แพรวยังต้องอยู่ในโรงพยาบาลต่ออีก 2 วัน ตามคำสั่งของแพทย์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพราะพ่อของกายได้จัดการค่าใช้จ่ายเอาไว้ให้หมดแล้ว ตอนนี้แพรวแข็งแรงเกือบเป็ปกติ เื่สอบของโรงเรียนทั้งแพรวและเจมส์ได้รับอนุญาตให้ไปสอบย้อนหลังได้ เจมส์ขอตัวกลับไปที่พักของตัวเองแล้วจะมาใหม่ในวันรุ่งขึ้น ส่วนแพรวเข้าไปหากายได้สักพักก็ออกจากห้องมาแบบเงียบๆ เพราะแพทย์ประจำตัวของกายยังไม่อยากให้มีคนเข้าไปในห้องพักของกายนานมากนักเนื่องจากมีโอกาสติดเชื้อสูง ขณะที่แพรวกำลังเดินออกมาเพื่อจะกลับไปที่ห้องของตัวเองก็ได้ยินเสียงเรียกจากทางด้านหลัง "หนูแพรว" บุรุษร่างสูงที่ถึงแม้จะมีอายุเข้าเลข 5 แล้วแต่ก็ยังดูดีกว่าคนในวัยเดียวกัน นั่นก็คือ 'พ่อของกาย'
"เป็ยังไงบ้างลูก พ่องานยุ่งมากเลยไม่ได้มาเยี่ยม" พ่อของกายทักทายแพรวแบบคุณลุงใจดีคนหนึ่ง
"ตอนนี้ดีขึ้นแล้วค่ะขอบคุณนะคะเื่ค่าใช้จ่าย หนูจะนำเงินมาจ่ายคืนให้ภายหลังนะคะ"
"ไม่เป็ไร พ่อยินดีช่วย ที่ผ่านมาเราก็เหมือนดูแลกายแทนพ่ออยู่แล้ว เื่แค่นี้ให้พ่อช่วยเถอะถือว่าตอบแทน"
"ที่ผ่านมาหนูเต็มใจช่วยกายเอง หนูเกรงใจจริงๆ แล้วหนูจะหาเงินมาจ่ายให้ภายหลังนะคะ"
"ดื้อไม่เปลี่ยน มิน่าทำไมกายมันถึงได้ติดหนูนัก อะไรๆ ก็แพรวก่อนเสมอ นิสัยเหมือนกันจริงๆ "
"..." กายไม่เห็นจะติดเราสักนิด วันๆ เอาแต่หายหัว แถมป่วยหนักก็ให้เรามารู้เองไม่คิดจะบอกด้วยซ้ำ
"รู้อาการป่วยของกายแล้วใช่ไหม"
"ทราบแล้วค่ะ" น้ำเสียงของแพรวดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด
"พ่ออยากจะคุยกับแพรวเื่นี้ ไปนั่งพักผ่อนกินโกโก้ร้อนกับพ่อสักหน่อยได้ไหม"
ณ ร้านกาแฟ Mezzo ชั้น 1 ของโรงพยาบาลเมโย โกโก้ร้อนหนึ่งแก้วถูกนำมาวางตรงหน้าฉัน
"หนูแพรวดื่มโกโก้ร้อนก่อนนะ"
"ขอบคุณค่ะ" ฉันกล่าวขอบคุณพร้อมกับหยิบถ้วยโกโก้ขึ้นมาจิบแค่เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจของผู้ใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ฉันเองก็ยังกินอะไรไม่ลงเหมือนกัน
"อยากได้อะไรเพิ่มบอกลุงนะ หรือแพรวอยากเดินไปสั่งเองก็ได้เลย" ฉันยิ้มและพยักหน้าเป็เชิงรับทราบ แต่ฉันรู้สึกว่าพ่อของกายคงมีอะไรมากกว่าที่จะคุยเื่อาการของกายแน่ๆ
