ไป๋เหยียนอวี่ไม่รอคำตอบจากเด็กทั้งสองที่นิ่งอึ้งไป นางเพียงยกตะกร้าเดินตรงไปยังห้องครัว
เมื่อก้าวพ้นประตูครัว สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นถ้วยชามบนชั้นวางของ กับข้าวที่นางทำไว้ก่อนออกไป น่าจะถูกเด็กๆ กินจนหมดเกลี้ยง ถ้วยชามวางคว่ำเรียงอย่างเรียบร้อย ไป๋เหยียนอวี่ยิ้มน้อย ๆ อย่างปลื้มใจ หัวใจที่เคยด้านชาเริ่มอุ่นขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
“เด็ก ๆ คงเริ่มใจอ่อนกับข้าแล้วกระมัง…” นางคิดอย่างกระหยิ่ม ยิ้มผะแ่ที่มุมปากปรากฏขึ้น ก่อนจะเดินไปวางตะกร้าไว้บนโต๊ะ
‘เนื้อสัตว์อสูรแบบนี้... ต้องหมักกับเครื่องเทศถึงจะอร่อย’ นางคิดในใจ ขณะจุดเตาไฟที่ผุพังในมุมครัว
ทันใดนั้นเอง ในห้วงจิตลึก ภาพของวัตถุดิบในแหวนมิติผุดขึ้นราวกับตอบรับ ไป๋เหยียนอวี่หลับตาลงเพียงครู่ ปลายนิ้วััแหวนวิเศษเบาๆ แสงสีเงินจาง ๆ เปล่งวาบจากผิววงแหวน แล้ว “พรึบ”
สมุนไพรและเครื่องปรุงหลากชนิดก็ปรากฏขึ้นบนโต๊ะครัว หัวหอมป่า ขิงป่า รากชวงเจียน ใบเก๋ากี้แห้ง และต้นหอมป่า ก็ปรากฏขึ้นเรียงรายบนโต๊ะครัว ยังคงสดใหม่ เหมือนเพิ่งเก็บจากแปลงในมิติเมื่อครู่
ไป๋เหยียนอวี่มองดูพวกมันด้วยรอยยิ้มจาง ๆ รู้สึกพึงพอใจที่ไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปเก็บด้วยตัวเองเพียงใช้จิตััผ่านแหวนก็เรียกออกมาได้ดั่งใจ นางลงมือล้าง หั่น บด และคลุกเคล้าเนื้อสัตว์อสูรกับเครื่องปรุงสมุนไพรเคล้าใบเก๋ากี้แห้ง ต้นหอมป่าซอย มือขยับคลุกเคล้าไปมาอย่างคล่องแคล่ว
หม้อเหล็กตั้งบนเตาไม้ไฟแรงกำลังพอเหมาะ เสียง “ฉ่า” ดังเมื่อเนื้อสัตว์ลงกระทะ กลิ่นหอมของไขมันที่เริ่มละลาย คลุกเคล้ากับสมุนไพรหอมฉุย ลอยคลุ้งไปทั่วทั้งครัวผ่านช่องประตู ลอดหน้าต่าง ลอยฟุ้งออกไปจนถึงลานบ้าน
ไม่ทันครบชั่วยามอาหารก็พร้อมวางบนโต๊ะไม้กลางบ้าน ข้าวสวยร้อน ๆ จากข้าวเก่าในโอ่งราดด้วยแกงเนื้อสัตว์อสูรต้มเคี่ยวกับรากสมุนไพร และเนื้ออสูรหมักสมุนไพรสูตรเด็ดที่หมักคนเข้าที่ กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน
น้ำซุปเข้มข้น สีทองอ่อนมันวาว มีไขมันลอยบาง ๆ ที่ขอบชาม เนื้อหั่นเป็ชิ้นพอดีคำ นุ่มแต่ไม่เละ กลิ่นหอมจนชวนกลืนน้ำลาย
ไป๋เหยียนอวี่ปัดชายเสื้อเช็ดมือ ก่อนจะหันไปทางเด็กน้อยทั้งสองที่ยังยืนจ้องกลิ่นอาหารอยู่ตรงมุมห้อง นางเอ่ยเสียงอ่อนโยน จนแม้แต่ลมที่พัดผ่านยังเหมือนเบาลง
“หยางเอ๋อร์... เซียนเอ๋อร์... มากินข้าวกันเถอะลูก”
กลิ่นเนื้อสัตว์อสูรเคี่ยวสมุนไพรที่คงลอยอ้อยอิ่งทั่วเรือนทำให้เด็กๆ หิวขึ้นมา ทันใดนั้น “ครืดดด” ... เสียงท้องเล็ก ๆ ของหลี่เซียนเซียนร้องขึ้นเบา ๆ เด็กหญิงสะดุ้งตัวน้อย ๆ รีบก้มหน้าซุกแขน พยายามกลั้นความอาย
ไม่นานเสียง “ครืดดด” ... อีกเสียงก็ตามมา คราวนี้จากหลี่เซ่าหยาง ที่หน้าแดงเล็กน้อย แต่ยังคงทำท่าขรึมนิ่งเฉย เหมือนไม่ใช่เสียงของตนเอง
ไป๋เหยียนอวี่หัวเราะเบา ๆ ยื่นชามข้าวให้เด็กทั้งสองพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น “ท้องของพวกเ้า บอกว่าได้เวลาทานข้าวแล้วล่ะ”
แม้ทั้งสองจะยังมีความลังเลในใจ แต่สองเท้ากลับเดินเข้ามาโดยไม่รู้ตัว พวกเขาขยับมานั่งบนโต๊ะอย่างเงียบ ๆ ไม่ถอยหนีเหมือนเมื่อเช้า
ไป๋เหยียนอวี่ตักข้าวใส่ชามให้เด็กทั้งสอง แล้วใช้ช้อนเล็ก ๆ ตักเนื้อสัตว์ที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มใส่ให้คนละคำเด็กทั้งสองรับไว้เงียบ ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ตักเข้าปาก
เพียงคำแรกดวงตาของหลี่เซียนเซียนก็เบิกกว้าง ริมฝีปากเล็ก ๆ คลี่ยิ้มจนแก้มตุ่ย
“ท่านแม่ ท่านทำอาหานอาหย่อยม๊ากเ้าค่ะ” นางร้องบอกทันทีด้วยเสียงใส แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเหมือนเด็กที่เพิ่งได้ลิ้มรสของโปรดเป็ครั้งแรกในชีวิต
ส่วนผู้เป็พี่ชาย...แม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ช้อนในมือก็ไม่หยุดขยับมือ เนื้อคำแล้วคำเล่าค่อย ๆ หายไปจากชามดวงตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว
ไป๋เหยียนอวี่มองทั้งสองคนด้วยสายตาอ่อนโยน หัวใจที่เคยเ็าในโลกเดิม ค่อย ๆ อุ่นขึ้นเพียงแค่ได้เห็นลูกน้อยกินอิ่ม และยิ้มได้
หลังจากอาหารมื้อเย็นจบลง ไป๋เหยียนอวี่จัดการล้างถ้วยชามเรียบร้อย ก่อนจะเอ่ยชวนลูก ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ตอนนี้ใกล้จะค่ำแล้ว... เดี๋ยวแม่จะพาพวกเ้าไปอาบน้ำ”
เซียนเซียนตัวน้อยพยักหน้าอย่างว่าง่าย ดวงตากลมโตเปล่งประกายเชื่อฟัง ไม่มีท่าทีหวาดกลัวเหมือนก่อน แต่ผู้เป็พี่ชายอย่าง หลี่เซ่าหยางกลับถอยหลังเล็กน้อยทันที
“ไม่ต้อง... ข้าอาบเองได้”
น้ำเสียงของเขาเรียบเย็น ยังมีเกราะป้องกันชัดเจน ไป๋เหยียนอวี่ไม่ได้คิดจะฝืนใจ เพียงพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วหันไปดูแลบุตรสาวอย่างตั้งใจ
นางใช้ขันไม้ตักน้ำจากโอ่ง ราดลงบนบ่าของลูกสาวคนเล็กอย่างเบามือ นิ้วเรียวยังคงค่อย ๆ ถูตัวด้วยสมุนไพรหอมที่นางนำออกมาจากในมิติ
เสียงหัวเราะเบา ๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยดังก้องเรือน เหมือนเสียงระฆังยามค่ำ เมื่ออาบน้ำเสร็จและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ไป๋เหยียนอวี่ก็กอดลูกไว้แนบอก ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงละมุนชวนอบอุ่น
“วันนี้... ท่านพ่อของพวกเ้าไม่อยู่ พวกเ้าทั้งสอง...ก็มานอนกับแม่เถิด”
หลี่เซียนเซียนยิ้มหน้าบานทันที นางพยักหน้ารัว ๆ แล้วรีบคว้ามือผู้เป็แม่ไว้แน่นอย่างไม่ลังเล ส่วนหลี่เซ่าหยางยังคงยืนนิ่ง สายตาเหลือบมองไปที่ห้องนอนเล็ก ๆ นั่นอย่างลังเลใจ
แต่ในที่สุด...แม้จะไม่ได้พูดอะไร เด็กชายก็ยอมเดินตามผู้เป็แม่กับน้องสาวเข้าห้องไปเงียบ ๆ ในใจยังไม่ไว้ใจเต็มร้อย แต่... ก็อยากรู้ว่าแม่ของตนเองจะมาไม้ไหนอีก
เมื่อเข้ามาในห้อง แสงตะเกียงน้ำมันอุ่นสลัว ไป๋เหยียนอวี่จัดแจงที่นอนเล็ก ๆ ให้พอดีกับสามคน ฟูกเก่าแต่สะอาด หมอนนุ่ม และผ้าห่มที่มีกลิ่นอ่อนของสมุนไพรแห้ง หญิงสาวนั่งลงข้างเตียง ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม
“วันนี้... แม่จะเล่านิทานให้ฟังดีไหม?” เสียงของไป๋เหยียนอวี่นุ่มนวล เหมือนกล่อมลมยามราตรีให้สงบ เด็กทั้งสองที่นอนอยู่ข้างผ้าห่มเก่า เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่ได้นัดหมาย พวกเขา... ไม่เคยได้ยินคำนี้จากผู้เป็แม่มาก่อน
“นิดทาน... คืออะไลเหรอเ้าคะ ท่านแม่?” เสียงเล็ก ๆ ของหลี่เซียนเซียนเอ่ยขึ้น ด้วยความไร้เดียงสา
ไป๋เหยียนอวี่ชะงักเล็กน้อยในใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มจาง ๆ มือเรียวลูบผมนุ่มของลูกสาวเบา ๆ
“นิทานน่ะ... คือเื่เล่าที่แม่เคยได้ฟังจากยายตอนยังเล็ก”
“บางเื่ก็มีอสูร บางเื่ก็มีเ้าหญิง บางเื่ก็มีเด็กกล้าหาญ...มันอาจไม่มีอยู่จริง... แต่ทำให้เราฝันดี”
เด็กน้อยตาโตยิ่งกว่าเดิม พยักหน้าหงึก ๆ แล้วกระชับผ้าห่มขึ้นอย่างตื่นเต้น
แม้แต่หลี่เซ่าหยางที่เงียบอยู่นาน ก็ขยับตัวเล็กน้อย พลิกตัวมาหาผู้เป็แม่อย่างแเี
“วันนี้แม่จะเล่านิทานเื่อสูรขนฟูผู้หลงป่าให้พวกลูกๆ ฟัง”
…กาลครั้งหนึ่ง มีอสูรตัวหนึ่ง ชื่อ ม่านม่านมันตัวใหญ่ ขนฟู นุ่มนิ่มเหมือนปุยเมฆ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้มันเลยเพราะทุกคนคิดว่า... อสูรต้องน่ากลัว
ม่านม่านหลงทางในป่าลึกมันร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครได้ยินทุกครั้งที่มันพยายามเดินเข้าไปในหมู่บ้านเด็ก ๆ ก็ร้องไห้ มันเลยซ่อนตัวเงียบ ๆ อยู่หลังต้นไม้ใหญ่ทุกคืน มันเฝ้ามองแสงไฟในหมู่บ้าน แล้วบอกตัวเองว่า...
‘ข้า... แค่หลงทาง ไม่ได้อยากทำร้ายใครเลย มีใครจะพาข้าไปหาฝูงของข้าได้บ้าง’ …
ทันใดนั้น เสียงในเรือนก็ค่อย ๆ เงียบลงเมื่อไป๋เหยียนอวี่เห็นว่าเด็กทั้งสองหลับแล้ว นางโน้มตัวลง หอมแก้มลูกเบา ๆ ทีละคน
“แม่หวังว่า... สักวันหนึ่ง ลูกจะเปิดใจให้แม่คนนี้อีกครั้งนะ” นางเอ่ยเสียงกระซิบแ่ราวลมอ่อนในราตรี
ไป๋เหยียนอวี่ ลุกขึ้น ปิดตะเกียง แล้วนอนลงข้างลูกทั้งสองอย่างเงียบงันโดยไม่รู้เลยว่า... หลี่เซ่าหยางที่หลับตาอยู่นั้น ยังไม่ได้อยู่ในห้วงนิทรา
‘นี่... ท่านแม่กำลังจะขอโอกาสพวกเราใช่ไหม?’ เด็กน้อยครุ่นคิดเงียบ ๆ ในใจ
โดยไม่มีคำตอบจากผู้เป็มารดากลับคืนมา มีเพียงความเงียบ... ที่อบอุ่นกว่าเดิม แล้วในที่สุด เด็กชายตัวน้อยก็หลับไปอย่างฝันดี พร้อมความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจ

เื่นี้ยัยน้องไม่ได้มาพิชิตใจผัวค่ะ น้องมาพิชิตใจลูกของตัวเองทั้งสอง
เ้าหนู “เซ่าหยาง” สายขรึม ชอบเก็กหน้า อีกคน “เซียนเซียน” น่ารักปุ๊กปิ๊ก
ทำให้อีแม่ใจเหลวมาก ตอนแรกลูกมองอีแม่เป็เหมือนอสูรใจร้าย
แต่พอได้กลิ่นเนื้อสัตว์อสูรผัดสมุนไพรหอมลอยไปเท่านั้นแหละ...
"ครืดดด" เสียงท้องลูกดังยิ่งกว่าสกิลเรียกิญญา
แต่พอเด็กๆได้ลิ้มรสอาหารไปเท่านั้นละ ก็ลืมไปเลยว่าเคยงอนแม่
ยัยน้องมาถูกทางแล้วหลอกล่อด้วยอาหารอร่อยอีกหน่อยเด็กก็ใจอ่อนให้แล้ว
มาเอาใจช่วยยัยน้องให้พิชิตใจลูกๆ ได้สำเร็จโดยเร็วนะคะ