เ้าสำนักศิลาเห็นครามกำลังชำแหละศพของสัตว์อสูร พลางก็รู้สึกว่า เ้าหมอนี่ใช้ประโยชน์จากซากศพเหล่านี้ได้อย่างไม่เสียของจริงๆ ผลึกต้นกำเนิดพิษทั้งสี่ได้ถูกขุดคุ้ยจากส่วนลึกของซากเ่าั้ บัดนี้ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ครามได้ฉีกชายเสื้อขนาดพอเหมาะรอไว้ก่อนแล้วเพื่อนำมาห่อเก็บผลึกดังกล่าว
หยุด!!! เสียงดังกังวานของเ้าสำนักศิลาดังขึ้น
สายตาหลายสิบคู่หันไปในทางเดียว ะโแบบนี้มันต้องมีเื่สำคัญเกิดขึ้นแน่นอน
เมื่อสิ้นเสียง ศิลาล้วงมือเข้าไปที่อกเสื้อ ยื่นกำไรสีทองมันวับให้แก่คราม ตรงกลางของกำไรมีอัญมณีสีนิลเม็ดใหญ่วางวับ รอบๆ มีมณีสีต่างๆ เรียงยาวลงมาข้างละอีกสามสี ม่วง แดง ส้ม ครามรับมาอย่างงงๆ และโล่งอก ในใจนึกว่าทำอะไรให้กับตาเฒ่านี่ไม่พอใจเสียอีก
“นี่คือกำไรเก็บของ เ้าคงเคยเห็นผู้มีฤทธิ์ต่างๆ สามารถเรียกอาวุธ สิ่งของ อุปกรณ์ต่างๆ ให้อยู่ในฝ่ามือ สิ่งนี้แหละอยู่เื้ั เ้านำมันไปเก็บสิ่งของมีค่าของเ้าเสีย เ้านี่เรียกว่ากำไรแสงจันทร์ ข้าเตรียมจะวางขายในเร็วๆ นี้ เ้าได้มันก่อนคนทั่วไปเลยนะ
วิธีใช้ไม่ยาก เมื่อเ้าสวมมันแล้ว เ้าแผ่ดวงจิตของเ้าลงไป มันจะกลายเป็ของเ้าในทันที มีมณีเก็บของถึง 7 ก้อน ก้อนสีดำนี่ ห้องใหญ่หน่อย เ้าเอาไว้เก็บอะไรใหญ่ๆ ได้มากมาย ฝั่งซ้าย ถัดมามีมณี สามสี ม่วง แดง ส้ม
สีส้มนี่เ้าสามารถเก็บสิ่งมีชีวิตไว้ได้ เช่นพืช สัตว์ อะไรทำนองนั้น ทั้งสามสีมีสองฝั่ง เ้าเลือกใช้มันตามถนัดก็แล้วกัน
“ข้าขอขอบคุณท่านเ้า…”
“เรียกข้าว่าท่านลุงเถิด หลานชาย” เขาพูดพลางหัวเราะ แล้วก็ฉุกขึ้นได้ ไหนๆ ก็ไม่รู้ว่าอาจารย์เป็ใคร ลองถามถึงพ่อแม่ดูก็อาจจะรู้ “บิดามารดาเ้าเป็ใครอย่างนั้นรึ”
คราม พูดด้วยใบหน้าเศร้าหมองในทันที ว่าเขาเป็เด็กกำพร้าในหมู่บ้าน พ่อกับแม่ของเขาจำได้เพียงเค้าโครงใบหน้ารางๆ
ทั้งสองหาที่นั่งสนทนากัน เพราะศิลาสนใจในตัวครามมาก ในความเก่งกาจของเขา อย่างไรก็ตาม ครามไม่ปริปากเื่อาจารย์ของเขาแน่นอน ไม่แน่หากเขาเล่า ก็คงไม่มีใครเชื่ออีกเช่นกัน ว่าอาจารย์เขาเป็พญายมราช