"ขอเสียมารยาทนะคะ คุณลุงมีอะไรจะคุยกับหนูเป็พิเศษหรือคะ หนูรู้สึกว่าคุณลุงอยากพูดอะไรบางอย่างกับหนู"
พ่อของกายยิ้มให้แพรวแบบเอ็นดูเด็กคนหนึ่ง
"หนูฉลาดมองทุกคนออกหมด แล้วเคยมองลูกของลุงออกบ้างไหม"
"ยังไงหรือคะ"
"มองออกไหมว่ากายคิดยังไงกับหนู" หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้น รับรู้ได้ถึงการสูบฉีดเือย่างรวดเร็ว ฉันไม่อยากคาดเดาคำตอบจากคำถามนี้ เพราะถ้าหากฉันตอบออกไปแล้วคำตอบกลับไม่เป็ตามสิ่งที่คุณลุงกำลังจะบอก คนที่เปิดเผยความจริงออกไปก่อนก็เป็ฉันเท่านั้นเอง การที่คุณลุงเปิดคำถามมาแบบนี้ก็ดี ฉันจะได้รู้ก่อนว่ากายคิดกับฉันแบบไหนกันแน่
"คงไม่รู้สินะ"
"ค่ะ" ตอนนี้ท้องของฉันเหมือนมีผีเสื้อนับพันตัวบินวนอยู่ข้างใน ถ้าเป็แบบที่เราคิดก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังกันอีก แต่ถ้าไม่ใช่ยังไงสถานะเพื่อนของเราก็ยังคงดำเนินต่อไปไร้ซึ่งปัญหา
"กายมันรักหนู ถึงพ่อกับกายจะไม่ค่อยลงรอยกัน แต่ยังไงพ่อก็เลี้ยงมันมาพ่อรู้ดีว่าจริงๆ แล้วมัน้าใคร"
จากผีเสื้อที่บินวนอยู่ในท้อง พอได้ยินความจริงเข้ากลับเหมือนโดนสายฟ้าฟาดทำให้ทั้งร่างกายชาไปหมด จริงหรือ ในความดีใจส่วนหนึ่งกลับมีความเสียใจและเสียดายเวลาที่ผ่านมาถ้าเป็แบบนี้แล้วฉันมีความกล้าที่จะลองคุยกับกายให้เร็วกว่านี้มันจะดีแค่ไหนกันนะ
"คือว่า..."
"หนูรู้สึกกับกายแบบไหนบอกพ่อได้ไหม" ฉันต้องมาสารภาพความในใจกับพ่อของกายจริงๆ เหรอ
"คือ...หนูว่าเื่นี้หนูขอไปคุยกับกายเองได้ไหมคะ"
พ่อของกายมองแพรวแบบไม่เข้าใจ
"แล้วถ้ากายจะไม่อยู่ที่นี่ พ่อจะพากายไปรักษาที่ต่างประเทศหนูจะว่ายังไง"
ไม่นะ จะไปต่างประเทศทำไมกัน
"คุณลุงแต่ว่าหมอที่นี่ก็เก่งนะคะ ให้กายอยู่ที่นี่เถอะค่ะ" ฉันรีบหาเหตุผลร้อยแปดเพื่อไม่ให้พ่อของกายพากายไปรักษาที่อื่น "หนูสัญญาว่าจะดูแลกายเอง คุณลุงไม่ต้องเสียเวลามาดูแลกายเลยก็ได้" ฉันทำได้ฉันดูแลกายได้แน่ๆ อย่าพาไปไหนเลย
"พ่อว่าอย่าดีกว่า พ่อคงต้องบอกกายให้เข้าใจ และพากายไปรักษาที่อื่น ที่ที่ไม่มีหนู เพราะไม่งั้นกายก็จะหนีออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปเฝ้าดูหนูทำให้การรักษาไม่ราบรื่น พ่ออยากให้กายตัดใจจากหนูให้ได้"
โอ๊ย ทำไมรีบแบบนี้นะ ต้องสารภาพออกไปให้พ่อของกายฟังจริงเหรอเนี่ย แต่เราจะปล่อยให้กายจากไปทั้งที่เป็แบบนี้ไม่ได้ ขนาดไปโดยสภาพร่างกายแข็งแรงฉันยังใจจะขาดเลย เราจะไม่ปล่อยให้กายไปไหนอีก
