คิดจะจีบผม...มันไม่ง่ายหรอกตอนที่ 14 ชายผู้ถือครองจดหมายรัก
“...” หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวพอได้ยินเสียงชายหนุ่มอันคุ้นเคย ร่างกายเกิดเคลื่อนไหวไปตามอัตโนมัติโดยไม่อาจห้ามปราบได้ใบหน้ารีบหันหน้าหลบออกทันที
ทราเวียร์เดินออกจากห้องรองเข้ามาสู่ห้องหลักด้วยใบหน้าเฉยชาไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นเป็เอกลักษณ์ประจำตัวที่ไม่ว่าใครเห็นล้วนต้องถอนหายใจหมดอารมณ์
เขาจ้องมองมาที่ก้องชายร่างโตไม่คิดหันไปทางอื่นให้เสียเวลาเปล่า
“นายควรออกไปรอนอกห้อง ไม่ใช่เข้ามาในห้องแบบนี้”
“ไม่เป็ไรน่า ยังไงในห้องมันก็ไม่มีคนอยู่แล้วต่อให้ฉันร้องะโยังไงมันก็ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นหรอก...” หัวสมองคล้ายโดนทุบด้วยของแข็ง
จนปากหยุดลงไม่กล้าพูดออกไปอีก
“...มีอะไร?”
“เปล่า อือ จะว่ายังไงดี ก็สร้างความเดือดร้อนไปแล้วด้วยสิเนี่ยฉันขอกลับคำละ กลับคำ” เกือบลืมไปเสียสนิทเลยว่าตนเองพึ่งกระทำไร้มารยาทออกไป
มันรีบหันมาขอโทษหญิงสาวเป็การใหญ่
“...” เอริยิ้มแห้งไม่คิดพูดจา
และนั้นก็ทำให้ทราเวียร์ได้รับรู้แล้วว่านอกเหนือจากตนเองและก้องเพื่อนคนสนิทยังมีบุคคลที่สามอยู่ด้วยทั้งบุคคลผู้นี้ยังเป็บุคคลพิเศษเกือบทำให้ตนนั้นต้องโดนกระทืบตายคาห้องอีกต่างหาก
หล่อนคือสาวงามอันดับหนึ่งของบริษัทเอริอิสตรีไม่ว่าใครเห็นล้วนต้องหลงใหล หลงรัก ผู้ใบหน้างดงามรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์
ทราเวียร์เอียงคอไม่เข้าใจเล็กน้อย
...ทำไมหล่อนถึงยังไม่ไปไหน หรือว่า้าอยู่คุยกับฉันอีก
“...” เพื่อหาคำตอบ
เขาเลยจำต้องเปิดปากถามออกไปทั้งที่ในใจแทบไม่ได้สนใจเลยแม้แต่นิดเดียว
“เธอ? ทำไมถึงยังไม่ออกจากห้องไปอีก” ทราเวียร์หันมาถามกับเอริเขาว่าเขาพูดชัดแล้วนะว่าไม่้าให้หล่อนเข้ามาตามเกาะแกะ
เอริยิ้มแห้งหลบสายตาแหลมคม
“นะ หนูลืมของค่ะ ลืมของ” ช่างเป็การกล่าวอ้างที่น่าสิ้นหวังมากเพราะหล่อนไม่ได้วิ่งเข้าไปยังโต๊ะตัวเองแต่ดันวิ่งกลับเข้าไปในห้องที่เขาพึ่งจากมา
ประตูห้องปิดลงปล่อยให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันตามลำพัง
“...” ทราเวียร์กุมขมับเอาไว้แน่นเลย
“นายไปมองแบบนั้น เธอก็กลัวสิ” ก้องเข้ามาแทรกกลางพูดด้วยรอยยิ้มเห็นได้ชัดเลยว่าจุดประสงค์มันต้องไม่ใช่เพียงแค่กล่าวตักเตือน
โดยเฉพาะกับแววตามันที่ทำเอาเขาหงุดหงิดเป็พิเศษ
...ไม่ต้องมามองฉันแบบนี้เลย ฉันกับหล่อน เราไม่ได้เป็อะไรกันและฉันเองก็ไม่้าไปเป็อะไรกับหล่อนด้วย
ก้องพูดขึ้นเสมือนกับล่วงรู้ว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่ในหัวสมอง
“นายคิดมากไปนะ”
“ละใครเป็คนทำให้ฉันต้องคิดมากแบบนี้ละ”
“ฉันว่านายกับเธอดูเข้ากันได้ดี อาจมากกว่าไอ้เคย์อีกไม่สิต้องเรียกได้ว่าเทียบกันไม่ติด เป็ไงอยากให้ฉันช่วยไหม” ก้องขยับเข้ามาใกล้พูดพอให้ได้ยินกันแค่สองคนทำตัวราวกับพ่อสื่อจับคู่คนอื่นเขาไปทั่ว
ทราเวียร์ถอยห่างออกทันที
“ไม่ต้องมายุ่ง”
“...นายไม่อยากหายจากอาการป่วยเหรอ?”
“ใครบ้างละไม่อยากหาย” ไอ้โรคแปลกประหลาดที่แตะต้องเนื้อตัวผู้หญิงไม่ได้มันเลวร้ายจนแทบอยากจะฆ่าตัวตายให้พ้นไปจากโลกนี้เลยด้วยซ้ำ
ทราเวียร์อยากรักษามันอยู่เหมือนกันแต่มันไม่ได้ง่ายดายพอทำด้วยตัวเองเพียงคนเดียว
“งั้นก็เข้าไปเลย เข้าไปพูดคุยกับหล่อน”
“ต่อให้ฉันอยากหายจากอาการปัญญาอ่อนนี้ก็ใช่ว่าต้องเอาตัวเองเข้าไปแลก ฉันมีวิธีการเป็ของตัวเองไม่ต้องให้คนอื่นมายุ่งหรอก”บ้าหรือว่าโง่จนคิดอะไรไม่ออก
ให้ผู้ชายกลัวผู้หญิงไปอยู่กับผู้หญิง หากพูดคุยกันธรรมดาคงไม่มีอะไรหรอกแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดแตะเนื้อต้องตัวกันความฉิบหายได้มาเยือนจนหยุดเอาไว้ไม่อยู่แน่นอน
เขาต้องเลี่ยงไม่ให้มันเกิดขึ้น
...ด้วยความคิดน้อยของแก แก้าฆ่าฉันใช่ไหม ไอ้สารเลว
“แต่เธอเหมือน้าคุยกับนายนะนายไม่คิดจะเข้าไปคุยกับหล่อนละ” แค่พูดคุยกันคงไม่น่าเป็อะไรติดตรงทราเวียร์ไม่คิดเปิดปากพูดคุยด้วยนี่สิ
เขาเลี่ยงหลีกมันแทบทุกกรณี
“ฉันไม่ได้้าให้หล่อนเข้ามายุ่งย่ามกับชีวิตตัวเองซักหน่อยบอกเอาไว้ตั้งหลายต่อหลายครั้งยังไม่รู้จักฟังอีก” ทราเวียร์ถอนหายใจเหนื่อยอ่อน
“เ็าจังนะ”
“...”
…เทียบกับผู้หญิงคนอื่นเอริดูมีความสนิทชิดเชื้อกว่าทุกคนที่เราเห็นอีกต่างหาก เหมือนเ้าตัวจะไม่รู้ตัวว่าหล่อนในสายตาตนเองมีอิทธิพลมากมายกว่าที่คิด
...น่าสนใจมาก ฉันคงต้องขอจับตามองอย่างใกล้ชิดละนะ
“...” รอยยิ้มก้องฉีกกว้าง
มันมากพอทำให้ทราเวียร์แทบอยากยัดหมัดเข้าไปในปากเพื่อหวังให้มันหุบยิ้มน่ารังเกียจไปให้พ้นหน้าพ้นตาให้หายไปจากโลกนี้ได้ยิ่งดี
“ยิ้มอะไรวะ”
“มีความสุขก็ต้องยิ้มสิ จริงไหม”
“พูดมาก รีบไปกันเถอะ” ทั้งก้าวเท้าออกจากห้อง
ประตูห้องทำงานส่วนของทราเวียร์เปิดขึ้นมาอีกครั้ง
อีด~~~
“ออกไปกันหมดแล้วสินะ” ใบหน้าเอริยื่นออกมาเพื่อดูว่ายังมีใครเหลืออยู่ในห้องอีกรึเปล่าเป็ที่น่าพึ่งพอใจมากสำหรับหล่อน
เพราะด้านนอกตอนนี้ไม่มีใครหลงเหลือเลยแม้แต่คนเดียว
“...” เงียบจนน่ากลัวเมื่อเทียบกับไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
“เกือบไป เกือบไป สายตารุ่นพี่น่ากลัวมากฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้เลยนะ ทำไมต้องมองกันแบบนี้ด้วย ชิ ไอ้คนไร้หัวใจ” เอริกัดปากตัวเองแน่น
เธอแค่้าถามคำถามสองสามข้อกับชวนเขาออกไปด้านนอกซักหน่อยทำไมถึงต้องมาทำแบบนี้กับหล่อนด้วย ชอบปฏิเสธน้ำใจคนอื่นเขา
...ไร้หัวใจจริง หรือว่าเขาควรถอยห่างตามที่เขาบอกดี
“ช่างเถอะ เื่ของเขา เราเองไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วย”
“ว่าแต่...ครั้งนี้เองก็ไม่เจอเหรอ?” เอริถอนหายใจผิดหวังเธอกวาดสายตามองย้ำอีกครั้งเพื่อหาของในสิ่งที่ตัวเอง้าแต่ไม่ว่าจะกวาดสายตามองกี่รอบ
ยังหาไม่เจอ เดินไปจนทั่วก็ยังหาไม่เจอ ไม่ว่าจะทำยังไงเสียเวลาเท่าไหร่ ผลลัพธ์ออกมาก็เหมือนเดิมไม่มีแปรเปลี่ยน
“...หามาตั้งหลายปีแล้วนะ ทำไมถึงยังไม่เจออีกหรือว่าจะไม่ใช่ที่นี่” ก่อนความคิดนั้นจะหายไปในจากหัวทันทีเพราะเธอมั่นใจมากว่ามันต้องเป็ที่นี่
อีกทั้งร่องรอยยังปรากฏให้เห็นเมื่อเดือนที่ผ่านมา
...มันต้องเป็ที่นี่แน่นอน แต่เป็ใครละ หรือจะเป็พี่พลอย นุชอาจเป็เวนิสก็ได้
“ไม่ มันต้องใช่ มันต้องเป็ที่นี่แน่นอน ฉันมั่นใจ” ใบหน้าสง่างามเริ่มขมวดคิ้วก่อนมีพริ้วแดงขึ้นเต็มใบหน้าหล่อนหอบหายใจกระหายออกมาเล็กน้อย
ก้มมองนาฬิกาเกือบถึงเวลาที่หล่อนต้องออกไปหาความสุขให้กับตัวเอง
“ได้เวลาแล้วเหรอเนี่ย!?”
