ลำแสงพุ่งออกมาจากดวงตาที่สามซึ่งตรงอยู่ระหว่างคิ้วรูปร่างคล้ายกระบี่เทพ พุ่งตรงแหวกผ่านสุญญากาศให้แตกกระจายออก ดูแล้วรุนแรงยิ่ง
ภายในอกของเต้าหลิงพลันบีบแน่นเมื่อััได้ถึงอันตรายก่อนจะทะยานร่างหลบออกด้วยความเร็ว แต่ว่าพลังปราณที่พุ่งมานั้นรุนแรงเกินไปหนึ่งเส้นพลังปราณบาดเฉียดคอของเขา เืหลั่งไหลออกมาเป็สาย
เมื่อครู่หากเขาหลบช้าไปเพียงนิดศีรษะของเขาคงหมุนกลิ้งอยู่บนพื้นไปแล้วแต่เพียงแค่พลังจากตาที่สามของอีกฝ่ายก็สามารถทำให้เต้าหลิงได้รับาเ็แล้วร่างกายของเต้าหลิงรับรู้ได้ถึงพลังอันน่ากลัว
“ระวังตาที่สามของมันให้ดีอย่าได้ประมือกับพลังของมัน”กันเหยาใช้พลังกายทั้งหมดดันตาข่ายทรายดาราขึ้นมาพลางกล่าวอย่างร้อนรนเมื่อครู่นางก็พลาดท่าเพราะตาที่สามทำให้นางาเ็
ดวงตาที่สามที่อยู่ระหว่างคิ้วของตระกูลสามตานั้นมีความแข็งแกร่งยิ่งมันก็คือดวงตามหาอำนาจ บนโลกนี้น้อยคนนักที่จะกล้าไปหาเื่กับตระกูลสามตา
เต้าหลิงหยักหน้าพลางเริ่มขยับกายคลื่นพลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างพุ่งสู่อากาศทันใดนั้นในกายของเขาก็เกิดเสียงฟ้าร้อง เขาะเิพลังปล่อยหมัดทะลวงออกไป ทั่วทั้งร่างพลันเปล่งแสงสีทองเจิดจ้า
“หายไปซะ!” อสูรสามตาคำรามลั่น แล้วปล่อยหมัดออกไปปะทะ
ปรากฏเสียงดังสนั่นเมื่อทั้งสองหมัดเข้าปะทะกันคลื่นพลังะเิออกเสียจนหินั์โดยรอบถูกหอบลอยมั่วซั่วขึ้นกลางอากาศแล้วสุดท้ายก็ถูกคลื่นพลังกระทบเข้าเสียจนแหลกละเอียด
อสูรสามตาตะลึงงันไม่น้อยเมื่อสักครู่เขานั้นใช้พลังทั้งหมดเข้าปะทะไม่คาดคิดว่าพลังกายของเ้าเด็กนี่จะทัดเทียมสูสีกับเขามันเป็ใครมาจากที่ใดกันร่างกายถึงได้แข็งแกร่งเยี่ยงนี้!
