อากาศหน้าหนาวในยามเช้าของเมืองแถบชายทะเลฝั่งตะวันออกไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังออกกำลังกายอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้านสะทกสะท้านแต่อย่างใดเพราะถึงแม้จะมีลมแรงแต่ความหนาวเย็นก็เทียบไม่ได้เลยกับอากาศหนาวเย็นของภาคเหนือที่เขาเติบโตมา ท่วงท่าของศิลปะการต่อสู้ถูกงัดออกมาใช้ปรับเปลี่ยนเป็ท่าออกกำลังกายจนเสื้อของชายหนุ่มเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เสียงเปิดประตูรั้วที่ดังมาจากบ้านข้างๆ ตามมาด้วยเสียงะโเรียกชื่อของลลิตาเรียกความสนใจให้ภูวินท์หันไปมอง หญิงสาวร่างเล็กในชุดนักศึกษากำลังชะเง้อคอมองผ่านประตูรั้วเข้ามา ภูวินท์หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่ใบหน้าก่อนจะค่อยๆ เดินไปหาหญิงสาวด้วยความเหนื่อยหน่าย
พอประตูรั้วถูกเลื่อนเปิดออกใบหน้าเล็กก็ส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่มแต่ก็เพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้นก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็ตกตะลึง
“ คุณ! ”
“ ลิตากำลังอาบน้ำมีอะไรก็ฝากไว้ได้” ภูวินท์พูดด้วยอาการนิ่งเฉยผิดกับคนตรงหน้าที่ดูเหมือนอยากจะร้องกรี๊ดกับเป็ลมในเวลาเดียวกันพอหญิงสาวเรียกสติตัวเองกลับมาได้ก็รีบถอยหลังหนีออกห่างจากเขาไปเสียสองก้าวทำราวกับกลัวว่าถ้าอยู่ใกล้มากกว่านี้จะโดนชายหนุ่มตรงหน้าทำร้ายเอาก่อนจะเอ่ยถามเขามาด้วยหางเสียงสั่นๆ
“ คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
ภูวินท์ยืนกอดอกเอียงคอน้อยๆ มองคนตรงหน้าก่อนจะค่อยๆ ยิ้มมุมปากเหมือนเห็นเป็เื่สนุก
“ คุณคิดว่ายังไงล่ะ” รอยยิ้มบวกกับสายตาเ้าเล่ห์ที่ส่งมาให้ทำให้แพรพราวเกือบคิดไปในทางที่ไม่ดีโชคดีที่ลลิตาออกมาร้องเรียกไว้ได้ทันเวลา
“ พราว”
“ พี่ลิตา” แพรพราวรีบเดินเข้าไปหาลลิตาทันทีไม่ผิดอะไรกับแม่เหล็กต่างขั้วที่ถูกดูดให้เข้าหากัน
“ มีอะไรเหรอจ้ะพราวดูทำหน้าเข้าสิแล้วนี่รู้จักกับพี่ภูพี่ชายพี่หรือยัง”
แพรพราวหันขวับมาทางภูวินท์ทันทีที่ลลิตาแนะนำก่อนจะออกอาการพิลึกพิลั่นให้ภูวินท์ได้ยิ้มขำอีกครั้งแพรพราวอ้าปากพะงาบๆ เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่พอสบตาเข้ากับดวงตาสีนิลอีกครั้งแพรพราวก็รีบหันหลังแล้ววิ่งหนีกลับเข้าบ้านตัวเองไปทันที
