ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 79 การเอาชนะที่โหดร้ายที่สุด

            ลานประลองอันกว้างใหญ่มีเงาชุดขาวชุดดำสองคนปรากฏ

            ชุดขาวนั้นคือหลิงเซียวนั่นเองตอนนี้ชุดขาวนั้นราวกับเป็นสัญลักษณ์ของเขาแล้วตั้งแต่ที่โหยวเสี่ยวโม่รู้จักกับเขามา ก็ไม่เคยเห็นเขาใส่เสื้อสีอื่นมาก่อนส่วนชุดดำนั้นคือเหลยจวี้

            เหลยจวี้เป็นคนกร่างอวดดีแม้จะถูกจัดอันดับเป็นที่สองมาตลอด แต่ที่น่าทึ่งคือ เขาไม่เคยถอดใจอีกทั้งยิ่งอยู่ยิ่งห้าวหาญ ทุกครั้งที่พ่ายให้กับหลินเซียว เขากลับฟื้นฟูตัวเองกลับมาได้ทุกรอบจากนั้นยังคงท้าทายด้วยท่าทีอวดดีเสมอมา ช่างเหมือนกับแมลงสาบที่ตีอย่างไรก็ไม่ตาย

            การประลองครั้งนี้ ในสายตาผู้อื่นเหลยจวี้อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลิงเซียว แต่เขาไม่คิดเช่นนั้น

            “หลินเซียวข้ารอวันนี้มานานมากแล้ว ครั้งนี้ต้องให้เจ้าได้เห็นฝีมือข้าแน่แก้แค้นคราวที่แล้ว” เหลยจวี้แบกกระบองเขี้ยวหมาป่าไว้บนบ่านี่คืออาวุธของเขา เพียงแต่เขานั้นพอมีฝีมือ โดยปกติจึงไม่ค่อยพกอาวุธเท่าไหร่

            ครั้งนี้ประลองกับหลิงเซียวเขายังไม่มั่นใจถึงขั้นจะเอาชนะหลิงเซียวได้โดยไร้อาวุธดังนั้นจึงหยิบอาวุธออกมาแต่ทีแรก กระบองอันใหญ่ขนาดนั้นใหญ่กว่าท่อนแขนเขาเสียอีก หากถูกฟาดคงได้กระดูกหักจนพิการแน่

            หลิงเซียวควงกระบี่ในมือจ้องสีหน้าท้าทายของเหลยจวี้แล้วยิ้ม “ข้าเชื่อว่าข้าได้เห็นแน่”

            โหยวเสี่ยวโม่ที่อยู่ด้านล่างเวทีกุมหน้าให้ความร่วมมือกับรอยยิ้มเริงร่าของหลิงเซียวเขารู้สึกได้ถึงความหมายที่แท้จริงของประโยคเมื่อกี้ว่า ‘ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องไม่ตายดีแน่’

            วิชากระบี่ที่หลินเซียวฝึกฝนคือสายเดียวกับผู้อาวุโสเจียงคือวิชากระบี่เหินฟ้า

            วิชากระบี่เหินฟ้าในสำนักเทียนซินนับเป็นวิชายุทธ์ที่ไม่เป็นรองแม้จะเป็นวิชายุทธ์ระดับกลาง แต่ก็เป็นวิชายุทธ์ระดับกลางขั้นสูงบรรดาศิษย์น้อยใหญ่และผู้อาวุโสหลายท่านล้วนฝึกวิชากระบี่สายนี้แต่ที่เหมือนเหลยจวี้ก็มีบ้าง เขาฝึกวิชากระบองต่างคนต่างมีการต่อยอดวิชาของตัวเอง

            เซียวซานประกาศเริ่มการประลอง เหลยจวี้ก็ควงกระบองเขี้ยวหมาป่าพุ่งเข้าหาหลิงเซียวพลังแรงม้ามหาศาล ผู้ชมด้านล่างเวทียังรู้สึกได้ สายลมพัดรุนแรงผ่านหน้าจนผู้ชมสะดุ้งเกือบเด้งขึ้นจากเก้าอี้

            วิ้ง!!!