เต้าหลิงคำรามพร้อมกับพลังทั่วร่างที่ทะลักออกมาเส้นผมยาวปลิวไสว ก่อนจะโถมกระหน่ำเข้าไปโจมตีด้วยหมัดอย่างต่อเนื่อง
อสูรสามตาปล่อยแสงออกมาทั่วร่างระดับพลังของเขาก็เพิ่มสูงขึ้น ดวงตาที่สามเปิดออกจนสุดทันใดนั้นภาพของเต้าหลิงที่ฉายอยู่ในม่านตาเขาก็เคลื่อนไหวช้าลงฉับพลันหมัดของเขาก็พุ่งตรงเข้าใส่ที่เอวของเต้าหลิง
การโจมตีนี้เร็วเสียจนไร้ที่เปรียบทว่าเมื่อครู่กันเหยาได้เตือนแล้วว่าให้ระวังดังนั้นเต้าหลิงจึงได้เตรียมรับมือป้องกันตาที่สามอยู่ทุกชั่วขณะไม่คิดว่าดวงตานั้นจะมีอานุภาพร้ายกาจเช่นนี้ เขารีบดึงข้อศอกลงมาขวางไว้ทำให้ร่างทั้งสองต่างสั่นะเื
“ตาย!” ั์ตาเต้าหลิงจ้องเขม็งพลังทั่วร่างปะทุออกมาเป็แสงสีทองที่ร้อนแผดเผา เขาปล่อยหมัดเข้าไปเต็มแรง
แสงเจิดจ้าสาดทั่วพื้นฟ้าดินเสียดแทงตาเสียจนเห็นเป็เงาของสองคนที่กำลังปะทะกัน หินขนาดใหญ่ต่างพากันแตกร้าว บ้างก็กระจายออกเป็เสี่ยงๆฉากเงาร่างที่ทั้งสองปะทะพร้อมกับเสียงดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง
สีหน้าของัคะนองน้ำไม่ใคร่สู้ดีที่จู่ๆก็มีอัจฉริยะที่แข็งแกร่งยิ่งโผล่มาหากเ้าสามตาจัดการกับเด็กนั่นไม่ได้จะต้องเป็ปัญหาใหญ่แน่ อีกทั้งกันเหยานางเองก็ไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่ายๆ
นางสามารถรับมือศัตรูอย่างุ์ได้พร้อมกันสามตนแถมนางยังสังหารไปได้หนึ่ง แค่นี้ก็พอจะเห็นได้แล้วว่านางแข็งแกร่งเพียงใด!
เต้าหลิงยิ่งเข้าปะทะก็ยิ่งฮึกเหิมร่างกายของเขาได้รับาเ็บางส่วน ดวงตาที่สามของอีกฝ่ายน่ากลัวยิ่งนักความเร็วของเต้าหลิงเมื่ออยู่ในตาที่สามนั่นก็จะช้าลงทันทีอีกฝ่ายพุ่งหมัดเข้ามายังหัวคิ้ว ทำให้เืพุ่งทะลักออกมาทันที
หัวคิ้วของเขาชาไปชั่วครู่เสียงฟ้าร้องะเิดังขึ้นภายในร่างเขาคำรามลั่นพร้อมกับพุ่งหมัดเข้าใส่หน้าอกของอสูรสามตาเสียจนทั่วร่างพลันสั่นสะท้าน
พลังแห่งชีวิตที่อยู่รอบตัวหมุนเวียนขึ้นมาเต้าหลิงดูดซับพลังนั้นเข้าไปแทนที่พลังที่สูญเสีย าแตรงหัวคิ้วก็ค่อยหายไปอย่างรวดเร็ว
กลับมาที่อสูรสามตา ทั่วร่างของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อดวงตาที่สามเริ่มพร่ามัวเลือนราง อีกทั้งยังได้รับาเ็แต่ทว่าเขากลับดูดซับพลังมารักษาร่างไม่ทันหากยังคงเป็เช่นนี้ต่อไปคงได้ถูกแรงกดดันในชั้นนี้กดทับจนตายแน่!
“ตายเสียเถิด!” อสูรสามตาคำรามอย่างบ้าคลั่งพลังสำรองที่เก็บออมไว้ในตาที่สามพลันปะทุออกมาซึ่งการโจมตีครั้งนี้รุนแรงยิ่งขึ้นไปอีกเจาะทะลุสุญญากาศพุ่งตรงไปยังระหว่างคิ้วของเต้าหลิงหมายจะให้ทะลุถึงกระดูกหน้าผาก
“ฮึข้ากำลังรอเ้าอยู่เลย!” เต้าหลิงตวาดลั่น ราวกับฟ้าผ่า แขนเสื้อยาวพลันปลิวออกปรากฏหอคอยแสงม่วงล้ำค่าประกายแสงสีม่วงพันล้อมรอบ ก่อนจะทะยานขึ้นไปปะทะ
เสียงตูมดังขึ้นพร้อมกับแผ่นอากาศกระจายออกหอคอยแสงม่วงขนาดเล็กสามารถสลายพลังของอสูรสามตาได้ ช่างแข็งแกร่งยิ่งนักมันลอยค้างอยู่กลางอากาศนานจนพลังสลายไปจนหมด
เต้าหลิงเก็บหอคอยแสงม่วงลงมา ทว่าเขาก็ได้สูญเสียพลังไปมากแรงกดดันในชั้นนี้รุนแรงเกินไป เขาเพิ่งจะได้ฝึกพลังได้ไม่นานเองนะ!
