ตอนนี้ฉันคือเสี่ยวไป๋ ชื่อใหม่ที่ถูกตั้งโดยพ่อหนุ่มสุดหล่อที่รับเลี้ยงฉันไว้ เขาหล่อ หล่อมาก ความจริงฉันก็ไม่ได้ปวดท้องอะไรขนาดนั้นหรอก แต่การได้หลับอยู่ได้อ้อมกอดหนุ่มหล่อมันก็ฟินดีใช่ไหมล่ะ ท่านแม่ทัพดูจะเอ็นดูและเป็ห่วงฉันมาก หลังจากที่ท่านแม่ทัพพาฉันไปหาท่านหมออะไรนั่น ฉันก็ได้รับการวินิจฉัยว่าท้องอืด จะไม่อืดได้ไง วันก่อนที่บ้านอาฟงฉันกินปลาย่างเยอะไปตั้งเยอะ
“พวกเ้าขนนมไปเก็บไว้ในครัว”
“ขอรับ”
นั่นคงจะเป็เสียงของแม่นางมู่คุณแม่บ้านของจวนนี้สินะ
“ท่านเตรียมผ้าสะอาดกับน้ำอุ่นมาให้ข้าทีนะ ข้าจะลองปลุกเสี่ยวไป๋ดู”
“เ้าค่ะ”
เสียงพ่อหนุ่มสุดหล่อ เขาจะปลุกฉันแล้ว ฉันต้องแกล้งตื่นให้เป็ธรรมชาติหน่อย
“เสี่ยวไป๋ๆ ตื่นก่อนเร็ว เ้าต้องขับถ่ายก่อนนะถึงจะหาย”
เสียงทุ้มที่คุ้นเคยกระซิบที่ข้างหูของเสี่ยวไป๋พร้อมกับเอามือแตะสะกิดบริเวณลำตัวเบาๆ แมวน้อยเสี่ยวไป๋ที่แกล้งหลับอยู่ ค่อยๆขยับตัวยืดเหยียดก่อนจะพลิกตัวหันหน้ามามองท่านแม่ทัพก่อนจะส่งเสียงร้องเบาๆ
“เมี๊ยวว”
“เอาล่ะเสี่ยวไป๋ เ้าจะต้องอึให้ได้นะ เดี๋ยวข้าจะช่วยเ้าเอง” ท่านแม่ทัพกล่าวพร้อมกับจัดแจงนำผ้าแช่น้ำอุ่นที่เตรียมไว้แล้วบิดหมาดๆ
“เดี๋ยว ช่วยยังไงนะ จะทำแบบที่ท่านหมอบอกจริงดิ ตบก้นฉันจนฉี่แตกขี้แตกอะนะ ฉันไม่เอาด้วยหรอก น่าเกลียดสิ้นดี”
“มาเสี่ยวไป๋ ยืนขึ้นๆ” ท่านแม่ทัพเตรียมพร้อมแล้ว มีแต่เสี่ยวไป๋ที่ดูจะไม่พร้อม
“ม่ายยอาวว ฉันไม่ยืน ั้แ่เกิดมาพ่อแม่เห็นฉันขี้ล่าสุดก็ตอนเด็กๆ แล้วตอนนี้จะให้ผู้หญิงสวยๆอย่างฉันจะมาขี้ใส่มือนายได้ยังไง ไม่มีทางซะหรอก”
“ดื้อเหมือนกันนะเ้าเนี่ย ไม่ยืนดีๆใช่ไหม อย่าคิดว่าข้าจะโอ๋เ้าไปซะทุกเื่นะเสี่ยวไป๋” ท่านแม่ทัพพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเพราะเริ่มหงุดหงิดกับความดื้อด้านของเสี่ยวไป๋
“บ๊ะ คนหล่อดุ กร้าวใจจริงๆ”
หมับ ท่านแม่ทัพใช้มือซ้ายช้อนตัวเสี่ยวไป๋ขึ้นแล้วอุ้มบริเวณลำตัวเอาไว้ หันก้นน้อยๆไปทางขวามือ ใช้มือขวาหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นที่เตรียมไว้ แล้วลงมือตบก้นเสี่ยวไป๋ไปทันที
“ปล่อย ปล่อยฉันนะปล่อยเดี๋ยวนี้ ปล่อยมือจากก้นฉันนะ”
