"นั่น...นายหรอ โอเมก้า?"
เสียงในมือซ้ายนิ่งอยู่สักครู่ ราวกับกำลังยิ้มอยู่ข้างใน
"ใช่ ฉันเอง"
เอสลดมือลงจากหู มองฝ่ามือซ้ายที่ตอนนี้ดูธรรมดาที่สุดในโลก ไม่มีแสง ไม่มีตราสัญลักษณ์ แค่มือของเด็กอายุสิบสี่ปีในยามเช้า
"หรือฉันควรเรียกนายว่า...ธีร์ดีละ?"
เอสหยุดนิ่ง
ชื่อนั้นไม่ได้ถูกเรียกมานานมาก นานจนเขาเกือบลืมว่าตัวเองเคยเป็คนที่มีชื่อนั้น
"เรียกเอสนั้นแหละ" เขาพูดเบาๆ "นั่นคือชื่อของฉันในโลกนี้"
"โอเค เอส"
เสียงนั้นอุ่นกว่าที่เขาจำได้จากคืนที่เจอกันครั้งเดียวในชีวิตที่แล้ว ในคืนที่ห้องมืดและดาบเรืองแสง บางทีเสียงที่อุ่นขึ้นก็คือเสียงเดิมที่ฟังต่างออกไปเพราะเขาต่างออกไป
"แล้วทำไมฉันถึงได้ยินเสียงนายจากมือ?" เขาถามต่อ ยกมือขึ้นมองอีกครั้ง "ไม่ใช่ในหัว แต่จากมือจริงๆ"
"เพราะฉันเป็คนมอบพรให้นายยังไงละ" เสียงโอเมก้าพูดราวกับเป็เื่ชัดเจน "มือข้างซ้ายนั้นคือจุดเชื่อมต่อระหว่างฉันกับนาย ฉันสามารถติดต่อผ่านมันได้ แต่ไม่บ่อยนัก แค่บาง่ที่จำเป็หรือฉันว่าง"
เอสนิ่ง "แล้วทำไมถึงว่างแค่บางทีล่ะ?"
"นายคิดว่าฉันไม่มีอะไรทำหรือ?"
"ฉันไม่รู้หรอกว่าทูต์ทำอะไรในเวลาว่าง"
เสียงเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนกำลังอมยิ้ม
"ตอนนี้แค่ว่างเลยมาบอกเื่พร เพราะคิดว่าถึงเวลาแล้วที่นายควรรู้"
"บอกเลย"
"พรที่ฉันมอบให้มีสามอย่าง" เสียงนั้นชัดขึ้นเล็กน้อย เหมือนตั้งใจให้เอสจำ "อย่างแรก รักษาและเยียวยา นายใช้ไปบ้างแล้ว อย่างที่สอง การสะสมดวงดี"
"การสะสมดวงดี?"
"่เวลาที่นายไม่ได้พึ่งดวงเลย นายสะสมดวงดีไว้โดยไม่รู้ตัว พอถึงสถานการณ์คับขันที่นาย้ามันจริงๆ ดวงดีที่สะสมไว้จะออกมาเอง ลมที่พัดในคืนที่ถูกซุ่มโจมตีนั่นแหละคือดวงดี"
เอสนิ่งไปสักพัก ภาพคืนนั้นผุดขึ้นมา ไฟที่กำลังจะเผาต่อแตน มือซ้ายที่อุ่นขึ้น ลมที่พัดมาพอดี
ไม่ใช่บังเอิญ แต่ไม่ใช่เขาบังคับมันมาด้วย
"แล้วอย่างที่สาม?"
"ชิปเวทมนตร์ที่นายมีอยู่ในมือแล้วั้แ่ต้น"
เอสมองวงแหวนเวทที่เขาเพิ่งสร้างเมื่อกี้ ตอนนี้มันดับไปแล้ว แต่เขาจำได้ว่ามันหมุนเร็วกว่าของอาเร
"อาเรบอกว่าชิปฉันคุณภาพดีมาก"
"แน่นอน ฉันไม่มอบของธรรมดาให้" เสียงนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูภูมิใจเล็กน้อย "และถ้าพรของนายพัฒนาขึ้น ความสามารถทั้งสามอย่างก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย รักษาได้มากขึ้น สะสมดวงได้มากขึ้น ชิปแข็งแกร่งขึ้น"
"แล้วพัฒนายังไง?"
