
วิกาลยามต้น จันทร์เสี้ยวกระจ่างครองนภา ฉาบฉายเงาทาบประทับ กลางห้วงมหานที
หนึ่งสุ้มเสียงกังวานใส พลันเอื้อนเอ่ย แม้แ่เบาเพียงไรยังแทบละลายความสงัดแห่งรัตติกาล
“ท่านนิวะ...ให้ความกระจ่างแก่ข้าได้หรือไม่ ไฉนท่านลุงจึงทราบความลับสถานที่ซ่อนดาบหงส์ฟ้า...”
บุรุษหนุ่มร่างสูงโปร่ง เค้าหน้าหล่อเหลา ในชุดองครักษ์สวมเกราะครบครันนิ่งอึ้งชั่วอึดใจ ชะงักเท้าจากการเดินตรวจตราหันกายโค้งคำนับผู้นั่งหลังม่านไม้ไผ่ ภายในห้องประทุนเรือ
ทว่า ‘นิวะ นากาโตะ’ มิได้ตอบคำถามนั้น เพราะไม่ทราบควรอธิบายเื่คราวนี้ อย่างไรจึงเหมาะสม…
ท่านหญิง ‘มิโยชิ โทโมเอะ’ แค่นเสียงแ่เบา เอ่ยจากหลังม่านไม้ไผ่อีกครั้งสุ้มเสียงตัดพ้อเยียบเย็นยิ่ง
“ในเมื่อข้าเป็ส่วนหนึ่ง ของแผนการครั้งนี้เหตุใดไม่มีสิทธิ์ทราบเื่ราว...”
นากาโตะได้แต่คำนับท่านหญิงอีกครั้ง องครักษ์หนุ่มทราบตนไม่อยู่ในฐานะจะตอบคำถามนี้ กระนั้นยังอดลอบชำเลืองดรุณีสูงศักดิ์ภายในห้องประทุนเรือมิได้...
แววตานั้นทั้งจงรัก ทั้งสะทกสะท้อนใจ เพราะตระหนักดีว่าบุคคลผู้มีฐานะเช่นนี้ คล้ายถูกกำหนดเส้นทางชีวิต มาั้แ่แรกเกิดก็มิปาน…
ภายในห้องประทุนเรือ หลังม่านไม้ไผ่ ท่านหญิงแห่งตระกูลมิโยชินั่งนิ่งประดุจรูปปั้น เค้าหน้าหมดจด งามงดนวลกระจ่างบุคลิกท่วงท่ายิ่งสง่างามสูงส่ง แม้อยู่ภายใต้เงาแห่งรัตติกาลยังไม่อาจทอนเสน่ห์เยาว์วัยของดรุณีแรกรุ่น
ร่างระหงสวมชุดกิโมโนยาว สีเืนกสดใส ปักเส้นไหมทองเดินลายงดงามสีหน้าสงบเรียบเฉย ไม่บ่งบอกอารมณ์ใด หากดวงตาสุกใสดั่งดาราคล้ายกำลังหมกมุ่นครุ่นคิด ประหนึ่งมิอาจหาหนทาง คลี่เงื่อนปมในจิตใจ...
ท่านหญิงโทโมเอะ ทอดถอนใจ คิ้วเข้มโค้งราวเสี้ยวจันทร์ ขมวดมุ่นเล็กน้อยริมฝีปากได้รูปรับใบหน้างาม ขยับเอื้อนเอ่ย กระแสเสียงเยียบเย็น ราวรำพึงแ่เบา
“…หลังจากท่าน ‘มินาโมโตะ โยชิสึเนะ’ ถูกตระกูลฟูจิวาระทรยศจนต้องกระทำเซปปุกุ[1] บรรดาขุนพลคู่ใจรวมทั้งท่าน ‘มุซาชิโบ เบ็งเค’ผู้เป็องครักษ์ต่างสละชีพสิ้น นับแต่นั้นดาบหงส์ฟ้าก็หายสาบสูญเหตุใดผ่านมากว่าสามร้อยปี เบาะแสสถานที่ซ่อนศาสตราลือนามจึงตกทอดมาถึงท่านลุง...”
