บทที่ 7: ศึกชิงแชมป์ส้มตำลั่นซอย กับภารกิจป่วนทะลวงฟ้า
แสงแดดยามสายแผดเผาลงมายังหลังคาร้าน "ครัวคุณลุงริมคลอง" จนไอร้อนระอุขึ้นมาจากพื้นถนนราวกับเตาหลอมเหล็ก ทว่าภายในร้านกลับคึกคักไปด้วยผู้คนนับสิบที่มารอต่อคิวลิ้มรสความอร่อยจนแน่นขนัด เสียงพูดคุยเซ็งแซ่เคล้าเสียงคลองแสนแสบดังระงม หลี่ิในชุดผ้ากันเปื้อนทองคำป้องกันน้ำมันกระเด็นกำลังยืนถือสากหินคู่ใจ โคจรลมปราณตั้นแท่นเตรียมพร้อมรับมือกับมหกรรมทำอาหารครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของซอย
หน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วกะพริบแสงสีส้มเตือนถึงภารกิจพิเศษประจำวันตัวโตๆ
[แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจท้าประลองฝีมือ 'ส้มตำลั่นซอยะเืยุทธภพ' เริ่มต้นขึ้น!]
[เงื่อนไข: เนื่องจากการมาเยือนของท่านปู่เม้งทำให้ชื่อเสียงขจรขจาย มีเชฟกระทะเหล็กชื่อดังจากภัตตาคารหรูเดินทางมาท้าประลองส้มตำไทย ท่านต้องใช้สูตรแพทย์แผนไทยผสมผสานวงจร NMOS ควบคุมความเร็วและอุณหภูมิความแซ่บ มิเช่นนั้นจะถูกหักแต้มชี่กงครึ่งหนึ่งและต้องใส่ชุดเป็ดน้อยเดินรอบซอย!]
"มาเลย! ใครกล้ามาลองดีกับอดีตเซียนกระบี่ผู้ผันตัวมาเป็พ่อครัวส้มตำ จัดมาให้หมด!" หลี่ิคำรามในลำคอด้วยความฮึกเหิม แววตาสองข้างทอประกายแสงสีทองคมกริบ
ปัง!
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับการปรากฏตัวของ "เชฟกบ ูเาไฟ" เชฟกระทะเหล็กชื่อดังหน้าตาบึ้งตึงที่หิ้วกระเช้ามะละกอดิบและพริกขี้หนูสวนนับร้อยเม็ดเดินเข้ามาด้วยท่าทางอวดดี สภาพเสื้อสูทสีขาวสะอาดตาตัดกับรอยยิ้มเยาะเย้ย "ข้าได้ยินว่าแกเก่งนักเื่ส้มตำจนพวกคนแก่ในซอยพากันเพ้อเจ้อ วันนี้ข้า 'เชฟกบ' จะมาขอท้าประลองฝีมือ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นจะๆ ว่าส้มตำภัตตาคารหรูระดับมิชลินของข้า เหนือกว่าร้านริมคลองบ้านๆ นี้หลายร้อยเท่า!"
บรรดาลูกค้าประจำอย่างลุงป้อม เจ๊มดแดง และไอ้โต้งส่งเสียงฮือฮาทันทีด้วยความตื่นเต้น ลุงป้อมตบโต๊ะเชียร์ลั่น "จัดไปเลยไอ้หนุ่ม! สอนมพวกเชฟไฮโซให้รู้ซึ้งถึงส้มตำพลังปราณซะหน่อย!"
หลี่ิยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ก่อนจะสะบัดมือซ้ายคว้าครกหินใบใหญ่ มือขวาเตรียมเส้นมะละกอสดกรอบที่เพิ่งสับเสร็จใหม่ๆ การประลองฝีมือระดับตำนานระหว่างเชฟภัตตาคารกับเซียนกระบี่จึงเปิดฉากขึ้นท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นหวั่นไหวของชาวบ้านริมคลองแสนแสบ
"เชิญทางฝั่งผู้ท้าชิงก่อนเลยครับท่านเชฟกบ!" หลี่ิผายมืออย่างสุภาพ
เชฟกบไม่รอช้า หยิบมีดแกะสลักคู่ใจหั่นมะละกอด้วยความเร็วสูง สับเส้นปลิวว่อนลงในอ่างผสม พร้อมกับโขลกพริกแห้งและกระเทียมด้วยเครื่องปั่นไฟฟ้าพกพาแรงดันสูง ใส่กุ้งแห้งตัวโต น้ำปลาเกรดพรีเมียม และน้ำมะนาวคั้นสดจากสวน กลิ่นหอมของส้มตำสไตล์โมเดิร์นฟิวชั่นลอยฟุ้งกระจายออกมาอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงสามนาที ส้มตำไทยจานหรูสีสันสวยงามก็ถูกจัดแต่งลงในจานเซรามิคราคาแพงอย่างประณีต
"นี่แหละ! ส้มตำไทยกุ้งแม่น้ำซอสมะขามสูตรพิเศษของข้า รสชาติกลมกล่อมลงตัวตามหลักสากล! แกไม่มีวันทำอร่อยเท่านี้หรอ" เชฟกบยิ้มเยาะ ยกจานส้มตำของตัวเองมาวางโชว์หรา
หลี่ิกวาดสายตามองจานส้มตำของคู่แข่งเพียงแวบเดียว ดวงตาก็จับจุดอ่อนได้ทันทีตามหลักการแพทย์แผนไทย "รสชาติอาจจะหรูหรา แต่ขาดความสมดุลของธาตุไฟและธาตุน้ำ แถมความเผ็ดร้อนยังโดดเดี่ยวไม่ซึมลึกถึงเส้นประสาท แบบนี้เรียกว่าตำตามตำราแต่ไร้จิติญญา!"
