เสียงสายฝนสาดกระทบกระจกหน้าต่างบานกว้างของคฤหาสน์สองชั้นดังกึกก้องสลับกับเสียงฟ้าคำรามแ่ต่ำ แสงไฟสลัวจากห้องนั่งเล่นชั้นล่างทอดส่องร่างอ้อนแอ้นของหญิงสาวที่ยืนเกาะขอบหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ร่างของเธอถูกดันจนชิดติดแผ่นกระจกอันเย็นเยียบ ทว่าเนื้อตัวกลับร้อนผ่าวไปด้วยแรงปรารถนาอันป่าเถื่อนที่กำลังโถมเข้าใส่จากทางด้านหลัง
“อ๊ะ... ภัทร์... อ๊า... เบาหน่อยสิ... อื้อออ”
แพรพิมพ์ ครางระเส่าสะท้านะเื แก้มเนียนซับสีระเรื่อชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อสะท้อนเงาในกระจกใสที่สายตาของเธอจดจ้องมองออกไปนอกบ้าน ความมืดสลัวและใบไม้ที่ไหวเอนตามพายุทำให้เธอมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากเงาสะท้อนของตัวเองและร่างแกร่งของน้องสามีที่กำลังซ้อนอยู่ด้านหลัง
ภัทร์ ชายหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปีผู้มีมัดกล้ามแกร่งตามวัยสะพรั่ง ใช้มือหนาขยำเอวคอดกิ่วของพี่สะใภ้ไว้แน่นจนขึ้นรอยนิ้วมือ เขายกกระโปรงผ้าซาตินเนื้อนุ่มของเธอขึ้นไปกองไว้บนแผ่นหลังเนียน สลัดกางเกงชั้นในลูกไม้ตัวบางลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้าของเธอ ตั้งหน้าตั้งตาบดเบียดสะโพกสอบกระแทกกระทั้นแก่นกายใหญ่โตร้อนผ่าวทะลวงเข้าสู่ร่องรักอุ่นร้อนของเธออย่างไม่ลืมหูลืมตา
*ตับ! ตับ! ตับ!*
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกังวานสลับกับเสียงครางพร่ำพรูและเสียงลมหายใจหอบสะท้านของทั้งคู่
“ซี้ดดด... พี่พิมพ์... ร่องรักของพี่ตอดรัดลำเอ็นผมแน่นขนาดนี้จะให้ผมเบามือได้ยังไงครับ...” ภัทร์กัดฟันแน่นจนเห็นสันกรามคมชัด น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความกระสัน “ดูสิ... กุหลาบงามของพี่พิมพ์เยิ้มแฉะไปหมดแล้ว น้ำหวานล้นมาชโลมตัวตนของผมจนลื่นไหลหมดแล้วครับ”
“อ๊ะ... อย่าพูด... อื้อออ เสียว... ภัทร์... เสียวเหลือเกิน...” แพรพิมพ์กัดริมฝีปากแน่นพยายามหักห้ามเสียงครางแต่มันกลับเล็ดลอดออกมาไม่หยุด นิ้วมือเรียวสวยจิกเกร็งลงบนผ้าม่านผืนหนาเพื่อทรงตัว สะโพกกลมกลึงกลมมนแอ่นโค้งสวนกลับจังหวะการโหมกระแทกของแก่นกายแกร่งอย่างลืมตัว ร่างกายของเธอมอบสวามิภักดิ์สยบต่อบทรักอันป่าเถื่อนรุนแรงของน้องผัวอย่างสิ้นเชิง
ทว่าท่ามกลางพายุสวาทที่กำลังพัดกระหน่ำ โทรศัพท์มือถือของแพรพิมพ์ที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขกใกล้ๆ กลับแผดเสียงสั่นครืดคราดขึ้นมา หน้าจอสว่างวาบพร้อมชื่อสายเรียกเข้าเด่นชัด
'พี่ภพ'
หัวใจของแพรพิมพ์หล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความใและความรู้สึกผิดพุ่งทะยานขึ้นมาอย่างรุนแรงจนเืในกายเย็นเฉียบ
“ภัทร์... หยุดก่อน... พี่ภพ... พี่ภพโทรมา! อ๊ะ... หยุดนะ!” เธอพยายามบิดตัวหนี แขนเรียวดันอกกว้างของเขาออกไปอย่างสิ้นแรง น้ำตาไหลพรากทันที ความละอายและความกลัวทำให้ร่างกายที่กำลังลอยอยู่ในความเสียวซ่านสะดุ้งเฮือก
แต่ภัทร์กลับไม่หยุดชะงักโดยทันที แก่นกายแกร่งยังคงฝังแน่นลึกอยู่ในโพรงอุ่นชื้นที่ยังตอดรัดเขาไม่ยอมคลาย เขาชะลอจังหวะลงเหลือเพียงโยกเบาๆ ช้าๆ แต่ยังคงลึกถึงมดลูกทุกครั้ง มือหนาจับสะโพกเธอไว้แน่นไม่ให้หนี
“พี่พิมพ์... หายใจลึกๆ ครับ...” เสียงของเขายังแหบพร่า แต่พยายามนุ่มนวลลง “อย่าใ... ผมไม่หยุดทันทีไม่ได้ครับ... ร่างกายพี่ยังรัดผมแน่นขนาดนี้...”