“ อ้าวพราว! ”
ลลิตาได้แต่ร้องเรียกด้วยความงุนงงแล้วพอภูวินท์หลุดหัวเราะขำออกมาให้ได้ยินลลิตาก็หันมาหรี่ตาทำหน้าไม่ไว้ใจใส่พี่ชายตัวเองทันที
“ พี่ภูไม่ได้แกล้งอะไรพราวใช่ไหมคะ”
ภูวินท์เลิกคิ้วหันมองน้องสาวก่อนจะตอบปนหัวเราะ
“ พี่เปล่าทำอะไรสักหน่อยอยู่ดีๆ เด็กนั่นก็วิ่งหนีกลับบ้านไปเองว่าแต่เราเถอะไปรู้จักสนิทสนมกับเขาั้แ่เมื่อไหร่กัน”
“ ก็ั้แ่ที่ลิตามาซื้อบ้านหลังนี้นี่แหละค่ะพราวเขาเช่าอยู่บ้านข้างๆ แถมยังคอยเป็ธุระเื่บ้านให้ลิตาตั้งหลายอย่างด้วย”
“ แล้วรู้จักเขาดีแล้วเหรอ” ภูวินท์ถามเพราะไม่แน่ใจนักว่าน้องสาวพอจะรู้ตื้นลึกหนาบางกับสิ่งที่แพรพราวกำลังทำอยู่แค่ไหน
“ รู้จักดีมากเลยล่ะค่ะพราวเขาเป็รุ่นน้องรหัสของกรลิตาเลยได้รู้อะไรหลายอย่างเลยคนนี้ไว้ใจได้พี่ภูไม่ต้องเป็ห่วงนะคะแล้วคราวหน้าพี่ภูก็อย่าไปแกล้งอะไรน้องเขาอีกนะเดี๋ยวลิตาไม่มีเพื่อนคุยกันพอดีแล้วดูสินี่เลยไม่รู้เลยว่าพราวมาหาลิตาทำไม” ลลิตาพูดพลางปรายสายตาต่อว่าอย่างงอนๆ มาทางพี่ชาย
“ อะไรกันลิตาอย่ามองพี่อย่างนั้นสิพี่ไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ แต่ถ้าลิตาอยากรู้ว่าเด็กนั่นมาทำไมพี่เดินตามไปถามให้ก็ได้นะ” ภูวินท์พูดติดตลกอย่าง้าจะเอาใจน้องสาวแต่ลลิตากลับส่ายหน้าหวือ
“ ลิตาไม่รบกวนพี่ภูหรอกค่ะเดี๋ยวลิตาค่อยถามเอาจากกรก็ได้สองคนนี้เขาคุยกันทุกเื่อยู่แล้วคนอะไรขี้แกล้งชะมัด” ประโยคท้ายลลิตายังไม่วายต่อว่าพี่ชายพลางเชิดหน้าใส่ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน
ภูวินท์ได้แต่ยืนกระพริบตาปริบๆ ที่ถูกน้องสาวต่อว่าดูเอาเถอะสุดท้ายเขาก็เลยกลายเป็คนผิดทั้งๆ ที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรไปซะอย่างนั้นยอมรับอยู่หรอกว่าพอเห็นสีหน้าท่าทางที่ใที่คิดไปไกลของแพรพราวแล้วเขาก็คิดอยากจะแกล้งจริงแต่ลลิตาเดินออกมาก่อนเขาก็เลยยังไม่ทันได้ทำอย่างที่ใจอยากแต่จนแล้วจนรอดสุดท้ายก็ค่าเท่ากันเขาก็ต้องรับบทเป็คนใจร้ายอยู่ดี...ขาดทุนชัดๆ
ภูวินท์ได้แต่ยืนส่ายหัวก่อนจะยิ้มขำให้กับความซวยของตัวเองสงสัยเขากับยายเด็กแพรพราวนี่ดวงคงไม่ถูกโฉลกกันแน่ๆ เจอหน้าเ้าหล่อนทีไรมีเื่ให้เขาต้องเสียเครดิตอยู่ตลอดเมื่อคืนก็อีก...
