ตอนที่ 7 เริ่มงานที่รีสอร์ท
ปฐีเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่หนูนานั่งรออยู่ก่อนหน้า เอ่ยถามถึงเื่ขาของหนูนาเมื่อวานที่ยืนนานจนปวด
“ขาหายปวดหรือยัง” ปฐีถามขึ้นด้วยความเป็ห่วงแล้ววันนี้ปฐีก็เห็นว่าหนูนาใส่ถุงเท้ามา สงสัยวันนี้หนูนาน่าจะสวมรองเท้าผ้าใบมาแล้วก็จริงอย่างที่เขาคิด
“ดีขึ้นแล้วค่ะวันนี้พี่ดินจะให้หนูนาทำงานตรงส่วนไหนคะ” หนูนาเลือกที่จะถามพี่ดินถึงเื่งานที่เธอจะต้องทำวันนี้และหนูนาก็หวังว่าพี่ดินคงจะไม่ให้เธอไปยืนและเดินทั้งวันเหมือนเมื่อวานนี้อีกนะ
“วันนี้ไปนั่งที่เคาน์เตอร์คอยให้คำแนะนำลูกค้าก็แล้วกัน”สิ่งที่ปฐี้าก็คือหางานที่ไม่ต้องยืนให้หนูนา เพราะกลัวว่าขาของเธอจะเจ็บเหมือนเมื่อวานนี้อีกแล้วเคาน์เตอร์ด้านหน้ารีสอร์ท ก็เป็จุดแรกที่นักท่องเที่ยวจะต้องเดินผ่านแล้วมันก็ใกล้กับสถานที่ที่เขานั่งทำงานอีกด้วย
“โอเคค่ะ”
“ไปนั่งอยู่กับเจี๊ยบนะ พี่บอกเจี๊ยบไว้แล้วเราจะได้ไม่เหงาด้วยดีไหม” เจี๊ยบก็คือคนที่ทำงานตรงฝ่ายประชาสัมพันธ์ตรงนั้นอยู่แล้ว
“ดีค่ะ” หนูนายิ้มให้ปฐีอย่างน่ารักเพราะพี่ดินมักจะใจดีกับเธอแบบนี้เสมอ
แล้วรอยยิ้มของเธอตอนนี้ มันก็ทำให้หัวใจของปฐีสั่นอีกแล้วทำให้เขาถึงกับต้องตั้งสติแล้วสูดหายใจเข้าปอดลึกๆกลัวว่าตัวเองจะอดใจไม่ไหวเข้าสักวัน ก็แก้มป้องๆกับรอยยิ้มหวานๆของเธอมันน่ารักเกินไป
“ถ้างั้นก็ไปเถอะ มีปัญหาอะไรก็เดินมาปรึกษาพี่ได้ไม่ต้องเกรงใจ”เขาบอกเธอเสียงเรียบๆไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไร
“แหม นี่ถ้าหนูนายังเป็เด็กเหมือนเมื่อก่อนนะหนูนาจะะโกอดพี่ดินสักทีสองที” หนูนาพูดเสียงใสในใจไม่ได้คิดอะไร เธอแค่เห็นเขาเป็พี่ชายที่แสนดีของเธอก็เท่านั้น หนูนาเป็ลูกคนเดียวไม่มีพี่ไม่มีน้อง เธอเห็นพี่ดินเป็พี่ชายของเธอคนหนึ่ง
“มาสิมา...” ปฐีอ้าแขนออกรอให้เธอเข้ามากอดตามที่เธอพูด
“คงไม่ได้หรอกคะ เพราะตอนนี้หนูนาโตแล้วเดี๋ยวพี่ดินจะหาว่าหนูนาไม่ยอมโตสักทีอีก” ก็เมื่อวานเขายังบอกอยู่เลยว่าหนูนาไม่โตตัวเตี้ยเหมือนเดิมเลย
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปเลยป่ะ” ดีแต่พูดพอเอาเข้าจริงๆเธอก็ไม่กล้าเหมือนเดิมไม่รู้จะพูดให้เขาดีใจไปทำไม
“งั้นหนูนาไปนะคะ”
“อือ ตอนเที่ยงเอาข้าวมาให้พี่ด้วย” ก็เขาอยากเห็นหน้าเธอเช้า กลางวัน เย็น ใครจะทำไม
“แล้วปกติใครเอามาให้คะ”
“คิดซะว่าเป็หน้าที่ใหม่ของหนูนาด้วยก็แล้วกัน” เขาไม่ได้ตอบคำถามเธอ แต่เลือกที่จะสั่งให้เธอเอามาให้เขาแทน
“ค่ะ” ก็เขาเป็เ้านายก็แค่เอาข้าวมาให้มันก็ไม่ได้ลำบากอะไร เธอก็เลยรับคำสั่งมาอย่างง่ายๆ จากนั้นหนูนาก็เดินออกจากบ้านของเขาไปเธอเดินไปหาพี่เจี๊ยบ ตามที่เขาบอก
