ห้องฝึกวิชาตระกูลอู
อูหลินเฟิงกับจงิ่กำลังประลองกัน เพื่อให้อูหลินเฟิงหาแนวทาง จากลมปราณไร้ธาตุของตัวเอง
เคร้ง! เคร้ง! เสียงดาบและกระบี่กระทบกันดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็เสียงของดาบที่เคลือบด้วยปราณเพลิงของจงิ่ และ กระบี่ปราณไร้ธาตุของอูหลินเฟิง จงิ่กดระดับพลังลมปราณของตนเองเหลือเพียงระดับที่สามขั้นต้น ให้เท่ากับลมปราณของอูหลินเฟิง เพื่อให้การต่อสู้ขัดเกลาลมปราณของอูหลินเฟิงมากที่สุด เพราะว่าอูหลินเฟิงถนัดการใช้พลังจิตและพลังิญญามากกว่าลมปราณ
ปราณจตุรธาตุ สลับธาตุ
ดาบที่เคยเคลือบด้วยเปลวเพลิงอยู่ๆ เปลี่ยนไปเป็ดาบสายลมที่มีพลังในการตัดมากขึ้น โจมตีใส่อูหลินเฟิง อูหลินเฟิงทำเพียงใช้เพลงกระบี่พื้นฐานกับปราณไร้ธาตุคอยป้องกันการโจมตีนั้น หลังจากที่ใช้ดาบวายุโจมตี จงิ่ปรับเปลี่ยนเป็ทั้งดาบเคลือบธาตุดินและดาบธาตุน้ำโจมตีอย่างต่อเนื่อง
อูหลินเฟิงก็ได้ตั้งรับต่ออย่างต่อเนื่องเช่นกัน เหตุการณ์นี้กินเวลาราวๆ ยี่สิบนาที ทั้งสองจึงได้หยุดพักลง
“สมกับเป็เ้า…สามารถปรับเปลี่ยนธาตุไปมาระหว่างต่อสู้ได้อย่างลื่นไหล ไม่มีช่องโหว่ให้ข้าโจมตีกลับบ้างเลย” อูหลินเฟิงกล่าว เพราะในระหว่างต่อสู้กันเขาพยายามที่จะหาช่องว่าง เพื่อโจมตีสวนกลับ แต่ฝีมือด้านลมปราณและดาบของจงิ่ดีกว่าเขามากมายนัก
“แต่ก็ยังไม่ดีมากพอ ท่านพ่อของข้าเคยบอกว่า หากข้าสามารถใช้ปราณจตุรธาตุประสานกันพร้อมทั้งสี่ธาตุได้ นักสู้ในระดับเดียวกัน จะไม่มีใครชนะข้าได้…ทำได้กระทั่งสามารถชนะคนที่ลมปราณระดับสูงกว่าหลายขั้นได้ แต่ตอนนี้แค่ใช้สองธาตุพร้อมกัน ข้าก็ยังไม่สามารถทำได้ ไม่ต้องพูดถึงสี่ธาตุเลย” จงิ่กล่าว เขานั้นเสียดายอย่างมากเพราะไม่ว่าจะพยายามทำอย่างไรเขาก็ไม่สามารถสำแดงพลังธาตุออกมาพร้อมกันได้ทำได้เพียงสลับไปมาเท่านั้น
วิชาของจงิ่ที่ฝึกตอนนี้คือ เพลงดาบจตุรธาตุ และ วิชาปราณจตุรธาตุ เพลงดาบจตุรธาตุมีสิบสองกระบวนท่าแบ่งเป็สี่สายตามแต่ละธาตุธาตุละสามกระบวน ส่วนวิชาปราณแบ่งเป็สี่ขั้นคือ ขั้นแรกคือสลับธาตุ ขั้นที่สองคือประสานสองธาตุ ขั้นสามประสานสามธาตุ ขั้นสี่ประสานสี่ธาตุ เพลงดาบจตุรธาตุนั้นจงหมินสามารถฝึกได้สำเร็จทุกกระบวนแต่ว่า วิชาปราณธาตุนั้นลงิ่ทำได้เพียงขั้นแรกสลับธาตุเท่านั้น
“เ้าลองฝึกพลังจิตดูมั้ย ข้าว่ามันน่าจะช่วยให้เ้าสามารถใช้พลังธาตุได้ดีขึ้น” อูหลินเฟิงบอกข้อเสนอ
“พลังจิต?? ข้าสามารถฝึกพลังจิตได้ด้วยงั้นหรือ” จงิ่ถามเพราะเขานึกว่าพลังจิตเป็รูปแบบพลังพิเศษที่ต้องมีั้แ่เกิดถึงจะสามารถใช้ได้
“ได้สิ…ส่วนมากคนทั่วไปมักคิดว่าจะมีพลังจิตได้จะต้องมีมันั้แ่เกิด..แต่นั่นก็ถูกแค่ครึ่งเดียว พลังจิต มีอยู่หลายรูปแบบแต่ถ้าจะแบ่งก็สามารถแบ่งออกได้สองแบบหลักๆ คือแบบที่สามารถฝึกฝนได้ กับ แบบที่ไม่สามารถฝึกฝนได้
แบบที่ไม่สามารถฝึกฝนได้ ถ้าให้ยกตัวอย่างก็คือ พลังสายควบคุมจิตใจแบบที่ข้ามี ส่วนพลังจิตที่สามารถฝึกฝนได้อย่างก็เช่น จิตสมาธิ จิตรับรู้ หรือแม้แต่จิตแห่งศาสตราก็นับเป็พลังจิตเช่นเดียวกัน จากความเห็นของข้า ตัวของเ้าตอนนี้ควรฝึกพลังจิตสมาธิ จิตสมาธินั้นเป็พื้นฐานของการเพ่งจิต เมื่อเ้ามีพลังจิตมากพอสามารถเพ่งจิตไปที่การรวมพลังธาตุได้ ข้าคิดว่าการใช้สองธาตุพร้อมกันเ้าน่าจะทำได้ไม่ยาก” อูหลินเฟิงอธิบาย
“คงต้องรบกวนเ้าสอนข้าแล้ว” จงิ่กล่าวเพราะในด้านพลังจิต อูหลินเฟิงเก่งกว่าเขามากนัก
“เื่พลังจิตของเ้าถือว่าสุดยอด แต่ปราณของเ้าเองก็ยอดไม่แพ้กัน ข้าว่าควรเ้าฝึกปราณไร้ธาตุคู่ไปกับเพลงกระบี่ที่เน้นการป้องกันมากว่าโจมตี” ถึงคราวที่จงิ่แนะนำอูหลินเฟิง หลังจากได้ประลองกับอูหลินเฟิงที่ใช้ปราณไร้ธาตุจงหมินได้ทราบจุดเด่นบางอย่างของปราณไร้ธาตุ
“หมายความว่าอย่างไร?” อูหลินเฟิงถามอย่างสงสัย
“โดยปกติแล้วลมปราณทุกธาตุจะมีธาตุที่ แพ้ ชนะ ต่างกันออกไป ถ้าข้าใช้ดาบวารีโจมตีเกราะของผู้ใช้ปราณเพลิงข้าจะใช้พลังปราณน้อยกว่าใช้ปราณธาตุอื่น อีกทั้งยังได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า แต่กับปราณของเ้า ไม่ว่าจะใช้ปราณธาตุไหนโจมตีข้าต้องใช้พลังปราณเท่ากันเสมอ เพราะปราณของเ้าไม่แพ้ธาตุใดเลย เพราะฉะนั้นเมื่อปราณของเ้าไม่แพ้ธาตุใด…เ้าก็จะสามารถใช้ปราณไร้ธาตุ ของเ้าปัดป้องได้ทุกธาตุโดนไม่ต้องกลัวแพ้ธาตุใด” จงิ่อธิบายสิ่งที่เขารู้สึกเมื่อได้สู้กับอูหลินเฟิง
“ไม่แพ้ธาตุใดเลย…ไม่แพ้ธาตุใดเลย” อูหลินเฟิงคิดตามที่จงิ่บอก คำว่าไม่แพ้ธาตุใดเลยเหมือนจะจุดประกายความคิดบางอย่างให้กับเขา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า…ข้ามันโง่เสียจริง ปราณไร้ธาตุของข้า ไม่อาจเอาชนะธาตุใดได้เลย…แต่ก็ไม่มีธาตุใดเอาชนะปราณไร้ธาตุข้าได้เช่นกัน ขอบคุณเ้ามากจงิ่…ข้าได้แนวทางวิชากระบี่ของข้าแล้ว หากข้าสามารถทำได้แบบที่ข้ากำลังคิดอยู่ ปราณไร้ธาตุของข้าจะกลายเป็ลมปราณที่สุดยอดที่สุด” อูหลินเฟิงบอกกับจงิ่พร้อมกับสามารถคิดวิชาใหม่ได้ หากวิชาใหม่ที่เขาคิดสามารถทำได้จริงละก็ ปราณไร้ธาตุจะเปลี่ยนการปราณขยะเป็ปราณวิเศษได้เลย
“ขอให้เ้าสามารถทำได้แบบที่เ้าคิด” จงิ่กล่าว แม้จะไม่รู้ว่าสหายคิดอะไรอยู่ที่ว่าเขาก็สนับสนุนสหายของเขาเช่นกัน
“งั้นเรามาลองกันเลย จงิ่ลองเข้ามาโจมตีข้าอีกครั้ง” อูหลินเฟิงบอกจงิ่จากนั้นก็ได้โคจรลมปราณไร้ธาตุทันที
“ได้” จงิ่รับคำจากนั้นก็ได้เร่งลมปราณผนึกปราณเพลิงลงบนใบดาบ พร้อมทั้งกระโจนเข้าหาอูหลินเฟิง ในขณะเดียวกันอูหลินเฟิงใช้ลมปราณไร้ธาตุของตนประสานกับพลังจิตแผ่ขยายออกเป็ทรงกลมรอบๆ เป็รัศมีหนึ่งเมตรรอบตนเอง
เมื่อดาบของจงิ่ได้เข้ามาในระยะหนึ่งเมตร เปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้บนใบดาบ พลังของมันกับลดลงหนึ่งในสี่ส่วนในทันที
“อะไรกัน!!!...ปราณเพลิงของข้า” จงิ่อุทานด้วยความใ
เคร้ง ดาบเพลิงของจงิ่ถูกกระบี่ของอูหลินเฟิงหยุดได้อย่างง่ายได้ อูหลินเฟิงเตรียมออกกระบี่เพื่อสวนกลับ เมื่อเห็นดังนั้นจงิ่ได้ะโถอยหลังกลับไปที่เดิมและได้เปลี่ยนจากดาบเพลิงเป็ดาบวารีแล้วพุ่งเข้าหาอูหลินเฟิงอีกครั้ง แต่ว่าเมื่อดาบเข้าไปในระยะหนึ่งเมตรรอบตัวอูหลินเฟิงรัศมีลมปราณบนดาบก็ลดลงหนึ่งในสี่ส่วนอีกครั้ง เห็นดังนั้นยังไม่ทันที่ดาบและกระบี่จะกระทบทันจงิ่กลับะโหลบออกมาก่อน
“นี่มันอะไรกัน??? ..อูหลินเฟิง ปราณเพลิงและปราณวารีของข้าอานุภาพของมันก็ลดลงหนึ่งในสี่ก่อนที่จะัักระบี่ของเ้า” จงิ่ถาม
“ข้าคิดได้จากคำบอกของเ้า ปราณของข้าไม่สามารถแสดงคุณสมบัติเฉพาะของธาตุได้ ปราณแต่ละธาตุจะมีคุณสมบัติของมันเอง ปราณเพลิงคือการเผาไหม้ ปราณวารีคือควบแน่น ปราณปฐีคือคงทน ปราณวายุคือไร้รูปร่าง ส่วนปราณไร้ธาตุมันก็มีคุณสมบัติเหมือนกัน นั่นคือ ความเป็กลาง เป็กลางต่อทุกสถานะ
ข้าก็แค่สร้างอาณาเขตที่ปราณทุกปราณจะโดนบังคับให้มีสถานะเป็กลางในอาณาเขตของข้า ถ้าอาณาเขตนี้สมบูรณ์ภายในอาณาเขตของข้าจะบังคับให้ผู้ต่อสู้ของข้าใช้ได้แต่ลมปราณบริสุทธิ์ไม่อาจแสดงคุณสมบัติธาตุได้ในอาณาเขตของข้า” อูหลินเฟิงอธิบาย หมายความว่าในอาณาเขตของอูหลินเฟิง จะบังคับในปราณธาตุกลับกลายเป็ปราณไร้ธาตุ
“นี่มัน!!!.....ถ้าเ้าทำได้ละก็ผู้ใช้ปราณธาตุทั้งยุทธภพนี้ก็ไม่มีใครสามารถสู้กับเ้าได้” จงิ่กล่าวอย่างตื่นตะลึง เพราะว่าเมื่อเข้าผู้ฝึกยุทธ์ที่ใช้ปราณธาตุเป็หลักในการต่อสู้นั้น หากไม่สามารถแสดงพลังของธาตุของตนเองได้ วิชาที่ได้ฝึกมาก็ไม่อาจสำแดงออกมาได้ หากเป็คนที่พึ่งพาแต่ปราณธาตุละก็พลังฝีมือทั้งหมดจะหายไปเมื่ออยู่ในอาณาเขตของอูหลินเฟิง
“แต่ว่ามันต้องพัฒนาอีกเยอะ ตอนนี้ข้าทำได้เพียงแต่ลดพลังของปราณอื่นลง ยังไม่สามารถบังคับให้กลายเป็สถานะไร้ธาตุได้อย่างสมบูรณ์” อูหลินเฟิงบอก
“เพียงครั้งแรกที่เ้าคิดได้ แล้วทดลองใช้ ก็สามารถลดเปลวเพลิงข้าไปได้หนึ่งในสี่ส่วน ข้าคิดว่าในเวลาไม่นานคงสามารถทำให้มันสมบูรณ์ได้แน่” จงิ่บอก
“งั้นเรามาลองกันอีกรอบ”
“ได้"