“ท่านหญิงขอรับ ให้ข้าเป็ผู้อธิบายเื่นี้เอง” ผู้กล่าวประโยคนี้เป็ชายชรา
ชายชราร่างสันทัด ก้าวแช่มช้าจากอีกด้านของห้องประทุนเรือหนวดเคราผมเผ้าขาวโพลน อายุควรเกินกว่าหกสิบปีสุ้มเสียงเปี่ยมความหนักแน่นเยือกเย็น แววตาคมกริบ ราวั์ตาเหยี่ยวแต่งกายในชุดองครักษ์รัดกุม สวมเกราะครบครัน
“ขอบคุณท่านคาโต้” ท่านหญิงเอ่ย ด้วยน้ำเสียงสุภาพยิ่ง
เนื่องเพราะ ‘คาโต้ มูซาชิ’ มิเพียงรับใช้ตระกูลมิโยชิอย่างยาวนานหลายสิบปี หากยังเป็หนึ่งในขุนพลซึ่งท่านพ่อ ‘มิโยชิ โยชิคาตะ’รวมทั้งท่านลุง ‘มิโยชิ โชเค’ ผู้ครองแคว้นอาวะและเซ็ทสึ ไว้วางใจที่สุด
ครั้งนี้ท่านคาโต้ มูซาชิ เดินทางมาจากเกียวโต เพื่อควบคุมภารกิจด้วยตนเองเป็ที่แน่ชัดว่าท่านพ่อและท่านลุง ให้ความสำคัญกับภารกิจนี้มากเพียงไร...
องครักษ์เฒ่าคาโต้ คำนับท่านหญิงครั้งหนึ่ง ก่อนเริ่มอธิบาย
“จากเบาะแสที่สืบทราบ ที่แท้ในครั้งกระโน้น ขุนพลคู่ใจผู้หนึ่งของท่านมินาโมโตะโยชิสึเนะ สามารถรอดชีวิตมาได้ ขุนพลท่านนี้นำดาบหงส์ฟ้าไปเก็บซ่อน
“จากนั้นส่งมอบความลับ สถานที่ซ่อนดาบ ให้บุคคลในตระกูลมินาโมโตะอันสนิทชิดเชื้อกับท่านโยชิสึเนะ ภายหลังความลับนี้จึงตกทอดมาตามสายตระกูลมินาโมโตะ
“ท่านหญิงย่อมทราบ...ตระกูลอาชิคางะของท่านโชกุนก็สืบสายจากตระกูลมินาโมโตะเช่นกัน...ด้วยเหตุนี้...”
ท่านหญิงพยักหน้าช้า ๆ รับคำอืมเบา ๆ นิ่งตรึกตรองเื่ราวเอ่ยถามด้วยความฉงน
“ท่านโชกุน...ทราบเื่ที่ท่านลุง สั่งให้พวกเราค้นหาดาบหงส์ฟ้าหรือไม่...”
ไม่ทันที่คาโต้ มูซาชิจะได้ตอบความ ทหารหน่วยรักษาการณ์ผู้หนึ่งสืบเท้าก้าวเร็วรี่จากท้ายเรือ ตรงเข้าคำนับทั้งหมด สุ้มเสียงทุ้มหนักรีบรายงานว่า
“ท่านคาโต้ขอรับ มีเรือใหญ่สองเสาลำหนึ่งกำลังเร่งความเร็วใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ คาดว่าอีกไม่นานจะขึ้นกระหนาบข้างเรือของเราขอรับ!”