เมี๊ยวววววๆๆๆๆ เสี่ยวไป๋ร้องโวยวายเสียงดังอย่างไม่เคยเป็มาก่อนพร้อมกับพยายามดิ้นสุดแรงเกิดแต่ก็ไม่อาจดิ้นหลุดไม่จากอุ้งมือของท่านแม่ทัพได้ คงทำได้เพียงขยับแขนขาเหมือนกำลังว่ายน้ำอยู่เท่านั้น
ถึงจะเป็มนุษย์แต่ก็ไม่อาจต้านทานความเป็ไปตามธรรมชาติในร่างแมวน้อยได้ ในที่สุดน้ำอุ่นๆก็ไหลออกมาโดนมือของท่านแม่ทัพ สักพักก็ตามมาด้วยก้อนสีน้ำตาลเข้มขนาดยาวพอควร
“ออกแล้วสินะ อือหือ เหม็นเชียว ข้าอยากรู้จริงๆว่าเ้าไปกินอะไรมาน่ะ” ท่านแม่ทัพเอ่ยขณะก้มมองเ้าก้อนสีน้ำตาลบนผ้าที่ตัวเองถืออยู่
“เฮ้อ จบแล้ว จบสิ้นแล้วชีวิตฉัน” เสี่ยวไป๋รำพึงรำพันอย่างสิ้นหวังก่อนจะล้มตัวลงนอนแผ่หลา
“อย่าเพิ่งนอน มาเช็ดก้นก่อน เร็ว” เสียงเข้มงวดเอ่ยขึ้นก่อนจะหยิบเสี่ยวไป๋ขึ้นอีกครั้ง
“เอาเลยค่ะ เชิญคุณลงทัณฑ์บัญชา~” เสี่ยวไป๋ทิ้งตัวอย่างหมดหวัง
“เสร็จแล้ว เ้าไปนอนได้ ค่อยตื่นมากินนมนะ”
ถึงจะอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีแต่กลับรู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก ความอึดอัดท้องที่แบกไว้หลายวัน จู่ๆก็มลายหายสิ้นเพียงเพราะใช้วิธีที่น่าอดสูนี้
“ท่านหมอฮวงไม่ได้มั่วหรือนี่ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแฮะ”
เอาเถอะ ฉันต้องทำใจให้ได้ อย่าลืมว่าตอนนี้ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่ชื่อซานซานอีกแล้ว แต่ฉันคือเสี่ยวไป๋ลูกแมวที่แม้แต่จะขี้เองก็ยังทำไม่ได้ เสี่ยวไป๋นอนคิดก่อนจะหลับปุ๋ยไปบ่นเตียงโอ่อ่าของท่านแม่ทัพ
ค่ายฝึกซ้อม
ปั๊ก ปั๊ก เสียงลูกธนูที่แหวกอากาศมาด้วยความเร็วสูงปักลงตรงเป้าเล็งอย่างต่อเนื่อง
“เอ้า ตั้งใจกันหน่อย จับให้มันแข็งแรงกว่านี้”
“เ้าน่ะยกศอกขึ้นอีก ให้ศอกตั้งฉากกับมือ” น้ำเสียงทุ่มต่ำที่คุ้นเคยแต่ทว่าครานี้กลับให้ความรู้สึกดุดันจนผู้ฟังนั้นกดดันจนทำผิดทำถูก
“หยางอี้โจว เหล่าทหารกลัวเ้ากันหมดแล้วน่ะ” ท่านอ๋องเดินเข้ามาตบบ่าท่านแม่ทัพที่กำลังคุมการฝึกซ้อมอยู่
“ถ้าแค่เสียงข้า เ้าพวกนั้นยังกลัว มันจะไปสู้กับใครได้ขอรับ” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ฮ่าๆๆ นั่นสินะ”
“เ้ากลับมาหลายวันแล้ว คงหายเหนื่อยแล้วสินะ แวะมาจิบชาที่จวนข้าบ้างสิ” ท่านอ๋องเอ่ยชวนอย่างมีเลศนัย
“่นี้ข้ายุ่งๆน่ะขอรับ”
“เื่ฝึกทหารนี่น่ะรึ?”