“บัดซบ!” อสูรสามตาเดือดดาลดั่งฟ้าผ่าในนี้เขาไม่อาจปลดปล่อยพลังออกมาได้ทั้งหมดอสูรสามตารู้สึกว่าตนเองในตอนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเต้าหลิงเสียแล้ว หากยังเข้าปะทะต่อไปแรงกดดันในชั้นเจ็ดนี้จะต้องทำให้เขาาเ็สาหัสอย่างแน่นอน!
“ฮึบ!”
กันเหยาเปล่งเสียงเบาพยายามใช้หัวดันตาข่ายขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเรียกกระบี่ล้ำค่าสีแดงฉานออกมาปรากฏเสียงดังราวกับบรรยากาศแตก พร้อมกับที่ตาข่ายใหญ่นั้นฉีกขาดออก
“อะไรกัน?” อสูรสามตากล่าวด้วยน้ำเสียงใ เขากำลังคิดจะหนีอยู่แล้วแต่กันเหยากลับหลุดจากพันธนาการเสียได้ ยุ่งยากเสียแล้วราชวงศ์ต้ากันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเข้าไปยุ่มย่ามด้วยได้!
“ฮึเข้ามา อย่าได้คิดหนี” เต้าหลิงะโลั่นพลังทั่วร่างะเิออกเป็ระลอกคลื่นสีทองกระจายออกไป
“แหลกไปซะ!” อสูรสามตาคายตราล้ำค่าออกมา ทันใดนั้นแสงจ้าก็ะเิออกตราล้ำค่าหมุนวนเข้าไปก่อนจะทำให้ระลอกคลื่นสีทองของเต้าหลิงมลายหายไป
อสูรสามตาอ่อนแรงยิ่งเขาเก็บตราล้ำค่ารวดเร็วแล้วพุ่งทะยานเพื่อหนี เต้าหลิงะโตามหลังว่า “เอาสมบัติเ้าทิ้งไว้ก่อน!”
“บัดซบ!” ัคะนองน้ำบันดาลโทสะอย่างเดือดดาลแผนการของมันเกือบจะสำเร็จแล้วเชียว อีกทั้งยังไปล่วงเกินราชวงศ์ต้ากันอีกเขาแย่แล้ว!
“ผีโลภสมบัติ!” กันเหยาปาดเหงื่อบนหน้าผากออกสายตาก็พลางจ้องมองเต้าหลิงที่วิ่งตามอสูรสามตาไป ตอนนี้นางเหนื่อยจริงๆจึงได้นำกาน้ำหยกออกมาก่อนจะดื่มน้ำแร่ิญญาสองสามอึก จากนั้นจึงได้ตามเต้าหลิงไป
นางเดินตามมาสักพักก็เห็นเต้าหลิงนอนหอบหมดแรงอยู่บนพื้นนางรีบเดินเข้าไปดูทันที “เ้าไม่เป็ไรนะ”
“ให้ตายสิแรงกดดันนี่มันรุนแรงเกินไปแล้ว”เต้าหลิงกัดปากอย่างเสียดายเมื่อครู่เขาเกือบจะจับอสูรสามตาได้สำเร็จแล้วแต่ว่าเ้านั่นกลับเรียกของล้ำค่าที่ใช้หลบหนีออกมาซะอย่างนั้น!
“เ้าคิดฆ่าก็ใช่ว่าจะฆ่าได้ง่ายๆหรอกนะ อย่างไรเสียพวกมันก็ต้องมีของล้ำค่าที่เอาไว้รักษาชีวิตอยู่แล้ว” กันเหยากล่าวให้อีกฝ่ายเข้าใจ ก่อนจะยื่นกาน้ำหยกให้เต้าหลิง “น้ำแร่ิญญานี้จะช่วยฟื้นฟูพลังของเ้า ดื่มซะสิ”
เต้าหลิงรับมาก่อนจะกระดกลงไปสองสามอึกกันเหยาใช้สายตามองไปที่เต้าหลิงในขณะที่นางเห็นว่าเต้าหลิงดื่มน้ำแร่ิญญาหมดแล้ว ใบหน้านางก็ขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อครู่นางก็เพิ่งจะดื่มไป เช่นนี้ไม่ใช่ว่าเป็การประกบปากทางอ้อมหรอกหรือ...
