บทที่ 20 หน้าด้านยิ่งนัก
ด้วยความสามารถของผู้เยียวยา บวกกับประสบการณ์บางอย่างในอดีต ทำให้นางสามารถจับได้ถึงร่องรอยของแดนต้องห้ามที่ยังหลงเหลืออยู่บนร่างของเฉินชิงหยวน
กฎของแดนต้องห้ามนั้นแตกต่างอย่างมาก ไม่เหมือนกับกฎของวิถีแห่ง์และเต๋าเลยแม้แต่น้อย
“ข้าน้อยรู้ดีว่าร่างกายของตนเองพังพินาศไปแล้ว ไม่อยากให้ท่านเสียแรงเปล่า อีกทั้ง ข้าน้อยไม่มีสมบัติติดตัว กลัวว่าจะจ่ายค่ารักษาไม่ไหว เช่นนั้นอย่าเลยดีกว่า!” เมื่อได้ยินว่าผู้เยียวยา้ารักษาตน เฉิน ชิงหยวนรีบพูดขึ้นมา
ความลับที่เฉินชิงหยวนซ่อนเอาไว้นั้นมีมากเกินไป จึงไม่อยากให้ถูกเปิดเผยออกมา
“ข้ารักษาโรค เพียงแค่ถือว่าเป็โชคชะตา ในเมื่อเลือกเ้าแล้วก็จะไม่เก็บค่าใช้จ่ายสักบาทเดียว” ยิ่งเฉินชิงหยวนเป็แบบนี้ ผู้เยียวยาก็ยิ่งสงสัย อยากจะสืบให้ถึงที่สุด
“นั่งลง” ผู้เยียวยายกมือซ้ายขึ้น โบกไปข้างหน้าเบาๆ
ฟึ่บ!
ด้านหน้าปรากฏโต๊ะหินและเก้าอี้หินสองตัว ไม่มีทางเลือก เฉินชิงหยวนจึงต้องนั่งลง คิดหาทางว่าต่อไปควรจะทำอย่างไรดี หากผู้เยียวยามีเจตนาร้าย เฉินชิงหยวนคงต้องใช้ไพ่ตายเพื่อเอาชีวิตรอด
ตอนที่จากแดนต้องห้ามเทียนหยวนมา หญิงชุดแดงได้ให้ป้ายรักษาชีวิตไว้กับ เฉินชิงหยวน หากเผชิญวิกฤตชีวิต นำยัต์พลิกฟ้าออกมา ย่อมสามารถแปรเปลี่ยนอันตรายให้กลายเป็โชคได้
แน่นอนว่าเฉินชิงหยวนยังไม่เคยลองใช้ ไม่รู้ว่ายันต์พลิกฟ้าจะมีผลมากน้อยแค่ไหน
แล้วเฉินชิงหยวนก็ไม่รู้ว่าหญิงชุดแดงถึงได้ใจดีกับตนขนาดนี้ รู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อย แต่ทุกครั้งที่คิดถึงคำถามนี้ เฉินชิงหยวนก็จะหลงตัวเองสักพัก หรือว่าตนหล่อเกินไป? จนทำให้นางหลงรักขึ้นมากันแน่?
“ยื่นมือมา” ผู้เยียวยาทำสายตาเป็เชิงบอกใบ้ เฉินชิงหยวนได้ยินเช่นนั้นก็ยกมือขึ้นช้า ๆ และวางไว้บนโต๊ะ นิ้วมือของผู้เยียวยาแตะลงบนข้อมือของเฉินชิงหยวน เริ่มจับชีพจร
หลังจากสิบกว่าลมหายใจ คิ้วของผู้เยียวยาขมวดเล็กน้อย ในใจคิดอยู่ว่า “ชีพจรสม่ำเสมอ ไม่เหมือนร่างกายที่าเ็ แต่ถ้าไม่ได้าเ็? ร่างกายของคนผู้นี้เหตุใดจึงเหมือนคนธรรมดา? ไร้ซึ่งคลื่นพลังปราณ ช่างประหลาดยิ่งนัก” ขณะที่ตรวจชีพจร ผู้เยียวยายังแอบสำรวจเส้นลมปราณและตันเถียนของเฉินชิงหยวน แต่ไม่พบสิ่งใด
ยิ่งปกติ ก็ยิ่งดูประหลาด
“เ้ายังปิดบังอะไรอยู่หรือไม่?” ผู้เยียวยาชักมือกลับ จ้องมองเฉินชิงหยวนราวกับจะผ่าเขาออกจากตรงกลาง และศึกษาให้ถี่ถ้วนสักตั้ง
“ไม่มี” เฉินชิงหยวนแอบดีใจ ดูท่าทางผู้เยียวยาจะไม่พบว่าร่างกายของข้าฟื้นตัวแล้วแน่ ๆ บนใบหน้าไม่มีสีหน้าเปลี่ยนแปลง ส่ายหน้ากล่าว
“เ้าพักอยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะรักษาเ้าอย่างค่อยเป็ค่อยไป” โรคประหลาดยากเยียวยา มีหรือที่ผู้เยียวยาจะเมินเฉย?
