กลิ่นหอมกรุ่นของดอกเกดถวาพัดโชยมาตามลม เสียงกังสดาลถูกลมพัดเป่าอยู่ตรงปลายชายคา เจ้านางซอมพอลงผงแป้งขัดปลอกฝักดาบหลูบคำเล่มใหม่ ที่สั่งตีขึ้นเป็นพิเศษ แลทรงแกะดุลลายบนฝักดาบ และด้ามจับด้วยองค์เองจนขึ้นเงา เมื่อทำทุกอย่างแล้วเสร็จ ก็ใส่บรรจุลงในถุงผ้าใยกัญชง นางตั้งใจจะมอบสิ่งนี้ให้แก่เจ้าหาญ อนุชาต่างมารดาที่นางทรงรักและห่วงใย ก่อนที่นางจักต้องเดินทางไปสู่การวิวาห์ที่มิได้ยินดี
เสียงฝีเท้าลงส้นกระแทกพื้นเรือน ดังมาตั้งแต่หน้าซุ้มประตูพิมาน พร้อมเสียงดังเอะอะตึงตัง ต่างจากเมื่อคราก่อน ที่แม่เจ้าเกสรวางทีท่าสงบเสงี่ยม พูดคำหวานหูหมายหว่านล้อมให้นางยอมจำนนต่อความต้องการของนาง
อีเอื้องสายแลอีฟั้น นางข้าหลวงคนสำคัญ พากันวิ่งออกไปหมอบกราบรับหน้าแทนผู้เป็นนายที่ยังทำงานอยู่ในห้องหับ แต่แทนที่นางจะหยุดเท้าพูดคุย แม่เจ้าเกสรกลับก้าวเท้าผ่านไป
“พระแม่เจ้า! เจ้านางกำลัง…” ไม่ทันที่อีเอื้องสายจักออกหน้าชี้แจง มันก็ถูกพวกจ่าโขลงกำนัลร่างใหญ่จากตำหนักพิมานฝ่ายใน ตรงเข้าฉุดรั้งกระชากตัวไว้ ทั้งตัวมันแลอีฟั้นต่างดิ้นรนด้วยความหวาดกลัวและตกใจ ด้วยไม่คิดว่าคนของฝ่ายในจักกระทำการอุกอาจถึงเพียงนี้ “พวกมึงจักทำบ้าอันใด! ปล่อยกูบัดเดี๋ยวนี้! นี่พวกมึงกล้าใช้กำลังกับพวกกูในเรือนพิมานเจ้านางได้เช่นไร ปล่อยกูบัดเดี๋ยวนี้!”
เสียงของอีเอื้องสายแลอีฟั้น ดังประสานกันไปมา ผสมกับเสียงดุด่าของพวกจ่าโขลงกำนัล ทำเอาเจ้านางซอมพอถึงกับสะดุ้งตกใจ ทรงรีบซ่อนดาบที่อยู่ในถุงผ้าใยกัญชงแอบไว้ข้างโต๊ะทรงงาน พลางรีบลุกขึ้นประจันหน้ากับกลุ่มนางจ่าโขลนนับสิบที่พากันบุกเข้ามาด้วยความโอหัง
“หยุดบัดเดี๋ยวนี้! พวกมึงบังอาจนัก เรือนพิมานกู พ่อกูมอบให้ หาใช่ที่อันพวกมึงจักมาหยามหมิ่นล่วงเกินกูเช่นนี้ไม่!” เจ้านางตวาดเสียงดังลั่น พวกจ่าโขลนชะงักไปครู่หนึ่ง แต่หาได้ถอยร่นไม่
“ขออภัยเจ้าข้า นี่เป็นพระบัญชาเร่งด่วนจากพระแม่เจ้าเกสร ให้พวกข้ามาช่วยเจ้านางและอีขี้ข้าทั้งสองแต่งองค์ เพื่อนำตัวไปสมทบกับขบวนส่งตัวที่รออยู่หน้าหอคำ” หัวหน้าจ่าโขลนกำนัลร่างยักษ์ กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะสะบัดมือสั่งการ “จับพวกนางแยกกัน! นำตัวอีเอื้องสายกับอีฟั้นไปห้องสรง ขัดสีฉวีวรรณให้หมดจด อย่าให้เหลือรอยกร้านงานหนักแม้เพียงน้อย ส่วนเจ้านาง...เชิญเสด็จเข้าห้องแต่งองค์เถิดเจ้าข้า”
“มันจักเกินไปแล้วหนา! อีเอื้องแลอีฟั้นเป็นคนของกู ใครจะเอามันไปไหนไม่ได้ทั้งสิ้น!” เจ้านางซอมพอพยายามโผเข้าไปคว้าแขนนางขี้ข้าทั้งสอง ที่ถูกลากตัวไปกับพื้นเรือน ตัวนางเองก็ถูกจ่าโขลนร่างใหญ่สองคนล็อกแขนไว้มั่น พร้อมลากตัวไปยังห้องแต่งตัว