โทรศัพท์ยังสั่นต่อเนื่อง เสียงเรียกเข้าแหวกผ่านความเงียบของห้องนอนอย่างน่ากลัว แพรพิมพ์ตัวสั่นเทิ้ม น้ำตาไหลไม่หยุด มือข้างหนึ่งยกขึ้นปิดปากตัวเอง พยายามกลั้นเสียงครางที่ยังหลุดออกมาเป็ระยะ
“ช่างมันสิครับ...” ภัทร์เอ่ยพลางยืดตัวขึ้นไปโอบกอดแผ่นหลังชุ่มเหงื่อของเธอ กดจูบไซร้ลงบนซอกคอหอมกรุ่นชวนให้ใจละลาย มือหนาเอื้อมไปกดปิดเสียงโทรศัพท์เครื่องนั้นทิ้งอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะขยับเอวสอบโยกคลึงแก่นกายร้อนผ่าวทะลวงกระชากเข้าไปในรอยแยกที่ขมิบขยับตุบๆ แยงลึกเข้าสู่จุดเสียวที่สุดด้านในจนแพรพิมพ์ตัวโยน
“อ๊าส์! ภัทร์... ลึก... มันลึกไป อื้อออ... ถ้าพี่ภพโทรมาแสดงว่า... อ๊า... แสดงว่าเขาใกล้จะถึงแล้ว...”
ยังไม่ทันที่แพรพิมพ์จะพูดจบประโยค เสียงประตูรั้วบ้านอัตโนมัติก็ส่งเสียงครางครืดคราดสลับกระแสไฟ แสงไฟหน้ารถยนต์สีขาวจ้าสาดส่องตัดผ่านความมืดสลัวและสายฝนเข้ามากระทบบนบานกระจกใสที่พวกเขากำลังยืนทาบทับกันอยู่!
ความระทึกใจและหวาดระแวงพุ่งสูงถึงขีดสุด ทั้งคู่สะดุ้งตัวโยนด้วยความใกลัวแสนสาหัส แพรพิมพ์รู้สึกราวกับิญญาจะหลุดลอยออกจากร่าง ความกลัวที่เกรงว่าสามีจะเข้ามาจับได้กลางคันทำให้กล้ามเนื้อในรูสวาทของเธอขมิบตอดรัดลำเอ็นหนาของภัทร์อย่างบ้าคลั่งราวกับพยายามบีบคั้น รัดแน่นระรัวจนภัทร์ครางซี้ดลั่นห้องด้วยความกระสันซ่านเสียวแทบจะะเิอารมณ์ออกมา
“อื้อออ... ภัทร์! รถพี่ภพ... รถพี่ภพเข้ามาแล้ว! เอาออกไป... เอาออกไปเร็ว!” แพรพิมพ์พยายามจะขยับหนีด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา ทว่าหัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดเสียวปนกลัวกลายเป็สิ่งเร้าอารมณ์ดิบในกายชายหนุ่มให้ปะทุขึ้นจนเกินจะต้านทานไหว
“ไม่ทันแล้วครับพี่พิมพ์... มันตอดรัดผมขนาดนี้... ผมเอาออกไม่ได้ ซี้ดดด... แตกพร้อมกันนะครับ!”
ภัทร์ไม่ยอมถอดแก่นกายออก ตรงกันข้ามเขากลับกุมสะโพกมนตรึงไว้แน่น งอตัวอัดกระแทกกระทั้นลำเอ็นแกร่งเข้าสู่ร่องรักอุ่นร้อนถี่ยิบเก้าสิบองศา เสียงจังหวะตอกตรึงกระแทกเข้าออกดังก้องสะท้อนแรกรัวสวนกระแสพายุฝน แพรพิมพ์สั่นระริกไปทั้งตัว ร่างกายที่ตื่นกลัวขีดสุดตอบรับความเสียวซ่านถึงขีดสุดจนสมองขาวโพลน
“อ๊าาาส์! ภัทร์... ภัทร์... พี่จะ... จะเสร็จ อ๊ะ... อ๊าส์!”
“อืมมม... พี่พิมพ์... ร่างกายของพี่ตอบสนองผมแรงเหลือเกิน... ซี้ดดด!”
ภัทร์อัดกระแทกเน้นๆ สองสามครั้งสุดท้ายลึกสุดแรงเกิดจนชนผนังมดลูก ก่อนจะยืนนิ่งเกร็ง สะโพกสั่นสะท้านฉีดพ่นน้ำรักอุ่นร้อนสีขาวขุ่นทะลวงลึกเข้าสู่ร่องสวาทของพี่สะใภ้อย่างรวดเร็วและอัดแน่นท่วมท้น แพรพิมพ์ซบหน้าลงกับกระจกเย็นตัวสั่นครางพร่ำไม่เป็ภาษากับััถึงฝั่งฝันอันบ้าคลั่งในวินาทีวิกฤตที่เสี่ยงตายเป็ที่สุด
เสียงเครื่องยนต์รถดับลงที่โรงจอดรถข้างบ้าน
“อ๊ะ...” แพรพิมพ์รีบผลักอกภัทร์ออกทันทีที่เขาถอนตัวตนออกไป เสียงดังคล้ายแรงสุญญากาศหลุดลอย พร้อมกับน้ำหวานปนคราบรักเปียกชื้นที่ทะลักย้อยออกมาตามง่ามขาของเธอ แพรพิมพ์ขาสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ เธอรีบก้มตัวคว้ากางเกงชั้นในลูกไม้ขึ้นมาสวม รวบกระโปรงซาตินลู่ลง และจัดเสื้อเชิ้ตที่หลุดรุ่ยให้เข้าที่ ก่อนจะรีบก้าวขาสั่นเทาวิ่งหนีขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของบ้านโดยเร็วที่สุด
ภัทร์ยืนหายใจหอบฮัก เป้ากางเกงยีนส์ของเขาเปิดอ้าและตัวตนยังชี้ชันเปียกเยิ้ม ชายหนุ่มไม่มีเวลาให้พักหายใจ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตรงเข้ามาและเสียงกุญแจเริ่มเสียบเข้ามาในช่องประตูหน้าบ้าน ภัทร์รีบรูดซิปกางเกงยีนส์ ตะปบคว้าทิชชู่ม้วนใหญ่และผ้าเช็ดมือบนโต๊ะอาหาร ก้มลงเช็ดคราบหยดน้ำรักที่เปรอะเปื้อนเป็วงกว้างอยู่บนพื้นปาร์เก้ และเอื้อมไปเช็ดรอยนิ้วมือรอยสะโพกของแพรพิมพ์ที่เปื้อนคราบน้ำรักเหนียวหนืดบนหน้าต่างกระจกใสอย่างลนลานบ้าคลั่งจนเรียบเนียนเป็เนื้อเดียว เขาขยำกระดาษทิชชู่ยัดใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ด้านหลังและซ่อนผ้าเช็ดมือไว้ใต้เบาะโซฟาอย่างหวุดหวิดในวินาทีสุดท้าย
*แกรก... คลิก...*
เสียงลูกบิดประตูด้านหน้าถูกเปิดออก พร้อมกับร่างของ ภพ พี่ชายแท้ๆ ของเขาและสามีของแพรพิมพ์ที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้านพลางสะบัดน้ำฝนออกจากร่ม
“อ้าว... ภัทร์ ยังไม่นอนอีกเหรอเรา? แล้วทำไมปิดไฟมืดสลัวขนาดนี้ล่ะ?” ภพหันมาถามน้องชายพลางเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเคย
ภัทร์ที่กำลังยืนเหนื่อยหอบ พยายามปรับระดับลมหายใจและควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าไม่ให้แสดงพิรุธ เขายืนตัวตรงขยับบังโซฟาและแนวหน้าต่างกระจกไว้ แสร้งยิ้มแห้งๆ ส่งไปให้พี่ชายตัวจริง
“อ๋อ... พอดีพายุเข้าไฟมันตกกระพริบน่ะครับพี่ภพ ผมเลยว่าจะลงมาปิดไฟและปิดหน้าต่างให้เรียบร้อยพอดี พี่ภพกลับมาเหนื่อยๆ... เปียกฝนไหมครับ?”
