เยว่เฟิงเกอและชิงจื่อกินหม้อไฟด้วยกันเสร็จด้วยเวลาไม่นานขณะนั้นชิงจื่อยังคงซดน้ำแกงที่อยู่ในถ้วยจนหมดเกลี้ยง ไม่ให้เหลือแม้แต่หยดเดียว
กระทั่งตอนที่ชิงจื่อถือถ้วยหม้อไฟเตรียมจะถอยออกไป ในห้วงคะนึงยังอดหวนนึกถึงรสชาติของหม้อไฟเมื่อครู่ไม่ได้เลย
เยว่เฟิงเกอลูบท้องน้อยๆของตนอย่างเป็สุข นางมองอาภรณ์บนร่างที่สกปรก ทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นหึ่งเดิมคิดจะให้ชิงจื่อไปตักน้ำมาสักถังหนึ่ง แต่จู่ๆในสมองนางก็ปรากฏภาพสถานที่แห่งหนึ่งขึ้นมา ที่แห่งนั้นคือสถานที่ต้องห้ามในจวนจั้นอ๋องเรือนน้ำอุ่น
ในความทรงจำเรือนน้ำอุ่นแห่งนั้นเป็สถานที่ที่นอกจากจั้นอ๋องแล้วผู้อื่นไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปโดยเด็ดขาด
เยว่เฟิงเกออยากไปแช่บ่อน้ำร้อนยิ่งนักจึงลากชิงจื่อก้าวยาวๆ ไปยังสถานที่ที่เรือนน้ำอุ่นตั้งอยู่
คนทั้งสองเดินมาถึงนอกเรือนน้ำอุ่นอย่างรวดเร็วเยว่เฟิงเกอหันศีรษะไปสั่งชิงจื่อว่า “ชิงจื่อ ข้าจะเข้าไปแช่น้ำร้อนก่อนเ้าช่วยไปเตรียมอาภรณ์ชุดใหม่มาให้ข้าที”
เยว่เฟิงเกอพูดจบก็เตรียมก้าวขาเข้าไปยังเรือนน้ำอุ่นทันที
เพียงแต่ ชิงจื่อที่เห็นเช่นนั้นกลับรีบคว้าตัวเยว่เฟิงเกอไว้
“พระชายาท่านอ๋องเคยมีบัญชา นอกจากพระองค์เองแล้ว ผู้อื่นล้วนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป”ชิงจื่อไม่อยากให้เ้านายของตนทำให้ท่านอ๋องกริ้วจนต้องถูกลงโทษ
เยว่เฟิงเกอลูบศีรษะชิงจื่อกล่าวปลอบโยน “ไม่เป็ไร เ้าแค่ไปนำอาภรณ์ของข้ามาให้ข้าเป็พอหากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ข้าจะรับไว้เอง”
ชิงจื่อไม่อาจโน้มน้าวเ้านายของตนได้ทำได้แค่วิ่งกลับไปยังเรือนเยว่เหยาด้วยใจที่ไม่สงบ
เยว่เฟิงเกอผลักประตูใหญ่ของเรือนน้ำอุ่นให้เปิดออกพร้อมๆกับได้ยินเสียงน้ำกระเซ็นที่ดังมาจากด้านใน
ใบหน้านางปรากฏรอยยิ้มทันทีก่อนจะก้าวยาวๆ เดินเข้าไปด้านใน
หลังจากเดินผ่านทางสายหนึ่งที่ปูด้วยหินไข่ห่าน [1] เพียงครู่เดียวเยว่เฟิงเกอก็มาถึงบ่อน้ำร้อน
ที่แห่งนี้มีไอน้ำล่องลอยเป็สายหมอกฟุ้งกระจายทำให้เห็นทัศนวิสัยรอบด้านไม่ชัดนัก
เยว่เฟิงเกอถอดอาภรณ์ชื้นแฉะส่งกลิ่นเหม็นบนร่างออกก่อนจะพาดไว้บนฉากกั้น
ั้แ่มาถึงที่นี่นางยังไม่เคยได้ชื่นชมร่างกายนี้ดีๆเลย ยามนี้นางจึงก้มหน้าลงไปพิจารณาเรือนร่างในตอนนี้ของตนซึ่งพบว่าขนาดหน้าอกในตอนนี้ใหญ่กว่านางในยุคปัจจุบันเป็เท่าตัวเห็นจะได้รอบเอวก็บอบบางเสียจนกำรอบได้หนึ่งแขน
ไม่เลวๆเรือนร่างนี้ทำให้นางพึงพอใจเป็อย่างยิ่ง แต่ใบหน้านี้ยังไม่มีโอกาสได้มองให้ชัด
เยว่เฟิงเกอคุกเข่าลงข้างสระน้ำที่เหนือแผ่นน้ำมีไอร้อนลอยขึ้นมาก่อนจะได้เห็นดวงหน้าที่สะท้อนอยู่บนนั้น
ยามที่เยว่เฟิงเกอได้เห็นใบหน้านั้นนางถึงกับใจนเกือบตกลงไปในสระ
ใบหน้าที่น่ากลัวยิ่งกว่าผีนี้คือนางจริงหรือ?
ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมนางเคยถูกฉินหว่านล้างสมองว่าให้แต่งหน้าหนาหนักไปปรากฏตัวต่อหน้าจั้นอ๋องเพียงเท่านี้ก็จะได้ใจของจั้นอ๋องมาครอง
ั้แ่นั้นมาเ้าของร่างเดิมก็ประโคมผิวหน้าด้วยเครื่องประทินโฉมมากมายขีดเขียนหน้าตนเองให้ไม่ต่างกับผีตนหนึ่ง
ในสมองของเยว่เฟิงเกอยามนี้หวนนึกถึงสายตาที่ก่อนหน้านี้ม่อหลิงหานมองตนในที่สุดนางก็เข้าใจแล้วว่า เหตุใดอีกฝ่ายถึงได้รังเกียจนางถึงเพียงนั้น
เ้าของร่างเดิมแต่งหน้าราวกับผีก็ไม่ปานใครจะกล้ามารักนางกันเล่า
เ้าของร่างเดิมผู้นี้โง่เง่าและไร้เดียงสาเกินไปจริงๆ
นางส่ายหน้าอย่างปลงๆจากนั้นรีบมุดกายลงไปในสระน้ำร้อน ให้น้ำแร่อุ่นร้อนห่อหุ้มเรือนร่างนางไว้
เยว่เฟิงเกอล้างเครื่องสำอางที่ปกปิดความสวยงามอย่างธรรมชาติบนใบหน้าออกไปจนหมดจดและเผยให้เห็นเพียงความงดงามเรียบลื่นราวเนื้อหยกบอบบางนวลเนียนราวกับบัวแรกแย้มที่เพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำ
ดวงตาคู่นั้นของนางงดงามราวกับหยกนิลในสระน้ำอันล้ำลึกผิวขาวเนียนละเอียดกอปรกับท่าทางเมียงมองอย่างสนใจใคร่รู้ช่วยทำให้สายตาคู่นั้นยิ่งขับเน้นความงามล่มเมืองที่แฝงอยู่
เยว่เฟิงเกอหลับตาลงรู้สึกผ่อนคลายเบาสบายไปทั้งร่าง ก่อนจะพูดกับตนเอง “สบายจัง มิน่าเล่าท่านอ๋องน้ำแข็งคนนั้นถึงไม่ให้คนอื่นเข้ามาของดีๆ แบบนี้เลือกเก็บไว้เสพสุขคนเดียว ขี้งกเสียจริง”
ทันทีที่เยว่เฟิงเกอพูดจบเสียงตีน้ำก็ดังขึ้น นางรู้สึกเหมือนร่างของตนกำลังลอยห่างออกจากสระน้ำร้อนพุ่งไปทางเสาหิน
ใน่วินาทีอันตรายเยว่เฟิงเกอใช้ฝ่ามือค้ำยันเสาหินไว้ได้ทันก่อนจะอาศัยแรงส่งตีลังกากลับหลังกลางอากาศแล้วร่อนลงยืนบนพื้นข้างสระน้ำอย่างมั่นคง
“เป็ผู้ใดถึงกับกล้าบุกเข้ามาในเรือนน้ำอุ่นของเปิ่นหวาง”เสียงทุ้มต่ำเ็าสายหนึ่งดังขึ้น
เยว่เฟิงเกอถูกเสียงทุ้มต่ำของบุรุษทำเอาใจนตัวสั่นนางคิดไม่ถึงว่าที่นี่จะมีผู้อื่นอยู่ด้วย
ยามนี้นางไม่กล้ากล่าววาจา คิดเพียงว่าจะอยู่ที่นี่นานไม่ได้จึงหมุนกายไปด้วยตั้งใจจะพุ่งตัวไปที่ฉากกั้น
ในตอนนั้นเองกระแสน้ำสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหมายจะโจมตีที่ศีรษะนาง
ทว่า เยว่เฟิงเกอยังคงสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีนั้นได้อย่างทันท่วงที
เชิงอรรถ
[1] หินไข่ห่าน (鹅卵石)หมายถึงหินกรวด