“…ปะ ไปเข้าห้องน้ำดีกว่า” สายตาดันเหลือบไปเห็นจดหมายรักเสียก่อน
“เดี๋ยวก่อน ยังไม่ได้ ยังไม่ได้ ฉันต้องไปหาพี่เคย์ก่อนสิ” หากไม่ไปตามนัดอาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดีหล่อนไม่ปรารถนาให้เป็แบบนั้นคิดได้จบ
มือเรียวหยิบเอาจดหมายพร้อมเดินออกจากห้องไป
“ครั้งที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย” เอริถอนหายใจเบื่อหน่าย
กลับมาทางด้านของทราเวียร์
“...” เ้าตัวยังก้าวเท้าเดินนิ่ง
ไม่คิดเปิดปากพูดจากับคนอื่น
“จะไปกินที่ไหนดี?” ก้องหันมาถามทราเวียร์
“ที่เดิมเป็ไง เงียบสงบไม่มีผู้คนมายุ่งวุ่นวาย”คำตอบออกมาแทบเหมือนกันทุกครั้ง ต่อให้ทราเวียร์ไม่เปิดปากบอกว่ามันเป็ที่แบบไหน
ก้องพาเข้าไปได้โดยไม่ต้องเสียเวลานั่งจำเส้นทาง
“เอาตามนั้นละกัน”
หลังจากซื้อข้าวเรียบร้อยเหลือเพียงพื้นที่สำหรับนั่งรับประทานอาหารทั้งสองก็เดินมาเจอเข้ากับร่างชายหนุ่มหน้าหล่อที่ขึ้นชื่อว่าหล่อเหลาที่สุดเป็อันดับหนึ่ง
เคย์ชายที่คิดหัวใจหญิงสาวอันดับหนึ่งอย่างเอริ ผู้ส่งจดหมายรักครั้งแล้วครั้งเล่ามาไม่หยุดหย่อนหวังเพียงให้อีกฝ่ายตอบรับข้อเสนอ
“พี่เคย์ พี่จะไปไหนคะ”
“ผมขอตัวก่อนนะครับ” เคย์ยิ้มหวานให้กับหญิงสาวรีบเดินก้าวเท้าถอยออกมาแต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าออกไปไหนก็เจอเข้ากับหญิงสาวอีกตามเคย
ถุงขนมยื่นให้ถึงมือ
“รับขนมจากฉันไปด้วยเถอะค่ะ”
“ไม่เป็ไรครับ ผมเกรงใจ”หากไม่รับคงน่าเกียจสุดท้ายเขาจำต้องเก็บกลับมา
“...รอฉันด้วยสิค่ะ”
“ขอตัวก่อนนะครับ” พูดจบเคย์รีบก้าวเท้าเดินออกมาเหล่าแฟนคลับทั้งหลายต่างรับรู้โดยทั่วกันว่าเคย์กำลังทำอะไรจะไปไหนเพราะเส้นทางนี้มันมีขึ้นเพื่อเชื่อมไปยังสถานที่หนึ่งเดียวเท่านั้น
และหากเป็ไปตามที่คาดเคย์คงไม่ประสบผลสำเร็จเหมือนเดิม
“น่าเสียดายจัง”
“ฉันหวังว่าเขาจะสมหวัง”
“หวังว่านะ”
เคย์ไม่ได้สนใจใครหน้าไหน เ้าตัวก้าวเท้าเดินหนักแน่นไปยังทิศทางห้องทำงานแผนกที่เอริทำงานอยู่ด้วยจุดประสงค์เดียวคือสารภาพรักกับหล่อน
สายตามันเหลือบไปเห็นร่างทั้งสอง
“พวกนายสองคน?”
“สวัสดีครับ พี่เคย์” ทราเวียร์ก้มหัวให้เล็กน้อย
“นายกำลังไปไหนเนี่ย เห็นรีบร้อนอยู่” ส่วนก้องไม่ได้ก้มหัวให้ไม่สิต้องบอกว่าไม่มีเศษเสี้ยวความเคารพให้เห็นอาจเพราะตำแหน่งพวกเขาระดับเดียวกันอายุใกล้เคียงกัน จะมีแตกต่างกันตรงที่เบื้องหน้าเื้ัละนะ
“ฉันจะไปไหนมันเื่ของฉัน ไม่ต้องให้พวกนายมายุ่ง” เคย์มองตาขวางไม่คิดเสวนากับผู้ชายทั้งสองไม่สิต้องบอกว่าหากเป็ผู้ชายไม่ว่าหน้าไหน
ล้วนได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกันหมดนั้นคือเหยียดหยามและเหยียบย่ำ
“ครับ งั้นผมขอตัวก่อน” ทราเวียร์เองไม่ได้อยากอยู่นานหรอก
เขาเริ่มก้าวเท้าเดินออกครั้ง
“เดี๋ยว ฉันยังไม่ได้สั่งให้พวกแกไป ทำไมพวกแกถึงได้รีบร้อนนัก”
“เวลาเที่ยงก็ต้องไปกินข้าวสิ นายไม่มีตารึยังไง” บังเอิญว่าเขาเป็คนไม่ใช่ข้าทาสของเคย์ก้องผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหนพร้อมท้าชนหันไปมองตาขวางใส่
เคย์ที่จุดเดือดต่ำพร้อมเข้าหากันเช่นกัน
“แกว่ายังไงนะ” บรรยากาศพร้อมสำหรับมีเื่เพียงแต่ว่าทราเวียร์ไม่ได้้าให้มันเกิดขึ้นเนื่องจากปัญหาที่ตามมามันไม่ใช่เื่เล็กน้อยหากลงไม้ลงมือขึ้นมา
เขาจำต้องออกปากห้ามเอาไว้ก่อน
“ก้อง”
“เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว ไม่เอาแล้วด้วย พอใจไหม?” ชายหนุ่มร่างโตคิ้วกระตุกจนสุดท้ายเขาเลือกยอมถอยหลังให้ไม่คิดทำการใหญ่
ทราเวียร์พยักหน้าดีตรงที่ก้องรู้ว่าเวลาไหนควรลงมือเวลาไหนควรถอย
“อืม”
“พวกแกเห็นเอริไหม?” มันหลงคิดไปว่าทั้งสองหวาดกลัว
เลยแสดงท่าทีเหนือกว่าให้เห็นโดยไม่คิดกักเก็บ
“เธออยู่ในห้องครับ” ทราเวียร์ก็ไม่ได้ใส่ใจ หากมันอยากแสดงก็ปล่อยให้มันแสดงต่อไปเื่อะไรต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว
“ดีที่สุด” เคย์หัวเราะจ้องมองทิศทางเบื้องหน้าด้วยแววตาลุ่มหลง
ก่อนเปลี่ยนไปเมื่อเห็นทราเวียร์กับก้องขวางเส้นทาง
“อย่าได้ขวางทางฉัน”
“...” ก้องกำหมัดแน่น
ส่วนทราเวียร์เลือกยิ้มให้เล็กน้อยเป็ของขวัญก่อนจากลา
“ขอให้รุ่นพี่สมหวังนะครับ”
“หึ” เคย์ไม่ได้สนใจนายหมูนายหมา
เขารีบตรงเข้าไปเตรียมหาเอริหญิงสาวที่ตนรัก
“สมหวังกับคำปฏิเสธสมหวังกับความเสียใจที่จะประดังเข้ามาในชีวิตไม่ขาดสายและในเมื่อสมหวังแล้วก็ขอให้ตายห่าไปซะไอ้เวร” รอยยิ้มทราเวียร์แสยะยิ้มจนทำเอาก้องหนาวสั่นไปพักหนึ่ง
“นายมันปากเสีย”
“คนไม่ใช่อิฐใช่ปูนจะได้ทนคนอื่นได้ตลอดมีโอกาสก็ต้องคว้าเอาไว้สิ”
“แต่มันเป็การลอบกัดนะ แบบนี้”
“คนโง่เท่านั้นที่ไปสู้ในสถานที่ตัวเองสู้เสียเปรียบ”สุดท้ายปลายทางมีแต่ความเศร้าโศกและเวทนารอคอยเคย์อยู่ เขาไม่ได้ดุด่าต่อหน้า
แต่กำลังรอคอยเยาะเย้ยดูมันโดนหักอก นอกเหนือจากทั้งสองคนที่โดนเคย์ตอกย้ำเหยียดหยามไปตามอารมณ์ยังมีคนอื่นอีกที่ตกเป็เป้าหมาย
ส่วนใหญ่ล้วนเป็พวกตัวเล็กตัวน้อยหาค่าไม่ได้