“นิดหน่อยน่ะ พายุแรงมาก ไฟลท์บินยกเลิกวุ่นวายไปหมด พี่เลยต้องรีบขับรถลุยฝนกลับมา ดีนะที่ถึงบ้านปลอดภัย... แล้วพิมพ์ล่ะ? นอนหรือยัง?” ภพเอ่ยถามหาภรรยาสาวพลางกวาดสายตามองไปรอบห้องนั่งเล่นที่เงียบสงบ
ภัทร์ใจหายวูบเมื่อเห็นภพเดินมานั่งที่โซฟาตัวยาวตัวที่เขาและแพรพิมพ์เพิ่งเสร็จสมอารมณ์รักไปหมาดๆ ชายหนุ่มรีบพูดแทรกขัดจังหวะทันที
“พี่พิมพ์... น่าจะเพิ่งขึ้นไปนอนเมื่อกี้เองครับ พี่ภพพึ่งกลับมาเหนื่อยๆ ขึ้นไปอาบน้ำนอนพักผ่อนก่อนเถอะครับ เดี๋ยวข้างล่างนี่ผมเคลียร์ปิดหน้าต่างสวิตช์ไฟให้เองครับ”
ภพชะงักไปเล็กน้อย จมูกของเขาสูดดมลมหายใจก่อนจะเอ่ยทักด้วยความฉงน “เอ๊ะ... ทำไมในห้องนั่งเล่นนี้กลิ่นอะไรแปลกๆ หอมๆ วะ? เหมือนกลิ่นดอกไม้ป่าผสมกลิ่นแป้งเด็ก... แล้วทำไมหน้าเราแดงจังภัทร์? เหนื่อยจากการปัดกวาดบ้านเหรอ?”
ภัทร์รู้สึกเหมือนลมหายใจจะหยุดทำงาน เป้ากางเกงยีนส์ด้านในยังคงเปียกชื้นเหนอะหนะจนแทบจะจับไข้ เขารีบก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้พี่ชายเพื่อส่งยิ้มกลบเกลื่อนรอยพิรุธ “อ๋อ... กลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่พี่พิมพ์เอามาวางไว้ในครัวมั้งครับพี่ภพ ส่วนหน้าผมแดงเพราะผมเพิ่งวิ่งรีบไปปิดสวิตช์ไฟปั๊มน้ำข้างหลังบ้านมาน่ะครับ ฝนตกหนักน้ำท่วมขัง กลัวไฟจะช็อต”
“อ๋อ... อย่างนั้นเองเหรอ ขอบใจมากนะภัทร์ที่ช่วยดูแลบ้านให้ พี่เกือบลืมเื่ปั๊มน้ำไปเลย” ภพตบบ่าน้องชายเบาๆ ด้วยความประทับใจ ก่อนจะเดินขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนชั้นบน
ภัทร์ทรุดตัวลงพิงพนังกระจกหลังปลดปล่อยสะพรั่ง ลมหายใจพรั่งพรูออกมายาวนานด้วยความโล่งอกอย่างเหลือเชื่อ กลิ่นกายและน้ำรักของแพรพิมพ์ยังคงกรุ่นติดอยู่ที่ปลายจมูกและนิ้วมือของเขา ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบริมฝีปากช้าๆ ความรู้สึกลึกซึ้งวาบหวามและรสบาปที่แสนหอมหวานยังคงเด่นชัดอยู่ในอก
*‘พวกเราเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรกันนะ... จุดที่เขาต้องแอบมอบบทรักป่าเถื่อนใส่เมียพี่ชายตัวเองลับหลังแบบนี้...’*
ความคิดของภัทร์ดิ่งลึกลงสู่ห้วงความหลัง ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของเื่ราวทั้งหมดในวันแรกที่เขาเพิ่งก้าวเข้ามาเหยียบย่างในบ้านหลังนี้...