            เสียงปะทะกันดังแสบแก้วหูกระบองเขี้ยวหมาป่าที่เหลยจวี้ฟาดไปนั้นถูกหลิงเซียวใช้กระบี่ตั้งรับไว้ได้เห็นท่าทีไม่ดี ร่างกำยำจึงรีบถอยกลับมาสองสามเมตรเพื่อตั้งหลักใหม่จนมั่นใจว่าอยู่ในจุดปลอดภัย แววตาเหี้ยมโหดจ้องมองหลิงเซียว ราวกับจะมองหาจุดอ่อนให้เจอ

            เทียบกับท่าทีระมัดระวังตัวของเหลยจวี้หลิงเซียวนั้นท่าทีนิ่งสงบกว่ามาก ปลายกระบี่ชี้ไปทางเหลยจวี้ใบหน้าไร้ความรู้สึกราวกับจริงจังกับการต่อสู้นี้มาก

            เมื่อเห็นสีหน้าหลิงเซียวเช่นนี้เหลยจวีคำรามฮึ่ม

            คนอื่นอาจไม่ทันสังเกตแต่เขารู้ได้ว่าหลิงเซียวเสียพลังในการตั้งรับไปแล้วแปดส่วน อย่าคิดว่าเขาไม่รู้เมื่อครู่แขนเขาสั่นระริก เห็นท่าทีหลิงเซียวเช่นนี้จึงนึกว่ากำลังแสร้งทำทีว่าเข้มแข็ง

            ด้านหลังหลิงเซียวคือทังฝานและเหล่าผู้อาวุโสช่วงครู่ที่ส่อแววตาเจ้าเล่ห์ ย่อตัวลงขณะที่เหลยจวี้เตรียมออกกระบวนท่าที่สองนั้น ตรงเท้ามีลมก่อตัวขึ้นจากนั้นพุ่งตัวไปยังเหลยจวี้ความไวนั้นแทบบรรยายไม่ถูกหรือจะพูดก็คือพริบตาเดียวก็เห็นเขาพุ่งมาอยู่หน้าเหลยจวี้แล้วกระบี่ในนั้นฟาดโค้งลงไป

            เหลยจวี้ตะลึงงันในตอนนี้จะหลบก็คงไม่ทัน จึงรีบเงื้อมกระบองเขี้ยวหมาป่าขึ้นกันตั้งรับไว้

            เสียงปะทะดังขึ้นอีกครั้งนึงแสบแก้วหูนักแววตาเหลยจวี้ฉายแววดีใจ

            หลิงเซียวมุมปากยกสูงขึ้นพอดีกับเหลยจวี้นั้นทันสังเกตเห็น ในใจพลันหวิวๆทันใดขาสูงยาวมีพลังก็ฟาดเต็มแรงเข้าช่วงเอวด้านขวาที่เปิดช่องโหว่ไว้ เพราะเขาใช้กระบองเขี้ยวหมาป่ารับการโจมตีทำให้ช่วงตัวด้านขวาไม่ได้ป้องกัน ผลคือหลิงเซียวใช้จังหวะนี้ เตะเข้าให้ช่วงเอวนั้นปกติแล้วเป็นจุดอ่อนของมนุษย์ทุกคนอีกอย่างการเตะของหลิงเซียวนั้นหาได้ปรานี

            เหลยจวี้ไถลไปทางซ้ายหลายก้าวอาการบาดเจ็บกระจายไปทั่วร่าง หากไม่ใช่ว่าเขาทนทานเหนือคนอื่นครั้งนี้คงยืนต่อแทบไม่ไหว เมื่อเขาหันกลับมาปลายกระบี่ของหลิงเซียวก็ชี้อยู่ตรงหน้าอกเขาแล้ว

            เหลยจวี้จ้องหลิงเซียวตาถมึงทึงแววตาโมโหกราดเกรี้ยว

            เขานึกออกแล้วที่แท้ท่าทีพวกนี้นั้นเหมือนของใคร เพราะคราวก่อนที่เขาแพ้ให้หลินเซียวก็เพราะกระบวนท่าพวกนี้ตอนนั้นเขารู้สึกว่าช่างน่าอับอายที่สุดจึงสาบานกับตนเองว่าจะต้องล้างมลทินครั้งนั้นให้ได้ แต่ไม่คิดว่าหลินเซียนกลับใช้วิธีนี้เอาชนะเขาอีกจนได้!

            “จบการแข่งขัน ผู้ชนะคือหลินเซียว” เซียวซานกลัวหลิงเซียวจะทำร้ายเหลยจวี้บาดเจ็บ จึงรีบประกาศผลแพ้ชนะ

            หลิงเซียวเก็บกระบี่จ้องเหลยจวี้มุมปากยกสูงท่าทางยิ้มกริ่มจากนั้นยกมือคำนับเหลยจวี้ที่มองเขาอย่างเดือดดาลพร้อมเอ่ยเสียงนุ่มนวล “ศิษย์น้องเหลยข้าได้เห็นฝีมือที่แท้จริงของเจ้าแล้ว!”