รับฟังมิทันสิ้นประโยค สีหน้าองครักษ์เฒ่า แปรเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดแววตาหรี่เล็กลง ทอประกายเจิดจ้า มือซ้ายกระชับดาบยาวข้างเอวมั่นหากยังรักษาความเยือกเย็นไว้
กระแสเสียงหนักแน่น กังวานเฉียบขาด สั่งการกองกำลังทั้งหมดบนเรือ
“เหล่าองครักษ์คุ้มครองท่านหญิง! พลเกาทัณฑ์เร่งประจำกราบเรือหน่วยรักษาการณ์พร้อมส่งสัญญาณไฟ หากมิใช่เรือ ‘ตระกูลโยชิโอกะ’ ทั้งหมดโจมตีทันที!”
พริบตานั้น บนเรือใบขนาดกลางเสากระโดงเดี่ยว โคมตะเกียงทุกดวงดับวูบลงใบเรือถูกดึงรั้งขึ้นจนสุด พร้อมรับกระแสลมเต็มที่ พลเกาทัณฑ์ทั้งห้าสิบกรูขึ้นจากห้องท้องเรือ กระจายกำลังประจำกราบสองด้าน เสียงง้างสายพาดลูกเกาทัณฑ์ดังอื้ออึง
เหล่าองครักษ์มือดีสามสิบคน กุมกระชับดาบยาวมั่นเคลื่อนไหวคล่องแคล่วปราดเปรียว สืบเท้าเร็วรี่แยกย้ายรักษาการณ์ตามตำแหน่งหน้าที่
ชายวัยกลางคน อายุราวสี่สิบเศษ ในชุดองครักษ์สวมเกราะรัดกุมรูปร่างสูงโปร่ง เหนือริมฝีปากไว้หนวดเรียวงาม บุคลิกท่วงท่าเหี้ยมหาญ เร่งก้าวยาวๆ จากหัวเรือ สุ้มเสียงเครียดขึง สั่งการนิวะ นากาโตะ
“เ้ารักษาการณ์หน้าประตู อย่าเคลื่อนจากตำแหน่ง แม้เพียงก้าวเดียว!”
“ขอรับท่านพ่อ!”
หลังมอบหน้าที่ให้บุตรชาย หัวหน้าหน่วยองครักษ์ ‘นิวะ ฮิเดโยริ’ตรงเข้าควบคุมตรวจตรา จัดวางกำลังพิทักษ์ล้อมรอบห้องประทุนเรือสีหน้าเคร่งเครียดยิ่ง
องครักษ์เฒ่าคาโต้ รอจนสองพ่อลูกตระกูลนิวะ วางกำลังองครักษ์เสร็จสิ้นค่อยหันไปพยักหน้า สั่งการบุรุษหนุ่มร่างบึกบึนสูงใหญ่ ในชุดเกราะครบครันผู้ยืนรอคำสั่งอยู่ด้านข้างนานแล้ว
“ท่านอาเคชิ ส่งสัญญาณไฟออกไป!”
“ขอรับ!” สุ้มเสียงทุ้มหนักปานระฆังเหล็ก รับคำฉับไวหัวหน้าหน่วยรักษาการณ์ ‘อาเคชิ เค็นจิ’ หันไปผงกศีรษะ สั่งการหน่วยของตนทันที
บัดนั้น ทุกความเคลื่อนไหวยุติหยุดนิ่ง ทุกสุ้มเสียงสิ้นสูญในบัดดลหน่วยรักษาการณ์จุดโคมดวงหนึ่ง ทางกราบซ้ายของเรือ ส่งสัญญาณไฟติดดับซ้ำ ๆเป็จังหวะห้าครั้ง
ทุกผู้บนเรือใบขนาดกลาง เสากระโดงเดี่ยว ต่างสะกดกลั้นลมหายใจรอสัญญาณไฟตอบกลับ จากเรือใหญ่สองเสาด้วยความตึงเครียด
...กว่าสามร้อยปีก่อน ห้วงน้ำบริเวณนี้ตลอดไปจนถึงหาดด้านเหนือของเกาะชิโกกุ อันอยู่ห่างออกไปทางขวามือเป็หนึ่งในสนามรบอันเลื่องชื่อ ‘สมรภูมิยาชิม่า’
ศึกแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก ระหว่างตระกูลมินาโมโตะกับตระกูลไทระ[2]และเป็หนึ่งในสมรภูมิ อันสร้างชื่อเสียงให้กับมินาโมโตะ โยชิสึเนะ ผู้เป็น้องชายและแม่ทัพคนสำคัญของมินาโมโตะ โยริโทโมะ[3] ผู้นำตระกูลในเวลานั้น
ทว่าหลังจากท่านโยชิสึเนะชนะศึก กวาดล้างตระกูลไทระ ได้อย่างเด็ดขาด ณ‘สมรภูมิดัน โนะ อูระ’ บริเวณช่องแคบ ระหว่างเกาะฮอนชูกับเกาะคิวชู
ท่านโยริโทโมะ ผู้พี่ชายเกิดหวาดระแวง เกรงน้องชายผู้เก่งกาจคิดเอาใจออกห่าง จึงเริ่มลิดรอนกำลังทหาร รวมทั้งเขตแดนน้องชายตนเอง
เพราะเหตุนี้ ท่านโยชิสึเนะกับเหล่าขุนพลคู่ใจ ต้องพากันหลบหนีไปแคว้นโอชูทางเหนือของเกาะฮอนชู อันอยู่ในปกครองของตระกูลฟูจิวาระ
มิคาด ผู้นำตระกูลฟูจิวาระขลาดเขลากลัวท่านโยริโทโมะจะใช้เื่นี้เป็ข้ออ้าง ยกทัพมาโจมตีแคว้นของตนจึงทรยศใช้กำลังกรูเข้าล้อมจับทั้งหมด
เหล่าขุนพลคู่ใจ ต่างสละชีพปกป้องผู้เป็นาย มุซาชิโบเบ็งเค[4]องครักษ์คู่กาย ถึงกับใช้ร่างตนเองเป็เป้ารับพายุเกาทัณฑ์จากทหารฟูจิวาระ ต้านยันอยู่ด้านนอกศาลเ้าบนยอดเขา
รอกระทั่งท่านโยชิสึเนะ กระทำเซปปุกุเสร็จสิ้น มุซาชิโบ เบ็งเค ค่อยสิ้นใจทั้งในมือยังกำไม้พลองแน่น ยืนตระหง่านพิทักษ์หน้าศาลเ้าข่มขวัญทหารฟูจิวาระจนระย่อ แม้หมดลมหายใจเนิ่นนาน กลับมิมีผู้ใดกล้าเข้าใกล้
เพลานี้ ห้วงน้ำด้านเหนือของเกาะชิโกกุ จะกลายเป็สมรภูมิเือีกหรือไม่ขึ้นกับสัญญาณไฟตอบกลับ จากเรือใหญ่สองเสากระโดงลำนั้น...
ชั่วอึดใจ เรือใบขนาดใหญ่สองเสา ส่งสัญญาณไฟกลับมา...
องครักษ์เฒ่าคาโต้ เผยยิ้มเล็กน้อย แววตาคมกริบเขม้นมองกระทั่งแน่ใจว่ารหัสสัญญาณถูกต้อง ค่อยผงกศีรษะต่อสองพ่อลูกตระกูลนิวะ และอาเคชิเค็นจิ
จากนั้นส่งสัญญาณมือ สั่งการกองกำลังบนเรือ เปลี่ยนจากเตรียมพร้อมโจมตีเป็รอรับคนจากตระกูลโยชิโอกะ โคมตะเกียงถูกจุดขึ้นอีกครั้ง
เพียงครู่ เรือใบขนาดใหญ่สองเสา แล่นฝ่ากระแสน้ำเร็วรี่ ขึ้นกระหนาบข้าง
ทันใด ปรากฏเงาร่างสองสาย เหินทะยานออกจากเรือลำนั้น โผพุ่งดั่งวิหคคู่ร่อนถลากลางนภา ระดับความเร็วยิ่งกว่าเกาทัณฑ์หลุดจากแล่ง!
