แนะนำหนุ่มๆ แก๊ง0.2
Name : ลูซ ลูคัส ฮาร์เวิร์ด อเลาดี้
อายุ : 22ปี
อาชีพ : นักศึกษาสถาปัตยกรรมปีที่ 4 /นักปั่นมืออาชีพ (หมายถึงหุ้น)
สถานะ : โสด (บ้าง) ไม่โสด (บ้าง) แล้วแต่อารมณ์
"เพื่อนเรียกคุณฮา แต่ผมอยากให้คุณเรียกว่าที่รัก ที่รักที่ไม่ใช่เมียไอ้เดย์"
Name : ทีเร็กซ์ ดีแลน หยาง
อายุ : 22ปี
อาชีพ : นักศึกษาสถาปัตยกรรมปีที่ 4 / พ่อจ้างเป็บอดี้การ์ด
สถานะ : (เหมือนจะ) โสด (รึเปล่า)
"แค่ที (T) เร็กซ์ (เล็ก) อย่างอื่น....ผมไม่เล็กนะครับ...หมายถึงสมอง"
Name : คุน ศิวกร นิติไพศาล
อายุ : 22ปี
อาชีพ : นักศึกษาสถาปัตยกรรมปีที่ 4 / รับจ้างเป็เด็กโฮสต์
สถานะ : คน (ไม่พร้อม) มีแฟน
"เมียที่ดี คือเมียไอ้เดย์
Name : ฟาห์ จาฟาห์ คริสเตียน ยู
อายุ : 22ปี
อาชีพ : นักศึกษาสถาปัตยกรรมปีที่ 4 / CEO
สถานะ : โสดมาก (แบบ ก ไก่ล้านตัว)
"เมียมึงจะรู้มั้ย ว่าเงินที่ปล้นกูไปเป็เงินมึง"
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปัจจุบัน
[Daylight Part]
หลังจากที่ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกตอนเจ็ดโมงเช้า ทั้งที่วันนี้มีเรียนตอนบ่ายโมง ชายหนุ่มจึงจำเป็ต้องทำใจลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวให้ร่างสดชื่น กะปี้กะเป่า พร้อมที่จำมานั่งทำงานที่ค้างคาไว้
เมื่อได้ปล่อยให้น้ำไหลผ่านร่างกายั้แ่หัวลงไปที่เท้าได้พักใหญ่ๆ ร่างสูงโปร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อลอนสวยก็ออกมา ด้านนอกและจัดการแต่งตัวด้วยชุดเสื้อผ้าสบายๆ
จ๊อกกกก
เสียงท้องร้องดังแทรกขึ้นมาหลังแต่งตัวเสร็จ เป็อันบ่งบอกให้เขารู้ว่าตอนนี้ร่างกายกำลัง้าสารอาหารจึงจะเดินเข้าครัวไปเพื่อกินข้าว แต่ขณะที่อีกเพียงแค่ก้าวเดียวก็จะถึงนั้นเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
ในเมื่อคนที่เคยทำอาหารให้ไม่อยู่แล้ว ในห้องครัวโง่ๆ นี่มันจะมีข้าวให้เขากินได้ยังไง
ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่าตัวเองทำอาหารไม่เป็ แต่ก็พอจะหุงข้าวได้ ทอดไข่ก็พอโอเคเพราะไม่ไหม้ (มั้ง) แต่ถ้าจะให้มันซาวข้าวหุงข้าวตอนนี้ร่างสูงก็รู้ลิมิตร่างกายตัวเองดีว่ามันไม่น่ารอได้จนถึงตอนนั้น
ฉะนั้นแล้วตัวเลือกสุดท้ายจึงเป็การที่เขาจะต้องพาร่างกายที่เริ่มร้องประท้วงหาสารอาหารรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ลงไปที่ร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้ามคอนโดแทน
ร่างสูงโปร่งหุ่นดีในชุดลำลองพอดีตัวเดินออกมาจากลิฟต์หลังจากที่รออยู่ในนั้นประมาณห้านาที แล้วเดินตรงไปยังร้านสะดวกซื้อที่ว่า เมื่อมาถึงเป้าหมายแรกที่เขาเลือกหยิบเลยก็คือตะกร้า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือความเคยชินอะไรก็แล้วแต่ ตะกร้าคือสิ่งแรกที่มือแกร่งมักจะเดินไปหยิบมันมาถือไว้เป็สิ่งแรกเสมอโดยไม่รู้ตัว
หลังจากหยิบตะกร้าแล้วสายตาคู่คมก็เริ่มมองกวาดไปจนทั่วร้าน ก่อนจะพุ่งตรงไปยังโซนอาหารสำเร็จรูป แม้ว่าลิ้นและร่างกานยของเขามันจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเพื่อความอยู่รอดในเช้านี้แล้วเขาจึงจำเป็ที่จะต้องกินมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
