Trigger Warning
Spanking (การตี) /Discipline (การลงโทษ) / Anxiety (ความวิตกกังวล) /Emotional distress (ความเครียดทางอารมณ์)
ผมยันกายลุกขึ้นจากเตียงที่นอนพักเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำ พยายามไม่มองร่างสูงตรงหน้าที่เปลือยท่อนบนแล้วคาดผ้าขนหนูไว้ที่เอวอย่างิ่เหม่...อืม จะเขินทำไมนะในเมื่อเขาก็เปลือยล้อนจ้อนไปทั้งตัว ก่อนจะนึกเขินอายขึ้นมาจริง ๆ เมื่อจิราธิปเดินเข้าไปใกล้แล้วโน้มตัวลงมาหาผมที่มองการเคลื่อนไหวของเขาไม่วางตา
“ไปอาบน้ำได้แล้วครับ พี่รองน้ำอุ่นไว้ให้จะได้สบายตัว”
ผมพยักหน้ารับ รีรอให้เขาเดินหันหลังจะได้ลุกไปอาบน้ำสักที แต่จนแล้วจนรอดก็ยังคงมองจ้องกันอยู่ อะไรกันละครับเนี่ย ผมเริ่มจะขมวดคิ้วเข้าหากัน
“พี่จินครับ ผมจะไปอาบน้ำ”
“ครับ น้องเหนือก็ไปสิครับ” อีกฝ่ายตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ผม....”
“อายเหรอ พี่เห็นหมดแล้วยังจะอายอะไรพี่อีกครับ” ไม่ได้จะแกล้งอะไรน้องนะครับ แต่ตัวแดง ๆ แก้มแดง ๆ ของน้องตอนนี้ก็น่ารักน่าแกล้งนี่นา
“....” แล้วแบบนี้เหนือธราจะทำไงได้อีก เขาเม้มปากหอบความเขินอายกองไว้กับผ้าห่มที่เพิ่งยกพ้นตัว ร่างโปร่งลุกขึ้นยืน แล้วนั่น....สายตาของผู้เป็นายจ้องสะโพกแดงช้ำของเขาอย่างเปิดเผย “พี่จิน?”
“ครับ? ก้นน้องเหนือยังแดงอยู่เลย รีบไปอาบน้ำเถอะ พี่จะได้ทายาให้”
ไม่ใช่แบบนั้นโว๊ยยยยย ไอ้พี่จิน ฮืออออออ ผมรีบวิ่งไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำทันที เขินจะตายละโว๊ยย
ราวยี่สิบนาทีคนตัวเล็กก็เดินออกมาจากห้องน้ำเนื้อตัวหอมกรุ่น ผมมองว่าน้องน่ารักดีครับ ยังรู้สึกทึ่งอยู่เลยที่น้องกล้าที่จะเข้าซีนเพลย์กับผม ทั้งแปลกใจและประทับใจผมเลยละ อ้าวนั่น....
“มานี่ก่อนครับ อย่าเพิ่งใส่เสื้อผ้า” ผมรีบปรามก่อนที่อีกฝ่ายจะคว้าชุดมาสวมใส่ ทั้ง ๆ ที่บอกไว้แล้วว่าจะทายาให้ ทำเป็ไม่สนใจคำพูดผมเหรอ? หรี่ตามองหน้าอีกฝ่ายที่ตอนนี้ทำตัวน่ารักด้วยการเลิ่กลั่กหันไปหันมา “มานี่ครับ เรียกรอบที่สองละนะ” ไม่ได้ขู่ครับ แต่น้องหน้าซีดไปแล้ว ฮ่า ๆ
“ไม่ทาไม่ได้เหรอครับ มันไม่ได้เจ็บขนาดนั้น” น้องส่งเสียงอ้อนหลังปีนขึ้นเตียงมานอนคว่ำโชว์สองก้อนเนื้อนุ่มที่ยังแดงช้ำ นี่ขนาดผมฟาดเบา ๆ ไม่คิดว่าจะขึ้นรอยแดงเอาเื่อยู่เหมือนกัน
“ไม่ได้ครับ เพลย์ครั้งแรกจะไม่ทายาได้ยังไง อีกอย่างตีด้วยมือจะเป็รอยช้ำนานกว่าตีด้วยอุปกรณ์อีกนะ รู้ไหม” ดุออกไปพร้อม ๆ กับที่ป้ายยาลงบนข้อนิ้วเพื่อทาลงบนเนื้อนุ่ม
“อึก!” ฟันขาวขบกันแน่น ตอนแรกเหนือธราคิดว่าไม่เจ็บเท่าไหร่ แต่พอปลายนิ้วแตะลงแล้วเริ่มทายาก็เพิ่งรับรู้ว่ามันก็เจ็บไม่หยอก แต่.......
“พ....พอแล้วครับ” เอี้ยวตัวมาจับมือที่ทายาเอาไว้ เพราะกลัว อะไร ๆ ที่มันสงบนิ่งตื่นขึ้นมาอีก คนพี่ขมวดคิ้ว ยกมืออีกข้างมาชี้หน้าดุ จนต้องยอมปล่อยมือแล้วข่มกลั้นให้อีกคนทายาให้จนเรียบร้อย
ฮือ...นอกซีนแล้วห้ามดุสิพี่!
ผมหน้างอง้ำ หลังจากลุกขึ้นมาแล้วใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยก็เพิ่งสังเกตว่าเ้านายของผมนั้นอยู่ในชุดใหม่ ไม่ใช่ชุดเดิมก่อนเพลย์ พอจะอ้าปากถามก็นึกถึงประโยค
“พี่จะเข้าไปอาบน้ำไง ตะกี้เลอะน้ำอะไรก็ไม่รู้ เยอะเชียว” แล้วก็ทำได้แค่หุบปากตัวเองเอาไว้เงียบ ๆ
“เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย ไปครับ”
“ไปไหนครับ?” เหนือธณายังคงงุนงงจึงเอ่ยถามขึ้น
“ไปทานข้าวเย็นไง พี่จองร้านไว้แล้ว”
เอ่อ.... ผมจ้องหน้าคนที่เพิ่งได้เป็เ้านายหมาด ๆ ด้วยสายตามีคำถาม ทานข้าวเย็น เดี๋ยวนะ ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ?