“ค่ะ”
“หนูอยากให้ลุงพากายไปจากที่นี่จริงเหรอ” โอ๊ยตายไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย เขินชะมัดต้องมาพูดอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นเนี่ย
“หนูชอบ ค่ะ” ฉันหลบตาคุณลุง ไม่อยากให้คุณลุงมาเห็นภาพฉันกำลังหน้าแดงแบบนี้เลย
“อะไรนะ ชอบอะไรนะหนู” คุณลุงนี่นะ เข้าใจแล้วว่ากายได้ใครมา ได้คุณลุงมาเต็มๆ เลย
“หนูชอบกายค่ะ พอแล้วนะคะ หนูเขินจะตายแล้ว”
“ฮัลโหล ไอ้ลูกโง่ ได้ยินชัดหรือยัง”
อะไรนะ…กายอยู่ในสายสนทนาของพ่อเหรอ ให้ตายเถอะ พ่อลูกคู่นี้เ้าแผนการชะมัด ฉันเผลอมองค้อนคุณลุงไปหนึ่งที ไม่อยากจะเชื่อ อาการไม่รู้จะทำอะไร ไม่รู้จะเอามือไว้ที่ไหนทำให้ฉันเลือกหยิบโกโก้ร้อนตรงหน้ามาดื่มให้หมดรวดเดียว
“เอา น้ำเย็นหน่อยไม่หนู” คุณลุงยื่นน้ำเย็นให้ฉันหลังจากที่เห็นฉันกระดกโกโก้ร้อนหมดในคราวเดียว
หลังจากคุณลุงกดวางสาย ฉันวนเวียนคิดแต่เื่ของกาย ฉันจะไปหากายด้วยสีหน้าแบบไหนดีนะ เหมือนเดิม เรียบร้อยขึ้น อ่อนหวานขึ้นอีกนิด พูดจาเพราะขึ้น นึกไม่ออกเลยจริงๆ
"งั้นช่วยอยู่กับกายให้มากที่สุดเท่าที่หนูจะทำ ได้ในตอนนี้ได้ไหม" ฉันพยักหน้าตอบรับ
"่นี้กายต้องได้รับคีโมบ่อยขึ้น และอาจจะต้องได้รับยาที่แรงขึ้น เพราะเป็ลูคีเมียชนิดเฉียบพลัน ถ้าเกิดการให้คีโมไม่ได้ผลก็จะต้องปลูกถ่ายไขกระดูกเป็ลำดับต่อไป"
"..." ฉันตั้งใจฟังการรักษาที่พ่อของกายเล่าให้ฟัง
"ซึ่งผลของยา ก็มีั้แ่ผมร่วง กินอะไรไม่ได้ร่างกายซูบผอม และที่พ่อกลัวก็คือภาวะซึมเศร้า"
"ค่ะ" ทำไมเราฟังแล้วรู้สึกอ่อนแรงแบบนี้
"ที่ผ่านมา พอจะรู้สึกบ้างไหมว่ากาย้าความรักมากกว่าคนทั่วไป"
ถ้าให้นึกย้อนจริงๆ ก็รู้สึกบ้างเหมือนที่ผ่านมากายจะขวางทุกคนที่คิดจะจีบ หรือเข้าใกล้ฉัน ทำเหมือนเด็กที่กลัวว่าความสำคัญตัวเองจะลดลงถ้าฉันไปให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่า ยกเว้นเจมส์ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ถ้าจะให้รู้สึกมากจริงๆ คงเป็ตอนที่ฉันลืมวันเกิดกาย
"ค่ะ พอจะดูออกค่ะ"
"นั่นแหละ พ่อกลัวมันคิดเยอะดูจากที่มันพยายามออกห่างจากหนู และวางแผนหลอกหนูเื่ไปต่างประเทศ ส่วนหนึ่งก็เพราะมันไม่ชอบเป็ภาระของใคร" พ่อของกายรู้ทุกเื่ของลูกเลยสินะ แค่ไม่ได้แสดงออกมาให้ใครเห็น
