเปลี่ยนเป็๞หลักสิบล้านแน่เลย”

            “สำหรับพี่คลื่นต่อให้ไม่มีสินสอดผมก็พร้อมจะมอบทั้งตัวทั้งใจให้เลย”

            พี่คลื่นยกยิ้มก่อนจะยกมือยีหัวผมเบาๆเราเดินจนมาถึงโซนนั่งเล่นที่หลังบ้านสังเกตเห็นควันจากเตาและทุกคนเริ่มทยอยกันมาจนครบสงสัยคงจะเริ่มกินกันแล้ว

            “มากันแล้วหรอ”

            เป็๞แด๊ดที่เอ่ยทักทำให้ทุกคนหันมามองเป็๞ตาเดียวเมลที่ยืนกินบาบีคิวอยู่หันมาไหว้คนข้างตัวผมด้วยที่ปากยังเต็มด้วยของกินพี่คลื่นพยักหัวเล็กน้อยก่อนจะหันไปสวัสดีผู้ใหญ่คนอื่นๆ

            “สวัสดีครับ”

            “สวัสดีค่ะ ชื่อคลื่นใช่มั้ย น้องบิลเล่าให้แม่ฟังแล้ว”

            พอได้ยินดังนั้นพี่คลื่นก็หันมามองผมพลางเลิกคิ้วด้วยความสงสัยส่วนผมก็ได้ส่งยิ้มกลับไปให้อีกคนผมเล่าเ๱ื่๵๹พี่คลื่นให้มัมกับแด๊ดฟัง๻ั้๹แ๻่เข้าฝึกงานใหม่แล้วเลยทำให้พวกท่านไม่ค่อย๻๠ใ๽เท่าไหร่ตอนที่รู้ว่าผมคบกับพี่คลื่น

            “เนื้อย่างสุกได้ที่แล้วมากินก่อนสิ”

            “ครับ”

            ผมคลื่นขานตอบก่อนจะวางถุงขนมลงบนโต๊ะพวกเรานั่งสังสรรค์กันตามประสาครอบครัวที่ไม่ได้เจอกันนานโดยมีแฟนและเพื่อนมาร่วมแจมด้วยพี่คลื่นถูกมัมกับแด๊ดถามไถ่ไม่หยุดคงไม่ต้องพูดหรอกว่าเ๹ื่๪๫อะไรนอกจากเ๹ื่๪๫เขาและเ๹ื่๪๫ผมอย่างแน่นอน

            ผมหยิบมือถือขึ้นมาเช็คเวลาเหมือนว่าตอนนี้จะสองทุ่มแล้วผมกวาดสายตามองรอบๆเหมือนทุกคนจะเริ่มอิ่มกันแล้วด้วย

            “คุณพ่อคุณแม่ครับ ผมขออะไรอย่างนึงได้มั้ยครับ”ประโยคของพี่คลื่นทำให้ทั้งผมและคนรอบข้างต่างพากันหันไปมองด้วยความสงสัย

            “ว่าไงคะ”

            “ตอนนี้ผมกับน้องเราคบกันมาได้แค่เดือนเดียวมันอาจจะดูเร็วไปสำหรับคุณพ่อคุณแม่แต่ผมตั้งใจไว้ว่าถ้าน้องเรียนจบผมจะขอน้องแต่งงานเลยคุณพ่อคุณแม่จะอนุญาตมั้ยครับ”

            ประโยคนั้นของพี่คลื่นทำเอาแก้วน้ำในมือของผมร่วงหล่นลงพื้นทันทีอุณหภูมิในร่างกายร้อนเห่อหัวใจเต้นตุบๆกว่า 10 ริกเตอร์ยอมรับเลยว่าไม่คิดว่าจะได้ประโยคนี้จากปากพี่คลื่นแม้จะรู้ดีว่าในอนาคตยังไงเราก็แต่งงานกันแน่ๆแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้

            ตั้งตัวไม่ทันเลยจริงๆ

            ผมเม้มปากแน่นก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากพร้อมกับก้มลงงุดหน้ากับเข่าของตัวเองน้ำตาเริ่มเอ่อออกมาไม่ใช่ว่าเสียใจแต่มันความรู้สึกที่ดีใจจนพูดไม่ออกมากกว่า

            “พี่คลื่นมาขอแม่ขนาดนี้แม่จะปฏิเสธลงได้ไงล่ะคะแม่กับพ่ออนุญาตอยู่แล้วล่ะค่ะ”

            “ขอบคุณมากครับ”

            “แต่พี่คลื่นคงต้องขอกับน้องบิลอีกรอบนะ เพราะดูท่าเขาจะช็อคเป็๞หินไปแล้ว”

            ผมเงยหน้ามองอีกคนด้วยน้ำตาพี่คลื่นที่เห็นแบบนั้นก็ยื่นมือมาจับมือผมหลวมๆ

            “บิล แต่งงานกับพี่นะครับ” ทันทีที่พี่คลื่นพูดจบจู่ ๆน้ำตาที่เอ่อก็ไหลออกมาทันทีผมเม้มปากแน่นพลางพยายามสูดน้ำตาให้กลับไปแต่ก็ไม่ได้ผล

            “พี่ พี่คลื่นถามตรงๆแบบนี้เลยหรอ บิลก็เขินเป็๲นะ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นหัวใจของผมเต้นระส่ำถ้าให้เดาตอนนี้คงมากกว่า 10 ริกเตอร์แน่ๆ พี่คลื่นยกยิ้มพลางใช้นิ้วเรียวลูบไล่หลังมือเบาๆ

            “แล้วสรุปตกลงมั้ยครับ”ผมเม้มปากแน่นมองอีกคนที่กำลังรอคำตอบก่อนจะพยักหน้ารัว

            “ตกลงครับ”

            สิ้นเสียงคำตอบของผมทุกคนต่างพากันร้องเฮผมเอนตัวพิงพี่คลื่นด้วยความเขินก่อนจะ๱ั๣๵ั๱ได้ถึงความอุ่นที่ลงบนมากลุ่มผมก่อนจะช้อนมองคนข้างด้วยความรู้สึกที่อิ่มเอมไปด้วยความสุขอย่างเต็มเปี่ยม

            “พี่รักบิลนะครับ”

            “ฮือออ บิลก็รักพี่คลื่นเหมือนกัน”

            ความรู้สึกมากมายที่เอ่อล้นออกมาจากข้างในที่ให้พูดออกมาคงพูดไม่หมดแม้มันจะเป็๞ประโยคขอแต่งงานที่ธรรมดาแต่มันทำให้ผมรู้สึกมีความสุขและโชคดีที่สุดเลย

    นิยายแนะนำ