“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ครับพี่” กล่าวบอกพี่จินอย่างเกรงใจ
“หือ.... อะไรนะครับ จะปฏิเสธพี่?” จิราธิปหรี่ตามองคนน้อง เ้าตัวเล็กสะดุ้งน้อย ๆ เรียกรอยยิ้มจากเขา “ไปนะครับ พี่จองร้านไว้แล้ว” รอบนี้ทำหน้าอ้อนใส่น้อง เ้าตัวเล็กนิ่งคิดไปนิดก่อนจะพยักหน้ารับให้เขายิ้มกว้าง
“ครับ แต่ผมไม่กลับดึกมากนะ”
“เอาน่า เพลย์แล้วก็ต้องอาฟเตอร์แคร์สิครับ ปะ พี่หิวแล้ว” เนียนจับจูงมือน้องออกจากห้องไปยังลานจอดรถ
เพราะคำพูดนั้นของพี่จินทำให้ในตอนนี้ทั้งผมและพี่จินก็มานั่งในร้านอาหารแห่งหนึ่ง คนตรงหน้าระบายรอยยิ้มชอบใจเมื่อเห็นผมนิ่วหน้าตอนนั่งลงบนเก้าอี้เพราะรู้สึกเจ็บก้น
“เป็ยังไงบ้างน่ะ เจ็บมากมั้ย” จินถามอย่างเป็ห่วง แต่ดวงตาพราวระยับ
“ไม่ขนาดนั้นครับ” ผมส่ายหัวไปมาเมื่อโดนถาม เอาล่ะ ผมว่าผมเริ่มจะเกลียดรอยยิ้มกับั์ตาพราวระยับนั่นแล้วล่ะ
“งั้นก็ทานเยอะ ๆ นะครับ” หลังอาหารมาเสิร์ฟมือเรียวตักกุ้งชุบแป้งทอดตัวใหญ่วางลงบนจานคนน้อง
“นี่คืออาฟเตอร์แคร์เหรอครับ” เ้าเด็กจำไมเอ่ยถามคนเป็เ้านายเบื้องหน้า เพราะไม่เข้าใจถึงการกระทำของอีกฝ่าย
“ใช่ครับ”
“แล้วปกติพี่ต้องทำแบบนี้ทุกครั้งมั้ยครับ” เหนือธราถามต่ออย่างสงสัยใคร่รู้
“ครับ ก็ทำแบบนี้เป็ปกติ ทำไมเหรอครับ?” จินวางศอกไว้บนโต๊ะก่อนะจะโน้มใบหน้าไปถามเ้าตัวเล็กใกล้ ๆ
“ก็ผมไม่รู้ว่าจะต้องมีอาฟเตอร์แคร์นี่นา” เื่นี้พูดจริงครับ ก็อย่างว่า ตอนอ่านทฤษฎีกับการปฏิบัติจริงมันต่างกันจริง ๆ นั่นแหละ ผมคงต้องเรียนรู้อีกเยอะแล้วพวกเราก็คุยสัพเพเหระ ถามถึงอาชีพการงาน แล้วผมก็เล่าเื่เรียนรวมไปถึงเื่วิจัยอันน่าปวดหัวจนทำให้ผมอยากเพลย์ระบายความเครียด หลังจากที่ทานอาหารและตบท้ายด้วยขนมหวานแล้วพี่จินก็ยังอาสาไปส่ง ทั้ง ๆ ที่เขาปฏิเสธไปแล้วแต่ก็นั่นแหละ เขาไม่สามารถปฏิเสธคำพูดหวังดีแบบ
“พี่ไม่อยากให้น้องเหนือลำบากนั่งรถกลับเองนี่ครับ อย่ามองพี่แบบนั้นสิ” อะไรประมาณนั้น ยิ่งมาพร้อมกับ ฝ่ามือหนาวางแหมะบนกลุ่มผมนุ่มของผมที่ตอนนี้นั่งเป็ตุ๊กตาหน้ามุ่ย..นั่นแหละครับ ผมทำหน้ามุ่ยใส่เขาแหละเพราะขัดใจที่ตื้อไปส่ง
“แล้วตกลงเื่เพลย์ เราจะเอายังไงดี” ถามคู่พาร์ทเนอร์อย่างเหนือธราเมื่ออีกฝ่ายตกลงที่จะเพลย์กับเขาต่อ
“ถ้าผมจะเพลย์เฉพาะ่วันหยุดได้ไหมครับ แบบไม่เสาร์ก็อาทิตย์งี้” น้องเสนอ
“ได้สิ พี่ว่างเสาร์-อาทิตย์เหมือนกัน” อีกฝ่ายว่า แต่เมื่อเห็นท่าทีน้องเหมือนจะยังอยากพูดอะไรอีกสักหน่อยจึงเอ่ยถามต่อ “มีอะไรให้เหนือกังวลเหรอ”
“เื่สถานที่เพลย์น่ะครับ คือผมเกรงใจถ้าจะต้องเช่าโรงแรมทุกครั้ง”
“งั้นเพลย์ที่บ้านพี่มั้ย เป็บ้านเดี่ยว แล้วพี่ก็อยู่บ้านคนเดียวด้วย ไม่ต้องกังวลอะไร”
จิราธิปเสนอทางออก แล้วใบหน้าน่ารักของเหนือธราก็ฉายแววครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้ารับ ก่อนจะนึกได้ว่าเป็กิริยาที่ไม่น่ารักสักเท่าไหร่ จึงเอ่ยตอบ
“ตกลงครับ” คำตอบรับพร้อมรอยยิ้มของน้องทำเอาสารถีที่มาส่งนึกเอ็นดู ไม่คิดว่าการนัดเพลย์ในรอบหลายปีจะทำให้เจอซับตัวน้อยที่น่ารักขนาดนี้
“ขอบคุณที่มาส่งนะครับ” เหนือธรายกมือไหว้ขอบคุณพี่จินที่มาส่ง รอจนกระทั่งรถยนต์ของจิราธิปขับพ้นเขตคอนโดไปแล้วจึงขึ้นเดินออกมาโบกรถแท็กซี่....มุ่งหน้าไปยังคอนโดตนเองที่อยู่ไม่ไกลกันมาก
ก็ต้องเซฟตัวเองหน่อยสิ ใครจะบอกที่อยู่คอนโดง่าย ๆ กันล่ะ!
ฉิบหาย....... เหนือธรายกมือขยี้ผมตัวเองไปมา หลังจากที่นัดกับเ้านายเอาไว้หน้าคอนโดในคืนวันศุกร์ เพราะอีกฝ่ายคะยั้นคะยอจะพาเขาไปทานข้าวเย็น ใบหน้าเล็กมีเหงื่อผุดซึม เขารู้สึกตัวรุม ๆ เหมือนจะไม่สบายั้แ่บ่ายแต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธความหวังดีของคนที่โทรเข้ามารบเร้าได้ อีกอย่างั้แ่เที่ยงวันเขาก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง เหตุเพราะวันศุกร์ไม่มีคาบเรียนเขาจึงนั่งงมกับวิจัยมาั้แ่เช้าจนลืมที่จะทานข้าว หากแต่ตอนนี้เขาเพิ่งจะรู้ว่าตัวเองพลาดเพราะหน้าจอที่โชว์เบอร์ขึ้นชื่อ “พี่จินเป็เ้านาย” แผ่หราอยู่แต่เขาน่ะนะ....ยังอยู่ที่คอนโดตัวเองน่ะสิ!
ส่วนอีกฝ่าย....
“สวัสดีครับพี่จิน” กรอกเสียงเพลียและแหบแห้งของตัวเองลงไป
“พี่อยู่หน้าคอนโดน้องเหนือแล้วนะครับ” เสียงตอบกลับอันสดใสของพี่จินทำเหนือธรารู้สึกผิด
แหะ ยังไงดีวะไอ้เหนือ จะยอมให้พี่เขารู้ที่อยู่ดีไหมนะ แต่ท่าทีของอีกคนก็ไม่ได้คุกคามอะไรเขา แถมยังทำตัวเป็สุภาพบุรุษมากอีกด้วย เอาวะ
“พี่จินครับ คือผมมีอะไรจะบอก”
“หืม....ว่ามาครับ”
“พี่รู้จักคอนโดXXX มั้ยครับ ขับเลยจากคอนโดที่พี่รอผมประมาณ 3 นาที----”
“เดี๋ยวครับน้องเหนือ พี่ตามไม่ทัน คอนโดXXX ทำไมครับ”
“จริง ๆ แล้วผมไม่ได้อยู่คอนโดนั้นครับ เอ่อ...ผมรอพี่ที่คอนโด XXX นะครับ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักยิ่งได้ยินอีกฝ่ายหัวเราะหึ ในลำคอยิ่งทำให้เลิ่กลั่กเข้าไปใหญ่
“โอเคครับ เื่นี้ค่อยเคลียร์กัน”
พี่จินวางไปแล้ว..พร้อมกับที่ผมนึกหวั่น ๆ ใจ
ฮือ พี่จินอย่าดุผมนะครับ ขอโทษที่โกหกกกกกก
รถยนต์สีดำสนิทจอดรออยู่ที่ลานจอดรถ เหนือธรากึ่งเดินกึ่งวิ่งมายังรถที่จอดรออยู่ก่อนจะเปิดประตูข้างคนขับแล้วสอดตัวเข้าไปนั่งในรถจนเรียบร้อยแล้วจึงหันไปยกมือไหว้คนอายุมากกว่าที่อยู่ในชุดสีดำทั้งตัว ส่งให้ดูดีและดูขรึมเข้มในเวลาเดียวกัน ยิ่งบวกกับความรู้สึกผิดที่หลอกเื่ที่พักคอนโดไปก่อนหน้าแล้ว เหนือธราก็รู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาวจนต้องยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อที่ผุดพราย
“คอนโดใกล้มหา’ ลัยดีนะครับ” ผมถามด้วยรอยยิ้มติดจะค่อนไปทางรอยยิ้มร้ายกาจให้คนน้องที่นั่งมองกันตาแป๋ว ช่างกล้าหลอกผมได้
และนั่นคงส่งผลให้เหนือธราตอบรับคำพูดผมด้วยใบหน้ายิ้มแหย ยิ่งทำให้ผมมองหน้าคนน้องอยู่สักพักสำรวจใบหน้าน่ารักที่ในขณะนี้ติดจะซีดเซียวหน่อย ๆ และด้วยความสงสัย
“น้องเหนือครับ” เอ่ยเรียกจนเมื่อเ้าตัวเงยหน้ามองหน้ากันนั่นแหละ หลังมือเรียวของผมจึงยกขึ้นวางทาบกับหน้าผากของน้องก่อนจะนิ่วหน้าลงเล็กน้อยเมื่อััถึงอุณหภูมิร่างกายที่ผิดปกติ “ไม่สบายเหรอครับ” คราวนี้นอกจากจะกังวลหากเ้าตัวเล็กไม่สบายแล้วยังอดรู้สึกผิดไม่ได้ที่คะยั้นคะยอน้องให้ออกมาทานข้าวด้วยกัน
“ผมไม่แน่ใจครับ แค่รู้สึกเพลีย ๆ”
“แค่นั้น?” เผลอหรี่ตามองคาดคั้นหลังจากดึงมือออกจากหน้าผากน้อง ผมสังเกตท่าทางคนตัวเล็กอีกครั้งพบว่าน่าจะไม่ได้แค่รู้สึกเพลีย
“ตอนนี้เริ่มปวดหัวหน่อย ๆ ด้วยครับ....เอ่อ กับรู้สึกหนาว”
ชัดเลยล่ะ ผมว่าน้องไม่สบายแล้วนั่นแหละ เอาไงดี จะพาอีกฝ่ายออกไปทานข้าวเย็นในสภาพนี้คงจะไม่ดีต่อสุขภาพของน้อง
“น้องเหนืออยู่กับใครครับ มีรูมเมทไหม”
“ผมอยู่คนเดียวครับ” น้องอุบอิบตอบเขาเสียงเบา ดูท่าแล้วคงจะเริ่มไข้ขึ้น