เหล่าองครักษ์ พลเกาทัณฑ์ หน่วยรักษาการณ์ทั้งมวล บ้างอุทานบ้างร้องฮืออย่างตื่นตะลึง เพราะเรือทั้งสองลำยังทอดระยะห่างไกลกันแม้เป็ผู้มีพลังฝีมือสูงเยี่ยมปานใด ยังไม่อาจโผทะยานข้ามไปมาได้ร่างต้องร่วงตกสู่ผืนน้ำ ั้แ่กลางทางอย่างแน่นอน
วูบนั้น ในจังหวะทุกผู้เห็นเงาร่างทั้งสองสายกำลังจะร่วงตกสู่ห้วงน้ำกว้างแน่นอนแล้ว ท่ามกลางเสียงแตกตื่นฮือฮาของทั้งหมดบังเกิดเสียงวัตถุแหวกฝ่าอากาศ กระทบพื้นผิวน้ำแ่เบาสองครั้ง
เงาร่างทั้งสอง อาศัยวัตถุนั้นเป็จุดหยั่งเท้า หยิบยืมแรง ร่างซึ่งกำลังจะตกสู่ผิวน้ำโผพุ่งทะยานขึ้นอีกครั้ง ชั่วไม่ทันกะพริบตา เงาร่างทั้งสองหย่อนเท้าลงบนกราบเรือแล้ว
เ้าของเงาร่างสองสาย เป็หนึ่งบุรุษหนึ่งดรุณี เพียงหยัดยืนกายมั่นทั้งคู่รีบหันไปยังห้องประทุนเรือ คำนับท่านหญิงโทโมเอะ พร้อมประกาศนามตนเอง
“‘นาคามูระ โยชิอิ’ ขอรับท่านหญิง”
“‘มาเอดะ ทาคาโกะ’ เ้าค่ะ”
ท่านหญิงโทโมเอะ พยักหน้าน้อย ๆ เพียงรับคำอืมแ่เบา
เหล่าองครักษ์ พลเกาทัณฑ์ ทหารหน่วยรักษาการณ์ ทุกสายตาบนเรือต่างจับจ้องบุรุษนามโยชิอิ และดรุณีนามทาคาโกะเป็ตาเดียว...
บุรุษนามนาคามูระ โยชิอิ อายุราวยี่สิบต้น ๆ รูปร่างสันทัดแต่งกายชุดสีเขียวเข้มเรียบง่าย เค้าหน้าคมสัน คิ้วเข้มหนายิ่งดูยิ่งสะดุดตาสีหน้าเคร่งขรึม แววตาเป็ประกายเจิดจ้า เอวคาดดาบสองเล่ม หนึ่งยาวหนึ่งสั้น ฝักและด้ามดาบล้วนเป็สีดำสนิทไม่มีลวดลายใดทั้งสิ้น...
นี่เองเป็ดาบอันร่ำลือกันว่า รวดเร็วที่สุดในแดนอาทิตย์อุทัย!