ว่าแล้วหลี่ิก็ก้าวเท้าเข้าสู่สนามประลอง ร่างสูงโปร่งเคลื่อนไหวด้วยกระบวนท่ารำกระบี่โบราณที่ผสานเข้ากับการทำอาหาร มือซ้ายหยิบครกหินขึ้นมา มือขวาคว้าสุมนไพรไทยและพริกขี้หนูสวนสีแดงสดโยนลงไปพร้อมกัน
ในเมื่อต้องใช้หลักการ NMOS ควบคุมความเร็วในการเผาไหม้ หลี่ิจึงส่งกระแสลมปราณตั้นแท่นผ่านปลายนิ้วลงสู่สากหิน โป๊ก! ปั่ก! โป๊ก! เสียงโขลกครกดังเป็จังหวะเพลงร็อคเร้าใจ เส้นมะละกอดิบกรอบกริบถูกโยนลงไปคลุกเคล้ากับน้ำปลาร้าสูตรลับหมักบ่มด้วยสมุนไพรจีนเก้าชนิด มะนาวแป้นสดๆ และน้ำตาลปี๊บเคี่ยวเค็มหวานกลมกล่อม ความพิเศษคือเขาใช้พลังปราณควบคุมอุณหภูมิความร้อนในครกให้สูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อดึงเอาน้ำมันหอมระเหยจากผิวพริกและกระเทียมให้ออกมาผสานกับเส้นมะละกออย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ทำให้ผักเหี่ยวเฉา
ฉ่า! ฟู่!
กลิ่นหอมหวลอันเป็เอกลักษณ์ของส้มตำไทยสูตรโบราณผสมผสานกับสมุนไพรบำรุงธาตุพุ่งทะยานเตะจมูกทุกคนในร้านเข้าอย่างจัง จนเชฟกบถึงกับหน้าถอดสี กลิ่นนี้มันไม่ใช่แค่ความเปรี้ยวปากอยากกิน แต่เป็กลิ่นอายของพลังงานบริสุทธิ์ที่กระตุ้นต่อมรับรสในร่างกายให้ตื่นตัวอย่างรุนแรง
หลี่ิตักส้มตำไทยสีสันสดใสใส่จานเซรามิคสีขาวสะอาดตา โรยด้วยถั่วลิสงคั่วใหม่ๆ และกุ้งแห้งตัวโตเนื้อเด้ง ยกมาวางเสิร์ฟเคียงคู่กันบนโต๊ะตรงหน้าคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ ซึ่งประกอบด้วย ท่านปู่เม้ง เจ๊มดแดง และผู้กองธน
"เชิญคณะกรรมการทุกท่านพิสูจน์รสชาติได้เลยครับ!" หลี่ิผายมือยิ้มรับอย่างมั่นใจ
ท่านปู่เม้งหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเส้นมะละกอเข้าปากเป็คนแรก ตามด้วยเจ๊มดแดงและผู้กองธน
งัม... เคี้ยว...
ชั่วพริบตานั้นเอง บรรดากรรมการทั้งสามคนก็เบิกตากว้างขึ้นพร้อมกัน รสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ผสมผสานกันอย่างลงตัวในช่องปากอย่างไร้ที่ติ ความเผ็ดร้อนไม่ได้พุ่งพล่านจนแสบลิ้น แต่กลับค่อยๆ กระจายความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ช่วยปรับสมดุลธาตุลมและธาตุไฟในกระเพาะอาหารให้ทำงานอย่างราบรื่น พลังปราณอุ่นๆ ที่แฝงมาช่วยขับไล่ความอ่อนเพลียทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันตาเห็น
"โอโห...!" ท่านปู่เม้งอุทานลั่นด้วยความทึ่ง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้ง "รสชาตินี้... นี่มันคือส้มตำสะท้านปฐีที่แท้จริง! เปรี้ยวปากกลมกล่อมสะใจแถมกินแล้วรู้สึกพลังวัตรในกายไหลเวียนคล่องปรื๊ด เหนือชั้นกว่าของเชฟกบหลายร้อยเท่า!"
เจ๊มดแดงและผู้กองธนพยักหน้าเห็นพ้องต้องกัน ยกนิ้วโป้งให้หลี่ิทันที "อร่อยเหาะที่สุดในสามโลก! ยอมใจเลยพ่อครัวหลี่!"
เชฟกบหน้าซีดเผือดเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้นเมื่อได้ยินคำตัดสิน ท่ามกลางเสียงเฮลั่นด้วยความดีใจของชาวบ้านริมคลองแสนแสบ หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าหลี่ิกะพริบแสงสีเขียวสว่างวาบพร้อมเสียงเพลงเฉลิมฉลองดังกระหึ่ม
[ภารกิจท้าประลอง 'ส้มตำลั่นซอย' สำเร็จลุล่วงระดับตำนาน!]
[ได้รับแต้มพลังงานชี่กงเพิ่ม 5,000 แต้ม และปลดล็อกสูตรลับสุดยอด 'ต้มยำกุ้งัทะลวงจุดชีพจร']
หลี่ิยิ้มรับด้วยความภาคภูมิใจ เช็ดเหงื่อบนหน้าผากเบาๆ การชนะการประลองในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็การกู้ชื่อเสียงให้กับร้าน "ครัวคุณลุงริมคลอง" เท่านั้น แต่ยังเป็การพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่ว่าวิชาความรู้จากยุทธภพไหน หากนำมาประยุกต์ใช้ด้วยความใส่ใจและหัวใจรักในการทำอาหาร ก็สามารถสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้คนในโลกใบนี้ได้อย่างแท้จริง!