“ถ้าพี่พาเหนือไปทานข้าว แล้วกลับมาส่งจะมีใครมาดูแลเราไหม”
เหนือธราครุ่นคิดถึงเพื่อนสนิท ก่อนจะครางต่ำในลำคอเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็่เย็นวันศุกร์ เพื่อนสนิทของเขาจะใช้เวลาอยู่กับแฟนไปจนกระทั่งวันอาทิตย์โน่นเลย “ไม่มีครับ แต่ผมดูแลตัวเองได้”
“แต่พี่เป็ห่วงนี่นา ดูสภาพเราตอนนี้สิ” สภาพน้องตอนนี้คือใบหน้ายังมีเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมทั้ง ๆ ที่อากาศภายในรถยนต์ก็ไม่ได้ร้อนค่อนไปทางเย็นฉ่ำด้วยซ้ำ
“เดี๋ยวทานข้าว ทานยา แล้วพักผ่อนอีกหน่อยก็คงจะดีขึ้นแล้วละครับ” อธิบายเสียงเบาเพราะดูเหมือนคนเป็ผู้ใหญ่กว่าจะเกิดอาการเป็ห่วงจนเกินเหตุ
เขาไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ เสียหน่อย เป็ห่วงเกินไปแล้วละครับ
“เอางี้ไหม พี่ไม่สบายใจเลยถ้าจะกลับมาส่งแล้วน้องป่วยแบบนี้ ไปนอนค้างบ้านพี่มั้ย ไหน ๆ พรุ่งนี้ก็นัดเพลย์แล้ว ถือว่าไปนอนค้างซะเลยจะได้ไม่เสียเวลากลับไปกลับมา”
“เดี๋ยวครับพี่จิน ม...ไม่ต้องหรอกครับ คือว่า....” เขาจะกล้าไปค้างที่บ้านอีกฝ่ายได้ยังไงเล่า
“ถ้าน้องกลัวว่าพี่จะเป็คนไม่ดีไม่น่าเชื่อถือ?” จิราธิปล้วงเอากระเป๋าสตางค์ออกมาก่อนจะดึงนามบัตรเรียบหรูใบหนึ่งออกมายื่นส่งให้ “ถ่ายรูปนามบัตรพี่ส่งให้เพื่อนสนิทป้องกันการโดนลักพาตัวแบบนี้ดีมั้ยครับ”
เหนือธรานิ่งอึ้งแต่มือรับนามบัตรใบนั้นมาถือไว้อย่างอัตโนมัติ เขาครุ่นคิดถึงความเป็ไปได้ที่อีกฝ่ายจะเป็คนไม่ดี สลับกับสีหน้าเป็ห่วงและการกระทำอย่างจริงใจของอีกฝ่าย ในใจก็เอนเอียงไปแล้วว่าอีกฝ่ายคงไม่ใช่คนไม่ดีอะไรหรอก
แต่กันไว้ดีกว่า มือเรียวขาวหยิบโทรศัพท์มือถือกดเข้าไปยังแอพกล้องถ่ายรูปแล้วถ่ายนามบัตรอีกฝ่ายทำทีเป็ส่งรูปนั้นหาเพื่อนสนิท แต่เปล่าเลยเขาเพียงส่งเข้าช่องแชทของตัวเองเท่านั้นเป็การตบตาอีกฝ่าย ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วกล่าวขอบคุณเสียงเบา
“ทีนี้ก็ขึ้นไปเตรียมชุดได้แล้วใช่มั้ยครับ พี่จะจอดรอตรงนี้นะ ไหวหรือเปล่า?” มือหนาหยิบทิชชู่ในรถขึ้นซับเหงื่อให้น้อง ได้รับรอยยิ้มซีดเซียวส่งมาให้ นึกสงสารจนต้องเลื่อนมือไปขยี้กลุ่มผมนุ่มเป็การปลุกปลอบ
เหนือธราเดินกลับออกมาจากห้องตัวเอง ในมือกระชับกระเป๋าไอแพดและเอกสารงานวิจัย ส่วนกระเป๋าเป้ก็ใส่ชุดนอนและชุดลำลองสองสามชุดพร้อมอุปกรณ์อาบน้ำส่วนตัวเอาไว้ แค่นี้ก็รู้สึกเกรงใจที่ต้องไปนอนค้างรบกวนอีกฝ่าย
เหนือธราก้าวขึ้นนั่งข้างคนขับอีกครั้ง ในครั้งนี้รู้สึกเหนื่อยเป็พิเศษ คงเพราะหิวด้วยส่วนหนึ่ง หลังจากที่คาดเข็ดขัดนิรภัยแล้วเรียบร้อยคนพี่ก็เอ่ยถามอีกครั้ง
“พี่ว่าเราแวะซื้อเข้าไปทานที่บ้านเลยดีกว่า เหนือจะได้รีบพักผ่อนด้วย ทานที่ร้านกว่าจะกลับถึงบ้านเราคงเหนื่อยแย่”
“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ”
จิราธิปออกรถในขณะที่ขับบนถนนได้สักพักเสียงเรียกของน้องก็ดึงความสนใจของเขาจากท้องถนนไว้ชั่วขณะหนึ่ง
“พี่จินครับ”
“ว่าไงครับ”
“ผมปวดหัว ผมขอนั่งหลับตาได้ไหมครับ” เอ่ยถามอย่างเกรงใจอีกครั้ง แต่ตอนนี้ปวดหัวตุบ ๆ จนมึนไปหมดแล้ว
“ได้ครับ ปรับเบาะนอนไปเลยก็ได้ ถึงร้านแล้วพี่จะปลุก” เอ่ยบอกกับคนป่วยเสียงนุ่ม
“ขอบคุณนะครับ” น้องเอ่ยขอบคุณเขาด้วยน้ำเสียงน่ารัก
จิราธิปยิ้มรับความน่าเอ็นดูนั้น
“แล้วก็ห้ามคิดจะพาผมไปขายเด็ดขาด” แต่รอบนี้เขาละอยากจะเขกกะโหลกทุย นั่นให้เจ็บ ๆ สักที
เ้าซับตัวแสบเอ๊ย!