ทุกคนล้วนทราบดีว่า ตระกูลนาคามูระของบุรุษหนุ่มรับใช้ตระกูลโยชิโอกะตลอดสามชั่วคน อีกทั้งใน่หนึ่งปีที่ผ่านมาโยชิอิยังได้รับความไว้วางใจ จากบิดาท่านหญิงโทโมเอะอย่างยิ่งกระทั่งเกิดข่าวลือว่า ท่านมิโยชิ โยชิคาตะ้าดึงบุรุษหนุ่มมาเป็องครักษ์ประจำตัว
แต่แม้้าตัวโยชิอิเพียงไร บิดาของท่านหญิง ยังคงรอโอกาสอันเหมาะสมไม่ผลีผลามเอ่ยปากขอตัวบุรุษหนุ่มจากต้นสังกัด เพราะหากกระทำเช่นนั้นโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ ย่อมหมายถึงการหักหน้า ตระกูลโยชิโอกะอย่างแรง
ตระกูลโยชิโอกะมีความสำคัญต่อฐานอำนาจ และความมั่งคั่งของตระกูลมิโยชิบิดาท่านหญิงย่อมไม่คิดกระทำการใด ๆ อันก่อให้เกิดความบาดหมาง ระหว่างสองตระกูล
ตระกูลโยชิโอกะต้นสังกัดบุรุษหนุ่ม เดิมเป็บริวารตระกูลโออูชิหนึ่งในตระกูลใหญ่อันเคยมีฐานอำนาจ ทางภาคตะวันตกของเกาะฮอนชูเนื่องเพราะตระกูลโออูชิ เอกสารทางการทูต ทำให้สามารถค้าขายกับราชวงศ์ิผ่านทางคณะทูต ในนามพระจักรพรรดิแห่งแดนอาทิตย์อุทัย
ตระกูลโยชิโอกะเป็กำลังสำคัญ ในการคุ้มครองกองเรือสินค้าติดต่อค้าขายทั้งกับจักรพรรดิราชวงศ์ิ และอาณาจักรโชซอน[5] ทว่าเมื่อสิบปีก่อนผู้นำตระกูลโออูชิถูกบริวารของตนทรยศล้มล้าง ตระกูลโยชิโอกะจำต้องถอนตัวออกมาตั้งถิ่นฐานใหม่ โดยเข้าร่วมกับตระกูลมิโยชิ ผู้แคว้นอาวะและเซ็ทสึ
ห้าปีนี้ หลังการเข้าร่วมของตระกูลโยชิโอกะ ตระกูลมิโยชิมั่งคั่งขึ้นมหาศาลทรัพย์สินเงินทองยิ่งเพิ่มพูน ฐานอำนาจย่อมยิ่งกล้าแข็งกิจการค้าทางทะเลของตระกูลโยชิโอกะ นับวันจะนำผลกำไรสู่ตระกูลมิโยชิมากขึ้นความสำเร็จใน่หลายปีนี้ เกิดจากความสามารถของบุรุษนามโยชิอิผู้นี้เอง
สำหรับดรุณีนามมาเอดะ ทาคาโกะ อายุราวสิบแปดสิบเก้า แต่งกายชุดสีครามเข้มรูปร่างสูงเปรียว คิ้วเรียวเล็กคมชัดโก่งขึ้นเล็กน้อย จมูกเป็สันปลายแหลมเปี่ยมแววเชื่อมั่นถือดีในตนเอง ริมฝีปากบางเฉียบ ผมยาวดำขลับผูกรวบไว้ด้านหลังแววตากลมโตแฝงแววฉลาดเฉลียวหว่างเอวแขวนกระบี่เล่มหนึ่ง…เป็กระบี่ของชาวยุทธ์จงหยวน...
[1] พิธีคว้านท้อง
[2] าเกมเป ระหว่าง ค.ศ. 1180-1185ตระกูลไทระเป็ฝ่ายพ่ายแพ้
[3] เป็โชกุนคนแรกในสมัยคามากูระจัดตั้งระบบการปกครองโดยโชกุน มีศูนย์กลางบริหารอยู่ที่คณะ ‘บาคูฟุ’ ในคามากูระ
[4] พระนักรบผู้มีฝีมือเป็ที่เลื่องลือภายหลังพ่ายแพ้แก่มินาโมโตะ โยชิสึเนะจึงยอมติดตามเป็องครักษ์
[5] ประเทศเกาหลี