“พี่เจี๊ยบ สวัสดีค่ะ” ทุกคนที่นี่ส่วนมากก็จะรู้จักหนูนากันทั้งนั้นเพราะเธอชอบมาเดินเล่นที่นี่บ่อยแต่วันนี้เธอมาที่นี่ในฐานะพนักงานคนหนึ่งของที่นี่ ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน
“อ้าวหนูนามาๆ คุณดินบอกพี่ไว้แล้วว่าหนูนาจะมาทำงานกับพี่เรียนจบแล้วโตเป็สาวขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย” พี่เจี๊ยบหญิงสาววัยเกือบสามสิบปีทำงานที่นี่มาก็หลายปีแล้ว เอ่ยทักทายหนูนาอย่างคนกันเองเพราะหนูนาเป็เด็กน่ารักสดใส หน้าตาก็สวย ใครเห็นใครก็รัก
“ขอบคุณค่ะ พี่เจี๊ยบก็ยังดูสวยเหมือนเดิมเลยนะคะ” หนูนาเป็เด็กพูดเป็อยู่เป็ เธอเข้ากับทุกคนได้ดีเสมอมาแต่มีอยู่ข้อหนึ่งที่เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมเธอถึงหาแฟนไม่ได้สักที
“แหม...ปากหวานเหมือนเดิมเลยน้า...หนูนา” พี่เจี๊ยบเมื่อได้ฟังคำพูดหวานๆออกจากปากเด็กสาวที่เธอก็เคยรู้สึกเอ็นดูมาก่อน ถึงกับต้องยิ้มกว้างเพราะนานๆทีจะมีคนมาชมแบบนี้ซึ่งก็ไม่ได้มีใครมาชมแบบนี้บ่อยนัก
“หนูนาพูดจริง” หนูนายังคงย้ำทำให้พี่เจี๊ยบเขินไปเลยทีนี้
“พอเลยๆ ไปเรียนกรุงเทพมาตั้งหลายปี มีแฟนกับเขาหรือยังเนี่ย”
“ไม่มีเลยค่ะพี่เจี๊ยบ” หนูนาส่ายหน้าเบาๆเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงอับโชคเื่ผู้ชายขนาดนี้
“พี่ไม่เชื่อหรอก หนูนาออกจะสวยและน่ารักขนาดนี้จะไม่มีผู้ชายคนไหนมามองบ้างเลยเหรอ”
“นั่นสิ! หนูนาก็อยากรู้เหมือนกัน”หนูนาพูดด้วยสีหน้าดูจริงจังสุดๆ เพราะอะไรกันนะเธอถึงไม่มีใครสนใจ
“นี่...อย่าบอกนะว่าพูดจริง มันจะเป็ไปได้ยังไง”เจี๊ยบยังไม่อยากจะเชื่อเลย หนูนาเป็เด็กที่ใครเห็นใครก็ต้องรักหนูนามีหน้าตาที่จัดว่าสวยมากๆ แถมเธอยังพูดเก่งยิ้มเก่งขนาดเจี๊ยบเป็ผู้หญิงเหมือนกันแท้ๆ ยังรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้เลย
“จริงค่ะพี่เจี๊ยบ พี่เจี๊ยบลองช่วยหนูนาคิดหน่อยสิคะว่าหนูนามีข้อเสียอะไรถึงไม่มีแฟนกับเขาสักที” หนูนาพูดด้วยสีหน้าน่าสงสารเธอทำตาปริบๆ แม่ก็อยากให้เธอมีแฟนสักที ท่านอยากจะมีหลานไว้เลี้ยงเหมือนบ้านอื่นๆบ้างแต่ตอนนี้อย่าพึ่งถามหาหลานเลย หาพ่อของลูกให้ได้ก่อนเถอะ
“ทุกคนก็ต้องมีข้อเสียทั้งนั้นแหละ แต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะเจอข้อเสียมันก็ต้องลองคบกันก่อนหรือเปล่ามีไหมแบบคบกันแล้วเลิกน่ะ” ถ้าคบกันแล้วเลิกก็น่าจะพอหาข้อเสียได้
“คบอะไร แค่เข้ามาจีบ สามวันก็หายเงียบไปแล้ว” คำบอกเล่าของหนูนาทำให้พี่เจี๊ยบยิ่งงงเข้าไปอีก อะไรกัน! ถ้าสวยขนาดนี้ยังหาแฟนไม่ได้ คนหน้าตาไม่ดี ก็คงไม่ต้องมีผัวกันแล้วมั้ง
“อะไรกัน พี่ไม่อยากจะเชื่อเลย”
“แต่มันเป็ไปแล้วค่ะ สงสัยเนื้อคู่ของหนูนาจะยังไม่เกิด”
“เอาน่าเดี๋ยวก็มา ทำงานกันดีกว่าลูกค้ามาโน่นแล้วไปคุณน้องแสดงฝีมือคุยกับลูกค้าผู้ชายให้คุณพี่ดูหน่อยซิ” เจี๊ยบอยากเห็นตอนที่หนูนาคุยกับลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าผู้ชายดูซิว่าหนูนาจะพอมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามได้บ้างหรือเปล่า
“ได้เลยค่ะพี่เจี๊ยบ” จากนั้นหนูนาก็ยืนขึ้นแล้วก็เอ่ยสวัสดีลูกค้าที่เดินเข้ามาคนเดียว เขาลากกระเป๋าใบใหญ่มาด้วยหนึ่งใบ
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า” หนูนาเอ่ยสวัสดีด้วยรอยยิ้ม หน้าสวยหวานของเธอทำให้ลูกค้าคนนั้นที่เดินเข้ามายิ้มให้เธอเช่นกัน
“สวัสดีครับ”
“คุณลูกค้าได้จองห้องพักไว้หรือยังคะ” น้ำเสียงบ่งบอกว่าเธอใส่ใจแล้วก็ยินดีที่จะรับรองลูกค้าด้วยมิตรภาพและการบริการที่ดียิ้มแย้มแจ่มใสและที่สำคัญดูเป็กันเอง
“ยังเลยครับ มีบริการแนะนำไหมครับ พอดีผมพึ่งจะเคยมาเที่ยวที่นี่เป็ครั้งแรก” ลูกค้าคนนี้ ก็เหมือนอยากจะหาเื่คุยกับหนูนาด้วยสิดูจากการดึงเวลาการพูดคุย โดนการให้หนูนาแนะนำเื่ห้องพักให้เพราะเธอคงต้องอธิบายนานเลยแหละ เพราะห้องพักที่นี่มีหลายราคาหลายเกรดมีทั้งเล็กทั้งใหญ่ เพราะฉะนั้นราคาแต่ละห้องก็จะแตกต่างกันออกไป
“ถ้างั้นเดี๋ยวหนูนาจะแนะนำห้องพักให้คุณลูกค้าก่อนแล้วกันนะคะเพราะว่าห้องพักที่นี่มีหลายราคา แล้วแต่คุณลูกค้าจะสะดวกค่ะแล้วหนูนาก็จะแนะนำวิวสวยๆ ที่ถ่ายรูปให้กับคุณลูกค้าด้วยดีไหมคะ” หนูนาเห็นว่าเขามีกล้องคล้องคอติดมาด้วย เขาคงชอบถ่ายรูปแน่ๆนี่ก็คือการบริการใส่ใจลูกค้าอีกหนึ่งข้อที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ
“ดีครับ” แล้วลูกค้าคนดังกล่าวก็ก้มมองดูกล้องที่คล้องคออยู่ทำให้ลูกค้าคนนี้รู้ว่าเธอใส่ใจดี รู้จักสังเกต
“อ่อ...พอดีหนูนาเห็นคุณมีกล้องคล้องคอมาด้วยก็เลยคิดว่าคุณน่าจะชอบถ่ายรูปค่ะ”
“ครับผมชอบ...” แล้วสายตาของลูกค้าคนนี้ก็ดูกรุ่มกริ่มมากไม่รู้ว่าชอบถ่ายรูปหรือว่าชอบอะไรกันแน่
“ชื่อหนูนาเหรอครับ ชื่อน่ารักจังเลยนะครับ” พี่เจี๊ยบที่นั่งมองหนูนากับลูกค้าสนทนากันก็แอบคิดว่า หนูนาก็ดูมีเสน่ห์ดีไม่เห็นเหมือนกับที่หนูนาเล่าให้เธอฟังเลยเพราะเธอก็พอดูออกว่าลูกค้าคนนี้สนใจในตัวหนูนาอยู่ไม่น้อย
“ชื่อน่ารัก อย่างเดียวหรือคะ” คนขี้เล่นก็เอ่ยถามออกไปอย่างลืมตัวเพราะปกติแล้วหนูนามักจะเป็คนพูดจาแบบนี้อยู่แล้วแต่เธอแค่อาจจะลืมไปว่าผู้ชายคนนี้เป็ลูกค้า