            ใบหน้าเหลี่ยมหยาบกร้านของเหลยจวี้โกรธจนหน้าเขียว

            เซียวซานที่อยู่ฝั่งผู้อาวุโสนั้นสีหน้าดูไม่จืดหลินเซียวก็ช่างโหดร้าย จบการแข่งขันแล้วยังจะจี้ใจดำ ตั้งใจยั่วโมโหกันชัดๆ!

            พูดจบประโยคหลิงเซียวก็เดินยิ้มกริ่มลงจากเวที กลับไปหาโหยวเสี่ยวโม่

            โหยวเสี่ยวโม่ที่เห็นเขาเดินมารีบปรี่ไปกระซิบถามเบาๆ “ศิษย์พี่หลิง ท่านเอาชนะเขาได้เร็วเช่นนี้ จะเป็นการเผยพิรุธหรือเปล่า?” ในสายตาเขา สองคนนั้นต่อสู้กันไม่กี่กระบวนท่าเอง

            หลิงเซียวก้มหน้าดูท่าทีระมัดระวังของโหยวเสี่ยวโม่จึงค่อยๆ ยิ้มออกมา “ไม่ต้องกังวล ครั้งก่อนที่หลินเซียวกับเหลยจวี้ประลองกันหลินเซียวก็ใช้กระบวนท่าพวกนี้เอาชนะเขา”

            โหยวเสี่ยวโม่อ้าปากเหวอ วิธีนี้ช่างโหดเหี้ยมที่สุด!

            หนึ่งคือทำให้คนอื่นเลิกสงสัยว่าเขาไม่ใช่หลินเซียวตัวจริงสองคือสามารถสั่งสอนบทเรียนดีๆ ให้เหลยจวี้และจี้ใจดำเขาที่พ่ายแพ้ให้กับกระบวนท่าเดิมซ้ำสองรอบ แม้ว่าจิตใจของเหลยจวี้จะแข็งแกร่งเพียงใดก็คงเจ็บกระดองใจมากทีเดียว เพราะที่เขากล่าวประโยคแสนอวดดีไว้ตอนเริ่มประลองปรากฏว่าเริ่มประลองเพียงครู่เดียวก็พ่ายแพ้หมดรูปนี่มันเกินกว่าคำว่าอับอายมากโขเลย!

            เหลยจวี้ผู้น่าสงสารอีกหน่อยคงเหลือรอยบอบช้ำในจิตใจ

            ทว่าไม่มีใครคาดคิด ว่าหลิงเซียวจะใช้กระบวนท่าเดิมของหลินเซียวมาต่อสู้รวมถึงเจ้าตัวเหลยจวี้เองก็นึกไม่ถึง ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะไม่มาพึ่งนึกได้ตอนแพ้แน่ใจร้ายเสียจริง โดยเฉพาะคำพูดทิ้งท้ายนั่น ช่างใจดำอำมหิต!

            หลังจากเหลยจวี้ลงจากเวทีคนที่พักห้องเดียวกับเขา เจียวหลิว ที่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้

            เจียงหลิวให้เหลยจวี้ถอดเสื้อออกจะให้วินิจฉัยอาการบาดเจ็บได้แม้ว่าเหลยจวี้จะไม่อยากทำแบบนั้นต่อหน้าคนเยอะแยะมากมาย แต่ก็ทนอาการเจ็บไม่ไหวลังเลชั่วครู่ก่อนจะถอดเสื้อท่อนบนออก

            เจียงหลิวพอเห็นเท่านั้นพลันหายใจดังเฮือก

            เหลยจวี้ได้ยินเสียงหายใจของเขาจึงก้มลงมอง สีหน้าขมุกขมัวกว่าตอนแรกเสียอีก

            คิดไม่ถึงว่าหลิงเซียวจะโหดขนาดนี้ลูกเตะนั่นไม่รู้ว่าใช้พลังปราณไปกี่ส่วน ท่อนเอวนั้นดำช้ำเป็นวงกว้างเจียงหลิวเพียงสัมผัสเบาๆ เหลยจวี้ถึงขั้นสะดุ้งเฮือก สีหน้าดูไม่จืดเอาซะเลยจนสุดท้ายก็ฝืนกล้ำกลืนความเจ็บนั้นลงไป ข่มเสียงต่ำเยือกเย็น “หลินเซียวเจ้าทำไว้แสบมากวันหน้าข้าจะล้างแค้นนี้กับเจ้าให้ได้!”