“น้องเหนือ ถึงร้านแล้ว” สะกิดเขย่าตัวน้องเบา ๆ ให้ตื่น เ้าตัวก็ตื่นแสนง่าย ดวงตาเรียวรีลืมตาขึ้นหลังถูกปลุก น้องส่งยิ้มซีดเซียวมาให้เขา “ลงไปซื้อข้าวมาทานกันครับ”
“อื้อ...ครับ”
มือเล็กปลดเข็มขัดนิรภัยออกก่อนจะตามผมลงมายังร้านอาหารที่ตั้งขายเรียงรายกันอยู่ในตลาดก่อนถึงทางเข้าหมู่บ้าน เ้าตัวเล็กขอซื้อแค่ข้าวต้มกุ้งถุงหนึ่ง และเป็เขาที่ซื้อกับข้าวอีกหลากหลายอย่างทั้งของสดและกับข้าวสำเร็จรูปเต็มไม้เต็มมือ และเ้าตัวเล็กก็ช่วยเขาถือของทั้ง ๆ ที่ก็อาการไม่ค่อยจะดี เพิ่งรู้ว่าพออยู่นอกซีนน้องแทบจะไม่ฟังที่เขาดุเลยละครับ ดื้อจริง ๆ เด็กคนนี้
รถยนต์จอดหน้ารั้วบ้านหลังหนึ่งเป็บ้านเดี่ยวสองชั้นสไตล์โมเดิร์นผสมมินิมอล ตัวบ้านดูสวยงามลงตัวไม่แปลกตา รายล้อมไปด้วยรั้วบ้านที่มีพื้นที่ค่อนข้างยาว ดูแยกมาจากตัวบ้านหลังอื่นเป็สัดส่วน รอจนกระทั่งประตูอัตโนมัติเปิดเองแล้วจึงค่อย ๆ ขับรถเข้าไปจอด น้องทำหน้าตาตื่นเต้นกับการมานอนค้างบ้านเขาอย่างเห็นได้ชัด
“รอแปบนะครับ พี่เปิดประตูบ้านนก่อน” จอดรถจนเรียบร้อยแล้วก็เปิดประตูลงจากรถไปเปิดประตู น้องถือข้าวของทั้งหมดตามหลังเขามา จนต้องมองอย่างดุ ๆ ก็บอกให้รอแปบนึงไง เ้าเด็กนี่พูดไม่รู้เื่อีกแล้วนะ!
“ให้ผมช่วยนะครับ จะได้เข้าบ้านไว ๆ ไง” ละดูสีหน้าที่ออดอ้อนนั่น ให้ตายเถอะ รอบนี้จะยกผลประโยชน์ให้น้องไปละกันหลังจากทานข้าวเย็นเรียบร้อยผมก็ไล่เ้าตัวไปเช็ดตัว แต่เหมือนน้องจะแอบเขาอาบน้ำ เพราะพอผมอาบน้ำเสร็จแล้วเดินลงมายังห้องนั่งเล่นเหมือนจะเห็นเ้าตัวนั่งอยู่บนโซฟาในชุดนอนและเส้นผมนุ่มหลงเหลือร่องรอยของความเปียกชื้น
“อาบน้ำเหรอครับ” ผมตัดสินใจเอ่ยถามตรง ๆ
“ครับ” น้องตอบรับพร้อมพยักหน้าแล้วหลบสายตาผม เสไปมองหน้าไอแพดที่เปิดงานทิ้งเอาไว้ แล้วบนตักก็เต็มไปด้วยเอกสารและกระดาษจากงานวิจัย ผมมองสิ่งที่น้องกำลังทำนิ่งเงียบ ใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ใด
“แล้วทานยารึยังครับ” ถามต่อเมื่อเ้าตัวพยายามหลบเลี่ยงการคุยกับเขา ซึ่งเขาคิดว่าน้องอาจประหม่าเพราะเพิ่งมาค้างคืนเป็ครั้งแรกกับคนซึ่งก็ถือว่าไม่ได้สนิทคุ้นเคย
“อ๊ะ ผมลืมไปเลยครับ” หน้าตาเลิ่กลั่กไม่ได้ทำให้ผมนึกใจอ่อนลดความเข้มงวดลจึงเผลอสั่งเสียงเข้มใส่น้อง
“ไปทานเดี๋ยวนี้เลยครับ ได้เตรียมยาแก้ไข้มาด้วยหรือเปล่า ถ้าไม่หยิบมาพี่จะได้ไปหยิบจากตู้ยามาให้”
“เตรียมมาอยู่ครับ” ตอบพร้อมลุกขึ้นเดินไปทานยาแต่ผมรั้งแขนน้องเอาไว้ เ้าตัวหันมาทำหน้างง ๆ ใส่
“หยิบยาลงมาทานที่นี่ ต่อหน้าพี่ เข้าใจใช่มั้ยครับ” แม้น้ำเสียงจะไม่ใช่คำสั่งแต่ผมมั่นใจว่าน้องจะทำตาม
ผมลอบยิ้มเมื่อเ้าของร่างเล็กในชุดนอนเดินถือกล่องยาลงมาที่ห้องนั่งเล่นตามคำที่เขาบอก น้องเดินไปหยิบน้ำมารินใส่แก้วแล้วหยิบยาออกมาจากแผงยาก่อนจะตบเม็ดยาเข้าปากตามด้วยดื่มน้ำตาม ก่อนจะนำแก้วไปล้างเก็บให้เรียบร้อย การกระทำทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของผมก่อนจะปรับสีหน้านิ่งดังเดิมเมื่อน้องหันมามอง ผมไม่ได้พูดอะไรต่อแต่เดินไปนั่งที่โซฟาอีกตัวรอจนกระทั่งน้องเดินมานั่งบนโซฟาที่เยื้องกันแล้วหยิบไอแพดออกมาเตรียมทำงานต่อนั่นแหละถึงได้ขยับตัวนั่งหันหน้าไปหาน้อง