"ใช้มัน" เสียงตอบสั้นๆ "พรจะแบ่งออกเป็ 3 ระดับเรียงจากพลังน้อยไปมากนั้นคือ พรวิเศษ พรพรศักดิ์สิทธิ์ พร์ ซึ่งจะได้รับเป็พรวิเศษก่อนแล้วจึงค่อยพัฒนาเป็พรศักดิ์สิทธิ์และพร์ในภายหลัง เพราะงั้นพรของนายคือพรวิเศษ"
เอสนั่งอยู่กับข้อมูลนั้นสักพัก ลานฝึกยังเงียบอยู่ แสงเช้าขยับมาทีละนิด
"ทำไมนายพึ่งมาบอกตอนนี้?" เขาถามสิ่งที่อยากรู้มากที่สุด "ก่อนหน้านี้นายไม่เคยติดต่อมาเลย"
"ก่อนหน้านี้นายยังเด็กอยู่ ร่างกายยังไม่พร้อม จิตใจยังไม่นิ่งพอที่จะรับข้อมูลได้ชัดเจน" เสียงโอเมก้าพูดเรียบๆ "ตอนนี้นายโตพอแล้ว เลยมาบอก"
"มีอะไรอื่นที่ต้องรู้อีกไหม?"
เงียบอยู่ครู่หนึ่ง
"ตอนนี้แค่นี้ก่อน ถ้าฉันมีเื่อยากให้นายช่วยเดี๋ยวจะมาบอกอีกที"
"ช่วยอะไร?"
แต่ก่อนที่เสียงจะตอบ ความอุ่นในมือซ้ายก็ค่อยๆ จางลง ลดลงเรื่อยๆ จนเย็นกลับมาเป็ปกติ
เสียงหายไปพร้อมกับความอุ่น
เอสนั่งอยู่คนเดียวในลานเงียบ มองฝ่ามือซ้ายที่ตอนนี้ดูธรรมดาอีกครั้ง แต่เขารู้แล้วว่าข้างในนั้นมีอะไรอยู่
สามอย่างที่โอเมก้ามอบให้ และอาจมีสิ่งที่ยังไม่บอก
เขาลุกขึ้น ตบฝุ่นที่กางเกง แล้วเดินกลับเข้าหอพัก
วันนี้มีเรียนชั่วโมงแรก
ห้องเรียนแรกของโรงเรียน Arcanum จุนักเรียนได้ร้อยคน
ไม่ใช่ห้องสี่เหลี่ยมธรรมดา แต่เป็ห้องทรงวงกลมที่ที่นั่งเรียงเป็ชั้นโค้งลงไปหาจุดศูนย์กลาง ตรงกลางมีแท่นยืนที่อาจารย์ยืนอยู่และมองเห็นนักเรียนได้ทุกคน วงแหวนเวทขนาดใหญ่ลอยอยู่เหนือแท่นนั้น หมุนช้าๆ อย่างสม่ำเสมอเหมือนนาฬิกา
อาจารย์คนแรกที่เอสเจอคือชายร่างผอมชื่อ Aldric Penn ผมสีน้ำตาลปนเทาที่ยุ่งเหยิงเหมือนไม่ได้หวี พูดเร็ว เดินไปมาตลอดเวลาที่สอน และมีนิสัยชี้ไปที่นักเรียนแบบสุ่มระหว่างพูดเหมือนถามว่าตามทันหรือเปล่า
"เส้นทางนักเวทย์มีสามสาย" เขาเริ่มต้นโดยไม่มีคำนำหน้า วงแหวนเวทเหนือหัวเขาปล่อยแสงสีออกมา สีขาว "สายแรก สายสนับสนุน" แสงสีขาวสว่างขึ้น "รักษาาแ เสริมพลังร่างกาย ปกป้องด้วยโล่ สายนี้ไม่ได้ทำลาย แต่ทำให้ทีมสู้ได้นานกว่า"
เขาเดินวนรอบแท่น
"สายสอง สายโจมตี" แสงสีต่างๆ สว่าง "ธาตุไฟ น้ำ ลม ดิน แสง ความมืด ผสมกันได้ถ้าชิปประมวลผลสูงพอ สายนี้ตรงไปตรงมา ทำลายคือทำลาย"
"สายสาม สายอัญเชิญ" แสงสีม่วง "เรียกสัตว์วิเศษมาช่วยสู้ ผู้อัญเชิญไม่ต้องสู้เองทุกอย่าง แต่ต้องสร้างความสัมพันธ์กับสัตว์ที่อัญเชิญ" เขาหยุด "และสามารถเรียนหลายสายพร้อมกันได้ ถ้าคิดว่าทำไหว"
ห้องเริ่มมีเสียงพูดคุย
เอสนั่งอยู่ข้างๆ อาเรที่เลือกนั่งใกล้กันั้แ่เข้ามาในห้อง จิวนั่งอีกฝั่งหนึ่ง ฟังอยู่แต่ดูสงบกว่าคนอื่นในห้องอย่างเห็นได้ชัด
"นายเลือกอะไร?" อาเรถามเอสเบาๆ
"อัญเชิญ" เอสตอบ
อาเรมองเขา "เพราะ?"
