ตอนที่ 15 การลงเทรดอบิสครั้งแรก
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
การฝึกฝนเจ็ดวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในที่สุดวันลงเทรดอบิสครั้งแรกของเฟิร์สก็มาถึง
เก่งกาจได้นำรถยนต์ของตนเองมารับเฟิร์สถึงที่
รถยนต์ของเขาล้ำสมัยเป็อย่างมาก เนื่องจากเขาเป็เวเนเตอร์ระดับดาราแดงสองแฉก รายได้จากการลงเทรดอบิสของเขาในแต่ละครั้งจึงเป็เงินจำนวนไม่น้อย
หลายคนใฝ่ฝันที่จะเป็เวเนเตอร์เช่นนี้ แต่โชคนั้นขึ้นอยู่กับบุคคล
กว่าผู้คนจะผ่านดาราขาวเก้าแฉกเข้าสู่ขอบเขตดาราแดงได้ย่อมต้องใช้โชคอย่างมหาศาล อีกทั้งการจะบ่มเพาะในขอบเขตดาราแดงก็ไม่ได้ง่ายเช่นกัน แม้จะหาเงินได้จากการลงเทรดจำนวนมาก แต่ก็ต้องใช้จ่ายไปกับการบ่มเพาะที่มากมายเช่นเดียวกัน
ลองคิดดูว่าแม้แต่สมคิดที่บ่มเพาะเพียงแค่ระดับดาราขาวหกแฉกยังสูญเงินไปมากกว่าพันล้าน ขอบเขตดาราแดงย่อมต้องจ่ายไปมากกว่าร้อยเท่า
“เชิญครับคุณเฟิร์ส” เก่งกาจเอ่ย
เก่งกาจแม้จะเป็ชายอายุสามสิบกว่าแต่ลักษณะรูปร่างของเขาแทบไม่ต่างไปจากคนอายุยี่สิบกว่า เหตุผลอาจเป็เพราะเขาเป็เวเนเตอร์ที่มีพลังสปีริต ทำให้อายุขัยของพวกเขาอายุยืนยาวกว่าคนทั่วไป
หากไม่ตายตกจากการต่อสู้ พวกเขาล้วนมีอายุยืนยาวไม่ต่ำกว่าร้อยปีทั้งสิ้น
แม้คนตรงหน้าจะเป็เพื่อนของคุณปู่ แต่เขาก็ยังเป็เด็กอายุสิบหก เก่งกาจจึงไม่สะดวกใจที่จะเรียกเด็กคนนี้ว่าคุณปู่ ดังนั้นเขาจึงเรียกว่าคุณเฟิร์สแทน ซึ่งนี่ก็ให้เกียรติมากพอแล้วสำหรับคนที่อยู่ในระดับดาราแดงอย่างเขา
“ขอบคุณ”
เฟิร์สแสดงออกด้วยท่าทางที่สงบนิ่ง มองเผินๆ ท่าทางนี้ดูเ็า แต่นี่ก็เป็เอกลักษณ์ท่าทางของเขา
คาดได้ว่าท่าทางเช่นนี้เขาจะติดมาจากโลกก่อนหน้านี้
ใช่แล้ว โลกก่อนหน้านี้
ตอนนี้เฟิร์สได้ยอมรับแล้วว่าที่นั่นไม่ใช่โลกแห่งความฝัน เพราะหลายสิ่งหลายอย่างโลกแห่งความฝันไม่มีวันทำได้ในโลกแห่งความจริงแห่งนี้ได้แน่
ดังนั้นแล้วเฟิร์สจึงสรุปได้ว่าที่นั่นจะต้องเป็โลกอีกโลกหนึ่งที่ิญญาของเขาไปเยือนอย่างแน่นอน เพราะจากที่เขาได้ยินเื่ของอาจารย์ เื่ของิญญาข้ามโลกนั่นอาจะเป็เื่ที่เป็ไปได้
ซึ่งนั่นก็เกิดขึ้นกับเขา
รถยนต์คันหรูจะแล่นออกไปและมุ่งสู่เส้นทางนอกเมือง
……………..
