บทที่ 49 จับปลาตัวใหญ่ได้แล้ว! (รีไรต์)
อวี้หย่งหลิ่วกับอวี้หย่งกุ้ยพาซิ่งซิ่งกลับมาที่ข้างลำธาร หลัวเชียหนิวกำลังพาเพื่อน ๆ พลิกก้อนหินหาปูอยู่ริมธาร
หลัวเชียหนิวเหลือบมองพวกเขา เห็นว่าทุกคนปลอดภัยดี ก็รู้ว่าคงไม่มีอะไร
เขาละสายตาไปทางอื่น
อวี้หย่งหลิ่วเอ่ยขึ้นเสียงดังว่า "ขอบใจมากนะที่มาบอกข่าว"
หลัวเชียหนิวรู้สึกเขินอายเล็กน้อย จึงแสร้งทำเป็นไม่สนใจอวี้หย่งหลิ่ว
อวี้หย่งหลิ่วกับอวี้หย่งกุ้ยพาซิ่งซิ่งไปยังร่มไม้ ให้เด็กหญิงนั่งบนก้อนหินใหญ่ในที่ร่ม ส่วนพวกเขาทั้งสองคนก็พับขากางเกง ถอดรองเท้า ลงไปในลำธาร เตรียมจับปลาในบริเวณที่น้ำตื้น
ซิ่งซิ่งกำมือแน่น มองดูอวี้หย่งหลิ่วค่อย ๆ เข้าใกล้ปลาตัวหนึ่งด้วยความลุ้นระทึก
แต่ปลาตัวนั้นก็ตื่นตัวมาก อวี้หย่งหลิ่วก้มตัวลง ค่อย ๆ ย่องเข้าไปใกล้ ปลาตัวนั้นก็สะบัดหางอย่างว่องไว แล้วหนีไป
อวี้หย่งหลิ่วลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าครุ่นคิด
ปลาพวกนี้คงว่ายมาจากต้นแม่น้ำเหมาเหอ
หลายปีก่อนเกิดภัยแล้ง แม่น้ำเหมาเหอก็แห้งขอดไปมาก ผู้คนมากมายพากันไปจับปลาในแม่น้ำเหมาเหอ ปลาที่ยังรอดชีวิตอยู่ทุกวันนี้ต่างก็เฉลียวฉลาดยิ่งนัก
ลมพัดหญ้าไหวเพียงนิดเดียว พวกมันก็ว่ายหนีเร็วราวกับติดปีก
อวี้หย่งหลิ่วกับอวี้หย่งกุ้ยใช้เวลาอยู่ริมลำธารครู่ใหญ่ แต่ก็ยังไม่สามารถจับปลาได้แม้แต่ตัวเดียว
แต่โชคดีที่เด็กชายทั้งสองเป็นคนมองโลกในแง่ดี แม้จะหาปลาไม่เจอ พวกเขาก็ไม่ได้รีบร้อน คิดเสียว่าพาน้องสาวตัวน้อยออกมาเล่น
โดยเฉพาะซิ่งซิ่งที่คอยให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ ไม่หยุด
"พี่สาม พี่สี่ สู้ ๆ นะคะ! … ไม่เป็นไรค่ะ ปลาแค่ว่ายน้ำเร็วไปหน่อย! ตัวต่อไปเราต้องจับได้แน่ ๆ ค่ะ!"
เสียงเล็ก ๆ อ่อนหวานของน้องสาว ทำให้ทั้งสองคนฮึกเหิม ไม่ย่อท้อแม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน ฝั่งของหลัวเชียหนิว พวกเขาพลิกก้อนหินอยู่นานก็พบเจอแต่ปูตัวเท่าเล็บเท่าปลายนิ้ว ทำให้เด็กหนุ่มกลุ่มนั้นต่างก็รู้สึกหงุดหงิดใจ
พวกเขามองเห็นอวี้หย่งหลิ่วกับอวี้หย่งกุ้ยที่กำลังสนุกกับการจับอะไรบางอย่างอยู่ที่ต้นน้ำ จึงพากันส่ายหน้า แล้วหันไปพูดพึมพำกับหลัวเชียหนิวว่า "พี่เชียหนิว ไอ้เด็กบ้านสกุลอวี้ต้องไปก่อกวนอะไรแถวต้นน้ำแน่ ๆ ปูของพวกเราถึงได้หนีหายไปหมด!"
หลัวเชียหนิวไม่ตอบอะไร เขาเพียงแค่พลิกก้อนหินอีกก้อนขึ้นมา
ใต้ก้อนหินมีแต่ตะไคร่น้ำเขียวขจี นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรเลย
คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น
เด็กหนุ่มคนอื่น ๆ จึงเสนอความคิดเห็น "พี่เชียหนิว ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปไล่เจ้าเด็กสกุลอวี้นั่นออกไปกันเถอะ!"