ตลอดเวลาที่ผ่านๆมา หนูนาก็พยายามโปรยเสน่ห์มาตลอดนั่นแหละแต่ไม่ว่าเธอจะโปรยเสน่ห์ขนาดไหน ก็ยังไม่มีผู้ชายคนไหนสนใจเธออยู่ดีเธอคิดแบบนั้น
หนูนาติดนิสัยการพูดปกติของเธอ มาพูดกับลูกค้าแต่ดูเหมือนว่าลูกค้าคนนี้จะเล่นด้วยกับหนูนาแล้วสิ
“คนก็น่ารักครับ ไม่ทราบว่าคุณหนูนา ทำงานที่นี่มานานหรือยังครับ” ลูกค้าคนนั้นพูดอย่างสุภาพ ไม่ได้ดูจาบจ้วงจนเกินไป
“อ่อพึ่งทำวันนี้วันแรกเลยค่ะ” จากนั้นหนูนาก็เริ่มแนะนำห้องพักกับบ้านพักในแต่ละหลังให้กับคุณลูกค้าคนนี้อย่างชำนาญ โดยมีภาพในแท็บเล็ตประกอบถึงเธอจะได้ทำงานวันนี้เป็วันแรก แต่เธอก็คุ้นเคยกับที่นี่ดีและด้วยความอยากรู้อยากเห็น่วัยเด็กของเธอเธอก็เลยรู้รายละเอียดของที่นี่ดีพอประมาณเธออธิบายได้ดีจนลูกค้าคนนี้ที่กำลังฟังเธออธิบายอย่างตั้งใจ ถึงกับทึ่งไปเลยเพราะไม่คิดว่า คนที่มาทำงานวันแรก จะอธิบายได้ดีขนาดนี้
“โอ้โหเก่งจังเลยนะครับ สามารถแนะนำห้องพักกับสถานที่ท่องเที่ยวได้ด้วยผมชักไม่อยากจะไม่เชื่อแล้วสิ ว่าคุณหนูนาพึ่งจะมาทำงานที่นี่เป็วันแรก”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ พอดีพ่อของหนูนาทำงานอยู่ที่นี่ั้แ่หนูนาเด็กๆหนูนามาวิ่งเล่นที่นี่บ่อย แล้วที่บอกว่าพึ่งมาทำงานวันแรกหนูนาพึ่งจะเรียนจบกลับมาค่ะ” เธอคุยกับลูกค้าอย่างเป็กันเองอีกอย่างก็เพื่อ้าทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีด้วย
“อ่อครับ คนพื้นที่นั่นเอง”
“ใช่แล้วค่ะ ตกลงคุณลูกค้าสนใจห้องที่อยู่ริมสุด บรรยากาศดีสุด ห้องใหญ่สุดนะคะ” เสียงใสๆบวกกับรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ของเธอ ทำให้ลูกค้าคนดังกล่าว ยอมตกลงเลือกห้องที่มีราคาแพงที่สุดไปอย่างง่ายดาย
“ครับ ตามนั้นเลยครับ”
“ไปค่ะ เดี๋ยวหนูนาจะให้คนพาไปห้องพักก่อนแล้วถ้าคุณลูกค้าอยากจะรู้เื่อะไรอีก สามารถมาสอบถามหนูนาได้โดยตรงเลยนะคะ” หนูนาพยายามบริการลูกค้าให้ดีที่สุดเพราะเธอคิดว่ามันเป็งานของเธอ แต่เธอไม่รู้เลยว่า ทุกการกระทำของเธอตอนนี้มีใครบางคนกำลังยืนมองเธออยู่ แล้วเขาก็รู้สึกไม่พอใจมากซะด้วย
“บริการดีจังเลยนะครับ เดี๋ยวผมจะกลับมาถามอีกแน่แต่ตอนนี้ขอตัวเอากระเป๋าไปเก็บก่อนนะครับ”
“ยินดีค่ะ หวังว่าบริการของทางรีสอร์ทของเรา จะทำให้คุณลูกค้าประทับใจนะคะ” หนูนารู้ดีว่าที่นี่เน้นการบริการทุกระดับประทับใจเธอก็เลยตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่
“แค่นี้ก็ประทับใจมากแล้วครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
“เชิญค่ะ”
“อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมของปฐีดังขึ้น