ความคิดของชายหนุ่มหยุดชะงักไปเมื่อฉุกคิดได้ถึงอะไรบางอย่างคิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันทันทีก่อนที่เ้าตัวจะ ก้าวยาวๆ ไปทางบ้านอีกหลังที่อยู่ติดกัน
“ ซวยแล้วทำไมโลกกลมอะไรอย่างนี้” แพรพราววิ่งไปพลางบ่นไปพลางขณะที่ขายาวภายใต้กระโปรงนักศึกษา รีบพาตัวเองวิ่งกลับเข้าบ้าน ตากลมโตพยายามกวาดสายตามองหาโทรศัพท์มือถือของตัวเอง
“ อยู่ไหนนะบ้าจริงยิ่งรีบๆ อยู่ใช่แล้วห้องนอน”
หญิงสาวรีบวิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นสองทันทีด้วยหวังจะรีบแจ้งข่าวให้อีกคนที่ดวงซวยไม่แพ้กันเผลอๆ อาจจะซวย ยิ่งกว่าเธอด้วยซ้ำ พอเห็นสิ่งที่กำลังตามหาหญิงสาวก็รีบตรงเข้าไปหยิบมันขึ้นมาแล้วกดต่อสายหาทินกรทันทีโดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้คนที่เธอเพิ่งวิ่งหนีมากำลังถือวิสาสะเดินเข้าบ้านมาหยุดรอเธออยู่ที่ชั้นล่าง
ตรู๊ด...ตรู๊ด...
เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็ระบบฝากข้อความแพรพราวส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างขัดใจก่อนจะกดต่อสายหาทินกรอีกครั้ง
เหมือนเดิม...
สัญญาณถูกตัดเข้าระบบฝากข้อความ
“ โอ๊ยพี่กรมัวทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมไม่รับโทรศัพท์! ได้ยินข้อความแล้วรีบโทรกลับหาพราวด้วยนะมีเื่ด่วนๆๆๆ แถมซวยมากๆ ซวยจริงๆ ด้วย...” ประโยคหลังหญิงสาวอุทานให้กับตัวเองเมื่อเดินลงบันไดมาแล้วพบกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ภูวินท์วางรูปถ่ายคู่ของทินกรกับแพรพราวที่เขาหยิบขึ้นมาดูเพื่อฆ่าเวลาลงบนโต๊ะก่อนจะละสายตาหันไปมองเ้าของรูปถ่ายที่กำลังยืนตัวแข็งทื่ออย่างตกตะลึงอยู่ตรงบันได
“ ตกลงผู้ชายที่อยู่กับคุณเมื่อคืนคือทินกรใช่ไหม” เสียงห้าวทุ้มถามขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำๆ ให้คนฟังเกือบก้าวถอยหนีแต่พอนึกได้ว่าที่นี่คือบ้านของเธอก็เลยทำใจกล้าถามออกไป
“ คะ...คุณเข้ามาได้ยังไง”
“ ตอบคำถามผม”
เ้าของเสียงห้าวไม่ได้สนใจคำถามของหญิงสาวยังคงพูดต่อมาด้วยเสียงทรงอำนาจให้คนฟังรู้สึกขนลุกซู่แล้วพอคิดได้ว่าชายหนุ่มคงจะโกรธเื่เมื่อคืนก็เลยตัดสินใจทำใจดีสู้เสือค่อยๆ ยกมือขึ้นมาประนมไว้ตรงอกก่อนจะไหว้พร้อมกล่าวคำขอโทษอย่างอ่อนหวาน
“ พราวขอโทษกับเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนด้วยนะคะพราวกับพี่กรไม่ได้ตั้งใจยกโทษให้เราสองคนด้วยนะคะ” คำขอโทษหวานๆ ที่ออกมาจากปากบางทำให้ภูวินท์รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยแต่คำขอโทษเพียงแค่นั้นมันก็ยังไม่เพียงพอกับสิ่งที่ทั้งสองคนแอบทำลับหลังน้องสาวเขาอยู่ดีภาพออเซาะออดอ้อนของหญิงสาวยามที่ชายหนุ่มมาส่งเมื่อคืนเขายังจำได้แม่น
ภูวินท์กัดฟันแน่นจนกรามนูนขึ้นมาเป็สันก่อนจะค่อยๆ เค้นเสียงพูดรอดไรฟันออกมา
“ ผมไม่ได้ติดใจเื่เมื่อคืนแต่ผมอยากรู้ว่าคุณสองคนแอบทำลับหลังลิตาแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว”
แพรพราวทำหน้าตาเหลอหลารู้สึกงงกับคำถามของชายหนุ่มแต่พอเห็นรูปคู่ของเธอกับทินกรที่วางอยู่ตรงหน้าของชายหนุ่มแล้วก็ร้องอ๋อ เขาคงหมายถึงในรูปนั่นสินะ...