“ไม่เหมาะสมกระมัง” เฉินชิงหยวนในใจหนักอึ้ง “บางทีนี่อาจเป็ชะตากรรมของข้า ไม่อาจให้ท่านเสียแรงเปล่าได้ ข้าจากไปเสียดีกว่า”
‘เ้าอยากจากไปงั้นหรือ? ข้าไม่ยอมให้ไปง่าย ๆ หรอก”
ผู้เยียนยานั้นมีนิสัยแปลกประหลาด ไม่อยากพูดคุยเล่นกับ เฉินชิงหยวน จึงชี้ไปที่ห้องว่างด้านซ้ายของกระท่อมไม้ไผ่ “เ้าไปพักอยู่ทางนั้น!”
พูดจบ ผู้เยียวยาก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้เฉินชิงหยวนนั่งอยู่คนเดียวอย่างอึดอัด
นี่มันเื่อะไรกัน!
เฉินชิงหยวนไม่ได้ตั้งใจจะมาหาผู้เยียวยาั้แ่แรก ร่างกายของเขาฟื้นตัวแล้ว ไม่จำเป็ต้องช่วยเหลือ แต่เขาก็ไม่อาจเปิดเผยเื่นี้กับผู้เยียวยาได้ ไม่อย่างนั้นต้องถูกผ่าเพื่อศึกษาแน่ โดยเฉพาะกระดูกทองคำอันที่ไร้ตำหนิในร่างกายของเขา
‘เหล่าหาน! รอให้ข้ามีโอกาสก่อนเถอะ จะต้องทำให้เ้าเข็ดขยาดแน่!’
พวกเราเป็เหมือนพี่น้องกัน ตอนนั้นข้ายังช่วยชีวิตเ้าไว้ แต่เ้ากลับมาทำร้ายข้าแบบนี้ เฉินชิงหยวนโกรธในใจ โยนความผิดทั้งหมดในเื่นี้ให้หานซาน
โดยไม่รู้เลยว่าหานซานเองก็งงงวยไม่แพ้เขาหรอก ใครจะคิดว่าจะหาเจอได้ง่าย ๆ ในหมู่ผู้คนมากมายเช่นนี้ ถ้ารู้อย่างนี้ ไม่สู้เอาข้อมูลของผู้เยียวยาไปขาย ได้เงินเต็มกระเป๋ามิดีกว่าหรือ?
ผู้เยียวยายังไม่มีเจตนาร้ายต่อเฉินชิงหยวนในตอนนี้ เพียงแต่อยากรู้ให้ชัดเจนถึงร่องรอยพิเศษบนตัวของเฉินชิงหยวน
ดังนั้น ผู้เยียวยาจึงกักตัวเฉินชิงหยวนไว้ในกระท่อมไม้ไผ่ เริ่มใช้วิธีต่าง ๆ เพื่อสืบหาข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเฉินชิงหยวน
การอยู่ในกระท่อมไม้ไผ่ ทำให้เฉินชิงหยวนรู้สึกสบายใจ
“น่าเสียดายจริง ๆ ไม่ใช่ของข้าสักอย่าง” เขาพึมพำขณะที่สายตาก็จับจ้องไปที่สมุนไพรและโอสถล้ำค่าเต็มพื้น เฉินชิงหยวนได้แต่มองโดยไม่กล้าหยิบ รู้สึกคันยิบ ๆ ในใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“อยากได้หรือ?” เฉินชิงหยวนพักอยู่ที่นี่มาห้าวันแล้ว ในที่สุดผู้เยียวยาก็ปรากฏตัว
“อยากได้” เฉินชิงหยวนโค้งคำนับให้ผู้เยียวยา ไม่ปิดบังและพยักหน้ายอมรับ
“ซื่อสัตย์ดี!” จากการสืบสวนสอบสวนหลายวันมานี้ ผู้เยียวยารู้ข้อมูลของเฉินชิงหยวนเป็อย่างดี
“ด้วยความที่ซื่อสัตย์เช่นนี้ ท่านจะให้โอสถิญญาแก่ข้าสักสองสามต้นได้หรือไม่” เฉินชิงหยวนหน้าด้านสุด ๆ ฉวยโอกาสขอต่อ
ผู้เยียวยามองเฉินชิงหยวนด้วยสายตาดุ ๆ
“ฝันไปเถอะ”
“ใช่! แม้ในความฝันข้าก็ยังอยากได้” โอสถิญญาส่วนใหญ่ในทุ่งโอสถล้วนเป็ของชั้นเลิศ แม้จะขุดทั่วทั้งสำนักเสวียนชิงก็หาไม่ได้
“...” ผู้เยียวยาไม่คาดคิดว่าเฉินชิงหยวนจะตอบเช่นนี้ นางชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะรีบเปลี่ยนเื่ “เ้าตอบคำถามข้าก่อนสองสามข้อ ถ้าเ้าซื่อสัตย์! ข้าจะให้โอสถิญญาแก่เ้าสักสองสามต้น”
“ท่านอยากรู้อะไร?” เฉินชิงหยวนกังวลใจ
“ร้อยปีก่อน เ้าเคยไปในแดนต้องห้ามเทียนหยวน ระหว่างนั้นเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง?”
