ตอนที่3 เจอกันอีกครั้ง
เพียงแค่วันเดียวหนูนิดก็เข้ากับพี่เลี้ยงของแกได้เป็อย่างดีหนูนิดเป็เด็กน่ารักผิวขาวตาโตยิ้มเก่งส่วนน้ำหวานก็ชอบตามใจเด็กจึงทำให้พี่เลี้ยงเด็กอย่างเธอเข้ากับคุณหนูน้อยได้ด้วยดี
ส่วนห้องพักของน้ำหวานคุณทับทิม คุณผู้หญิงของบ้านให้น้ำหวานไปอยู่ในห้องเดียวกับหนูนิดซึ่งห้องนั้นก็อยู่ติดกับห้องของคุณคชาบิดาของหนูนิดนั่นเองสาเหตุเป็เพราะน้ำหวานอาสาจะดูแลหนูนิด่กลางคืนให้เองส่วนถ้าวันไหนพ่อเขาอยากจะเอาลูกไปนอนด้วยหรือหนูนิดร้องจะนอนกับพ่อก็ให้ไปนอนห้องพ่อ
่เย็นคชากลับมาถึงบ้านด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานอันแสนจะตึงเครียดมาทั้งวันเขาเดินเร็วๆขึ้นชั้นบนไปอาบน้ำก่อนแล้วถึงจะเดินมาหาลูกสาว
ร่างสูงเดินผ่านขึ้น้าไปน้ำหวานเห็นเพียงแค่ด้านหลังของเขาเท่านั้นเธอรู้สึกคุ้นๆแต่ก็ไม่ได้สนใจหันกลับมาป้อนข้าวให้คุณหนูของเธอต่อ
“อ้าวตาช้างมาพอดีเลย”เสียงของคุณทับทิมทำให้คนที่นั่งหันหลังกำลังป้อนข้าวให้กับคุณหนูอยู่หันหลังกลับไปมองเ้านายอีกคนของบ้านหลังนี้
“...........” สายตาของทั้งสองสบตากันพอดีทั้งสองนิ่งไปไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกครั้งเร็วขนาดนี้ จากกันยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยพรหมลิขิตชัดๆ...คชาติดในใจ
“นี่คุณคชาหรือจะเรียกว่าคุณช้างก็ได้ป๊ะป๋าของยัยหนูนิดน่ะ”เป็เสียงของคุณแม่เอ่ยแนะนำให้พี่เลี้ยงคนใหม่ของหลานสาวรู้จักกับลูกชายของท่าน
สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้ฉันทำตัวไม่ถูกหรือจะเรียกว่าไม่รู้จะทำหน้ายังไงก็ได้แต่เขากลับส่งยิ้มบางๆกลับมาคล้ายกับไม่เคยมีเื่อะไรเกิดขึ้นถ้าฉันจะขอลาออกตอนนี้จะได้มั้ยนะ
“สวัสดีค่ะ คุณคชา”ฉันยกมือไหว้เขาพลางคิดในใจว่า...ทำไมถึงได้ซวยอย่างนี้นะ
“ครับดีครับ คุณพี่เลี้ยงชื่ออะไรเหรอครับ” เมื่อเช้าผมถามเธอแล้ว แต่เธอไม่ยอมบอก ครั้งนี้เธอไม่รอดแน่
“น้ำหวานค่ะ”ผมพยักหน้ารับอมยิ้มบางๆอย่างผู้ชนะ แล้วเดินเข้ามาหาลูกสาว
“แอ๊ แอ๊”เสียงหนูนิดร้องอ้อแอ้อ้าแขนกว้าง ผมจึงรับเอาแกมาอุ้ม
“มาค่ะคนสวยป๊ะป๋าอุ้มไปเดินเล่นนะคะ"
"ป้อนข้าวอยู่ใช่มั้ยเดินตามมาสิครับ" ผมหันไปบอกยัยแว่นเพื่อให้เธอเดินตามออกมาคุยกันหน่อยตรงนี้คนเยอะเกินไปคงไม่เหมาะถ้าจะพูดเื่ของเราผมเดินออกมาด้วยใบหน้ายิ้มกริ่มอุ้มลูกสาวออกมาด้วย สถานที่ก็คือสนามหญ้าหน้าบ้านผมพาหนูนิดกับยัยแว่นนั่งลง ท่ามกลางบรรยากาศแดดร่มลมตก
“หนูนิดได้หม่ามี๊แล้วดีใจมั้ยลูก”ผมพูดยิ้มๆ โดยส่งสายตาไปหาอีกคนที่กำลังนั่งด่าผมอยู่ในใจ
“คุณพูดบ้าอะไร ฉันจะลาออก”
“เมื่อเช้าคุณเซ็นสัญญาแล้วนี่ถ้าคุณลาออกผมจะฟ้องร้องคุณให้หมดตัวเลยคอยดู” ผมพูดเล่นแค่ไม่อยากให้เธอลาออกเฉยๆส่วนเื่สัญญาเธอก็เซ็นแล้วจริงๆนั่นแหละ
“ทุเรศ...คนนิสัยไม่ดี”
“ก็แล้วแต่คุณจะคิด”ท่าทีสบายใจสุดๆของเขาทำให้น้ำหวานรู้สึกหมั่นไส้
“คุณแม่ให้คุณพักห้องไหน”
“ฉันโคตรเกลียดขี้หน้าคุณเลย”
“คุณตอบไม่ตรงคำถามนะครับ”
“ห้องคุณหนู”
“แหม...ติดกับห้องของผมเลย”
“ทุเรศ สกปรก คิดแต่เื่ลามก”
“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมคิด เพราะคุณก็คิดเหมือนผมใช่ม๊า...”