“ปล่อยกู! อีเกสรมึงคิดจักทำการใด! ปล่อยกูบัดเดี๋ยวนี้ กูจักสั่งลงหวายพวกมึงทุกคน ที่กระทำการจาบจ้วงต่อกู” ไม่ทันสิ้นคำ จ่าโขลนนางหนึ่งก็ใช้ผ้ามัดปิดปากนางไว้ ด้วยไม่ต้องการให้เจ้านางส่งเสียงด่าทอ จนไประคายเคืองต่อโทสะของแม่เจ้านางพญา ที่เดิมมาคุมงานด้วยองค์เองแลนั่งพัดวีระบายความร้อนราวไม่สะทกสะท้านต่อคำด่าทอของเจ้านางซอมพอ
ความโกลาหลผ่านไปนานนับชั่วโมง เจ้านางซอมพอถูกขัดผิวกายจนเกลี้ยงเกลา แลยังถูกจับสวมทับด้วยผ้าซิ่นไหมคำงามระยับตา เครื่องประดับทองคำแลแก้วหินสีงาม ถูกสวมลงบนมวยผม แลลำคองามระหงจนหนักอึ้ง แต่ในอกของนางกลับร้อนรุ่มและหนักกว่า ยิ่งเห็นอีเอื้องสายและอีฟั้นถูกแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยผ้าผ่อนสีงาม แลเครื่องแก้วหินหลากสีเกินฐานะบ่าวไพร่ ลางสังหรณ์ร้ายก็ยิ่งชัดเจนขึ้นในสองตา
จนกระทั่ง เสียงไม้เท้ากระทบลงพื้นเรือน ดังเป็นจังหวะเนิบนาบ แม่เจ้าเกสรก้าวเดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มพอใจ
“อีพวกนี้ มัดปากลูกกูไปไย แกะออกบัดเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวแก้มนวลก็ช้ำกันพอดี" นางจ้องมองใบหน้าที่บึ้งตึงดื้อรั้น แล้วรู้สึกสาแก่ใจตน "งาม...งามสมกับที่เป็นดอกฟ้าแห่งเวียงสรวง” แม่เจ้าเกสรเชิดสิเนหาขึ้นมองผลงานตรงหน้า
“อีเกสร นี่มึงคิดจักทำการใด?” เจ้านางซอมพอเอ่ยถามขึ้นด้วยเสียงสั่นพร่าเพราะความโกรธ “กูยอมแต่งกายเช่นนี้ เพราะยอมรับในชะตากรรม มึงต้องการให้กูทำเพื่อบ้านเมือง กูก็ทำ แต่เหตุใดอีเอื้องกับอีฟั้น ถึงต้องถูกประทินโฉมราวกับเป็นเจ้าสาวเยี่ยงกู!”
แม่เจ้าเกสรคลี่ยิ้ม พลางขยับเข้าไปใกล้ลูกเลี้ยงก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของซอมพอถล่มทลาย
“เจ้าหลวงเวียงทุ่งหลวงทรงมีศุภอักษรมา...พระองค์มิได้เพียงต้องการมเหสีเพื่อประดับบารมี แต่ต้องการทายาท เพื่อสืบบัลลังก์ให้มั่นคง และเพื่อมิให้เป็นการเสียเวลาและเสียโอกาส...ข้าจึงจัดทำคำสั่งใหม่”
แม่เจ้าเกสรปรายตาไปทางนางข้าหลวงทั้งสอง ที่นั่งจ้องมองมาด้วยความไม่พอใจ
“เจ้า...ซอมพอ เจ้าจะไปในฐานะอัครมเหสี ส่วนอีเอื้องสายกับอีฟั้น ข้าจะยกพวกมันให้เป็นสนมบำเรอ ถวายตัวพร้อมกันเสียในคืนเข้าหอ เพื่อรองรับพระอารมณ์และช่วยเจ้าเร่งผลิตทายาทให้แก่เวียงทุ่งหลวง นี่คือของบรรณาการสุดพิเศษที่เวียงสรวงจักมอบให้...เป็นของแถมที่หาที่ใดมิได้ ความพอใจของพระองค์ จักนำพาความรุ่งเรืองมาสู่ชาวเรา ก็ถือเสียว่าการเสียสละครั้งนี้ ทำเพื่อแผ่นดินเถิดหนา เจ้าซอมพอ”
“อีเกสร!” เสียงของซอมพอแผดก้องจนสุดเสียง นางสะบัดตัวจากการเกาะกุม ดวงตาคู่งามแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นจนน้ำตาแทบจะไหลออกมาเป็นสายเลือด
“มึงเห็นพวกกูเป็นเพียงงัวควาย ที่ส่งไปให้เขาผสมพันธุ์ฤา! อีเอื้องกับอีฟั้นมันโตมากับกู มันเป็นดั่งพี่น้องกู แต่นี่มึงกลับคิดจะส่งพวกมันไปลงนรกทั้งเป็น เพื่อแลกกับอำนาจการเมือง!”
