ถังเฉิงตื่นขึ้นและลงไปฝึกกระบี่อีกครั้งแต่ครั้งนี้ ตั้งสมาธิตอนฝึกกระบี่ จู่ตอนวาดกระบี่ก็มีกลุ่มแสงในอากาศลอยเข้ามาในร่างกายถังเฉิง
ถังเฉิงตกตะลึง “การฝึกกระบี่ก็สามารถรวบรวมพลังฉีได้รึเนี่ย” ถังเฉิงตั้งมั่นฝึกฝนกระบี่จนถึงเย็น ระหว่างกินข้าวถังเฉิงถามท่านพ่อ “ท่านพ่อขอรับ มันมีวิชาที่เวลาฝึกอาวุธแล้วสามารถรวบรวมพลังฉีตอนฝึกได้รึเปล่าขอรับ” พ่อหันมามองถังเฉิงด้วยแววตาตกตะลึง “ลูกสามารถทำได้งั้นหรอ” ถังเฉิงพยัญหน้า “ฮ่าๆๆ น้องจ๋า์เต็มใจจริงๆ ฮ่าๆๆ ลูกเรามีกายฮ่าๆๆ”
ชายวัยกลางคนลุกขึ้นไปโอบกอดกับภรรยาที่นั่งอยู่ด้านข้าง “กายคืออะไรหรอขอรับ” พ่อหันมามองด้วยความสุขและภูมิใจ “ในโลกเรามีกายมากมายซึ่งแต่ละกายหายากมาดและกายจ้าวศัสตราวุธเป็1ใน9กายที่ดีที่สุด ท่านผู้ก่อตั้งตระกูลถังของเราเป็หนึ่งในผู้มีกาย ชื่อกายว่าดาบรื่นเริงอยู่ในระดับกลาง และลูกก็มีกาย” แววตาในชายกลางคนลุกโชน “ถึงเวลาตระกูลถังกลับมารุ่งโรจน์แล้วฮ่าๆๆ”
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ ถังเฉิงเดินขึ้นไปนอนบนห้อง “ มันเป็เพราะวิชาหรือที่แท้เรามีกายกันแน่ ถังเฉิงนอนคิดจนหลับไป ระหว่างฝึก จู่ๆพ่อก็เดินเข้ามา “ลูกห้ามบอกใครว่ามีกายเด็ดขาด เข้าใจมั้ย” ถังเฉิงพยัญหน้า พระอาทิตย์ตกดิน
ถังเฉิงนั่งฝึกสมาธิเพื่อรวบรวมพลังฉี “อีกแค่นิดเดียวก็จะเป็หมอกแล้ว” ผ่านไป20วัน ถังเฉิงสามารถรวบรวมพลังฉีจนถึงขั้นหมอกระยะเป็รูปเป็ร่างได้สำเร็จ “รู้สึกดีสุดๆ เหมือนว่าร่างกายเราจะแข็งแกร่งขึ้น3เท่าเลยสิน่ะ” ถังเฉิงวิ่งกลับบ้าน “ท่านพ่อท่านแม่ลูกถึงขั้นหมอกแล้ว” “จริงรึถังเออร์”แม่วิ่งเข้าไปกอด “สงสัยวันนี้ต้องฉลองแล้ว” พ่อเดินเข้ามาใกล้
“พรุ่งนี้ไปในเมืองกับพ่อน่ะ ต้องเปลี่ยนกระบี่ อันเดิมมันเบาแล้ว” รุ่งเช้าถังเฉิงนั่นรถม้าไปยังเขตเมืองชั้นใน “ท่านพ่อขอรับเราจะไปร้านไหนขอรับ” “ร้านชื่อว่ารุ่งอรุณ เป็ร้านคนรู้จักพ่อั้แ่เด็กๆ” รถม้าขับไปจอดร้านแห่งหนึ่งคล้ายโรงตีเหล็ก คนงานมีกล้ามเป็มัด ถอดครึ่งบนใส่แต่ครึ่งล่าง พ่อนำทางถังเฉิงเข้าไปในร้าน ข้างในร้านมีชั้นวางอาวุธมากกว่า ธรู ดาบ มีด ขวาน กระบี่ ฯลฯ พ่อเดินไปหาชายตัวสูงมีกล้ามเป็มัดๆคาดแว่นกันลมบนหัว “พี่หวังหรู น้องฮ่าวคนนี้อยากซื้อกระบี่ให้ลูกชายเสียหน่อย”
หลังพูดจบชายที่ชื่อหวัง หันหน้ามามองด้วยความตกตะลึงและวิ่งเข้าไปกอด “ฮ่าๆ น้องฮ่าวไม่เจอกันนานแล้ว เ้าไปอยู่ไหนมา ไม่เห็นหน้าเป็10แล้ว” ชายวัยกลางคนหัวเราะด้วยความเขิลอาย “พอดีข้าย้ายไปอยู่เมืองชั้นนอก เอาแต่ทำงานจนไม่มีเวลาไปหาพี่เลย” ชายชื่อหวัง “เห็นว่าเ้าอยากได้กระบี่ให้งลูกชายสิน่ะ ชอบอันไหนเลือกไปได้เลย ข้าให้ฟรี” ชายวัยกลางคนหันไปมองหวังหรู “ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้พี่หวังหรู เดี๋ยวจ่ายเงินเอง”
หวังหรูหันไปมองชายวัยกลางคน
“พี่หวังพูดแล้วไม่คืนคำ”
หวังหรูหันหน้าไปมองเด็กชายที่อยู่ข้างถังฮ่าว “เด็กน้อย เ้าคงเป็ลูกของถังฮ่าวสิน่ะชื่ออะไรหละ” “ชื่อถังเฉิงครับ” “ถังเฉิงดี ชื่อดีหนิ เ้าหนูเ้าไปเลือกอาวุธที่อยากได้เลย เดี๋ยวอาจะคุยกับพ่อของเ้าหน่อย” ถังเฉิงหันหน้าไปมองบิดา บิดาพยัญหน้า “ลูกไปหาอาวุธที่ถูกใจเยอะเดี๋ยวพ่อขอคุยกับน้าคนนี้ก่อน” ถังเฉิงพยัญหน้าและเดินไปชั้น2เพื่อดูกระบี่ กระบี่สีชาด หนัก200จิน ราคา1200 เงิน กระบี่เพลิงอัศนี260จิน ราคา1600เงิน กระบี่วายุพิรุณ หนัก340จิน 2400 เงิน
ถังเฉิงมองกระบี่จนไปสะดุดตากับ กระบี่เล่มหนึ่งอยู่ในกองกระบี่ที่วางอยู่ด้านข้างหน้าต่าง ถังเฉิง หยิบกระบี่ขึ้นมามองกระบี่มีสีดำมีรูปร่างเรียวดาว คล้ายดาบซามูไร ตรงด้านจับมีตัวอักษรสลัดอยู่雪
ถังเฉิงกวัดแกว่ง รู้สึดน้ำหนักพอดีมือ เมื่อเลือกเสร็จแล้วถังเฉิงเดินไปหาพ่อ “ถังเออร์เลือกเสร็จแล้วหรอ” ถังเฉิงพยัญหน้าและยื่นกระบี่ให้ดู เมื่อหวังหรูเห็นกระบี่นี้ ก็ได้บอกกล่าวกับถังเฉิง “เ้าหนูกระบี่เล่มนี้เอามาจากไหน ใช่เอามาจากในกองกระบี่ที่อยู่ข้างหน้าต่างใช่เปล่า” ถังเฉิงพยัญหน้า
หวังหรูถอดหายใจ “กระบี่ที่อยู่ในกองนั้นคือกระบี่ที่ตรวจสอบไม่ได้ ไม่รู้ว่าของจริงหรือของปลอม เ้าหนูเอาไปเปลี่ยนเถอะ” พ่อหันมามอง “ลูกเอาไปเปลี่ยนเถอะเอาอันที่ดีกว่านี่” ถังเฉิงส่ายหน้า “กระบี่เล่มนี้เหมือนมีเสียงให้ลูกเลือกมันขอรับ ลูกคิดว่าถ้าไม่เลือกจะเสียใจภายหลัง” พ่อมองเข้าไปในสายตาของลูก “โอเคๆ เล่มนี้ก็เล่มนี้ พี่หวังเอาเล่มนี้แหละกี่บาท”
“ก็บอกแล้วไงว่าให้ฟรี ฟรีอ่ะ คำว่าฟรีเข้าใจมั้ย” หวังหรูหันมาบอกกับถังฮ่าว “ขอขอบคุณพี่หวังหรูมาก” “คนบ้านเดียวกันจะเกรงใจทำไม” หลังซื้อกระบี่เสร็จและกำลังออกจากได้ จู่ๆก็มีเสียง “จุ๊ๆ นั่นใช่ อดีตคุณชายใหญ่ตระกูลหวังรึเปล่าเนี่ย”
ถังเฉิงหันไปมองต้นเสียงก็พอชายผมทอง ผมปะบ่า โค้งนิดหน่อย ข้างๆเป็เด็กชายอายุ14-15ปีท่าทางหยิ่ง มองคนอื่นเป็คนชั้นต่ำ ถังฮ่าวหันมองด้วยใบหน้าดำ
“เยี่ยชิว ถ้ายังอยากมีฟันกินข้าวก็หุบปากซะ”
ชายที่ชื่อเยี่ยชิวหัวเราะ “ฮ่าๆๆ คนที่ไม่มีแม้แต่วังวงฉีอย่างแก่กล้าพูดด้วยหรอ ฮ่าๆๆๆ”