“เ้าเป็อะไรของเ้า?” เต้าหลิงมองเห็นสีหน้าของนางที่แปลกไปก่อนจะมองไปยังกาน้ำหยกพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงดูิ่ “เมื่อครู่ข้าได้ช่วยเ้าเอาไว้กับแค่ดื่มน้ำแร่ของเ้าก็ไม่ได้อย่างนั้นหรือ? ขี้เหนียวจริง”
“เ้าต่างหากที่ขี้เหนียว!” กันเหยาโต้แย้งกลับไปด้วยความโมโหั์ตากลมโตของนางจ้องเขม็ง ใจเต้นดั่งกลองลั่นนางไม่ควรจะเอ่ยเื่เมื่อครู่นี้ออกไปใช่หรือไม่? ไม่ได้การแล้วจะต้องเก็บเป็ความลับ กลืนหายลงไปในท้องได้เลยยิ่งดี!
ในน้ำแร่ิญญาแฝงด้วยพลังที่เปี่ยมล้นเต้าหลิงััได้ว่าทั่วร่างในตอนนี้เต็มเปี่ยมด้วยพลังก่อนจะรีบกล่าวทวงคำพูดที่กันเหยาได้กล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้ “เมื่อครู่เ้าพูดแล้วนะว่าหากช่วยเ้า ข้าจะได้สิ่งตอบแทนกระบี่ล้ำค่าสีแดงฉานเมื่อครู่ก็ไม่เลวเลย ข้าเอาอันนั้นก็พอแล้ว”
ได้ยินดังนั้น มุมปากนิ่มของกันเหยาก็เบะขึ้นในทันที มือเรียวสวยกำแน่นพร้อมกับความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นอยู่ภายในใจนางรู้สึกราวกับว่านี่ไม่ใช่ตัวนางปกติแล้วหากนางย่างเท้าไปที่ใดล้วนแต่เป็เดือนที่มีดาวหลายดวงล้อมรอบตัว ใครๆก็ต่างอยากจะช่วยเหลือแต่ก็ไม่อาจทำได้ แต่กับเ้าคนนี้แค่อ้าปากก็พูดถึงแต่ผลประโยชน์!
ไอ้ขี้งก! นางก็ตั้งฉายาให้อีกฝ่ายอยู่ในใจนางมองเต้าหลิงด้วยหางตาพลางกล่าวเสียงต่ำ“เห็นทีจะไม่ได้ผู้าุโเป็ผู้มอบกระบี่ล้ำค่าให้แก่ข้า เ้าเลือกอันอื่นเถอะ”
“เืสัตว์อสูร์?” เต้าหลิงรีบพูดขึ้นทันที ด้วยสถานะของนางก็ไม่ใช่ธรรมดาก็น่าจะมีของเช่นนี้อยู่กระมัง?
ได้ยินดังนั้นกันเหยาก็เกิดอาการเวียนศีรษะก่อนจะกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึมว่า“ข้าไม่มีหรอก เลือกอันอื่นเถอะ”
“ดีจริงๆไอ้นี่ก็ไม่มี ไอ้นั่นก็ไม่มี นี่เ้ากำลังเล่นลูกไม้กับข้าอยู่หรือ?” เต้าหลิงกล่าวพลางชายตามองนางอย่างจับผิด
กันเหยาขบกรามแน่น ดวงตาโตกลอกไปมา เอ่ยปากอย่างไม่ใคร่พอใจ “เืสัตว์อสูร์ข้าไม่มี แต่ข้ามีเืสัตว์อสูรโบราณ”
นางเพิ่งจะฆ่ามันไปตัวหนึ่งเมื่อครู่แม้จะเป็แค่อสูรโบราณที่เยาว์วัย แต่อย่างไรซะก็ถือว่าเป็เืของสัตว์อสูรโบราณ
เบื้องหน้าปรากฏร่างสีเงินที่ถูกฟันขาดออกเป็สองท่อนคราบเืไหลนองทั่วพื้น เขาบนหัวแตกกระจาย มันก็คือัคะนองน้ำ!