“หุบปากของมึงเสีย กูจักเอาพวกมึงแลกกับสิ่งใด ก็เรื่องของกู พ่อมึงยังมิสนใจ แล้วไยกูต้องใส่ใจด้วยเล่า!” แม่เจ้าเกสรตวาดกลับ “วาสนาเป็นถึงสนมบำเรอมิดีรึ สนมเจ้าหลวงใช่ว่าใครก็จักเป็นได้ ดีกว่าเป็นขี้ข้าหมอบกราบไปจนตาย!”
เจ้านางซอมพอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อกาย ความโกรธขึ้งพุ่งพล่านจนอกแทบระเบิด นางมองดูเพื่อนผู้ซื่อสัตย์ทั้งสอง ที่นั่งนิ่งโกรธเคืองแต่ทำได้เพียงแสดงออกด้วยแววตา สายตาของนางพลันเหลือบไปเห็นถุงผ้าใยกัญชงที่วางอยู่ข้างตั่ง...ภายในนั้นมีดาบหลูบคำที่นางตั้งใจจะมอบให้เจ้าหาญ
‘ในวันที่พวกมึงมองเห็นกูเป็นข้าวของแลกเปลี่ยน...กูก็จักแสดงให้เห็นว่า เลือดในตัวกูนั้น มิได้มีไว้เพื่อยอมสยบก้มหัวให้ผู้ใดมาเหยียบย่ำรังแก!’
“หยุดบัดเดี๋ยวนี้…หยุดใช้กำลังบนเรือนกู กูรับปากแล้วว่าจักยอมแต่งให้ก็คือแต่ง มีอันใดต้องใช้กำลังบีบคั้นกัน อีเอื้องอีฟั้น มึงเขาทั้งสอง เป็นเสมือนพี่น้องกู ในเมื่อชะตาเราต้องกัน หากจักไปก็ไปด้วยกัน ไปเถิด…เร่งไปเก็บเอาข้าวของจำเป็นใช้สอยติดตัวไป พวกมึงทั้งหมด รวมทั้งมึงด้วยอีเกสร ลงไปรอกูหน้าเรือน กูแค่จักกราบลาเถ้ากระดูกแม่กู คงมิทำให้เสียเวลาดอกกระมัง หรือกระไร แค่กราบกระดูกแม่ สูมึงเขาก็จักยืนดูกระนั้นฤา อย่างไรกูก็เจ้านางผู้หนึ่ง หาใช่นักโทษอุกฉกรรจ์ จนต้องถึงขั้นมายืนคุมดู”
แม่เจ้าเกสรเชิดหน้าใส่นาง ก่อนจะออกคำสั่งให้ทุกคนลงไปรอหน้าบันไดเรือน เจ้านางซอมพอหันไปพยักหน้าให้อีเอื้องรีบไปเก็บของอันจำเป็น
อีเอื้องแล่นเข้าหอนอนเจ้านางคว้าเอาย่ามที่มีมีดน้อยงาช้างของพญาพรหมเสกมอบให้ แลรีบไปหน้าโต๊ะตั่งเครื่องประทินโฉม คว้าเอากล่องไม้บรรจุปิ่นทองอันใหญ่หนึ่งคู่ออกมามอบให้เจ้านาง
“เจ้านางปิ่นนี่เป็นของพระมารดา ในเมื่อวันนี้จักต้องออกจากเวียงสรวง ก็จงปักปิ่นนี้ขึ้นวอหามทรงช้างไปเถิด”
เจ้านางซอมพอมองปิ่นอันใหญ่ในมืออีเอื้อง ปิ่นที่ครูบาเจ้าสบปินมอบให้ครั้งแอบหนีไปทัพเวียงชัย “มึงปักให้กูที แค่เครื่องประดับพวกนี้กูก็หนักหัวหนักไหล่ไปหมด”
ขณะที่อีเอื้องกำลังช่วยปักปิ่นให้เจ้านางซอมพอ ปิ่นอันแรกผ่านไป ปิ่งสองกลับร่วงหล่นหลุดจากมือ ‘ตุ๊บ!’ ทั้งสองก้มลงมองปิ่นปักผมที่ส่วนปลายแยกออกจากส่วนหัวชัดเจน
อ่านฟรีจนจบ 143 ตอน ปิดจบติดเหรียญถาวร
แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :
เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh
เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW
เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH