โมเรย์มองค่า HP ที่ติดลบของตัวเองแล้วอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา ว่าแล้วเชี่ยวทำไมระบบถึงได้ใจดีนัก เอาเถอะอย่างน้อยตอนนี้เขาก็ได้ทักษะเพิ่มมาอย่างหนึ่งไม่ถือว่าขาดทุนอะไร
" ว่าแต่ม่านมายานี่มันใช้ทำอะไรได้บ้างแฮปปี้ "
ติ้ง
' ม่านมายา
คุณสมบัติ : สร้างภาพมายาเสมือนจริงได้ตามที่ผู้ใช้งานกำหนด , สร้างเกราะคุ้มภัยระดับสูงสุดเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานหรือบุคคลที่ผู้ใช้งานระบุให้คุ้มกัน , สามารถปิดกั้นประสาทััการรับรู้ของศัตรูในระยะ 100 เมตร , อำพรางร่างผู้ใช้งานได้ตามที่กำหนด
วิธีใช้งาน : สั่งการด้วยระบบคลื่นสมองโฮสต์โดยตรง '
โอ้โห!! คุ้มกับค่า HP ที่เสียไปมาก ต้องขอโทษที่ต่อว่าระบบไปก่อนหน้านี้แล้ว ถ้าม่านมายาจะมีประโยชน์อลังการขนาดนี้ต่อให้เก็บค่าความสุขเพิ่มอีก 10,000 HP ก็ไม่เสียดายสักนิด
" หนูเรย์!! "
เสียงะโด้วยความใทำให้โมเรย์หลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง เมื่อหันไปมองตามต้นเสียงก็เห็นว่ามีร่างสูงใหญ่กำยำของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งยืนอยู่ถนนฝั่งตรงข้าม ไม่นานชายผู้นั้นก็วิ่งมานั่งลงเบื้องหน้าของเขาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
" ลุงเจย์ " โมเรย์หลุดเสียงสะอื้นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ทำเขาขวัญเสียไม่น้อยเลย
" หนูเป็อะไร มีใครรังแกใช่ไหม ใช่ไอ้ลูกหมาพวกนั้นหรือเปล่า เดี๋ยวลุงจะไปเอาเืหัวมันออกเอง "
เจย์ ดิสซ์ เอื้อมมือไปจับท่อนแขนเล็กๆ ของหลานชายที่ตนเองเอ็นดูเหมือนบุตรพลิกดูแผลถลอกด้วยความปวดใจ เมื่อครู่เขาเพิ่งได้รับสายจากบุตรชายว่าเด็กน้อยตรงหน้ากำลังจะไปหาภรรยาเขาที่บ้านและอยากให้เขาออกไปรับเพราะเห็นว่าถึงเวลาเปลี่ยนเวรพอดี หลังจากวางสายเขาก็รีบขับยานยนต์ประจำตำแหน่งออกมาทันทีไม่คิดว่าจะมาเห็นเด็กน้อยนั่งอยู่ริมถนนข้างสกูตเตอร์ที่พังยับเยินแบบนี้
" ผมเจ็บแผลมากเลยลุงเจย์เป่าๆ ให้ผมหน่อย "
เด็กหนุ่มแกล้งพองแก้มด้วยท่าทางน่าสงสารพลางออดอ้อนผู้เป็ลุงเหมือนเด็กๆ แต่ผู้เป็ลุงกับคิดเป็จริงเป็จังก้มลงเป่าลมเบาๆ สองสามทีอย่างทะนุถนอม
" เพี้ยง!! ไม่เจ็บแล้วๆ มาเด็กดีเดี๋ยวลุงพาไปหาป้านะ " พูดจบก็เข้าไปอุ้มร่างเล็กของหลานชายขึ้นมาแล้วเดินตรงไปยังยานยนต์ที่จอดไว้ฝั่งถัดไปทันที
กล่าวถึงยานยนต์ที่เด็กหนุ่มนั่งอยู่ในขณะนี้ก็คือยานพาหนะที่ใช้กันอย่างแพร่หลายภายในกาแล็กซี รูปร่างคล้ายแคปซูลขนาดใหญ่พอๆ กับรถยนต์ในอดีต แต่มีระบบค่อยคอนโทรลการขับเคลื่อนอัตโนมัติ ภายในมีลักษณะเหมือนห้องว่างเล็กๆ ห้องหนึ่งแล้วแต่ผู้ใช้จะตกแต่งอย่างไร ซึ่งภายในยานยนต์ของลุงเจย์เป็แบบเรียบง่ายตามระเบียบของกองทัพไม่หรูหราเหมือนเศรษฐีหรือทันสมัยแบบคนดัง
ไม่นานพวกเขาก็ถึงที่หมาย เจย์ ดิสซ์ยังคงอุ้มร่างของเด็กหนุ่มเอาไว้เหมือนเดิมด้วยกลัวว่าจะกระทบาแซึ่งเ้าตัวเล็กก็ทิ้งตัวซุกไหล่กว้างของผู้เป็ลุงอย่างสบายอกสบายใจ เมื่อผู้เป็ภรรยาเห็นสามีอุ้มร่างหลานชายตัวน้อยที่มีสภาพสะบักสะบอมเข้าบ้านมาก็ใเป็อย่างมากรีบกุลีกุจอนำกล่องปฐมพยาบาลมาทำความสะอาดาแให้อย่างรวดเร็ว ปากก็เอาแต่พร่ำบ่นผู้เป็สามีเมื่อรู้เื่ราวจากหลานชาย
" เพราะคุณไปถึงช้าแท้ๆ หนูเรย์เลยต้องเจ็บตัวแบบนี้ ใช้ไม่ได้จริงๆ "
" ผมผิดไปแล้วๆ "
" คุณไปจัดการไอ้สองตัวนั่นเลยนะกล้าดียังไงมารังแผ่หลาขนาดนี้ อาศัยว่าลุงเขยคุ้มกะลาหัวอยู่เลยไม่กลัวใครแล้วงั้นซิ "
" ได้ๆ ผมจะไปจัดการเ้าพวกนั้นเอง อย่าโมโหไปเลยนะที่รัก ดูหนูเรย์สิกลั้นขำจนแก้มพองไปหมดแล้ว สงสารหลานมัน "
" คุณนี่นะ "
โมเรย์มองสามีภรรยางอนง้อกันไปมาอย่างมีความสุข แม้ลุงเจย์จะเป็คนทื่อๆ ซื่อๆ ไปบ้างแต่ก็เป็คนจริงใจคนหนึ่ง แม่ของเขาเคยเล่าให้ฟังว่าป้าอีฟร่าตกหลุมรักความเป็คนซื่อๆ แต่ซื่อสัตย์อย่างยิ่งของลุงเจย์นี่แหละเลยเป็ฝ่ายตามจีบลุงเจย์ก่อน แรกๆ ลุงเจย์ก็ไม่เข้าใจหรอก จนครั้งหนึ่งมีคนมาตามจีบป้าอีฟร่าไปทั่วซึ่งป้าอีฟร่าเองก็ไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่อะไรออกจะเป็สาวสวยเปรี้ยวจี้ดเสียด้วยซ้ำ ลุงเจย์ที่เคยชินกับการมีป้าอีฟร่าอยู่ใกล้ๆ ตลอดถึงได้เพิ่งรู้ตัวว่าชีวิตขาดอะไรไป หนุ่มร่างโตคนซื่อจึงคุกเข่าของสาวเปรี้ยวสุดซี้ดประจำดาวเคราะห์ Star 9999 แต่งงานในที่สุด ภายหลังลุงเจย์ถึงเพิ่งมารู้ว่าคนที่ตามจีบป้าอีฟร่าในตอนนั้นแท้จริงแล้วเป็ญาติผู้พี่ของป้าอีฟร่าที่มาช่วยทำให้คนซื่อบื้ออย่างลุงเจย์รู้ใจตนเองเท่านั้น
" ว่าแต่เราเถอะมาหาป้ามีอะไรรึเปล่า ทำไมไม่โทรบอกป้าก่อนป้าจะได้ออกไปรับ "
" ผมแค่จะเอาของอร่อยมาให้พวกป้าชิม ไม่คิดว่าจะเจออันธพาลอย่างพี่น้องตระกูลบูทเข้าซะก่อน " โมเรย์เอ่ยตอบพลางหยิบกล่องอาหารในช่องว่างออกมายื่นให้สาวใหญ่ที่ยังสวยสดอย่างอีฟร่ายิ้มๆ
" ไม่เห็นต้องลำบากเลยลูก "
" หอมมากเลย หนูทำเองเหรอ " เจย์ ดิสซ์ ที่ได้กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวหลังจากภรรยาเปิดฝากล่องออกเอ่ยชมไม่หยุด
" ทำไมป้ารู้สึกคุ้นๆ นี่ใช่คีมูนทอดกระเทียมของบล็อกเกอร์ช่อง 'ความสุขของผม' หรือเปล่าจ๊ะ " อีฟร่าตาเป็ประกายเพราะตัวเองก็เป็แฟนคลับคนหนึ่งของบล็อกเกอร์คนนี้เหมือนกัน เธอยังนึกเสียดายที่ไม่ได้รางวัลสุ่มอยู่เลย ไม่คิดว่าหลานชายของเธอก็ดูไลฟ์ของบล็อกเกอร์คนนี้เหมือนกัน
" เออ.. จะว่าใช่ก็ใช่ครับ "
" พูดอะไรของเราฮึ " อีฟร่ายิ้มขำ
" คือผมเป็คนทำเองครับ "
" เก่งจริงลูก แค่ดูก็ทำตามได้แล้ว " อีฟร่าพยักหน้าด้วยรอยยิ้มชื่นชมก่อนหยุดชะงักเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก
" หนูบอกว่าหนูทำเองใช่ไหมจ๊ะ?? "
" ครับ "
" แล้วหนูไปเอานกกระจอกคีมูนมาจากไหน นกนั่นอันตรายมากนะถ้าเกิดอะไรขึ้นจะทำยังไง "
" เดี๋ยวก่อนคุณ นี่พูดถึงอะไรกันอยู่ นกกระจอกคีมูนอะไร "
อีฟร่าหันไปเล่าให้สามีฟังเกี่ยวกับบล็อกเกอร์สายอาหารที่ตนเองติดตามอยู่รวมถึงที่มาที่ไปของคีมูนทอดกระเทียมอย่างละเอียด เมื่อฟังจบเจย์ ดิสซ์ ทำความเข้าใจเื่ราวทั้งหมดครู่หนึ่งก่อนหันมามองหลานชายที่นั่งยิ้มแป้นอยู่ข้างๆ
" หนูเรย์กำลังจะบอกว่าหนูเป็คนทำเมนูคีมูนทอดกระเทียมเองใช่ไหม " โมเรย์พยักหน้าตอบรับคำถามของผู้เป็ลุงอย่างใจเย็น
" งั้นหนูคงไม่ได้กำลังจะบอกพวกลุงว่าหนูคือบล็อกเกอร์คนนั้นที่ป้าติดตามอยู่หรอกนะ?? "
" ครับ "
เจย์ ดิสซ์หันมองภรรยาที่นิ่งอึ้งไปเป็ที่เรียบร้อยแล้วอย่างคาดไม่ถึง ตัวเขาเองไม่ได้รู้จักบล็อกเกอร์ช่องที่ภรรยาพูดถึงเท่าไรนัก เพียงแค่เคยได้ยินผ่านๆ จนกระทั่งเมื่อวันก่อนมีคำสั่งจากศูนย์บัญชาการใหญ่ลงมาให้จัดเก็บสาหร่ายน้ำจืดเข้าคลังเสบียงเพราะทางเบื้องบนแจ้งว่าหากบริโภคมันแล้วจะสามารถฟื้นฟูค่าพลังได้ ตอนแรกเขาไม่ค่อยแน่ใจนักแต่พอได้กินมันในมื้อเช้าภายในโรงอาหารของทางกองทัพจึงเชื่อว่ามันเป็เื่จริง ดังนั้นสองวันนี้หน้ากองทัพจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่นำสาหร่ายน้ำจืดมาขาย ไม่คิดเลยว่าคนที่ค้นพบเื่ดีๆ เช่นนี้ถึงกับเป็หลานชายของเขาเอง
" หนูคือลูกจ๋า ลูกจ๋าก็คือหนูเหรอเนี่ย!! " อีฟร่าที่ฟื้นสติเข้าไปลูบหัวลูบแขนโมเรย์อย่างตื่นเต้น ไม่มีใครรู้หรอกว่าเธอมีความสุขแค่ไหนเมื่อรู้ว่าบล็อกเกอร์ที่ตัวเองติดตามอยู่คือคนใกล้ตัวทั้งยังสามารถจับต้องได้ไม่ต้องมโนเอาเหมือนแม่ๆ ในกลุ่มแฟนคลับ
" พวกป้าลองชิมคีมูนทอดกระเทียมสิครับ ดูว่าถูกปากไหม "
" โอ๊ยพูดอะไรอย่างนั้นมันต้องอร่อยอยู่แล้ว ป้าดูทุกไลฟ์ที่หนูสตรีมเลยนะ "
" แต่ป้าอีฟร่าช่วยผมเก็บเป็ความลับด้วยนะครับ ผมกลัวว่าถ้าเื่นี้รู้ไปถึงพวกที่บ้านพ่อแล้วจะมีปัญหา "
" ป้ารู้ๆ เราจะไม่บอกใคร แต่หนูเองก็ต้องระวังตัวด้วยหูตาของพวกสารเลวนั่นมีเต็มไปหมด คุณเองก็ด้วยนะเจย์ ห้ามหลุดปากบอกใครเด็ดขาด "
" คุณเห็นผมเป็คนปากสว่างขนาดนั้นรึไง วางใจได้ลุงไม่พูดออกไปแน่นอน แต่ถ้ามีเื่อะไรให้รีบมาบอกพวกลุงนะเข้าใจไหม " เจย์ ดิสซ์หันไปหยอกเย้าภรรยาก่อนหันมาพูดกับโมเรย์อย่างจริงจัง
" ผมรู้แล้วครับ อย่ามัวพูดเื่นี้กันอยู่เลย พวกป้ากินข้าวกันดีกว่าเดี๋ยวอาหารเย็นจะไม่อร่อยนะ "
" ตกลงๆ เจย์คุณคุยกับหนูเรย์ไปก่อนฉันจะไปเตรียมจัดโต๊ะ "
" คุณไปเถอะ "
หลังจากนั้นโมเรย์ก็ร่วมรับประทานอาหารกับอีฟร่าและเจย์ ดิสซ์ อีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ เพราะป้าอีฟร่าเห็นว่าเป็เวลาอาหารเย็นพอดี เมื่อร่วมมื้ออาหารเสร็จลุงเจย์ถึงได้ขับยานยนต์ไปส่งเด็กหนุ่มที่บ้านก่อนกำชับเื่ต่างๆ อีกเล็กน้อยแล้วค่อยกลับไป
ฐานลับกองกำลังหน่วยจู่โจมวูฟ
บาร์เนทท์มองผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนเรียงหน้ากระดานเหยียดกายตั้งตรงเตรียมพร้อมรับคำสั่งด้วยสายตาจริงจัง
" ปฏิบัติการครั้งนี้เราจะแยกออกเป็ 3 กลุ่ม กลุ่มแรก เอียนนายเป็ผู้นำ กลุ่ม 2 ดีแกน กลุ่ม 3 จอร์แดน
เอิร์ล มอร์แกนนายสองคนไปกับเอียน จับตาดูความเคลื่อนไหวของ ศ.โทมัส คันเต้
เดเมียน ไรอัน นายสองคนไปกับดีแกน จับตาดูสมาชิกวุฒิสภา
พาสดาล เจฟ นายสองคนไปกับจอร์แดน จับตาความเคลื่อนไหวที่ Star1523
ส่วนผมจะไปฐานลับเอง ภารกิจนี้เป็ความลับ พวกคุณมีเวลาแจ้งครอบครัว 10 นาที หลังจากนั้นเริ่มปฏิบัติภารกิจได้ "
" รับทราบ "
ณ ทุ่งกว้างบนดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในกาแล็กซีฟิวเจอร์สตาร์
" ว่ายังไงบ้าง "
" เอ่อ.... คือ... นายท่าน "
" พูดสั้นๆ ฉันไม่อยากฟังเสียงน่าเกลียดของแก "
เสียงเรียบเย็นของชายหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยขัดผู้ที่อยู่ปลายสายอย่างหงุดหงิดก่อนจะลงแรงกระทืบบางสิ่งบางอย่างที่ดิ้นรนอยู่ใต้ฝ่าเท้าอย่างแรงจนสิ่งนั้นแน่นิ่งไป แต่หากเพ่งมองให้ดีจะเห็นว่าสิ่งที่อยู่ใต้ฝ่าเท้านั้นเป็มนุษย์ผู้หนึ่งที่ร่างกายไม่ครบสามสิบสองเพราะแขนและขาถูกตัดแยกกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง
" ขออภัยครับนายท่าน ผมขอเวลาอีกหนึ่งอาทิตย์ แค่หนึ่งอาทิตย์ผมจะเอาข้อมูลของบล็อกเกอร์คนนั้นส่งไปให้ถึงมือนายท่านอย่างแน่นอนครับ "
ผู้อยู่ปลายสายมองภาพสยดสยองตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว เขาจำ 'เศษ' มนุษย์ที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของชายหนุ่มผู้นั้นได้เป็อย่างดี เพราะนั่นคือเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของเขาเอง เห็นว่าเพื่อนร่วมงานคนนี้ทำงานผิดพลาดจนทางกองทัพตามกลิ่นไปเจอฐานลับแห่งหนึ่งเข้าและจับกุมคนในฐานลับกลับไปได้อีกจำนวนหนึ่ง จากนั้นเพื่อนร่วมงานคนนี้ก็หายตัวไปไม่คิดเลยว่าจะถูกนายท่านจับตัวกลับมาได้ทั้งยังอยู่ในสภาพเช่นนี้อีก
" แค่ 2 วัน "
พูดจบชายหนุ่มก็ตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่รอว่าปลายสายจะรับทราบหรือไม่ ั์ตาเย็นชืดเหลียวมองซากร่างไร้ิญญาใต้ฝ่าเท้านิ่งๆ ก่อนจะถอดรองเท้าคู่นั้นออกแล้วก้าวเท้าเปล่าเปลือยเหยียบลงบนผืนหญ้าเขียวอชุ่มไปเรื่อยๆ ปล่อยให้สายลมเย็นฉ่ำในยามราตรีพัดผ่านเส้นผมสีดำสนิทที่ปล่อยยาวจนละต้นคอไปอย่างช้าๆ บนหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ฉายคลิปของบล็อกเกอร์ช่อง 'ความสุขของผม' วนซ้ำไปเรื่อยๆ
หลังจากเดินออกไปได้ระยะหนึ่งชายหนุ่มก็หลับตาลงแล้วทิ้งตัวหงายหลังนอนแผ่หลาไปบนทุ่งกว้าง มุมปากเรียบตึงมาตลอดทั้งวันค่อยๆคลี่ยิ้มน้อยๆอย่างผ่อนคลาย
" รอฉัน นายต้องรอฉัน เบบี้ "
--------------------------------------------------------------
*หวังว่าทุกคนจะเอนจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)