“ทำอะไรครับน้องเหนือ”
“ผมว่าจะเคลียร์วิจัยอีกสักหน่อย วันนี้ทำเกือบทั้งวันแล้วยังไม่ค่อยคืบหน้าเลยครับ”
“ไม่สบายอยู่พี่ว่าเราควรจะพักผ่อนนะ”
“ผมขออีก....” น้องเสมองนาฬิกาที่ข้อมือ ซึ่งตอนนี้เวลาเพิ่งจะแค่หนึ่งทุ่มนิด ๆ “สักสามทุ่มแล้วค่อยนอนได้มั้ยครับ นอนตอนนี้ผมก็นอนไม่หลับอยู่ดี”
“เฮ้อ” ผมถอนหายใจกับคำพูดน้อง ไม่ได้อยากให้อีกคนนอนหลับหรอก แค่อยากให้พักสมองจากงานวิจัยบ้างก็เท่านั้น
“.....” น้องเงียบ
“.....” แน่นอนว่าผมก็เงียบเช่นเดียวกัน หากแต่ยังจับจ้องน้องไม่วางตา
“พี่จินมีอะไรหรือเปล่าครับ”
ผมมองน้องอย่างลังเล ใบหน้าน่ารักยังคงฉายแววอ่อนเพลียในขณะที่ตอนนี้เ้าตัวเล่นถือทั้งไอแพดและกำลังเปิดหน้ากระดาษงานวิจัยไปด้วย
“เข้าซีนกันมั้ย”
“ห๊ะ?” ผมทำสีหน้าใเมื่อได้ยินพี่จินชวนเข้าซีน ต..แต่ผมไม่สบายอยู่นี่นา พี่จินจะชวนเพลย์เหรอ
“พี่ถามว่าเราเข้าเพลย์ซีนกันมั้ย”
กลายเป็ความเงียบงันหลังจากผมพูดจบ น้องมองหน้าสบตาผมไม่หันหนี คล้าย ๆ จะค้นหาความจริงจังในสายตาของผม แน่นอนผมจริงจัง...
“ครับ นายท่าน”
เอ๋อเลยครับ ตอบรับไปอย่างงง ๆ มือก็ยังถือไอแพดกับกระดาษวางค้างอยู่บนตัก ส่วนนายท่านนะเหรอ แค่กะพริบตาหนึ่งครั้งท่าทางของการเป็ดอมก็ปรากฏชัด แล้วผมที่ตอบรับไปแบบโง่ ๆ ยังอยู่ในชุดนอน ส่วนท่าทางตอนนี้ก็ไม่ได้อยู่ในแบบฉบับของซับที่ถูกต้องเลยสักนิด แต่ในจังหวะที่กำลังจะไถลตัวลงไปนั่งกับพื้นนั้นเสียงของนายท่านก็ดังขึ้น
“วันนี้คุณมีนัดส่งงานให้ผมหรือเปล่าครับนักศึกษา ผมให้เวลาคุณเตรียมตัวส่งงานอีกห้านาที แล้วผมจะขอดูงานทั้งหมดที่สั่งไป”
เอ๋อรอบสอง.... นักศึกษาอะไร.....อ๋อออ
“ครับอาจารย์” พูดไปใบหน้าก็เกิดอาการร้อนผ่าว ทำไมวันนี้เข้าซีนด้วยบทนี้ละครับนายท่าน “อ๊ะ!”
คิดเพลิน ๆ ก็ต้องสะดุ้งตัวทันทีที่อีกคนดึงกระดาษแผ่นหนึ่งไปจากตัก และด้วยความมือไวผมก็คว้าหมับเข้าตะครุบทันที
“ครบห้านาทีแล้วนะครับ แล้วเมื่อกี้คุณทำอะไรครับ แย่งงานจากมือผม?” อาจารย์ถามด้วยสีหน้านิ่งเรียบ แต่แววตาเต็มไปด้วยการตำหนิ
“ผ...ผมขอโทษครับ” ลุกขึ้นยืนโค้งให้อีกฝ่าย ดวงตาเรียวรีเงยสบตาคนที่เข้าซีนเป็อาจารย์ด้วยสีหน้าสำนึกผิด
“แบมือมา”
“ครับ?” ตอบรับด้วยงงกับคำสั่งใหม่ในจังหวะที่อาจารย์หมุนตัวเดินไปที่โต๊ะทำงาน แล้วนั่น.. “อาจารย์....” ผมครางเสียงแ่ ใช่ครับเ้านายที่รับบทเป็อาจารย์ของผมเดินกลับมาพร้อมไม้บรรทัดแบบไม้ ความยาวพอเหมาะ รู้เลยครับว่าโดนตีแน่
“แบมือมาครับ ทั้งสองข้าง”
ผมค่อย ๆ แบมือทั้งสองข้างออกแล้วยื่นไปเบื้องหน้า ไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าจะโดนฟาดมือด้วยไม้บรรทัด ฮืออ
เพียะ! เพียะ! เพียะ!