“ของดี!” เต้าหลิงดีใจนักภายในร่างของัคะนองน้ำมีสายเืของัแท้จริงอยู่ทั้งยังแข็งแกร่งกว่าอสูรกิเลนเสือดาว เขา้าแค่เืสัตว์อสูรเท่านั้นไม่ว่าจะแข็งแกร่งในระดับใดก็ตาม เพราะสามารถใช้มันในการเปิดพลังศักยภาพในร่างกาย
เืสีเงินแต่ละหยดถูกเก็บขึ้นมาจากอกของัคะนองน้ำถึงแม้จะมีแค่สามหยด แต่ว่าก็มีมูลค่ามหาศาลแล้วหากนำไปขายข้างนอกคงได้เงินก้อนใหญ่ไม่น้อย
“เ้าจะเข้าสำนักซิงเฉินใช่หรือไม่?” กันเหยาจ้องคนตรงหน้าด้วยแววตาเ้าเล่ห์
“อืมข้ามาเพื่อเข้าสำนักซิงเฉิน คิดว่าอีกไม่นานก็คงถึงเวลาสอบแล้วล่ะ” เต้าหลิงพยักหน้า พลางเอ่ยถามกลับ “เ้าก็ด้วยหรือ?”
“ก็ประมาณนั้นอา...ใช่แล้วข้าดูแล้วพลังของเ้าเหมือนกับว่ายังไม่ได้ทะลวงไปขั้นสถิติญญาใช่หรือไม่?” กันเหยารู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย เหตุใดเขาถึงยังไม่ทะลวงพลัง?
“เร็วๆนี้แหละ” เต้าหลิงสูดลมหายใจลึกพลางหวนคิดถึงคำพูดของชายขาเป๋ที่บอกให้เขาขึ้นไปยังชั้นเก้าแม้ว่าการขึ้นไปชั้นเก้าจะมีความยากลำบากอยู่บ้างแต่เขาก็รู้สึกว่าก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สักเท่าใดนัก
“เมื่อครู่เ้าช่วยข้าไว้โอสถมนุษย์นี้ข้าให้เ้า” ฝ่ามือขาวละเอียดของกันเหยายื่นออกมาบนมือนางมีโอสถเม็ดเปล่งประกายสีทอง กลิ่นหอมคละคลุ้ง ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างเคืองๆว่า “ข้าบอกเ้าแล้วว่าข้าไม่ใช่คนขี้เหนียว”
นางได้เห็นตอนที่เต้าหลิงปะทะกับอสูรสามตา นางก็รู้ได้อย่างชัดเจนว่าโอสถเม็ดนี้จะช่วยเขาฝึกพลังแล้วเขาก็จะสามารถขึ้นไปยังชั้นแปดได้นี่ก็ถือว่าเป็การตอบแทนบุญคุณที่เขาได้ช่วยชีวิตนางไว้
“ได้เ้าไม่ใช่คนขี้เหนียว แต่นี่มันคือโอสถอะไรหรือ?” เต้าหลิงหยิบโอสถเม็ดสีทองขึ้นมาหมุนไปมาด้วยความดีใจ ััได้ว่าโอสถเม็ดนี้จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“มันคือโอสถมนุษย์หากเ้ากินมันแล้ว คาดว่าน่าจะช่วยให้เ้าขึ้นไปยังชั้นแปดได้” กันเหยาเม้มริมฝีปากแดงอย่างฉงน รู้สึกประหลาดใจเหตุใดเขาถึงไม่รู้จักโอสถชนิดนี้ นี่เป็โอสถเม็ดที่มีชื่อแม้ว่ามูลค่าจะไม่สูงนัก แต่ทว่าสำหรับขั้นหลอมกายาแล้วมันสามารถทำให้ทะลวงขีดจำกัดได้!
ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นแต่ไกลชายสองคนสวมชุดนักรบสีเงินรีบวิ่งเข้ามาชุดนักรบสีเงินนั้นแตกต่างจากแบบปกติอยู่บางส่วนสลักอักขระสีทองพันเกลียวแฝงไว้ด้วยคลื่นพลังลึกลับชนิดหนึ่ง
ผู้ที่เดินนำหน้ามาคือผู้าุโท่านหนึ่งที่ดูแล้วทั้งน่าเกรงขามและน่ากลัวั์ตาราวกับตะเกียงสีทองที่กำลังลุกโชนเผาไหม้ อีกทั้งแผ่กระจายคลื่นพลังอันน่าหวาดกลัวปกคลุมไปทั่ว