"ค่ะ" ฉันเข้าใจกายทุกอย่าง ถ้ากลับกันเป็ฉันเองที่ป่วย ฉันก็อาจจะไม่อยากให้กายรู้ก็ได้ว่าฉันป่วย ฉันเองก็ไม่อยากเป็ภาระของใครเหมือนกัน "ว่าแต่คุณลุงจะไม่พากายไปไหนแล้วใช่ไหมคะ" ฉันรีบทวงถามเื่ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น
"ตอนนี้ใช่ ลุงคุยอะไรกับกายมันไม่ได้สักเื่ ยิ่งแม่ของกายนี่ยิ่งแล้วใหญ่ไม่รู้จะต่อต้านอะไรกันนักหนา แค่เห็นหน้าก็พานจะทะเลาะกันแล้ว ยังไงช่วยอยู่กับมันหน่อยนะ เื่ไปต่างประเทศพ่อจะชะลอออกไปก่อน"
"ค่ะ"
หลังจากนั้นฉันกับพ่อของกายก็นั่งนิ่งอยู่อีกพักใหญ่ๆ โดยมีฉันที่นั่งอิหลักอิเหลื่อพิกล ก่อนที่ฝ่ายพ่อกายจะขอตัวออกไปประชุม
"อีกนิดนะ"
"ค่ะ" มีเื่อะไรนะ
"มันอาจจะเป็คำพูดที่เห็นแก่ตัว แต่อย่าพึ่งทอดทิ้งกายไปไหนในเวลานี้ได้ไหม ต่อไปกายเขาอาจจะไม่ได้อารมณ์ดีกับหนูแบบแต่ก่อนเพราะฤทธิ์ยา พ่อกลัวหนูจะ…"
“วางใจเลยค่ะ กายจะมาในรูปแบบไหนหนูมั่นใจว่าสำหรับคนนี้หนูรับมือเขาไหวทุกสถานการณ์เลยค่ะ”
"เมื่อไหร่ไอ้ถุงนี่มันจะหมดเนี่ย" พอกายได้ยินทุกอย่างจากคู่สนทนาของพ่อตัวเองนั่งก็คือแพรว กายก็แทบนอนไม่ติดเตียง อยากวิ่งไปหาแพรวเสียตอนนี้ แต่ทำไม่ได้เพราะติดสายระโยงระยางตามเนื้อตัว
"น่าจะอีก 1 ชั่วโมงค่ะ คุณกาย"
"แต่ผมรู้สึกดีขึ้นแล้วนะ ปล่อยผมไปเถอะคุณพยาบาลคนสวย" กายทำท่าทางออดอ้อนพยาบาล
"ไม่ได้ผลค่ะ"
"ผมต้องไปหาคนคนหนึ่ง เธออาจจะรอผมอยู่"
"ไม่ต้องไปหรอกค่ะ เดี๋ยวเธอก็มา"
"ฮะ!!!" กายเด้งตัวลุงขึ้นนั่งบนเตียง แต่กลับมีอาการหน้ามืดออกมา "แบบนี้แพรวก็รู้เื่หมดแล้วสิ"
"ก็บอกแล้วไงคะ ว่าจะลุกจะนั่งให้ช้ากว่านี้ คุณป่วยอยู่นะคะ เธอจะไม่รู้ได้อย่างไร ก่อนหน้าคุณจะฟื้นเธอมาเฝ้าคุณตั้งนานสองนาน"
นึกว่าพ่อไปถามแค่ว่าแพรวคิดอย่างไรกับเรา แบบนี้ที่แพรวตอบมาจะไม่ได้เกิดจากความเห็นใจแน่เหรอ
"ค่ะ อดใจรอสักครู่ เดี๋ยวเธอก็จะมาหาคุณ"
"ยังๆ ดูให้หน่อย ผมยังหล่ออยู่ไหม" ว่าแล้วกายก็ยื่นหน้าไปหาพยาบาล โดยอาการของพยาบาลในตอนนี้คือกลอกตามองบน แบบเอือมระอาเด็กที่พูดไม่รู้เื่ตรงหน้า "ถ้าตีกระจกให้แตกทุกบาน ก็คงหล่อค่ะ"
กายขมวดคิ้ว หมายความว่าไงวะ ว่าแล้วกายก็คว้ามือถือเปิดกล้องหน้าเพื่อเช็กสภาพตัวเอง ก็หล่ออยู่นะว่าไม่ได้