วันที่สอง งานแข่งขันยอดบุปผางามยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะหาผู้ชนะได้ ผู้คนในงานยังคงหนาแน่นดูเหมือนว่าจะมากกว่าวันแรกเสียด้วยซ้ำ ส่วนหนึ่งอาจด้วยเพราะเสียงล่ำลือเกี่ยวกับความสามารถของสตรีนางหนึ่งที่ชนะการแข่งเมื่อวานนี้ก็เป็ได้ แน่นอนว่าองค์จักรพรรดิและพระมเหสี ยังคงมางานเลี้ยงด้วยตนเอง รวมไปถึงบรรดาเชื้อพระวงศ์ด้วย
การแข่งขันประเภทที่สองคือฝีมือการวาดภาพ
“วันนี้ข้าก็ยังคงตั้งตารอดูการแสดงของนางเช่นเคย” คุณชายยองกียังคงสวมใส่เสื้อขาวสะอาด บริสุทธิ์ไม่มีสิ่งใดแปดเปื้อน พร้อมท่วงท่าที่สง่างามเปี่ยมเสน่ห์ แต่ในประกายดวงตากลับสะท้อนความคิดที่แฝงอยู่ในใจของเขาออกมา เขากำลังพินิจพิจารณาดูฮายอน เขาอยากจะรู้เสียจริงว่า นางผู้ที่พึ่งฟื้นขึ้นมานี้ เหตุใดถึงได้มีความสามารถที่เก่งกาจเหนือผู้คนได้
คุณชายยองกีรู้สึกเหลือเชื่อเป็อย่างยิ่ง สตรีสติฟั่นเฟื่อนผู้หนึ่งจะสามารถเป็อัจฉริยะได้ในเวลาอันสั้นนี้ได้เช่นใดกัน หรือว่าหลายปีมานี้ ตระกูลซอตั้งใจปิดบังเอาไว้?
การแข่งวาดภาพในวันนี้นั้น ฮายอนเลือกที่จะแสดงฝีมือด้วยภาพทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยดอกเหมยเบ่งบาน หลังการประกาศผลปรากฎว่าภาพวาดของนางมีคะแนนเสมอกับภาพวาดดอกโบตั๋นของคุณหนูยองอึน
การปรากฏตัวของคุณหนูยองอึนทำให้ฮายอนตกตะลึงไม่น้อย แต่นางกลับไม่ได้แสดงท่าทีอันใดออกมา
ในตอนที่ฮายอนก้าวเท้าขึ้นลานแข่ง เมื่อแหงนหน้าขึ้นมองก็พบว่าสตรีที่สวมชุดสีชมพูสดที่ยืนอยู่หน้าตนคือคุณหนูยองอึน นางยังคงมีท่าทียิ่งยโส อวดดี แววตาคู่นั้นแฝงด้วยความดูถูกผู้อื่นเล็กน้อย สายตายังคงไม่ให้เกียรติผู้ใดเช่นเคย
ฮายอนก็พลันนึกไปถึงงานแต่งงานของคุณหนูยองอึนกับคนผู้นั้น อยากจะรู้จริงๆ ว่าเป็เช่นใดบ้าง?
'แต่เอ๊ะ! เช่นนั้น การที่คุณหนูยองอึนปรากฏตัวที่นี่ ก็แสดงว่าโลกที่นางฟื้นขึ้นมานี้นั้นคือโลกเดิมของนางก่อนตายสินะ ถ้าเป็เช่นนั้นองค์ชายสามก็ต้องปรากฎตัวด้วยเช่นกันใช่หรือไม่'
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ มือของนางก็สั่นออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ ทำให้ภาพดอกเหมยของนางมีจุดบกพร่องเล็กน้อย จึงมิอาจคว้าชัยชนะได้เหมือนดั่งครั้งก่อน
แต่ก็ยังคงทำให้คนที่อยู่โดยรอบรู้สึกชื่นชมออกมาจากใจจริง ภาพดอกเหมยภาพนั้นวาดด้วยฝีมือปราณีต แฝงด้วยจิติญญาของดอกเหมย ลายเส้นพลิ้วไหวละเอียดอ่อน เป็ผลงานชั้นเยี่ยม ทำให้ดอกเหมยในภาพดูเหมือนดอกเหมยที่กำลังเบ่งบานท่ามกลางหุบเขาจริงๆ หาใช่แค่ภาพวาดไม่
และภาพวาดของคุณหนูยองอึนคือภาพวาดของดอกโบตั๋น ลายเส้นพลิ้วไหลดุจมีชีวิต ทุกรายละเอียดถูกวาดออกมาอย่างไม่ขาดหาย ทำให้ภายดูงดงามราวกับมีชีวิต อีกทั้งรูปแบบของภาพวาดนี้ยังต้องใช้ฝีมือเป็อย่างมาก ซ้ำยังยากที่จะวาดให้งดงามได้ถึงเพียงนี้
หญิงงามที่เคยถูกผู้คนทั่วแผ่นดินเอ่ยชมไม่ขาดปากก็ได้ถูกคุณหนูยองอึนที่พึ่งปรากฏตัวเอาชนะไปได้ นี่ก็ทำให้คนที่อยู่ในงานรู้สึกแปลกใจมิน้อย อีกทั้งพวกเขายังเริ่มคาดเดากันต่างๆ นาๆ ว่าสตรีที่พึ่งปรากฏตัวผู้นี้เป็ใครกันแน่ อีกทั้งนางยังนั่งอยู่ใกล้กับพระมเหสีอินฮอนอีกด้วย ดูจากรูปโฉมของนางแล้วช่างละม้ายคล้ายกับพระมเหสีอยู่หลายส่วน แน่นอนว่า สายตาของคนส่วนมากยิ่งหันไปจับจ้องทางด้านคุณหนูยองอึนแทน
ฮายอนนั้นรู้ถึงฐานะของคุณหนูยองอึนมาั้แ่แรกแล้ว เพียงแต่ว่าการปรากฏตัวของคุณหนูยองอึนทำให้นางใไม่น้อย แต่ที่มากกว่านั้นคือความเกลียดชังและแค้นเคือง แน่นอนว่าคนที่นางเกลียดและแค้นมากกว่านั้นคือองค์ชายสาม บางทีอาจเป็เพราะยิ่งรักมากเท่าใด ก็ยิ่งเกลียดมากเท่านั้นกระมัง
“คุณหนูชา ยองอึน” คุณชายยองกีเอ่ยชื่อออกมาซ้ำๆ เบาๆ ตระกูลชา ทุกคนล้วนรู้กันว่าตระกูลชานั้นเป็ตระกูลของพระมเหสีอินฮอน และการที่คุณหนูยองอึนอยู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นนั้นหมายความว่าอย่างไร ทุกคนเองก็ย่อมจะเข้าใจ
“ดูเหมือนว่า จะมีละครสนุกให้ดูเสียแล้ว” โดกีเองก็ยิ้มออกมา แต่รอยยิ้มของเขากลับดูไม่ค่อยหวังดีเท่าใดนัก
“อืม คุณหนูยองอึนผู้นี้ก็ไม่ใช่คนที่จะรับมือได้โดยง่าย เกรงว่าจะต้องลำบากไม่น้อย” คุณชายยองกีกลับหันไปมองทางฮายอน มองดูสีหน้าที่ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะก็สงบนิ่งของนาง ความรู้สึกขุ่นเคืองก็เพิ่มมากขึ้นเป็เท่าตัว