ศิลา เป็ชายวัยกลางคนอายุ 43 ปี เป็เ้าสำนักดาบศิลา เป็คนเปิดเผย และรักลูกสาวมากเป็ที่สุด สำหรับภรรยานั้น ได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อตอนที่คลอดปรางได้ไม่นาน ศพของเธอได้ถูกคงสภาพไว้ในศิลาน้ำแข็ง ทำให้ทั้งชีวิตนอกจากสำนักมีเพียงลูกสาวที่หวงแหนที่สุด แม้ว่าเขาจะรักเพียงใด ก็ไม่ได้ตามใจจนเสียคน ดังนั้นนิสัยของปรางจึงรู้ผิดชอบชั่วดี แม้จะมีซุกซนไปบ้างตามประสาเด็กสาวรุ่น ที่อยากพิสูจน์ตัวเอง
เฌอปราง อยากเป็นักปรุงโอสถเพราะ้าช่วยเหลือด้านธุรกิจของครอบครัว แต่พ่อของเธอไม่ได้สนับสนุนมากนัก เพราะว่าการเป็ักปรุงโอสถนั้นไม่ง่าย ต้องทุ่มเทไปกับการศึกษายาสมุนไพรทั้งหลาย รวมถึงพืชวิเศษ ทำให้ไม่มีเวลาฝึกฌาณเพื่อบรรลุนักสิทธิ์
กาารดำเนินชีวิตในยุคนี้ หากไม่สามารถคุ้มครองตนเองได้ หวังพึ่งพาผู้อื่นไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก โดยเฉพาะการเป็ผู้หญิง ศิลาจึงอยากให้ลูกสาวบรรลุระดับให้สูงที่สุด ขั้นมหาปราชนักสิทธิ์เลยยิ่งดี แต่อย่างไรก็ตามด้วยความคิดที่เป็ของตัวเองของปรางทำให้เธอมักแอบหมกมุ่นกับการศึกษาด้านสมุนไพรจนละเลยการฝึกฝน ทำให้เกิดเหตุเช่นในวันนี้ หากศิษย์พี่ทั้งสี่ของเขาไม่มาถ่วงเวลาก่อนที่ครามจะมาช่วยล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น
ครามได้ฟังเื่ราวของปรางจากผู้เป็พ่อ ทำให้เขารู้สึกประทับใจปรางอยู่บ้างในบางมุมที่เหลือนเขา ตอนที่อยู่ที่หมู่บ้าน 7 ครัวเรือน ซึ่งเป็หมู่บ้านที่ยากจนมาก เขาทุ่มเทเวลาในวัยเด็กของเขาในการช่วยดูแลคนชราในหมู่บ้าน ศึกษาตำราสมุนไพร และครูพักลักจำจากหมอยาหรือพญายมราชที่ปลอมตัวพลัดหลงมาในหมู่บ้าน ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้ความรู้มาในแต่ละครั้ง แล้วก็ต้องมาตาย เขานึกก็หัวเราะในใจ
“เอาอย่างนี้สิ” เขาอุทานขึ้นมา ถ้าทำสำเร็จเขาจะสามารถช่วยชีวิต และความรุ่งโรจน์ให้กับหมู่บ้าน 7 ครัวเรือนได้ “ท่านลุง ข้าสามารถช่วยลูกสาวของท่านได้ แลกเปลี่ยนกับการที่ท่านช่วยเหลือหมู่บ้านของข้า” ครามเอ่ยด้วยนำเสียงจริงจัง
“ถ้าอย่างนั้นเราร่วมมือกันได้” ครามมีสีหน้าขึงขัง พร้อมทั้งเล่าแนวทางให้ฟังว่า ให้ทางสำนักศิลาใช้ไพร่พล และยอดฝีมือระดับสูงช่วยหาสมุนไพร ที่เขา้า เขาจะช่วยสอนปรางเื่การปรุงยา