“ ก็นานแล้วนะคะถ้าพราวจำไม่ผิดก็น่าจะเกือบปีมาแล้ว”
“ เกือบปี! ” ภูวินท์ทวนคำตอบแล้วหลับตาลงอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ก่อนจะลืมตาสีนิลขึ้นมาจ้องเขม็งไปที่หญิงสาวอีกครั้ง
“ คุณก็รู้ใช่ไหมว่าลิตาคบกับทินกรอยู่แล้วลิตาเองก็เอ็นดูคุณมาก”
“ ค่ะพราวทราบพราวเองก็คิดว่าพี่ลิตาเป็เหมือนพี่สาวของพราวเหมือนกัน” แพรพราวตอบออกไปด้วยความรู้สึกที่แท้จริงถึงแม้จะไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าคนตรงหน้าพูดถึงเื่นี้ทำไมกันและดูเหมือนคำตอบของเธอจะยิ่งทำให้คนตรงหน้าโกรธหญิงสาวเห็นเขาแสยะยิ้มก่อนจะก้าวเดินตรงเข้ามาหาพร้อมกับคำพูดที่ดุดันแฝงไปด้วยแววอำนาจยิ่งกว่าเดิม
“ อย่าคิดทำแบบนี้ลับหลังลิตาอีกครั้งนี้ผมแค่เตือนถ้าผมเห็นคุณกับนายทินกรยังแอบทำเื่แบบนี้ลับหลังลิตาอีกล่ะก็...”
ร่างสูงเว้น่ก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวลงมาให้สายตาอยู่ระดับเดียวกับหญิงสาวพอตาสบตาแพรพราวก็อยากจะวิ่งหนีใจจะขาดแต่ก็ทำไม่ได้เหมือนถูกสะกดไว้ด้วยอำนาจของดวงตาสีนิลที่ดำสนิทคู่นั้นได้แต่เอื้อมมือไปเกาะราวบันไดไว้แน่นเพื่อช่วยพยุงตัวไม่ให้เธอเกิดอาการแข้งขาอ่อนจนล้มไปซะก่อนแล้วเธอก็แทบหมดแรงเอาจริงๆ เมื่อเสียงห้าวกระซิบบอก
“ ผมจะทำให้คุณหายไปจากโลกนี้ซะ” ภูวินท์ส่งยิ้มเหี้ยมเกรียมทิ้งท้ายให้อีกครั้งก่อนจะพาร่างสูงใหญ่ก้าวออกจากบ้านของเธอไป
แพรพราวแทบอยากจะร้องไห้นี่เธอกำลังถูกขู่ฆ่าอยู่ใช่ไหม! ที่ลลิตาชอบพูดให้ฟังว่าพี่ชายของเธอใจดีนั้นไม่จริงเลยสักนิดนี่มันมาเฟียชัดๆ !
แพรพราวค่อยๆ พาร่างของตัวเองมาทรุดนั่งลงบนโซฟามือบางหยิบรูปถ่ายที่ภูวินท์วางทิ้งไว้ขึ้นมาดูแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ นี่เธอถูกขู่ฆ่าเพราะแอบไปกินบุฟเฟ่ต์กับทินกรเหรอเนี่ยอุตส่าห์คิดว่ารูปนี้มันสวยดีเลยปริ้นออกมาใส่กรอปไว้ดูเล่นถ้ารู้ว่าจะต้องมาถูกขู่ฆ่าด้วยเื่นี้ล่ะก็จ้างให้เธอก็ไม่ปริ้นออกมาให้เปลืองน้ำหมึกหรอกให้ตายสิ!