หลัวเชียหนิวทำหน้าบึ้ง "พวกเขาจะจับอะไรก็เรื่องของพวกเขาสิ พวกเราก็จับของพวกเราไป จะไปเกี่ยวอะไรกันด้วย"
เด็กหนุ่มคนอื่น ๆ จึงรู้ได้ทันทีว่า หลัวเชียหนิวคงไม่อยากไปหาเรื่องเด็กบ้านสกุลอวี้แน่ ๆ
ตอนที่หลัวเชียหนิวกำลังง่วนอยู่กับการพลิกก้อนหิน เด็กหนุ่มพวกนั้นก็พากันกระซิบกระซาบกัน
"เจ้านี่โง่หรือเปล่า ลืมไปแล้วหรือว่าพี่เชียหนิวของพวกเราเพิ่งโดนงูกัดไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็เด็กบ้านสกุลอวี้นั่นแหละที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้"
"เออ จริงด้วย! ข้าเกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว ว่าแต่ช่วงนี้พวกเราก็ไม่ค่อยได้ไปหาเรื่องต่อยตีกับเด็กบ้านสกุลอวี้เลยเนอะ"
“เอ่อ ปกติแล้วพวกเราเป็นฝ่ายโดนซ้อมไม่ใช่รึ?”
“หุบปาก! นั่นเพราะพวกเขาช่วยชีวิตพี่ใหญ่ของพวกเราไว้ พวกเราก็เลยยอมอ่อนข้อให้พวกเขาไง!”
“ใช่ๆ! สุภาษิตเขาว่าไว้ บุญคุณต้องทดแทน แม้กระทั่งชีวิตก็ต้องยอมสละไม่ใช่หรือ?”
หลัวเชียหนิวกำลังก้มหน้าก้มตาพลิกก้อนหินโดยไม่หันกลับมามอง “เตือนไว้ก่อนนะ ข้าได้ยินที่พวกเจ้าพูดทั้งหมด ดูท่าพวกเจ้านี่คันไม้คันมือ อยากโดนสั่งสอนแล้วสิ! มีแรงแบบนี้ ทำไมไม่รีบมาช่วยกันพลิกก้อนหินหาปูหาปลากัน?”
เด็กหนุ่มหลายคนหัวเราะคิกคักแล้วตอบรับ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาหาปูต่อ
...
หลังจากที่อวี้หย่งหลิ่วกับอวี้หย่งกุ้ยพยายามจับปลาอยู่เกือบครึ่งชั่วยาม ก็ยังไม่ได้อะไรเลย จนกระทั่งซิ่งซิ่งไปเจอเข้ากับปลากระโหลกหนาตัวหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในร่องน้ำแคบ ๆ ริมธาร ดูเหมือนว่ามันคงจะหนีอะไรบางอย่างมา แล้วมุดหัวเข้าไปติดอยู่ในซอกหิน จนขยับไปไหนไม่ได้
อวี้หย่งหลิ่วกับอวี้หย่งกุ้ยเห็นดังนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปจับปลาตัวนั้นทันที!
ปลาตัวนี้ตัวใหญ่มาก อวี้หย่งหลิ่วต้องออกแรงกอดมันไว้สุดชีวิตจนเสื้อผ้าเปียกไปหมด แถมยังเกือบจะกอดเอาไว้ไม่อยู่ด้วยซ้ำ!
“เย็นนี้มีปลากินแล้ว!”
น้ำลายของอวี้หย่งกุ้ยแทบจะไหลออกมา
“ไม่ได้นะ ลืมไปแล้วหรือว่าป้าสะใภ้ใหญ่พาพี่ใหญ่กับพี่รองกลับบ้านเดิมไปแล้ว พวกเราต้อวรอพวกเขากลับมาก่อนสิ” อวี้หย่งหลิ่วพูดพลางพยายามกอดปลาที่กำลังดิ้นอยู่
“จริงด้วย!” อวี้หย่งกุ้ยตบมือฉาด “ไม่เป็นไรหรอก อย่างไรเสียพวกเราก็เอามันไปเลี้ยงที่บ้านไว้ก่อน อีกสองวันค่อยกินก็ได้!”
“กินปลา! อีกสองวันจะได้กินปลาแล้ว!” ซิ่งซิ่งตื่นเต้นมาก ยื่นมือเล็ก ๆ ออกไปลูบตัวปลาที่ลื่นอย่างระมัดระวัง แล้วร้อง “อ๊ะ!” ด้วยความดีใจ จากนั้นก็หัวเราะคิกคัก “มันลื่นจังเลย!”