“ฉันสงสารคุณหนูจริงๆเกิดมาทั้งทีมีพ่อแบบคุณ”
“ยัยแว่น มันจะมากไปแล้วนะถึงผมจะเป็แบบที่คุณเห็น แต่ผมก็รักลูกของผมนะ”ถึงผมจะชั่วแต่ผมก็ชั่วแบบเปิดเผยครับ ส่วนเื่หนูนิด บอกเลยว่าผมรักแกมากยัยหนูคือแก้วตาดวงใจของผม ซึ่งทุกคนในบ้านหลังนี้ก็รักแกมากทุกคน
“คุณท่านบอกว่าปกติ่กลางคืนคุณหนูนอนกับคุณ”
“นานๆทีผมจะออกไปสักครั้งไม่ได้ออกไปบ่อยสักหน่อยก็เพื่อนมันโทรตาม” แล้วทำไมผมจะต้องมานั่งอธิบายให้ยัยแว่นฟังด้วยเนี่ย
“แก้ตัวน้ำขุ่นๆ” เธอไม่เชื่อ
“ต่อไปนี้ผมจะไม่ออกไปไหนแล้วเพราะผมมีคุณแล้ว” ผมส่งสายตามองเรือนร่างบอบบางตรงหน้าอย่างคิดถึงรู้สึกอยากได้แบบเมื่อคืนนี้อีก
“นี่! อย่ามารุ่มร่ามกับฉันนะ”
“โอเคๆ ผมไม่แกล้งคุณแล้วก็ได้ขอบคุณนะครับที่มาเป็พี่เลี้ยงให้กับลูกสาวของผม แกไม่มีแม่ถ้าคุณจะมาเป็แม่ให้กับยัยหนู ผมจะดีใจมากๆ” จะดีอยู่แล้วเชียวแต่ประโยคหลังนี่สิฟังดูยังไงก็ไม่รู้
น้ำหวานยังคงป้อนข้าวให้กับหนูนิดอยู่ส่วนป๊ะป๋าก็เล่นกับลูก พูดคุยหยอกล้อกันตามประสาพ่อลูก จนท้องฟ้าเริ่มมืด...
“เข้าบ้านกันดีกว่าป่ะป๊ะป๋าอุ้มนะคะ”
“คุณไปทานข้าวกับอาบน้ำก่อนป่ะผมจะดูแลลูกให้เอง” ผมใช้คำว่าลูกกับเธอเพราะผมอยากให้เธอมาเป็มี๊ให้กับลูกสาวของผม...เอาน่ายังไงเธอก็เป็เมียผมแล้ว
“ค่ะ”น้ำหวานเดินเข้าห้องครัวไปทานข้าวก่อนหลังจากอิ่มแล้วเธอจึงเดินขึ้นชั้นบนไปอาบน้ำแล้วกลับลงมาหาหนูนิด
“คุณ...ทานข้าวหรือยังฉันดูแลคุณหนูให้” น้ำหวานเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ภายในห้องมีคุณผู้หญิงคุณคชานั่งเล่นกับลูกสาวอยู่ แล้วก็ป้านวล เธอจึงไม่กล้าพูดไม่ดีออกไป
“ขอบใจนะ”
“คุณแม่ ทานข้าวกันครับ”
“อยู่กับน้ำหวานก่อนนะยัยหนู”คุณย่าพูดกับหลานสาวก่อนที่จะเดินตามหลังลูกชายไปทานข้าวกัน
“คุณหนู ไปอาบน้ำกันดีกว่านะคะ”น้ำหวานทำหน้าที่ของเธอคือพาคุณหนูขึ้น้าไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่จากนั้นก็ชงนมให้แล้วพาลงมานั่งเล่นอยู่ที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่างเหมือนเดิม
ระหว่างนี้คชาไม่ได้พูดหรือแกล้งอะไรน้ำหวานเลยเขานั่งมองดูเธอเล่นอยู่กับลูกสาวของเขา ส่วนเขาพูดคุยอยู่กับคุณแม่และป้านวลด้วยท่าทีธรรมดาจนอาการเกร็งของน้ำหวานหายไป
"ตาช้างพาลูกไปนอนได้แล้วดูสิทำท่าจะหลับแล้วนั่น"
"หวานพาไปเองค่ะ"พูดจบเธอก็อุ้มคุณหนูของเธอขึ้นชั้นบนไป
"คุณแม่ผมขอตัวนะครับ"ผมลุกขึ้นแล้วเดินตามยัยแว่นไปติดๆ แล้วห้องที่ผมจะเข้าก็คือห้องนอนลูกสาวผม
“นี่คุณ เข้ามาทำไมออกไปเลยนะ”
“ผมจะมาอ่านนิทานให้ยัยหนูฟัง”ผมหงายท้องนอนลงไปบนเตียงด้วยท่าทางสบายใจ แล้วหยิบหนังสือนิทานมาหนึ่งเื่ยัยหนูคลานมานอนข้างๆผมเหมือนทุกวัน ยัยนั่นจึงเงียบไปไม่กล้าว่าอะไรผมอีก
“หน้ามึน”อยากจะด่าอะไรก็ด่าไปเถอะ...ผมคิดใจในแล้วก็อ่านนิทานให้หนูนิดฟังไม่นานแกก็หลับไป เห็นลูกหลับไปแล้วผมจึงแกล้งหลับตาม
“นี่คุณ! ลุกออกไปเลยนะ”
“อื้อ...คนจะนอน”ผมทำทีเป็ว่าแกล้งหลับ...ก็ผมอยากนอนในห้องนี้กับลูกกับเมียนี่
“ถ้าคุณนอนที่นี่แล้วฉันจะไปนอนที่ไหนล่ะ”
“ที่นอนออกจะกว้างก็นอนด้วยกันนี่แหละ”
“ไม่เอา...คุณก็ไปนอนที่ห้องของคุณสิ”
“ไม่เอาผมอยากนอนกับลูก”ข้ออ้างชัดๆ!
“ได้! งั้นฉันคงต้องนอนที่พื้น”น้ำหวานเตรียมหยิบหมอนทำท่าวางลงที่พื้นเตรียมตัวนอน โดยที่ผ้าปูก็ไม่มีพื้นก็เย็น
“กินยาคุมอีกเม็ดหรือยัง” ยาคุมฉุกเฉินมีสองเม็ดเขาจึงถามดูถึงเม็ดที่สอง
“ฮึ้ย! ลืมเลย”น้ำหวานเด้งตัวลุกขึ้นนั่งก่อนที่จะเดินไปหยิบยาเม็ดนั้นเอาขึ้นมาเตรียมที่จะกินแต่กลับโดนคนตัวโตสวมกอดเธอจากทางด้านหลังศอกเล็กถองเข้าให้ที่หน้าท้องแข็งแรงอย่างจัง
“โอ๊ย!! ถองมาได้เจ็บนะคุณ”
“ใครใช้ให้คุณมารุ่มร่ามกับฉันก่อนล่ะ”
“แต่คุณเป็เมียผมแล้วนะ”
“ถ้าฉันเป็เมียคุณผู้หญิงที่คุณพาไปนอนด้วยก็คงเป็เมียคุณหมดนั่นแหละมั้ง”
“นี่คุณกำลังหึงผมอยู่เหรอ”
“ไม่มีทาง ฉันขยะแขยงคุณจะตายออกไปได้แล้ว ฉันจะนอนบนเตียง ข้างล่างพื้นมันเย็น”
“เมีย...อย่าใจร้ายกับผัวสิ”
“พูดให้มันดีๆนะ ใครเป็เมียคุณออกไป!” น้ำหวานผลักเขาออกจากห้องได้จนสำเร็จเธอกินยาเม็ดที่เหลือจากนั้นก็ลงไปนอนกับคุณหนูของเธอกอดกันไว้แล้วหลับตาลง...โดยที่เธอไม่รู้เลยว่ามีสายตาของใครบางคนยิ้มออกมาเมื่อแอบดูกล้องวงจรปิดในห้องนี้อยู่