“โทษฐานที่คุณแย่งของจากมือผม” ปลายไม้จากไปพร้อมน้ำเสียงเข้มงวดที่ดังขึ้น
อูยยย สามทีเน้น ๆ! ฮือ เจ็บบบบบ
ผมถูฝ่ามือเข้าด้วยกัน เจ็บจริง ๆ ครับ ตอนแรกผมคิดว่าจะโดนตีแค่เปาะแปะ แต่ไม่คิดเลยว่าพี่ท่านเล่นฟาดลงมาจนมือแดงไปหมด ผมทำได้แค่แสดงความเ็ปผ่านสีหน้า ค่อย ๆ ช้อนตามองคนที่ยังถือไม้บรรทัดไว้ เริ่มขยาดกับบทลงโทษ
จากนั้นผมเริ่มระแวงอีกครั้งเมื่อเขาวางไม้ลงแล้วหยิบกระดาษทั้งหมดขึ้นมาไล่อ่าน
ทั้งตื่นเต้น ทั้งตื่นกลัว ผมยังเข้าซีนไม่เก่งเลยครับ นี่แค่ครั้งที่สองเอง
“ตรงนี้คุณพิมพ์ผิดนะ” น้ำเสียงของอาจารย์ยิ่งเรียกความสมบทบาทมากขึ้น
“.....” และผมก็เม้มปากแน่นซึ่งมันก็ผิดจริง ๆ นั่นละครับ แต่นี่งานผมจริง ๆ ไม่ใช่งานที่สร้างขึ้นในซีนเสียหน่อย
เอาล่ะ ผมเริ่มกลับไปกังวลกับเนื้องานที่ต้องส่งอาจารย์อีกแล้ว
“ส่วนตรงนี้...ไหนข้อมูลสนับสนุนครับ?” สายตาเข้มงวดจริงจังที่ส่งมาทำให้ผมต้องก้มหน้าลงไปอ่านแล้วก็ค้นพบว่ามันเป็ความจริงแบบที่เขาพูด เหมือนกับว่าตอนนี้โดนสแกนงานก่อนส่งจริง ๆ แล้วผมก็ทำงานพลาด
รู้สึกแย่เลยแฮะ
“ส่วนนี้ผมยังไม่ได้หาครับ” ชี้มือสั่น ๆ ลงบนหน้ากระดาษ
เขาเห็นน้องเกิดความกดดันในตัวเองเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ คาดว่าเดาถูกทางแล้วนั่นล่ะ เด็กคนนี้น่ะกำลังเครียดกับงานวิจัยเกินไปแล้ว แต่ข้อมูลในมือก็บ่งบอกว่าน้องยังมีความผิดพลาดในเนื้อหา
“คุณอธิบายตรงนี้ให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ มันเป็มายังไง”
โดนจี้จุดงานมาถึงตรงนี้ผมเริ่มจะรู้สึกไม่ดีเพิ่มมากขึ้นกับการโดนถามจี้แบบนั้น ผมเงยหน้าขึ้นไปตอบคำถาม และคงรู้สึกไปเองว่าขอบตาเริ่มร้อนผ่าว คงเพราะผมกังวลกับงานวิจัยบทนี้นั้นแหละครับ
“ผมไม่ทราบครับ” ตอบตามจริงและเริ่มซึมเพราะคิดว่าโดนตำหนิจริงจัง
“ผมให้เวลาคุณนานแล้ว แต่คุณยังไม่มีข้อมูลอะไรเลย?” มือหนาชูกระดาษโบกไปมาต่อหน้าผม เขาทำหน้าจริงจัง และขอบตาที่ร้อนผ่าวของผมก็ร้อนขึ้นและปวดกระบอกตา จนกระทั่ง
“ฮึก!”
น้ำตาที่กลั้นไว้หยดกระทบหน้าแก้มเพราะผมกะพริบตา
“เหนือธรา” ผมเอ่ยเรียกชื่อคนที่กำลังน้ำตาร่วงเพราะโดนจี้ถามเสียงเข้ม เห็นแล้วละครับว่าน้องอาการไม่ดีั้แ่เริ่มเข้าซีนมาได้สักพัก และเป็ผมเองที่เร่งให้น้องเป็แบบนี้
“ฮืออ ผม..ฮึก ยังไม่เข้าใจตรงนั้นเลยครับ” น้องสารภาพออกมาทั้งน้ำตา สะอื้นฮัก ๆ ใบหน้าเปราะเปื้อนคราบน้ำใส
“ช็อคมินต์”
หือ...เกิดอะไรขึ้น เหนือธราเบิกตาโตเมื่อคนที่รับบทเป็อาจารย์เอ่ยเซฟเวิร์ดขึ้นมากะทันหัน
“น้องเหนือครับ มาหาพี่มา” พี่จินอ้าแขนออกกว้างทั้งสองข้างเรียกให้ผมเข้าไปในอ้อมแขน ผมที่ยังสะอื้นก็เดินเข้าสู่อ้อมกอดทันที
“เครียดเื่วิจัยใช่มั้ยครับ”
“ฮึก...ครับ” พยักหน้ารับกับอกกว้าง ผมเครียดเื่นี้จริง ๆ แล้วการเข้าซีนของพี่เขาก็ไปกระตุ้นในส่วนที่ผมเครียดจนเผลอหลุดร้องไห้ทำให้หลุดจากซีน
“ไหน ไม่เข้าใจตรงไหนครับ ให้พี่ช่วยดูให้มั้ย เหนือเป็แบบนี้พี่ไม่สบายใจเลย เครียดแล้วโหมทำงานจนป่วยด้วยหรือเปล่า”
พยักหน้าอีกรอบ ผมเครียดจริง เครียดจนแทบจะไม่ได้กินไม่ได้นอน มันต้องหาข้อมูลจนหัวหมุนไปหมด
“น่าตีจริงทำตัวเองป่วยเนี่ย” ถึงจะพูดดุแต่เขาก็โยกตัวผมไปมามือข้างหนึ่งยกขึ้นมาลูบผมให้จนรู้สึกดีขึ้น “ความจริงพี่ไม่ได้อยากเข้าซีนหรอก แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ เราก็จะไม่ยอมแสดงออกว่าเครียดใช่มั้ย”
“ครับ”
คำถามของพี่จินทำให้ผมเงยหน้ามองอย่างรวดเร็ว นี่ผมเครียดจนแสดงออกขนาดนั้นเลยเหรอ พอคิดได้แบบนั้นก็รู้สึกอายขึ้นมาหน่อย ๆ พยายามยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาและอยากจะมุดอกพี่เขาซ่อนอาการหน้าแดงตาแดงของตัวเอง แต่กลับทำไม่ได้เพราะพี่จินเชยคางเขาขึ้นบังคับให้มองหน้ากัน
“แล้วตอนนี้ดีขึ้นหรือยังครับ พี่ทำเราร้องไห้จนปวดหัวด้วยหรือเปล่า” ถามไปด้วยมือก็ช่วยเช็ดน้ำตาผมไปด้วย
“ท...ทีละคำถามสิครับ” พยายามหลบตาพร้อมบ่นอุบ พี่จินหัวเราะแล้วปล่อยมือจากปลายคางผม กอดผมเอาไว้หลวม ๆ
“งั้นก็ตอบมาสิครับ”
“ผมดีขึ้นแล้วครับ”
“ครับ” พี่จินยิ้มรับคำตอบนั้นของผม
“เอ่อ..แล้วก็เริ่มปวดหัวนิดหน่อย” คงเพราะกดดันและร้องไห้
คราวนี้พี่จินหุบยิ้ม จ้องหน้าผมนิ่ง แอแง...