อวี้หย่งหลิ่วกับอวี้หย่งกุ้ยอดหัวเราะไม่ได้
เด็ก ๆ ทั้งสามคนของตระกูลอวี้หัวเราะอย่างร่าเริง ส่วนหลัวเชียหนิวกับเพื่อน ๆ ที่อยู่ไม่ไกลมองพวกเขาด้วยความอิจฉา
พวกเขาพลิกก้อนหินมาครึ่งค่อนวัน ก็จับปูตัวเท่าเล็บมือได้แค่ไม่กี่ตัว เลี้ยงไว้เล่นก็พอไหว แต่ถ้าจะเอามาย่างกิน คงไม่พอแม้แต่จะติดซอกฟัน
มองดูเด็กสามคนของตระกูลอวี้สิ จับปลาตัวใหญ่ได้ตั้วตัวหนึ่ง!
แถมยังตัวใหญ่มากด้วย!
เด็กหนุ่มในละแวกนั้นต่างอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว
บางคนเสนอว่า "พวกเราไปแย่งปลามาดีไหม"
หลัวเชียหนิวตวัดสายตาใส่เขาอย่างรวดเร็ว
เด็กคนนั้นจึงรีบพูดแก้ตัว "ล้อเล่นน่า ข้าแค่พูดเล่น..."
ทันใดนั้น หลัวเชียหนิวก็พูดกับตัวเองว่า "ข้าได้ยินพ่อแม่ของข้าพูดว่า ซิ่งซิ่ง...ก็คือเด็กหญิงคนนั้น เป็นเด็กนำโชค เจ้าพวกเด็กตระกูลอวี้นั่นจะมีโชคดีขนาดนั้นได้อย่างไร ต้องเป็นเพราะซิ่งซิ่งนำโชคมาให้พวกเขาแน่!"
ยิ่งเขาพูดก็ยิ่งมั่นใจ "ใช่แล้ว ต้องเป็นแบบนั้นแน่!"
เมื่อพูดจบ หลัวเชียหนิวก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจ เขาจึงก้าวเท้ายาว ๆ เข้าไปหาพวกของอวี้หย่งหลิ่ว
"เฮ้!" หลัวเชียหนิวเรียก
อวี้หย่งหลิ่วกับอวี้หย่งกุ้ยต่างมองหลัวเชียหนิวอย่างระแวดระวัง เพราะกลัวว่าเขาจะมาแย่งปลา
ส่วนซิ่งซิ่งนั้น ยิ้มแย้มพร้อมกับถามหลัวเชียหนิวว่า "พี่หลัว มีอะไรหรือ?"
คำว่า ‘พี่หลัว’ เพียงแค่คำเดียว ทำเอาตาของเขาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง!
ลิ้นของเขาเกือบพันกัน พูดติดขัดไปหมด!
ผ่านไปครู่ใหญ่ หลัวเชียหนิวถึงจะตั้งสติได้ เขาจึงกระแอมไอหนึ่งที "เอ่อ...คือว่า ข้าได้ยินมาว่าเจ้าดวงดีมาก เลยอยากจะให้เจ้ามาช่วยข้าเลือกก้อนหินหน่อย ข้าอยากจะจับปู"
ฝ่ายอวี้หย่งหลิ่วพอได้ยินดังนั้น ก็ขมวดคิ้ว
ส่วนอวี้หย่งกุ้ยนั้น ตัวเล็กปากไว พูดแทรกขึ้นมาทันที "ระวังเถอะ พอถึงเวลาจับไม่ได้ แล้วเจ้าจะมาโทษซิ่งซิ่งว่าเป็นตัวซวยล่ะสิ"
หลัวเชียหนิวเบิกตากว้างใส่อวี้หย่งกุ้ย "ข้าดูเป็นคนแบบนั้นหรือ?!"
อวี้หย่งหลิ่วกับอวี้หย่งกุ้ยต่างก็ส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยในลำคอพร้อมกัน
ก็เจ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ นั่นแหละ!
ซิ่งซิ่งกลัวว่าพี่ชายของนางจะต้องทะเลาะกับหลัวเชียหนิวอีก จึงรีบออกมาห้ามทัพ "ไม่เป็นไรค่ะ ซิ่งซิ่งช่วยพี่หลัวเลือกได้ค่ะ!"
หลัวเชียหนิวหันไปมองอวี้หย่งหลิ่วกับอวี้หย่งกุ้ยอย่างลำพองใจ
เด็กชายทั้งสองได้แต่นิ่งงัน ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะทำหน้าภาคภูมิใจไปทำไม?
ซิ่งซิ่งเองก็ไม่รู้วิธีเลือกพลิกหินเช่นกัน แต่พอเห็นแววตาเปี่ยมไปด้วยความหวังของหลัวเชียหนิว นางก็พยายามเพ่งมองก้อนหินริมธารอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจชี้ไปที่ก้อนหนึ่งอย่างลังเล "พี่หลัว ลองดูอันนี้ไหมคะ?"