ผู้เยียวยาสนใจแดนต้องห้ามเป็อย่างมาก จึงถามเขาตรง ๆ
“ข้างในมีข้อจำกัดที่น่ากลัวมากมาย ครานั้นเหล่าผู้ยิ่งใหญ่จากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในดินแดนฝูหลิวซิง ส่งผู้แข็งแกร่งเข้าไป ส่วนใหญ่ก็ตายภายใต้ข้อจำกัดของต้องห้ามเทียนหยวน ไม่เหลือแม้แต่ซากศพ ข้าหนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด สูญเสียรากฐานิญญาทั้งหมด กลายเป็เพียงปุถุชนคนธรรมดา” เฉินชิงหยวนพูดจริงครึ่งเท็จครึ่ง
ไม่รู้ว่าเป็เพราะเฉินชิงหยวนแสดงได้ดีหรือเพราะมีกำไลหยกคุ้มกัน ทำให้ผู้เยียวยาแยกไม่ออกว่าประโยคนี้เป็ความจริงหรือไม่? เขาจึงสงสัยถามว่า
“หากเ้ารอดมาได้ ทำไมถึงออกมาจากแดนต้องห้ามเทียนหยวนหลังผ่านไปร้อยปี?”
“ข้าติดกับดักในแดนต้องห้ามเทียนหยวนโดยไม่ได้ตั้งใจ และถูกผนึกไว้เป็เวลาร้อยปี” เฉิงชิงหยวนกล่าวอย่างจริงจังโดยไม่กระพริบตา “เมื่อปลดผนึกแล้ว พลังบำเพ็ญของข้าก็สูญสิ้นไป จึงได้รู้ว่าโลกภายนอกผ่านไปกว่าร้อยปีแล้ว”
“เด็กน้อย หากเ้ากล้าหลอกลวงข้า! คิดให้ดีถึงผลที่จะตามมา!” ผู้เยียวยาแสร้งทำท่าดุร้าย สายตาวาววับด้วยแสงสีเื
“ข้าน้อยไม่กล้า” เฉิงชิงหยวนตอบ
“หลังจากนั้น เ้าไปที่เมืองิเยว่อีกครั้ง ไปทำอะไรที่นั่น?” ผู้เยียวยาถามต่อ
“ออกไปเดินเล่นผ่อนคลาย” เฉิงชิงหยวนตอบ
“เมืองิเยว่อยู่ห่างไกลจากเมืองเสวียนชิงมาก เ้าไปที่นั่นเพื่อผ่อนคลาย จริงหรือ?” ผู้เยียวยารู้สึกสงสัยกับคำตอบนี้
“ท่านผู้เยียนยาสืบเื่ของข้ามาแล้ว ก็น่าจะรู้ว่า่ก่อนหน้านี้ สำนักหยก์และตำหนักบูรพาสุขตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน คนรักของข้า จากข้าไป ข้ารู้สึกหดหู่ใจ จึงเดินทางเที่ยวเล่นผ่อนคลาย โดยไม่รู้ตัวว่าได้เดินทางไปไกลขนาดนั้น” เฉินชิงหยวนไม่เคยคิดมาก่อนว่าเื่นี้จะใช้เป็ข้ออ้างได้ พูดไปพูดมา สีหน้าของเขาก็แสดงความเศร้าโศกออกมา ก่อนจะถอนหายใจยาว
ได้ยินดังนั้น ผู้เยียวยากลับรู้สึกว่ามีเหตุผลมาก จนหาข้อบกพร่องไม่ได้เลย
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้เยียวยาครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “จากสัญชาตญาณของข้า ข้าคิดว่าเ้าไม่ได้พูดความจริงสักคำเดียว” ถึงแม้เฉิงชิงหยวนจะพูดได้สมเหตุสมผล แต่ก็ไม่อาจทำให้ผู้เยียวยาเชื่อจากใจจริงได้
“ท่านผู้เยียวยา สิ่งที่ข้าพูดมาทั้งหมดเป็ความจริง ท่านต้องเชื่อข้านะ!”
เฉินชิงหยวนท่าทางจริงจัง บอกว่าทุกคำพูดของตนเองนั้น ไม่มีแม้แต่คำโกหกแม้เพียงครึ่งคำ