มือเรียวสวยเอื้อมไปหยิบอาหารแช่แข็งโง่ๆ นั่นขึ้นมาสองสามอัน ก่อนที่จะก้าวขายาวเปลี่ยนเป้าหมายไปยังโซนขายของจำพวกข้าวปั้นแทน ถึงจะบอกว่าไม่ค่อยชอบกินอาหารพวกนี้ แต่ข้าวปั้นกลับเป็เมนูยกเว้นที่ชายหนุ่มมักจะซื้อติดไม้ติดมือกลับเข้าห้องทุกครั้ง ถึงจะไม่ได้รสชาติดีเยี่ยมเหมือนอย่างที่เคยกินในร้านอาหาร แต่เขาคิดว่ามันก็อร่อยกว่าอาหารแช่แข็งโง่ๆ พวกนั้น
เมื่อเดินมาถึงชายหนุ่มก็ไม่รอช้า เขาจัดการกวาดข้าวปั้นพวกนั้นลงตะกร้าแบบไม่ต้องคิดอะไรให้วุ่นวาย ทั้งรูปร่างสามเหลี่ยมหรือทรงกระบอก มือหนากวาดมันมาหมดขนชั้นพวกนั้นว่างเปล่าและไม่ลืมที่จะซื้อพวกไข่ต้มกลับมาด้วย อย่างน้อยในวันที่หิวมากๆ ระหว่างข้าวสุกก็ยังไม่ไข่ต้มไว้กิน
เสร็จจากโซนนี้แล้ว ร่างสูงเปลี่ยนเป้าหมายไปยังโซนน้ำอัดลมที่อยู่ด้านหลังต่อ
น้ำอัดลมที่เขาเลือกก็มีแค่สองถึงสามยี่ห้อเท่านั้น คือสีแดง สีน้ำเงินและสีเขียวขวดขาว แค่วันนี้สีที่โชคดีคือน้ำเงินเพราะมันดันมีขนาดหนึ่งจุดเก้าห้าพอดี
“เอาแม่งสองขวดเลย ี้เีลงมาซื้ออีก”
ส่วนสีเขียวขวดขาวเขาก็หยิบติดมือมาหนึ่งขวด ก่อนจะแวะไปที่โซนอื่นต่อก็ไม่วายหยิบเลมอนโซดาติดมือกลับมาอีกหนึ่งแพ็ก
จบจากโซนเครื่องชายหนุ่มก็มาต่อที่โซนขนม มือหนาเลือกหยิบเป็ขนมจำพวกเจลลี่แบบถุงใหญ่มาสี่ห้าถุง เป็อันเสร็จสิ้นการซื้อของเข้าห้องในวันนี้
เดย์ลิฟต์ใช้เวลาทบทวนของที่ซื้ออีกประมาณห้านาที ก่อนจะพบว่าเขาๆ ได้ซื้อของมาครบแล้วและของพวกนี้ก็สามารถช่วยให้เขามีชีวิตรอดในวันที่ไม่มีคนคอยทำอาหารให้กินไปได้อีกสีถึงห้าวัน
เมื่อตรวจสอบของเสร็จแล้วร่างสูงก็เดินตรงไปยังเคาน์เตอร์คิดเงินในทันที
แต่ก่อนที่พนักงานจะคิดเงินเสร็จ เดย์ไลท์ก็ไม่วายยื่นมือไปกวาดลูกอมมีก้านที่วางไว้บนเคาน์เตอร์มาอีกสองกระปุก
ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าแม่หญิงที่รักมาเห็น เขาต้องได้โดนดึงหูขาดแน่ๆ
"วันนี้ลงมาซื้อเองเลยหรอ? " เสียงพี่พนักงานเอ่ยทัก ทำให้ผมหลุดออกมาจากภวังค์ความคิด
"ครับ" เดย์ไลท์เลือกที่จะตอบกลับแบบสั้นๆ ไปแทน เพราะไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านั้นอีกฝ่ายถามหรือพูดกับเขาว่าอะไร
เมื่อคิดเงินเสร็จร่างสูงโปร่งของเดย์ไลท์ก็เดินตรงกลับขึ้นห้องทันที ตอนนี้เพิ่งจะแปดโมงกว่าเกือบเก้าโมงเช้า เขาจึงยังมีเวลาอีกเยอะกว่าจะถึงเวลาเข้าเรียน
แต่ในตอนที่ผมกำลังจะเดินเข้าคอนโดนั้น พี่นิติก็วิ่งเข้ามาหาผมพร้อมกับคีย์การ์ดหนึ่งใบ
“อะไรครับ?” ผมถามด้วยความสงสัย ว่าอีกฝ่ายเอาคีย์การ์ดมาให้ผมทำไม ผมไม่ได้ทำหายนี่นา แต่ไม่ทันได้ถามให้มากความพี่นิติก็พูดขึ้นมา
“พอดีลุงรปภ. แกเอามาฝากไว้น่ะ เห็นว่าโดนทิ้งในถังขยะ แกกลัวว่าจะมีคนแอบอ้างเอาไปใช้เลยเอามาให้ พี่เช็คแล้วเห็นว่าเป็ของห้องเราเลยเอามาคืน ยังไงพี่ไปก่อนนะคะ” พูดจบพี่นิติก็เดินจากไปทันที
มาถึงตรงนี้ผมก็รู้ได้เลยว่ามันจะต้องเป็ของที่รักแน่ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
นี่มันถึงขนาดทิ้งคีย์การ์ดห้องผมเลยหรอ แสดงว่ามันจะเลิกจริงๆ ใช่มั้ย?