ณ กลางป่าของชนบทแห่งหนึ่ง
ในส่วนลึกของป่าที่มีต้นไม้สูงมากมายขึ้นอย่างหนาแน่น แต่ทว่ามีส่วนหนึ่งที่กลายเป็ผลึกใสกระจายเป็วงกว้าง ซึ่งในใจกลางนั้นปรากฏวังวนสีขาวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางห้าเมตรแห่งหนึ่ง
วังวนสีขาวแห่งนั้นแผ่พลังสปีริตไหลทะลักออกมาอย่างน่ากลัว ทุกสิ่งที่ัักับพลังสปีริตนั้นก็กลายเป็ผลึกใสภายในพริบตา แน่นอนว่าทุกสิ่งนั้นหมายถึงสิ่งที่มีพลังชีวิต
ผู้คนทั่วไปไม่กล้าเข้าใกล้วังวนนี้ แม้แต่สัตว์ก็ยังวิ่งหนี แต่ก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องมาทำหน้าที่ของตนเอง
โชคดีที่ที่นั่นมีเสาประหลาดที่ผนึกคลื่นพลังสปีริตจากวังวนนั้นไว้ ทำให้พวกมันไม่ออกมาอาละวาดแผ่ขยายพื้นที่ไปมากกว่านี้
รถยนต์หลายคันแล่นเข้าไปจอดบริเวณใกล้ๆ หลายคันเป็รถยนต์ที่ใช้สำหรับอำนวยความสะดวก มีทั้งให้บริการในด้านอาหาร หลายคันใช้สำรวจ หลายคันใช้บรรทุกและเก็บเกี่ยว
“สวัดดีครับเฟรนี่ วันนี้ต้องรบกวนพี่อีกแล้วนะครับ” ชายวัยยี่สิบกว่าเอ่ย
“สวัสดีโฟลแมนวันนี้คงไม่มีอะไรมาก เพราะอบิสที่นี่ถูกกวาดล้างไปสองครั้งแล้วคงจะไม่ค่อยเหลือมอนสเตอร์ให้พวกเราจัดการมากนัก ว่าแต่นายเอาขนมนี่ไหม เขาทำได้อร่อยมากเลย” สาวอวบเอ่ยพร้อมกับเคี้ยวขนมในปากตุ้ยๆ
เธอคนนี้คือเวเนเตอร์สายสนับสนุนที่มีการบ่มเพาะถึงดาราขาวเจ็ดแฉก
ส่วนชายหนุ่มอีกคนเป็สายต่อสู้ดาราขาวห้าแฉก เขาดูเหมือนจะชำนาญในการลงเทรดอบิสมากแม้ว่าจะมีการบ่มเพาะแค่นี้ก็ตาม
แน่นอนว่าชื่อของพวกเขาล้วนไม่ใช่ชื่อจริง และเป็เพียงฉายาเท่านั้น ต่อให้ข้างนอกทั้งสองจะรู้จักกัน แต่เมื่ออยู่ในสถานที่ทำงาน พวกเขาก็มักจะเรียกฉายาของกันและกันมากกว่า
“ว่าแต่พี่ดูรายชื่อทีมของเราที่จะลงเทรดครั้งนี้แล้วรึยัง”
“อืม”
“รู้ไหมผมใมาก ไม่คิดว่าคุณเดวิดเขาจะมาลงเทรดแบบนี้ด้วย”
“ฉันเองก็แปลกใจเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำอย่างนั้น” หญิงสาวเอ่ย
ตอนนั้นเองชายหนุ่มก็หันไปทางคุณป้าคนหนึ่งที่อยู่หลังเคาน์เตอร์
“ผมขอโคล่าเย็นๆ ซักแก้วสิครับป้า”
“สวัสดิการของนิวโฮปนี่ดีชะมัด ขนาดเข้ามาอยู่ในป่าลึกขนาดนี้ก็ยังเลี้ยงดูพวกเราเป็อย่างดี” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับรับแก้วโคล่า
หญิงสาวผู้มีรูปร่างอวบวางขนมของเธอลงบนจานพร้อมกับลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง ดูเหมือนว่ารูปร่างของเธอจะไม่เป็ปัญหาในการเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย
“ดูเหมือนว่าคุณเดวิดจะมาแล้ว พวกเราไปต้อนรับเขากันเถอะ” หญิงสาวกล่าวพร้อมกับก้าวออกไป
ชายหนุ่มทำท่าเสียดายกับโคล่าแก้วนี้เล็กน้อย ก่อนจะวางมันลงและเดินจากไป
ไม่เพียงแค่สองคนนี้เท่านั้น เมื่อเห็นว่ารถของเดวิดเคลื่อนที่เข้ามา เหล่าเวเนเตอร์ที่มาถึงก่อนหน้านี้แล้วก็พร้อมใจกันมาต้อนรับเขา
“สวัสดีครับคุณเดวิด”
“สวัสดีค่ะคุณเดวิด”
เวเนเตอร์นับสิบกล่าวทักทายเมื่อเก่งกาจลงมาจากรถ
เฟิร์สขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าแค่ผู้บ่มเพาะดาราแดงคนหนึ่งจะได้รับความเคารพมากมายขนาดนี้
เก่งกาจพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะก้มไปมองนาฬิกาบนข้อมือ
“เรามาถึงก่อนภารกิจจะเริ่มหนึ่งชั่วโมง พวกเราไปนั่งพักกันก่อนเถอะครับคุณเฟิร์สวัน” เก่งกาจกล่าวกับเด็กหนุ่ม
เฟิร์สพยักหน้าแล้วเดินตามเก่งกาจไป
“เขาเป็ใครกัน?”
“คุณเดวิดดูเหมือนจะปฏิบัติต่อเขาเป็อย่างดี”
“ฉันได้ยินเขาเรียกว่าเฟิร์สวัน นั่นใช่คนที่จะลงเทรดอบิสกับพวกเขาใช่รึเปล่า?”
“ใช่จริงๆ ด้วย เขามีรายชื่ออยู่ในนี้ สงสัยเขาจะเป็คนสำคัญ คุณเดวิดถึงได้ลงมาดูแลถึงที่นี่”
เหล่าเวเนเตอร์เริ่มพูดถึงเฟิร์สกันมากขึ้น
ไม่เพียงแค่คนกลุ่มนี้เท่านั้น แม้แต่พนักงานภาคสนามที่ไม่ใช่กองกำลังสำรวจก็พูดถึงเื่นี้เช่นกัน
การที่ยอดฝีมือดาราแดงคนหนึ่งจะมาลงเทรดอบิสระดับสีขาวย่อมเป็เื่ที่น่าประหลาดใจ
ตลอดทางมีแต่คนทักทายเก่งกาจอย่างมีความเคารพ เฟิร์สเดินตามไปอย่างเงียบ
ไม่นานก็ถึงที่พักของเวเนเตอร์ ซึ่งที่ของเก่งกาจนั้นถูกจัดไว้เป็พิเศษ
เฟิร์สได้สังเกตมาตลอดทาง เขาพบว่ามีผู้คนอยู่ที่นี่ไม่น้อย แม้ว่าอบิสนั้นจะมีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตก็ตาม
ซึ่งคนเหล่านี้ล้วนเป็เวเนเตอร์ทั้งสิ้น หลายคนเป็เวเนเตอร์ที่ไม่สามารถต่อสู้ได้ พวกเขาจึงไม่ได้อยู่ในทีมสำรวจ แต่เลือกที่จะทำงานอยู่เื้ั
แม้งานเหล่านี้จะไม่ได้มีเกียรติมากนัก แต่มันก็ให้เงินดีไม่น้อย นั่นจึงทำให้ผู้คนที่ไม่เหมาะสมกับการต่อสู้ทำงานอยู่ที่นี่
หากสมคิดไม่รักอาชีพหมอรักษาคน เขาก็จะเลือกทำงานนี้เหมือนกัน หรือไม่ก็ใช้เงินกู้ทั้งหมดไปกับชีวิตที่เหลือในฐานะคนธรรมดา
ไม่นานก็ถึงเวลาสำหรับการลงเทรดครั้งที่สามของอบิสสีขาวแห่งนี้
กลุ่มคนชุดสูทสีขาวปรากฏขึ้น เวเนเตอร์ทีมสำรวจทุกคนถูกเรียกมารวมตัวกัน
ข้อมูลอบิสแห่งนี้ถูกฉายออกมา
“นี่คือแผนที่ของอบิสแห่งนี้ ซึ่งเราจะส่งให้ทุกคนเดี๋ยวนี้ สำหรับภารกิจในครั้งนี้ทีมสำรวจของพวกคุณได้ถูกปรับเปลี่ยนรายชื่อเป็สิบห้าคน”
ปิ๊บ! ปิ๊บ! ปิ๊บ!
เสียงเตือนของกำไรข้อมือของทุกคนดังขึ้น พร้อมกับข้อมูลที่อัพเดจ
“เนื่องจากอบิสสีขาวแห่งนี้ถูกสำรวจไปแล้วสองครั้ง มอนสเตอร์ที่อยู่ข้างในนั้นจึงถูกจัดการไปเป็จำนวนมาก แม้จะไม่สามารถยืนยันได้ว่าทั้งหมดถูกกำจัดแล้ว แต่นิวโฮปประสงค์ที่จะให้พวกคุณไปสำรวจพื้นที่ที่คาดว่าจะมีเหมืองแร่สปีริตอยู่ภายใน ซึ่งเป็เขาวงกตแห่งหนึ่ง”
“แน่นอนว่าถ้ำที่เป็เขาวงกตแห่งนี้ถูกสำรวจไปแล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยของทีมเก็บเกี่ยว พวกเราจึง้าให้พวกคุณสำรวจและจัดการกับมอนสเตอร์ที่คาดว่าจะหลงเหลือข้างในนั้นอีกครั้ง”
“หวังว่าพวกคุณทุกคนจะกลับมาอย่างปลอดภัย เอาล่ะได้เวลาแล้ว”
แล้วพนักงานของนิวโฮปคนนั้นก็กดไปที่ภาพโฮโลแกรมที่ฉายออกมาจากข้อมือของตัวเอง
ติ๊ด ...
ครืน ... ครืน ... ครืน ...
ตอนนั้นเองเสาที่มีสนามพลังนับสิบต้นที่รายล้อมวังวนสีขาวไว้ก็ถูกปิดการทำงาน
คลื่นพลังสปีริตที่เข้มข้นไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก
เ้าหน้าที่นิวโฮปคนนั้นกล่าวขึ้น
“ทีมสำรวจไปกันได้แล้ว”