"เพราะยังไม่เคยลอง และสายโจมตีนายสอนฉันไปแล้ว" เอสพูดตรงๆ
อาเรหันไปมองจิว "แล้วนาย?"
"ผมมาเพราะเพื่อนครับ" จิวพูดเรียบๆ "แต่ถ้าต้องเลือกก็คงดูของที่เสริมดาบได้"
Aldric Penn หยุดเดินและชี้มาที่โซนที่ทั้งสามนั่งอยู่ "สามคนนั้น ทุกคนในห้องนี้เลือกสายที่ตัวเองถนัดแล้ว แต่สามคนนั้นดูไม่แน่ใจ"
"แน่ใจครับ" เอสพูดก่อน "ผมเลือกสายอัญเชิญ"
อาจารย์มองเขาอยู่สักพัก "ดี ทดลองได้เลยหลังบ่าย"
่บ่าย ห้องทดลองขนาดใหญ่ที่พื้นปูด้วยหินแกรนิตสีเทา
นักเรียนทดลองทีละคน วางมือลงบนจุดกำหนด เทน้ำยามานาเล็กน้อยลงบนมือ แล้วตั้งใจอัญเชิญ
คนแรกได้งูขนาดกลางสีน้ำเงิน คนที่สองได้นกขนาดเท่ากำปั้นที่ปล่อยแสงออกมา คนที่สามได้ตั๊กแตนหินที่ตัวแข็งเหมือนโลหะ
ถึงคิวเอส
เขาก้าวออกไปยืนตรงจุดกำหนด เทน้ำยามานาลงบนมือซ้ายตามที่อาจารย์บอก ของเหลวหนืดสีน้ำเงินซึมเข้าไปในิัเหมือนดูดซับ แล้วก็รู้สึกถึงความอุ่นคุ้นเคยที่มือข้างนั้น
เขาหลับตา ตั้งใจอัญเชิญ
ไม่มีภาพในหัวว่า้าอะไร แค่เปิดรับสิ่งที่จะออกมา
แสงสีดำปรากฏที่มือ ไม่ใช่สีดำมืดแต่เป็สีดำที่มีความลึก เหมือนท้องฟ้ายามดึกที่ไม่มีดาว แสงนั้นขยายออก ม้วนตัว และในที่สุดก็กลายเป็รูปทรงที่ชัดเจน
ดาบ
ใบดาบสีดำเงาขนาดกลาง บาง คมจากการมองเห็น ด้ามจับสีดำเข้ม และตรงใบดาบใกล้ด้ามจับ มีดวงตาฝังอยู่หนึ่งดวง
เปลือกตาปิด
เอสจำมันได้ทันที
ดวงตาคล้ายกับที่เขาเจอในไข่ไก่คืนที่ลูบตัวจิวในหอพักของโรงเรียนดาบ ดวงตาสีเทาอมเขียวที่เขาห่อผ้าเก็บไว้ในกระเป๋าตลอดมา
ห้องเงียบ
"น่าสนใจ" Aldric Penn เดินเข้ามาใกล้ มองดาบในมือเอสด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกว่าแปลกใจหรือสนใจกันแน่ "ไม่ใช่สัตว์"
"มันคืออะไรครับ?" เอสถาม
"เนตรมาร" อาจารย์ตอบ "คำสาปที่ไม่สมบูรณ์จนเป็รูปเป็ร่างขึ้นมาได้ ส่วนใหญ่ไม่มีรูปร่างแน่นอน แต่อันนี้กลายดวงตาที่ฝั่งในดาบ" เขาหยุด "ลองใช้ดูได้เลย"
ที่กำแพงหินทดสอบ เอสฟันลงไป
หินถูกแบ่งเป็สองส่วนโดยไม่ต้องออกแรง ง่ายกว่าที่คิด ง่ายกว่าดาบธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด
เขาหันไปที่โต๊ะไม้ข้างๆ ฟันลงไปที่ขนมปังที่วางอยู่
ดาบฟันไม่เข้า ขนมปังไม่มีรอยแม้แต่น้อย
"ยิ่งแข็งยิ่งฟันง่าย ยิ่งอ่อนยิ่งฟันยาก" อาจารย์พูดจากด้านหลัง "ิัมนุษย์ก็ฟันเข้าได้ แต่รอยไม่คม เพราะมนุษย์ไม่ได้แข็งอย่างหิน"
เอสมองดาบในมือ ดวงตาบนใบดาบยังคงหลับอยู่ ไม่ขยับ ไม่ตอบสนอง แต่มีบางอย่างในนั้นที่รู้สึกได้ว่ามีชีวิต
แล้วเนตรมารของจิวล่ะ ถ้ามันออกมาจากไข่ไก่ มันคืออะไร?