ไม่ใช่หรอก ที่รักมันประชดผมเฉยๆ ต่างหาก เพราะถ้ามันจะเลิกจริงๆ มันคงหักการ์ดทิ้งไปแล้ว ไม่มาทิ้งทั้งใบแบบนี้หรอก
ใช่ มันต้องใช่อย่างที่ผมคิดแน่นอน
ผมละทิ้งความคิดที่เกี่ยวกับที่รักลงและเก็บการ์ดใส่กระเป๋า ก่อนจะกดลิฟต์ขึ้นมาที่ชั้นสิบสอง
ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงผมเดินพาร่างของตัวเองมาที่หน้าห้อง จัดการใช้การ์ดที่พึ่งได้รับคืนมาปลดล็อกประตูเข้ามาด้านใน
เดินตรงไปที่ครัวจัดการอุ่นไอ้อาหารโง่ในไมโครเวฟ ระหว่างรอมันร้อน ผมก็เดินไปเก็บของเข้าตู้แช่ จัดเรียงของตามความเคยชินที่ที่รักมักจะใช้ให้ผมทำเสมอ
จัดเรียงของใหม่เสร็จแล้วผมก็หยิบน้ำอัดลมฉลากแดงออกมาจากตู้อีกครั้งทั้งที่มันเพิ่งเข้าไปได้ไม่ถึงสิบวินาที แล้วไปวางมันบนโต๊ะหน้าทีวีในห้องนั่งเล่น
เวลาผ่านไปอีกประมาณห้านาทีได้ ไอ้อาหารโง่ก็พร้อมถูกผมกิน
ผมยกอาหารที่อุ่นร้อนแล้วไปกินที่โซฟาพลางเปิดทีวีดูไปด้วย ่เช้าๆ รายการทีวีส่วนมากจะเป็การ์ตูนเด็กและข่าว ที่ที่รักเปิดค้างเอาไว้
แม่ง! ????
ผมกดปิดทีวีและหันมาตั้งหน้าตั้งตากินข้าวแทน เมื่อกินหมดก็เอาไปทิ้งลงถังขยะ ก่อนจะกลับมานั่งลงบนโซฟาอย่างเดิม พร้อมด้วยโมเดลบ้านที่ยังต่อไม่เสร็จ
โดยปกติผมจะมีคนอย่างที่รักคอยช่วย ไม่ใช่ช่วยต่อ แต่เป็ช่วยตัดชิ้นส่วนออกจากบล็อกที่ผมวาดไว้ นอกจากช่วยตัดแล้ว ที่รักยังช่วยลงสีและช่วยทำของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ให้
และตอนนี้เมื่อไม่มีที่รักคอยซัพพอร์ต ทำไมทุกอย่างแม่งถึงดูวุ่นวายจังวะ ทั้งที่เมื่อก่อนก็เป็แบบนี้ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ
ผมนั่งใช้เวลาในการทำโมเดลไปเรื่อยๆ ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปโดยที่ไม่ได้สนใจอะไรนอกจากของที่อยู่ตรงหน้า จนกระทั่งนาฬิกาที่ผมตั้งปลุกไว้ร้องเตือนขึ้นมาอีกครั้ง
กริ๊งงงงงงงง
มันร้องเตือนอีกครั้งเพราะตอนนี้เป็เวลาเที่ยงวันแล้ว ผมควรที่จะออกจากห้องไปเรียนซะที ว่าแล้วผมก็ละจากทุกสิ่งที่กำลังทำและเดินไปหยิบกุญแจรถและกุญแจห้อง ก่อนจะเดินออกมากดลิฟต์อีกครั้ง โดยครั้งนี้ผมกดไปที่ชั้นห้าซึ่งเป็ชั้นจอดรถ
เมื่อลิฟต์มาถึงชั้นห้าและเปิดออก ผมก็เดินตรงไปที่บิ๊กไบค์คันโปรดอย่างน้องฉลาม S1000RR สีฟ้าขาว
"เฮ้อ" ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะพอไม่มีคนซ้อนผมแม่งเหมือนแบดบอยเลย
ผมสตาร์ทรถก่อนจะขับออกมาจากลานจอด