“พี่อย่ามองผมแบบนี้สิ”
“แล้วจะให้พี่มองเราแบบไหนครับ เด็กดื้อ”
“พี่จิน”
“ครับ?”
“ขอบคุณนะครับ...ที่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น” คราวนี้พี่จินยกยิ้มกว้างและยกมือขึ้นขยี้หัวผมจนยุ่งไปหมด “เหวอ พี่จิน!!”
ผมใจนต้องคว้ารอบคอพี่จินกอดไว้ เมื่ออีกฝ่ายใช้แขนพาดต้นขาแล้วยกผมขึ้นจากพื้นกะทันหัน
เพียะ!
“นี่แหน่ะ ตะคอกใส่พี่เหรอ” เขายกมือข้างที่ไม่ได้ยกตัวผมขึ้นมาตีก้นไม่แรงมากนักพอให้แสบ ๆ คัน ๆ นี่พี่เขาแข็งแรงขนาดใช้แขนข้างเดียวยกผมจากพื้นเลยนะ! แถมยังพาผมเดินขึ้นชั้นสองอีก!!
“ปล่อยผมลงนะครับ พี่ไม่หนักเหรอ”
“ไม่ครับ แล้วก็ได้เวลานอนของคนป่วยแล้วด้วย ส่วนเื่ข้อตกลงการเพลย์อะไรนั่นค่อยคุยกันพรุ่งนี้นะ ห้ามดื้อด้วย” วางผมยืนบนพื้นห้องนอนของเขา พร้อมทำหน้าตาจริงจังกำชับ
“ครับ” ผมยิ้มรับรู้สึกดีขึ้นมากหลังจากได้ร้องไห้ไปเมื่อครู่ หมุนตัวจะเดินจากห้องก็ต้องตัวปลิวไปปะทะอกพี่เขาอีกครั้งจากแรงดึงที่ไม่ทันตั้งตัว
“จะไปไหน”
“กลับห้องนอนไงครับ”
“พี่อนุญาตแล้ว?” ผมเลิกคิ้วถามน้องเสียงกดต่ำ เ้าตัวเล็กก้มหน้างุดให้รู้สึกอย่างแกล้งอีกแล้วละครับ แต่พอก่อนน้องไม่สบายอยู่ ค่อยแกล้งตอนน้องหายดีแบบนั้นคงสนุกกว่า “นอนนี่แหละครับ ถ้าเหนือไข้ขึ้นพี่จะได้ดูแล นะ นะครับ” ท้ายเสียงพยายามทำให้มันนุ่มนวลเพื่อให้น้องโอนอ่อนตาม
“ผมเกร---”
“หรือยังไม่ไว้ใจพี่”
“เปล่าครับ ผมไว้ใจ!” เหนือธรารีบตอบพร้อมโบกมือปฏิเสธให้วุ่น
“งั้นนอนนี่เนอะ”
ฮื่อออออ ผมพยักหน้ารับ ท้ายที่สุดผมก็แพ้ให้พี่เขาจนต้องนอนห้องเดียวกันจนได้
“น้องเหนือครับ” พี่จินที่ตอนนี้จับมือผมไปสำรวจร่องรอยที่เ้าตัวตี เมื่อเห็นว่ายังเหลือรอยแดงก็ทายาให้จนเรียบร้อยแล้วเอ่ยถามผมขึ้น
“ครับ”
“ง่วงยัง”
“ง่วงละครับ” ผมล้มตัวลงนอนหลังจากพี่จินเดินไปล้างมือและเก็บหลอดยาเรียบร้อยแล้ว ผมตีมึนสอดตัวนอนอยู่ใต้ผ้าห่มของอีกคน และรับรู้ว่าอีกคนเดินตามมานอนข้างกัน
“พี่จินครับ”
“ครับ”
“วันนี้ขอบคุณมากนะครับ”
“ยินดีครับ”
“พี่จินครับ”
“ว่าไงเด็กดื้อ นอนได้แล้ว หรืออยากให้พี่นอนกอด”
“ม..ไม่ครับ นอนแล้ว ๆ เอ่อ....ฝันดีนะครับ”
“ครับ ฝันดีครับน้องเหนือ”
............................................................................................................
น้องเหนือโดนตีมือเลยเพราะดื้อ
เค้าบอกฝันดีกันแล้วค่ะ ฮืออ น้องเป็เด็กคิดมากนะคะ พี่จินต้องช่วยดูแลน้องแล้วแหละค่ะ
ขอกำลังใจให้เค้ารู้ว่ามีคนอ่านหน่อยนะค๊าาาาา
Tag : #นายท่านของเหนือ
Twitter > https://twitter.com/Klaoklao21