            เจียงหลิวที่อยู่ใกล้ได้ยินคำพูดไม่ประมาณตนพวกนี้ชัดถ้อยชัดคำ ได้แต่ก้มหน้า

             

            …………….

             

            หลังจากเหลยจวี้พ่ายแพ้การประลองก็ดำเนินต่อ

            ศิษย์คนอื่นๆ ล้วนฝีมือยอดเยี่ยมคนที่ลอยลำผ่านเข้ารอบคนสุดท้ายคือตั้นไถเมี่ยวอิ๋น หญิงหนึ่งเดียวในสิบสามคน

            นักฝึกตนนั้นโดยส่วนมากก็มีแต่ผู้ชายแม้ว่าผู้หญิงสามารถฝึกวิชาได้ แต่ความเร็วในการฝึกวิชานั้นเทียบกับผู้ชายไม่ได้คงเพราะผู้หญิงชอบคิดซับซ้อน ทำให้การฝึกฝนนั้นเชื่องช้าแน่นอนว่าก็เกี่ยวข้องกับศักยภาพด้วย

            เท่านี้การประลองรอบที่สี่ก็เหลือเพียงเจ็ดคนเท่านั้น

            ทังฝานและผู้อาวุโสท่านอื่นประชุมกันจากนั้นลงเสียงกันว่าคนที่ลอยลำเข้ารอบนั้นควรเป็นหลิงเซียว

            ฝีมือของเขาห่างชั้นกับศิษย์คนอื่นมากนักเข้ารอบได้แน่นอน ดังนั้นเพื่อเป็นการให้โอกาสกับทุกคน จึงยกสิทธิ์นี้ให้กับเขาตั้นไถเมี่ยวอิ๋นและอีกห้าคนก็ไม่ได้แย้งอะไร เพราะสำหรับพวกเขาแล้วการยกสิทธิ์ให้หลิงเซียวก็เท่ากับว่าพวกเขาไม่ต้องประลองกับหลิงเซียว

            เพื่อเลี่ยงเรื่องราวร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นอีกหลังเกิดเรื่องกับผู้อาวุโสเจียงขึ้น ทังฝานจึงตัดสินใจประลองให้ได้ผู้ชนะวันนี้แม้ว่าจากรูปการณ์ตอนนี้ คนที่น่าจะชนะคือหลิงเซียว

            เพื่อที่จะแย่งชิงสามอันดับแรกนั้นศิษย์ทั้งหกคนใช้ความสามารถกันเต็มที่หนึ่งในนั้นที่เข้ารอบก่อนก็คือตั้นไถเมี่ยวอิ๋น

            แม้ว่ารอบที่แล้วตั้นไถเมี่ยวอิ๋นจะลอยลำเข้ารอบแต่ไม่ได้แปลว่านางอ่อนแอแต่อย่างใด กลับกันนางเปรียบเสมือนม้ามืดที่ไต่มาจนถึงรอบตัดสินแม้คนที่แพ้ให้กับนางจะไม่สามารถเข้ารอบตัดสินได้ทว่าการแข่งขันสี่รอบนั้นก็เป็นเกียรติอย่างยิ่งแล้ว อีกอย่างหากนางเอาชนะศิษย์อีกคนได้ เท่ากับนางได้เป็นอันดับสาม

            สำนักเทียนซินนั้นมีรางวัลชิ้นโตสำหรับสามอันดับแรก

            อันดับสามจะได้รับยาเซียนตันขั้นสี่หนึ่งเม็ดและขั้นห้าสองเม็ด

            อันดับสองจะได้รับยาเซียนตันขั้นห้าสองเม็ดและขั้นหกหนึ่งเม็ด

            อันดับหนึ่ง จะได้รับยาเซียนตันขั้นหกสามเม็ดนอกจากนี้ ยังสามารถเลือกหญ้าเซียนตั้งแต่ขั้นหกลงไปได้สามต้นสำหรับเหตุผลว่าทำไมถึงให้หญ้าเซียนสามต้นนั้นแก่นักฝึกตนนั้นเป็นความรู้ที่ยิ่งใหญ่มาก

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน