องค์ชายสี่ผู้มืดมนของโจนส์

    05

            เมื่อโดนเรียกเข้าห้องสอบเข้าก็เข้าไปในห้องกว้างเดินไปตามป้ายเลขแถวที่ได้มาจากการลงทะเบียนด้านหน้าเข้าไป การสมัครง่ายมากเพียงแค่ส่งใบข้อมูลประจำตัวที่ออกโดยผู้ว่าราชกาลประจำเมืองเกิดไปที่อะคาเดมีเขาจะส่งใบสำหรับเข้าร่วมกลับมาที่บ้านและให้พกมาวันสอบการได้ใบนี้มันต้องรีบส่งให้ทันภายในเวลาที่กำหนดเอาไว้บางคงไม่ทันเกินจำนวนเข้าสอบก็ถูกตัดทิ้งไป

            พอเขานั่งประจำที่ก็รอผู้คุมสอบประกาศก่อนจึงจะสามารถเปิดข้อสอบได้

            พอเริ่มสอบเขาเปิดข้อสอบอ่านก็คิดว่ามันง่ายกว่าที่เขาคิดเขาจึงรีบกาในกระดาษคำตอบจนเสร็จเป็๲คนแรกของห้อง

            “เสร็จแล้วให้คว่ำกระดาษคำตอบเอาไว้อย่าลืมเช็คข้อมูลตัวเองด้วย เรียบร้อยทุกอย่างก็ออกจากห้องได้” ผู้คุมสอบพูดขึ้นพอเห็นมาคัสสบตากับเขา

            มาคัสก็เลยเดินกลับไปที่รถรอวันประกาศผลสอบเขาคิดว่าเขาทำได้แต่จะไม่ชะล่าใจเด็ดขาด

            “เป็๞ยังไงบ้าง?” พอเขาขึ้นรถมาก็มีคนนั่งอยู่ที่เบาะด้านหลังคนขับ

            “ผมพอทำได้ครับ”มาคัสตอบโจนาสแล้วปิดประตูรถ

            “อืม ต้องทำได้”เขาพูดแล้วก็กลับไปสนใจนอกหน้าต่าง ระหว่างทางกลับวัง

            “เข้าเมือง”เขาพูดกับคนขับรถ มาคัสงง๻ั้๹แ๻่เขาขึ้นมาบนรถนี้ได้ไงและมา๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่

            คนขับรถมุ่งหน้าไปในเมืองที่เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย

            โจนาสเดินนำไปที่ร้านอาหารแห่งนึงมาคัสไม่ได้ถามอะไรและเดินตามเขาไปเงียบๆ

            เขาสั่งอาหารสองสามอย่างแล้วยื่นเมนูให้มาคัสมาคัสจึงสั่งไปอย่างเดียว

            ทั้งคู่นั่งกินอาหารแบบไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุยพอกินเสร็จก็ตรงกับวังร้าง

            “ขอบคุณครับ”เขาเดินลงรถแล้วเดินเข้าวังแบบไม่รอส่งโจนาสแต่กลับได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตามหลังมาเขาเลยหันกลับไปมอง

            “ท่านโจนาส?”

            “ฉันจะนอนนี่” เขาพูดแล้วเดินผ่านตัวเขาไป

            มาคัสมองคนแปลกเดินเข้าไปอย่าบอกนะว่าเขาต้องนอนกับคนน่ากลัวคนนี้อีกแล้วน่ะ

            ครั้งก่อนล่าสุดก็คงเป็๞สามปีที่แล้วและครั้งนี้คงเป็๞ครั้งที่สอง

            เขาเดินตามโจนาสไปที่ห้องนอนของเขา

            “ให้ผมเตรียมห้องนอนเอาไว้ให้มั้ยครับ?” เขาไม่สะดวกใจจริงๆจะนอนกับคนคนนี้ ถ้าเขาเผลอกลั้นหายใจนอนจะทำยังไง

            “...”โจนาสหันมาสบตาไม่ได้ตอบ มาคัสหงุดหงิดในใจ คนคนนี้จะให้เขาเดาใจทั้งหมดเลยหรือไงเขาไม่ได้ตอบกลับมาคัส มาคัสเลยไม่ได้บอกให้คนรับใช้เตรียมห้องเอาไว้ให้

            สุดท้ายเขากับโจนาสก็ต้องนอนเตียงเดียวกันอีกครั้งอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้

            วันต่อมา

            เขาโดนจักรพรรดินีเรียกพบอีกครั้งในรอบเดือน

            “มานี่สิได้ยินว่าองค์ชายไปสอบมานี่ เป็๲ยังไงบ้าง?” ใบหน้าอ่อนเยาว์ผิดกับชันษาพระองค์ยิ้มอ่อนโยนร่างกายนางประดับไปด้วยอัญมณีมากมาย

            “กระหม่อมสอบได้พ่ะย่ะค่ะ”เขาตอบสั้นไม่ได้พูดอะไรมากความ

            “อืม..อย่างนั้นหรอ.. องค์ชายน่าจะเหนื่อยมาก เราสั่งคนรับใช้ให้ไปหาสมุนไพรบำรุงสมองมาให้องค์ชายแล้วเย็นนี้น่าจะได้รับ อย่าลืมดื่มให้หมดล่ะ เราเป็๲ห่วง”หลังจากนั้นจักรพรรดินีก็ชวนคุยนิดๆหน่อยๆก็ปล่อยเขาออกมา

            “องค์ชายสามลีโอเนลเนียอาเลียเสด็จ!”

            เขาได้ยินก็รีบเดินให้ผ่านพ้นบริเวณนั้น

            “อ่าว.. น้องสี่?” เสียงผู้ชายคนนึงพูด

            เขาหันไปมองก็พบคนที่หน้าตาหล่อขี้เล่นของคนคนนั้นอยู่ในชุดเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกทับด้วยเสื้อกั๊กสีน้ำเงินกับกางเกงสีดำเข้ารูปขายาวแกร่ง

            “เสด็จพี่สาม”เขาค้อมตัวทักทายเสด็จพี่ตัวเองที่พึ่งได้เห็นหน้า

            “ได้ยินว่านายจะเข้าอะคาเดมีงั้นหรอ?” เขาถามด้วยสีหน้าอ่อนโยนอย่างกับถอดแบบมาจากจักรพรรดินี

            “พ่ะย่ะค่ะ”มาคัสตอบประหยัดคำพูด

            “อืม.. งั้นถ้าเข้าได้พี่จะดูแลนายอย่างดีเอง”เขาพูดยิ้มให้แล้วขอตัวลาเข้าไปหาจักรพรรดินีผู้เป็๲มารดาของเขาแท้ๆ

            มาคัสรู้สึกเซ็งวันนี้เขาเจอพวกราชวงศ์น่ารังเกียจนี้สองคนภายในหนึ่งวันก็รู้สึกโดนดูดพลังชีวิตออกไปหมด

            เขาเดินเท้ากลับวังตัวเองไปรอข่าวจากอะคาเดมี

            หลังเขาผ่านได้เข้าเรียนยังต้องวัดพลังเวทย์ในตัวของเขาอีกและเขาค่อนข้างที่จะคาดหวัง มันเป็๞ตัวตัดสินชะตาชีวิตของเขาเลย

            พอถึงเวลาคนรับใช้มาเรียกเขาให้ลงไปรับจดหมายจากอะคาเดมีด้วยตัวเอง

            “ขอบคุณครับ”เขาพูดกับคนที่มาส่งจดหมาย

            “เป็๲หน้าที่ของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”เขายิ้มแล้วขอตัวลาจากไป

            เขายังไม่ได้หันหลังเดินกลับเข้าวังก็มีคนจากวังจักรพรรดินีมา

            “องค์จักรพรรดินีทรงส่งสมุนไพรบำรุงมาให้พระองค์เพคะ”หญิงรับใช้ก้มหน้าพูดเสียงนิ่ง

            “อืม..”เขากำลังจะบอกให้คนเอาเข้าไปก็ถูกตัดบท

            “ฝ่า๤า๿๻้๵๹๠า๱ให้องค์ชายเสวยเลยพ่ะย่ะค่ะถ้วยนี้ต้องเอากลับไปคืนพ่ะย่ะค่ะ” นางพูดยืดยาว

            “เอางั้นก็ได้”เขายกถ้วยเอาแขนเสื้อบังขอบจานตรงข้ามเอาไว้ เข็มเงินสำหรับตรวจพิษลอดออกมาจากแขนเสื้อเช็คไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เขาจึงฉงนใจ

            เขาจึงยกดื่มเข้าไปหมดถ้วยแล้วส่งคืนและหันหลังตรงกลับเข้าวัง

            “นั่นแปลกมากพ่ะย่ะค่ะ”เบอร์นาร์ด องค์รักษ์ที่สนิทกับเขาพูดขึ้น เขามีผมสีฟ้าประกายเงางามดวงตาเฉี่ยวหรี่ตาลงลูกตาสีแดงเปร่งประกายแปลกประหลาดใบหน้าหล่อเหลาคมกึ่งขี้เล่นขมวดคิ้ว

            “นั่นสิแต่เราเช็คแล้วนั่นไม่มีพิษ” มาคัสพูด

            “แต่พระองค์ก็ไม่ควรเสวยพ่ะย่ะค่ะ”มาคัสฟังเบอร์นาร์ดบ่นไม่ได้รำคาญเขาแต่อย่างใดเขาเป็๞คนเดียวที่สนิทกับเขาที่สุดในหมู่องครักษ์

            เขาเดินขึ้นไปในห้องทำงานของเขาหรือก็คือห้องที่เขาเคยใช้เรียน

            เขาเปิดจดหมายดูก็ไม่แปลกจากที่คาดเอาไว้แต่คนข้างกายเขาดีใจซะใหญ่โต

            “กระหม่อมว่าแล้วพระองค์ทรงพระปรีชาสามารถที่สุด”

            “อึก”เสียงของมาคัสที่เปร่งออกมาของมาคัสทำเอาเบอร์นาร์ดรีบปรี่เข้ามาดู

            ผิวของมาคัสที่ปกติขาวเนียนค่อยๆกลายเป็๞สีแดงใบหน้าและร่างกายเขาร้อนวูบวาบ เม็ดเหงื่อไหลอยู่ข้างแนวไรผม ลมหายใจถี่เร็ว