“ข้าต้องเลี้ยงลูกขอรับ”
“หะ อะไรนะ เ้ายังไม่มีเมียเลยไม่ใช่รึ ข้าพลาดอะไรไปรึป่าว” ท่านอ๋องใจนตาโตเป็ไข่ห่าน
“ลูกแมวขอรับ ชื่อเสี่ยวไป๋”
“โถ่เอ๋ย ข้าก็นึกว่าเ้าแอบซุกลูกซุกเมียไว้ที่ไหนไม่ให้ข้ารู้”
“วันๆอยู่แต่กับแมวเมื่อไหร่จะได้อยู่กับเมียสักทีล่ะฮึ” ท่านอ๋องถามต่อ
“ท่านเป็เพื่อนข้า ไม่ใช่พ่อแม่ข้าทำไมถึงถามแต่เื่เมียข้านักล่ะขอรับ” ท่านแม่ทัพตอบเรียบๆแต่แฝงด้วยความแสบทรวง
“เจ็บ อกข้าเจ็บยิ่งนัก” ท่านอ๋องเอามือกุมอกข้างซ้ายทำท่าเล่นใหญ่จนเหล่าทหารเริ่มหันมามอง
“พอเถอะขอรับ เป็ถึงท่านอ๋อง อย่าทำให้คนเสื่อมศรัทธาไปกว่านี้เลย” ท่านแม่ทัพกล่าวพร้อมเดินหนีเพราะรู้สึกอับอายไปด้วย
“หนอย ปากเ้า เพราะแบบนี้ถึงได้ไม่มีเมียไง ดูอย่างข้าสิ บุรุษรูปงามที่ปากหวานปานน้ำผึ้ง” ท่านอ๋องยังคงเพ้อเจ้อต่อไป
“เอ้า ซ้อมต่อไปสิ”
“ยกมือให้สูงขึ้นอีก เ้าดูไม่ออกรึ ว่ามันจะไม่เข้าเป้าน่ะ”
การฝึกซ้อมของเหล่าทหารที่ถูกควบคุมโดยท่านแม่ทัพหยางอี้โจวยังคงดำเนินต่อไป ถึงแม้ยามนี้จะเพิ่งสิ้นสุดา แต่การฝึกทักษะการรบ เตรียมพร้อมรับมืออยู่เสมอยังคงเป็สิ่งสำคัญที่จะละเลยเสียไม่ได้
“ท่านแม่ทัพ มีทหารล้มพับไปแล้วขอรับ” ทหารนายหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงานท่านแม่ทัพ
“พวกเ้าสองคนช่วยกันหามเพื่อนเข้าไปพักบนศาลาก่อน” ท่านแม่ทัพออกคำสั่งทันที
ทหารสองคนที่รับคำสั่งรีบเข้ามาประคองเพื่อนที่ยังพอรู้สึกตัวอยู่ เข้าไปพักที่ศาลา
“ไปเอาผ้าชุบน้ำมา” ท่านแม่ทัพออกคำสั่งอีกครั้ง
“มาแล้วขอรับๆ”
ท่านแม่ทัพน้ำผ้าผืนสีขาวชุบน้ำในถังน้ำที่เตรียมไว้แล้วลงมือใช้ผ้าผืนนั้นเช็ดไปที่บริเวณใบหน้า คอ แขนขา ของทหารนายนั้นด้วยตนเอง พอเริ่มรู้สึกตัวดีท่านแม่ทัพก็ไถ่ถามด้วยท่าทีเป็ห่วง
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง ดีขึ้นหรือไม่”
“ดีขึ้นแล้วขอรับ ข้าน้อยขอบคุณท่านแม่ทัพ”
สิ่งนี้ทำให้เหล่าทหารทั้งหลายที่มามุงดูล้วนแต่ประหลาดใจ เพราะไม่คิดว่าท่านแม่ทัพผู้เข้มงวดที่พวกตนกลัวจะมีมุมที่เป็ห่วงเป็ใยใส่ใจเหล่าบริวารถึงเพียงนี้
“ความจริงท่านแม่ทัพของพวกเ้าก็เป็เช่นนี้แหละ เขาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่พวกเ้าคิดหรอก”
“ท่านอ๋อง”
ท่านอ๋องที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เดินเข้ามากล่าวแก่เหล่าทหารที่มุงดูอยู่นอกศาลา