Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    97 ระดับ 4

    บู้ม!


    ความรู้สึกโล่งสบายวิ่งไปทั่วร่าง เปลือกตาที่ปิดลงเมื่อหลายชั่วโมงก่อนเปิดขึ้นหลังจากจิตที่ส่งไปเร่งการโคจรของวงเวทจบลงแล้ว


    สกิลอาร์คาน่าเลเวล 1 ได้เลื่อนระดับไปยังเลเวล 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้วจากการดื่มยาระดับ 4 ดาวเข้าไปเป็นจำนวนมากจนตอนนี้ยาระดับ 4 ดาวทั้งหมดที่เขาซื้อและเล่นแร่แปรธาตุขึ้นมาจากการใช้พืชกลายพันธุ์ระดับ 4 ถูกใช้ไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพืชกลายพันธุ์ที่เขาเก็บในช่วงที่เป็นระดับ 3 ดาวหรือช่วงที่เข้าสู่ซากโบราณสถานสวนลาวาต่างนำออกมาใช้ทำยาทั้งหมด 


    ชื่อ: [ แอ็กเซล ] อายุ: [ 20 ปี ]

    อาชีพ : [  ผู้ทำพันธะกับพฤกษา ]

    ระดับพลัง: [ 4 ดาว ]

    พลังโจมตี : [ 4,000 ]

    ธาตุ : พิษ[10]

    สกิลอาชีพ : [เติบโต][พันธะสัญญา][อัญเชิญ][แตกหน่อ Lv.2][แทงรากLv.2][สปอร์Lv.4][อาณาเขตพฤกษาLv.2][ระเบิดต้นอ่อนLv.2][รวมร่าง][ยืมพลัง]

    สกิลเสริม 1:[ เวทแปลงพลังงาน ][ ดูดซับพลังงานคอสมิก Lv.4  ][โกหก Lv.2]

    [  อาร์คาน่า Lv.2 ][ดวงตารู้แจ้งLv.2]

    สกิลเวทมนตร์ :[กระสุนธาตุLv.6][เสริมความเร็ว][เสริมพลังโจมตี][อินเฟอร์โนสไตรค์][ไลท์นิ่งฟังค์][ไอซ์ลานซ์][เอจิส][เข็มมนตรา]

    สกิลต่อสู้:[วิ่ง][กระโดด][กลิ้ง][ปีนป่าย][ลุก][ก้ม][โยกหลบ][ลูนาร์แฟลช{5}Lv.6][สลิงเกอร์{7}Lv.5][ไซเลนท์ไกลด์ {9}Lv.4]

    สกิลร่างกาย : [ดรากอนส์ไวทาลิตี้{7}Lv.4]


    บนหน้าต่างสถานะมีหลายอย่างเปลี่ยนไป สิ่งแรกคือสกิลอาชีพ เลเวลสกิลแทงราก สกิลสปอร์ สกิลอาณาเขตพฤกษาและสกิลระเบิดต้นอ่อนเพิ่มขึ้นมาอย่างละ 1 เลเวล


    สกิลเสริมได้แก่ดูดซับพลังงานคอสมิก สกิลโกหกและสกิลอาร์คาน่าเพิ่มขึ้นมาอย่างละ 1 เลเวลเช่นเดียวกัน โดยสกิลดูดซับพลังงานคอสมิกที่เพิ่มเลเวลขึ้นมาทำให้เขาสามารถดูดซับพลังงานคอสมิกรอบๆเข้าสู่ร่างได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น จนสามารถฟื้นฟูพลังคอสมิกให้เต็มได้ภายในเวลา 10 นาทีเท่านั้น นับว่าเป็นความเร็วที่น่ากลัวไม่น้อย สำหรับสกิลอาร์คาน่าต่างจากที่คาดการณ์เอาไว้มาก การถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสกิลผลการแสดงของมันจึงเปลี่ยนไป เลเวล 2 ที่พึ่งเลื่อนระดับมากลับทำให้พลังโจมตีทั้งหมดของเขาเพิ่มขึ้น 1 เท่าจากการใช้งาน มันสามารถลดความห่างของเขาและระดับ 5 ลงได้มากกว่าที่คิด


    ในส่วนหมวดสกิลเวทมนตร์ที่มีเพียงกระสุนธาตุที่เพิ่มเลเวลได้ เขาทำให้มันกลายเป็นระดับ 6 แล้ว การทำงานของมันต่างจากเดิมไปมาก ถึงแม้ระยะการระเบิดหลังจากพุ่งชนเป้าหมายจะยังเท่าเดิม ความเร็วของมันกลับเพิ่มขึ้นจนน่ากลัว ต่อให้พลังทำลายจะยังไม่เท่าเข็มมนตรา มันกลับใช้ปริมาณมานาที่น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด เขาสามารถใช้มันสร้างช่องว่างในการต่อสู้ได้เป็นอย่างดี


    หมวดสกิลต่อสู้ได้แก่ลูนาร์แฟลช สลิงเกอร์และไซเลนท์ไกลด์เพิ่มเลเวลมาอย่างละ 1  สำหรับสกิลลูนาร์แฟลชและสลิงเกอร์ ทั้งสองทักษะนี้อัพเลเวลจนมากกว่าที่ทักษะระบุเอาไว้แล้ว ถึงแม้ว่าความรู้ในการใช้งานทักษะจะยังคงเท่าเดิม พลังที่แสดงออกมากลับมากมายกว่าก่อนหน้านั้น  ส่วนไซเลนท์ไกลด์เหลืออีกเพียง 1 เลเวลก็จะกลายเป็นระดับสูงที่สุด แอ็กเซลไม่สามารถเลื่อนไปต่อได้เพราะยาหมดก่อน แต่เพียงเท่านี้เขาคิดว่าความเร็วของตนเองมากพอในการรับมือกับนักศึกษาระดับ 5 ดาว


    สำหรับหมวดสกิลร่างกายได้แก่ดรากอนส์ไวทาลิตี้ เขาสามารถอัพเลเวลให้เป็น 4 ได้แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของทักษะ ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ราวกับว่าตนเองเป็นโซลฟอร์ดชิ้นหนึ่ง หากปะทะกันกับโซลฟอร์ดระดับ 4 ดาวเขาสามารถใช้มือเปล่าปัดป้องโซลฟอร์ดที่โจมตีมาได้สบายๆโดยที่ผิวหนังมีเพียงแค่รอยถลอก สำหรับโซลฟอร์ดระดับ 5 เขาสามารถลดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้มากไม่น้อย


    “ ที่เหลือก็แค่ทำลายสถิติสินะ ”


    หน้าต่างสถานะปิดตัวลงไป ได้เวลาแล้วที่เขาจะเดินทางออกจากซากโบราณสถานสวนลาวา ถ้าหากเขาออกไปช้ากว่านี้สักหนึ่งวัน คนที่พยายามขัดขวางเขาอาจจะใช้ข้ออ้างว่าเขาทำลายสถิติช้ากว่ากำหนด ด้วยการใช้การส่งข้อมูลที่ล่าช้าของเจ้าหน้าที่ก็เป็นได้


    การทำลายสถิติจนชื่อไปโผล่หน้าทางเข้าซากโบราณสถาน มันไม่ได้ส่งข้อมูลนี้กลับฐานของเขาอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่คือหนึ่งในคนที่ถ่ายรูปแล้วนำมันส่งฐาน ดังนั้นเขาจึงต้องฆ่ามอนสเตอร์เพื่อทำลายสถิติ ด้วยเวลาที่เหลืออีก 15 ชั่วโมงก่อนที่การคัดเลือกรอบแรกจะจบลง เขาสามารถอ้างได้ว่าเจ้าหน้าที่ทำงานบกพร่องหากข้อมูลส่งไปช้า


    “ ไป ”


    กระบองเพชรกระโจนขึ้นขี่หลังนกน้อย เป็นอีกครั้งที่พวกมันจับกลุ่มกัน ตลอดที่แอ็กเซลล่าภายในซากโบราณสถานแห่งนี้ เขาใช้พวกมันค้นหามอนสเตอร์บ่อยครั้ง และทุกครั้งพวกมันสามารถทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ต่อให้จะเจอนักศึกษาที่พยายามค้นหาเขาในที่แห่งนี้  นกน้อยกลับสามารถใช้สกิลพรางตัวหลบซ่อนจากสายตาคนที่พยายามตามหาตัวของเขาได้ ซึ่งมันได้ใช้ขนที่เป็นเถาวัลย์ปกปิดตัวตนกระบองเพชรที่อยู่บนหลังเอาไว้ด้วย จึงทำให้พวกมันไม่ถูกพบตัว


    “ ถ้าสกิลพรางตัวใช้ตอนเคลื่อนที่ได้ก็คงจะดีไม่น้อย ”


    ด้วยสกิลอาชีพใหม่ทำให้เขาสามารถหยิบยืมพลังของมอนสเตอร์ในพันธะได้  สกิลพรางตัวของนกน้อยกลายเป็นสิ่งที่เขาเล็งเพราะจะทำให้เขาพรางตัวหลบสายตาคู่ต่อสู้ แต่สกิลนี้กลับไม่สามารถใช้ได้ขณะเคลื่อนไหว มันจึงเป็นสกิลที่เอาไว้ใช้ซ่อนตัวเพียงเท่านั้น เขาจึงยังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ


    ทันใดนั้นนกน้อยที่พยายามส่งเสียงกลับมาก็พบเข้ากับมอนสเตอร์ครบ 100 ตัวแอ็กเซลจึงบอกให้พวกมันเข้าไปสังหาร เพียงแค่ 2 วินาทีเท่านั้นมอนสเตอร์ทั้งหมดที่ฆ่าตายล้วนแล้วกลายเป็นค่าประสบการณ์ให้กับกระบองเพชรและนกที่ไปด้วยกัน


    “ ไปกันเถอะเจ้าหมา ”


    วูดวูล์ฟสูง 2 เมตรก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้แอ็กเซลขึ้นขี่หลัง ของเหลวจากมอนสเตอร์ระดับ 4 ที่เขาป้อนให้มันตลอดการล่านั้น ทำให้มันเลื่อนระดับกลายเป็น 4 ดาวตามทันมอนสเตอร์พันธะตัวอื่นๆ ซึ่งมันกลายเป็นหนึ่งในกองกำลังหลักของเขาไปแล้วเพราะเป็นมอนสเตอร์สายต่อสู้ที่น่ากลัวอีกตัว พลังโจมตีเทียบเท่าพิกซี่ สกิลที่เพิ่มขึ้น 3 อย่างจากการเลื่อนระดับได้แก่เพิ่มความเร็ว สลัดขน และสกิลทิ่มแทง ล้วนแล้วเป็นสกิลที่ทำให้มันโจมตีได้รุนแรงมากที่สุด


    ทันทีที่แอ็กเซลขึ้นขี่หลังมันก็พาเขาวิ่งเต็มกำลังออกจากสถานที่แห่งนี้ ด้วยความเร็วของมันที่แสดงออกมาผ่านสกิลเพิ่มความเร็วและเวทเพิ่มความเร็วของเขาที่ทำงานไปพร้อมๆกัน ต่อให้เขาจะใช้สกิลไซเลนท์ไกลด์ก็ยังยากจะวิ่งตามมัน หากต้องวิ่งแข่งระยะทางไกล แอ็กเซลจึงให้มันเป็นยานพาหนะในช่วงที่เขาล่า ด้วยการเคลื่อนไหวที่คล่องตัวของมันเขาสามารถเดินทางได้เร็วขึ้น


    แคว้กๆ


    “ โอเค ”


    แอ็กเซลตอบรับนกน้อยที่ส่งการแจ้งเตือนมา ด้านหน้าในจุดที่เขากำลังเดินทางผ่านมีนักศึกษาอยู่กลุ่มหนึ่ง เขากลับไม่ได้สั่งให้วูดวูล์ฟลดฝีเท้าลงเนื่องจากว่ามอนสเตอร์ตัวนี้เขายังไม่เคยใช้ให้ใครเห็นมาก่อน  แอ็กเซลจึงใช้ความไม่คุ้นตาในการเดินทาง ทว่าเขาก็ต้องซ่อนตัวเองเช่นเดียวกัน ต่อให้วูดวูล์ฟจะไม่คุ้นตา แต่หากเขานั่งอยู่บนหลังของมันจะทำให้นักศึกษาไล่ตามเป็นขบวนเป็นแน่


    เมื่อเปิดใช้งานสกิลยืมพลังแอ็กเซลจึงใช้สกิลพรางตัวของนกน้อยในทันที ส่งผลให้มีเถาวัลย์ค่อยๆโผล่ออกมาคลุมทับร่างของเขาแล้วเปลี่ยนสีจนราวกับกิ้งก่าทำราวกับว่าเขาเป็นโหนกบนแผ่นหลังมอนสเตอร์


    “ มีบางอย่างกำลังมา ”


    นักศึกษากลุ่มที่กำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์ร้องตะโกนด้วยท่าทางตกใจ มีบางอย่างเคลื่อนที่เข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วที่ยากจะตามทัน  หนึ่งในคนที่อยู่ด้านหลังจึงหันไปมองเพื่อดูว่าสิ่งใดกำลังพุ่งเข้ามาหาพวกเขากัน พริบตานั้นเองร่างสูง 2 เมตรลักษณะคล้ายหมาป่าธาตุไม้ก็พุ่งเข้ามาในมุมมองสายตา ด้วยความเร็วที่ใช้ออกมา มันได้กระโจนข้ามนักศึกษาไป


    เหล่านักศึกษาล้วนแล้วตกใจ ความเร็วเมื่อครู่น่ากลัวเป็นอย่างมาก ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร นอกจากนั้นยังไม่เห็นเจ้าของอยู่บนหลังของมัน


    “ เอาไง ”


    “ หนีก่อน มันอาจจะเป็นมอนสเตอร์ใหม่ที่นี่ ”


    ---------------------------------------------------------------


    ภายนอกซากโบราณสถานสวนลาวา


    “ 2 วินาที บ้าน่า  ”


    ดวงตาของนักศึกษาแต่ละคนเบิกกว้าง ชื่อของแอ็กเซลปรากฎบนประตูทางเข้าแสดงให้เห็นตัวเลขเวลาที่เขาใช้ในการฆ่ามอนสเตอร์ระดับ 4 จำนวน 100 ตัวจนทำลายสถิติ ด้วยความเร็วเท่านี้มันนับว่าเป็นสถิติที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์


    อย่างไรก็ตามความตะลึงของทุกคนไม่ใช่เพียงแค่เห็นการทำลายสถิติของแอ็กเซลเท่านั้น พวกเขาตกใจที่รู้ว่าแอ็กเซลอยู่ภายในซากโบราณสถานมากกว่า หลายวันมานี้มีนักศึกษาหลายกลุ่มวางกำลังกันค้นหาแอ็กเซลอย่างเข้มงวด ตัวของเขากลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย การที่เขามีชื่อในซากโบราณสถาน หมายความว่าเขาจะต้องเข้าไปที่นี่และล่าอย่างหลบซ่อนโดยที่ไม่มีใครพบเจอเขา


    การล่าโดยที่ไม่มีใครพบเห็นนับว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัว นอกจากจะต้องหลบหนีนักศึกษาแล้ว เขาจะต้องพยายามล่าให้เงียบที่สุดเพื่อไม่ให้คนที่อยู่ใกล้พบเห็น


    ขณะที่ทุกคนให้ความสนใจกับชื่อผู้ที่ทำลายสถิตินี้เอง ภายในประตูทางเข้ากลับปรากฎมอนสเตอร์ตัวหนึ่ง รูปร่างของมันคล้ายหมาป่า ทว่าร่างกลับดูราวกับว่าถูกสร้างมาจากเถาวัลย์ไม้  การปรากฎตัวของมันทำให้ทุกคนชักอาวุธออกมาเตรียมต่อสู้เพราะไม่เคยเห็นมันมาก่อน ทว่ามอนสเตอร์หมาป่ากลับพุ่งออกไปทางขวาที่มีคนน้อย ด้วยความเร็วของมันหลายคนเห็นเพียงฝุ่นที่ฟุ้งกระจายอยู่เบื้องหลัง


    “ มอนสเตอร์ตัวนั้นมันอะไรกัน  ”


    แม้มันจะมีความเร็วที่เป็นเลิศแต่ก็ยังเป็นระดับ 4 ดาวหลายคนจึงไม่ให้ความสนใจอีก แต่กลับบางคนนั้นต่างออกไป พวกเขารู้สึกสงสัยเกี่ยวกับมอนสเตอร์ตัวนี้เป็นพิเศษ ภายในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยลาวาไม่ควรมีมอนสเตอร์ธาตุไม้ปรากฎตัว หลังจากคิดวิเคราะห์หลายอย่างดวงตาของพวกมันต่างเบิกโตเมื่อรู้ว่าสิ่งนี้คงจะเป็นหนึ่งในมอนสเตอร์ของแอ็กเซล


    “ เป็นมัน มอนสเตอร์ตัวนั้นจะต้องเป็นมอนสเตอร์ตัวใหม่ของมันแน่ๆ ตามไปเร็วเข้า! ”


    นักศึกษาด้านหน้าซากโบราณสถานที่พยายามจับตามองแอ็กเซลเป็นพิเศษรีบวิ่งตามมอนสเตอร์หมาป่าธาตุไม้ แต่ด้วยความเร็วของหมาป่าที่ทิ้งห่างพวกเขาไปเรื่อยๆ นักศึกษาจึงรีบนำยานพาหนะออกมาขี่ไล่ตามไป ในระหว่างนี้พวกเขาไม่ลืมส่งสัญญาณเข้าไปในระบบที่เชื่อมต่อผู้ที่ต้องการเล่นงานแอ็กเซลเข้าไว้ด้วยกัน เพียงแค่ประโยคสั้นๆที่บอกว่าเจอแอ็กเซลเพียงเท่านั้น ทุกสายตาของคนที่เห็นข้อความล้วนแล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เพื่อดูพลุสัญญาณระบุตำแหน่งของคนที่พยายามไล่ตามแอ็กเซล .




    คล้ายกับเรื่องEthereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด ที่คุณอ่าน