หลังจากกลุ่มของกันต์ผ่านเข้าเมืองมาได้แล้ว ทั้งยังมีเพียงหัวหน้ากองทหารคนเดียว ที่ทำหน้าที่นำทางพวกเขา เพื่อไปพบกับพลเอกคำไตผู้นำสูงสุดของเมือง WTC เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าประตูเมือง มันทำให้พวกเขาคิดกันไปเองว่าเป็นเพียงเด็กธรรมดากันเท่านั้น เพราะขนาดทหารทั่วไปที่มีค่าสถานะไม่ถึง 100 ยังทำร้ายพวกเขาได้
ส่วนในความคิดของหัวหน้ากองทหารจึงคาดเดาว่า น่าจะเป็นพวกลูกคุณหนูที่เดินทางลี้ภัยมาจากทางเหนือของประเทศไทย แต่ที่เหลือรอดกันมาเพียงเท่านี้น่าจะเป็นเพราะว่า พ่อแม่หรือพวกคนคุ้มกันได้ตายไปในระหว่างทางกันหมดแล้ว และที่น่าสนใจมากที่สุดก็คือเด็กๆ พวกนี้มีเงินทองติดตัวกันไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว
สำหรับเมือง WTC ไม่มีนักล่าหรือชาวเมืองคนไหน ที่สามารถครอบครองเงินได้เกิน 100 เหรียญทอง หากมีผู้ฝ่าฝืนมีความเป็นไปได้แค่สองทางคือ หนึ่งถูกฆ่าล้างตายยกครอบครัว สองถูกใช้เป็นเศษเนื้อล่ออสูรเข้ามาติดกับ เป็นการรอความตายอย่างทุกข์ทรมานและน่าหวาดกลัวที่สุด
ด้วยเหตุนี้มันจึงทำให้หน้ากองทหารตนนี้อดดีใจไม่ได้ นอกจากจะได้เหยื่อชั้นดีมอบให้กับพลเอกแล้ว อาจทำให้เขาได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นอีกก็เป็นได้ แต่ถึงจะไม่ได้เลื่อนตำแหน่งเขาก็ยังสามารถเก็บเงินไว้ได้ 100 เหรียญทอง แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เขาได้กินดื่มอย่างหรูหรา และยังนอนกกผู้หญิงเพื่อเติมเต็มความหื่นกระหาย ได้อีกหลายคืนเลยทีเดียว
ทว่ากลุ่มของกันต์แต่ละคนกลับคิดไปกันคนละอย่าง เช่นใบหม่อนที่ตัวสั่นเทาตั้งแต่หน้าประตูเมือง จนถึงตอนนี้ก็ยังมีอาการอยู่บ้าง เป็นเพราะเธอนั้นพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดชีวิต เพื่อไม่ให้พลาดท่าโดนจับได้ จนถึงกับน้ำตาไหลไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง
ส่วนฮานะที่มั่นใจในจริตมารยาและความเจ้าเล่ห์ของเธอ กลับอดสั่นไหวกับการแสดงละครฉากเมื่อครู่ของกันต์ไม่ได้ หากเป็นตัวเธอที่ต้องมาเจอกับมารยาของเด็กหนุ่ม ก็ยังไม่แน่ว่าจะจับผิดได้เหมือนกัน และสุดท้ายอาจหนีไม่พ้น ต้องติดกับของเด็กหนุ่มหน้าซื่อตรงหน้าเธออย่างแน่นอน
ผิดกับกันต์ที่ตอนนี้ใบหน้าฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ในศึกทุกครั้งที่กันต์เผชิญหน้ามา เขามักมีแผนการรอบคอบวางซ้อนไว้หลายชั้นตลอด หากแต่คราวนี้เขารู้สึกว่าลืมคิดถึงอะไรบางอย่างไป เหมือนเฉกเช่นที่เขาเคยพลาดท่าติดกับดักของฝูงบาบูนหางดาบ และลางสังหรณ์ของเขาก็ยังไม่เคยผิดพลาดมาก่อนอีกด้วย
เมือง WTC... อาคารทองคำ...
เมื่อกลุ่มของกันต์มาถึงด้านหน้าตึกสีทองที่สูงใหญ่ ก็ได้หัวหน้ากองทหารผู้นี้พาตัวเข้าไปด้านในทันที ซึ่งโซนชั้นล่างมีห้องพักราว 10 ห้อง ส่วนพวกเขาอยู่ต้องรออยู่ที่ล็อบบี้ด้านหน้า และใช้เวลายืนรอร่วมครึ่งชั่วโมง กว่าที่นักล่าทั้ง 7 จะออกมาได้ กันต์ได้อาศัยช่วงจังหวะนั้นลอบตรวจสอบแผนที่พิเศษของเขาอย่างละเอียด
ก็พบว่าในห้องส่วนตัวของนักล่าทั้ง 7 คนนั้น มีคนอื่นอยู่ด้วย ซึ่งพอที่จะคาดเดาได้ว่าเป็นหญิงสาวแน่นอน ส่วนพลเอกอยู่ชั้นที่ 3 กับอีกหลายๆ คน แน่นอนว่ามันน่าจะเป็นฮาเร็มย่อยๆ ของเขาเป็นแน่ ทว่าสิ่งพวกนี้มันกลับทำให้กันต์รู้สึกเคร่งเครียดขึ้นมากกว่าเดิม เพราะเขาตรวจไม่พบกองกำลังซุกซ่อนหรือกับดักเลยแม้แต่น้อย
หากแต่ลางสังหรณ์ของเขากลับรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อเขาลองสำรวจดูรอบๆ อีกครั้ง ฉับพลันนั้นเองดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้น ราวกับเพิ่งจะนึกอะไรออกขึ้นมา เป็นช่วงจังหวะเดียวกันกับที่นักล่าทั้ง 7 ออกมาด้วยท่าทีอิดโรยกันเล็กน้อย จากนั้นหัวหน้ากองทหารก็รีบถลาเข้าไปเพื่อพูดจาประจบประแจงทันที ในเวลานี้กันต์ไม่สนใจพวกขยะไร้ค่านี่แล้ว พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก
"โทดทีนะ!! คงต้องขอให้พวกแกตายกันที่นี่แล้วล่ะ" สิ้นเสียงของกันต์ในเสี้ยวจังหวะนั้นเอง ร่างของทั้งสามกลายเป็นเพียงเงาลางๆ พลันหายไปจากสายตาของนักล่าทั้ง 7 กับหัวหน้ากองทหาร พร้อมกับร่างที่ทรุดลงในสภาพที่ไร้หัวของสุดยอด 7 นักล่าในเมือง WTC ส่วนหัวหน้ากองทหารอยู่ในถูกผ่าครึ่งซีก เพราะไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้งานมันอีก
ก่อนที่กันต์จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
"ใบหม่อนรีบจัดการนำหัวของเจ้าพวกนี้ไปหาบุนยัง และอยู่ช่วยพวกเขารับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามกลับมาที่นี่โดยเด็ดขาด"
เมื่อสั่งงานใบหม่อนเสร็จ แม้เธอจะไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่มันผิดแปลกไปจากแผนเดิมที่วางไว้ หากแต่พอได้เห็นสีหน้าที่จริงจังของพี่เขย เธอก็ยอมรับคำแต่โดยดีและรีบนำเอาหัวของนักล่าทั้ง 7 จากไปในทันที ส่วนกันต์หันไปมองฮานะและพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่จริงจัง แต่น้ำเสียงออกไปทางขอร้องซะมากกว่า
"ฮานะ ช่วยตามคริสกลับมาเป็นกำลังเสริมที ขอแบบด่วนที่สุดเลยนะ" แม้ฮานะจะงงๆ แต่เธอก็ไม่ปฏิเสธที่จะทำตาม ถึงจะไม่เข้าใจว่าแค่พลเอกคนเดียว ถึงขนาดต้องให้ตามคริสมาช่วยเชียวรึ ทั้งๆ ที่เธอก็อยู่ที่นี่แล้ว ถึงแม้จะไม่เก่งกาจเท่ากับคริส แต่อย่างน้อยก็มั่นใจว่าภายในเมืองนี้ไม่มีใครทำร้ายเธอได้อย่างแน่นอน
เมื่อสองสาวจากไปกันต์พลันแหงนมองขึ้นไปด้านบนด้วยสีหน้าครุ่นคิด สิ่งที่เขาคิดได้เพียงอย่างเดียวในเวลานี้คือ พลเอกที่ควบคุมเมือง WTC มาร่วม 4 ปี ทั้งยังติด 100 อันดับแรก บางทีอาจจะได้ครอบครองสิ่งนั้นอยู่ก็เป็นได้ และลางสังหรณ์ตลอดทางของเขาก็อาจจะเป็นเรื่องนี้เช่นกัน
ทว่าในตอนนี้กันต์กลับไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียดอีกแล้ว เพราะยามที่เขารู้สึกถึงจุดผิดพลาดที่ตัวเขาไม่ทันได้สังเกต ฉะนั้นมันย่อมไม่มีคำว่าผิดพลาดเหมือนครั้งบาบูนหางดาบอย่างแน่นอน ก่อนจะเรียกเซ็ทเกราะระดับ 6 ออกมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเซ็ทเกราะที่เขาทำการหลอมขึ้นเองในช่วงว่างๆ [ตอนไหนฟร่ะ]
ทั้งยังเสริมคุณสมบัติพิเศษเข้าไปอีกด้วย เป็นเซ็ทเกราะเบาระดับ 6 ที่เพิ่มคุณสมบัติด้านความเร็ว 10% โดยคิดจากค่าสถานะของผู้สวมใส่ ซึ่งเดิมทีกันต์นั้นตั้งใจหลอมและเสริมคุณสมบัติ เพื่อมอบให้กับใบหม่อนโดยเฉพาะ หากแต่ศึกในครั้งนี้ ขอให้เขาได้เป็นผู้ทดสอบประสิทธิภาพของมันก่อนก็แล้วกัน
ทันทีที่เขาสวมใส่เกราะเสร็จสิ้น ก็ปรากฏดาบสีดำคู่ใจในมือ พร้อมกับกันต์ที่ก้าวเดินขึ้นไปชั้น 3 อย่างไม่ลังเลใดใดอีก ทว่าเมื่อกันต์มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องๆ นึง กันต์เผยสีหน้าหนักใจขึ้นมาเล็กน้อย นั่นไม่ใช่เพราะอาการหวาดกลัวแต่อย่างใด หากแต่เป็นอาการคล้ายกับไม่อยากพบเจอฉาก 18+ ตรงหน้าเขาเสียมากกว่า
แม้เขาจะมีอายุถึง 20 ปีแล้วก็ตาม ทว่าสำหรับกันต์แล้วเขายังเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่บริสุทธิ์ซิงๆ คนนึงอยู่เลย ถึงเขาจะเคยมีแฟนอย่างใบหลิวมาก่อน แต่ทั้งสองก็ไม่เคยมีอะไรเกินเลยกันสักครั้ง อย่างมากที่สุดก็แค่หอมแก้มกันและกันเท่านั้น พลางได้แต่เอ่ยปลอบใจตัวเองนิ่งๆ
"เอาว่ะ!! นี่มันก็แค่ภารกิจเท่านั้น"
ก่อนที่กันต์จะถีบประตูพังเข้าไปอย่างรุนแรง ทว่าร่างของเขาถึงกับแข็งค้างไปชั่วขณะ เพราะภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏสู่สายตาของเขาคือ ชายวัยสี่สิบกว่าๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยหื่นกระหาย อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า จนเห็นแก้มก้นที่ดำเมี่ยม กำลังคร่อมตัวหญิงสาวและทำเรื่องอย่างว่าอยู่จริงๆ
นอกเหนือจากนั้นยังมีสาวสวยอีก 6 คน อยู่ในสภาพเปลื้องผ้า จนเห็นสัดส่วนภายในร่างกายทุกอย่างชัดเจน ส่วนเว้าส่วนโค้งของสาวๆ ที่ราวกับเป็นฮาเร็มของชายวัยสี่สิบกว่าๆ ทำให้กันต์ได้แต่ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ และก้มหน้าหลุบตาลงต่ำเล็กน้อย พร้อมกับสบถขึ้นภายในใจ
"ถ้าแกกล้าผงาดขึ้นตอนนี้ ฉันจะหักคอแกทิ้งซะ!!"
ก่อนที่กันต์จะพยายามสงบสติอารมณ์ให้ใจเย็นลง หากแต่เจ้าพลเอกนั่นทั้งที่เห็นว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้องแท้ๆ ทว่าตัวมันกลับไม่มีทีท่าจะสนใจแต่อย่างใด ยังคงทำเรื่องไร้ยางอายอย่างต่อเนื่อง ส่วนหญิงสาวที่ถูกคร่อมตัวพลางส่งเสียงร้องครวญครางที่ไม่ดังมากนัก แต่กลับทำให้จิตใจของเด็กหนุ่มกระอักกระอ่วนขึ้นมา จนเขาแทบคลั่งตายพลางตวัดดาบสีดำในมือ พุ่งเข้าไปโจมตีอย่างเหลืออด เพื่อหยุดกระทำของพวกมันทันที
"ฉัวะ!!!!"
"ตู้มมมมม!!!!"
การลงมือของกันต์อย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้พื้นห้องรอบๆ เตียงกลายเป็นรูโบ๋ ด้วยความแรงของการตวัดดาบของกันต์มีแรงลมมากพอ ที่ทำให้เหล่าสาวๆ นอกจากที่โดนเจ้าพลเอกนั่นกดอยู่ ปลิวกระเด็นไปมุมห้องแต่ละด้านทันที
"เฮ้ย..เฮ้ย!! สวะจากไหนวะ กล้าทำให้อารมณ์กรูขาดห้วง"
เสียงของชายวัยสี่สิบกว่าเอ่ยอย่างหงุดหงิด พร้อมกับค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมาจากฝุ่นควันที่คละคลุ้งไปทั่ว พลางมองไปทางเด็กหนุ่มที่ยืนหน้าตายอยู่ชั้นบน ด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ทั้งอย่างนั้นร่างกายของชายวัยสี่สิบกว่า ก็อยู่ในสภาพพร้อมที่จะต่อสู้อย่างเต็มที่แล้วด้วยเหมือนกัน
กันต์มองไปทางชายสัยสี่สิบกว่า ที่น่าจะเป็นพลเอกคำไตด้วยสายตาที่เย็นชาไร้ความรู้สึก เพราะในจังหวะที่เขาใช้ความเร็วพุ่งเข้าหา พร้อมกับตวัดดาบลงมือหมายฆ่ามันทิ้ง แต่เจ้าพลเอกนั่นกลับหน้าด้านไร้ยางอาย พลิกตัวหญิงสาวที่มันคร่อมอยู่ขึ้นมารับคมดาบแทน
ทว่ากันต์เองก็ไม่ได้สนใจชีวิตของใครอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องรั้งดาบกลับคืนมา หากแต่เขากลับใส่พลังอัดแน่นลงไปมากกว่าเป็นเท่าตัว ทำให้ร่างของหญิงสาวถูกผ่าออกเป็นสองซีกทันที และในช่วงเสี้ยวจังหวะนั้นเอง ที่เจ้าพลเอกใช้กริชสีเงินมันวาวของมันรับการโจมตีของเด็กหนุ่ม แต่ความรุนแรงของการเข้าปะทะ ก็ทำให้ร่างของพลเอกร่วงทะลุงร่วงจากชั้น 3 ลงไปชั้นล่างสุดทันที
"มรึงเรียกใครว่าสวะ สงสัยไม่อยากตายแบบสบายสินะ เด่วกรูจัดหั้ย!!" กันต์แสยะยิ้มอย่างเลือดเย็น นับเป็นครั้งแรกที่อารมณ์ของเขาเดือดพล่านมากที่สุด ตั้งแต่การต่อสู้กับมนุษย์ด้วยกันเอง [สงสัยยัวะที่มันมีฮาเร็มมั้ง]